ข้ามไปเนื้อหา

อำเภอชุมแพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอชุมแพ
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันAmphoe Chum Phae
โรงพยาบาลชุมแพ
คำขวัญ: 
หลักเมืองเก่าชุมแพ แลผาพระนอนล้ำค่า
อารยธรรมโนนเมือง ลือเลื่องเศรษฐกิจ
ติดตาผานกเค้า เข้าชมถ้ำผาพวงบวงสรวงปู่หลุบ
แผนที่จังหวัดขอนแก่น เน้นอำเภอชุมแพ
แผนที่จังหวัดขอนแก่น เน้นอำเภอชุมแพ
พิกัด: 16°32′39″N 102°5′59″E / 16.54417°N 102.09972°E / 16.54417; 102.09972
ประเทศ ไทย
จังหวัดขอนแก่น
พื้นที่
  ทั้งหมด
510.9 ตร.กม. (197.3 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2565)
  ทั้งหมด
122,730 คน
  ความหนาแน่น240.22 คน/ตร.กม. (622.2 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 
40130,
40290 (เฉพาะตำบลโนนหัน นาหนองทุ่ม หนองเขียด และโนนสะอาด)
รหัสภูมิศาสตร์4005
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอชุมแพ หมู่ที่ 1
ถนนมลิวรรณ ตำบลชุมแพ
อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น 40130
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ชุมแพ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น โดยนับว่าเป็นพื้นที่ 1 ใน 4 อำเภอที่มีเศรษฐกิจเติบโตรองจากตัวเมืองขอนแก่น เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอภูเวียง โดยแยกออกมาตั้งเป็นอำเภอตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2486[1] โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ปีเดียวกัน

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

อำเภอชุมแพตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด อยู่ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่นประมาณ 82 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 520 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติ

[แก้]

บ้านชุมแพเริ่มก่อตั้งมาเมื่อประมาณพุทธศักราช 2270 ตามหนังสือที่นายเคน พุทธาศรี อดีตกำนันตำบลชุมแพสืบค้นเขียนไว้เมื่อพุทธศักราช 2520 แต่วัดโพธิ์ธาตุ ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พุทธศักราช 2221 และมีเจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระญาคูหงส์ หงฺสเตโช (2221-2248) ตามเอกสารราชการทะเบียนวัดภาคเก้า กรมการศาสนา ซึ่งขัดต่อหนังสือที่นายเคน พุทธาศรีได้สืบค้นเขียนไว้ ซึ่งก็ยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ ช่วงเวลาต่างกันประมาณ 49 ปี จึงได้สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นวัดและชุมชนเก่ามาก่อน มีหลักฐานคือเจดีย์(ธาตุ)เก่าและวัตถุโบราณต่างๆรอบบริเวณ คนยุคนั้นคงจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นด้วยเหตุผลใดนั้นก็ไม่ทราบปล่อยให้เป็นวัดร้างและชุมชนร้าง ก่อนที่กลุ่มของบรรพบุรุษบ้านชุมแพจะมาตั้งบ้านถิ่นฐาน

เมื่อนานมาแล้วมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง นามว่า พระญาคูหงส์ หงฺสเตโช ได้เดินธุดงค์มาพบเจดีย์(ธาตุ)โบราณ ทั้งหมด 3 องค์ องค์ใหญ่มีลักษณะรูปทรงคล้ายใบโพธิ์ สูงตั้งเด่นเป็นสง่าแลดูงามตายิ่งน่าเคารพเลื่อมใสและยังได้ค้นพบโบราณวัตถุต่างๆรอบบริเวณ จึงตั้งชื่อวัดว่า "วัดโพธิ์ธาตุ" (เพราะว่ามีธาตุที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายใบโพธิ์) ประกอบกับโดยรอบมีพื้นที่เป็นโคกเป็นดอน(เนิน)ส่วนทางฝั่งทิศตะวันตกมีลำห้วย ทิศตะวันออกมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ทางทิศตะวันตกเป็นที่ลุ่มเหมาะสำหรับทำการเกษตร ไม่ไกลนักทางทิศเหนือมีภูเวียง โดยรอบอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับตั้งบ้านตั้งถิ่นฐาน พระญาคูหงส์จึงได้กลับไปชักชวนญาติพี่น้องญาติโยม ได้แก่ย่าขาว สามีชื่อศรีสุทอและเพื่อนบ้านย้ายถิ่นฐานตั้งบ้านใหม่ โดยได้ตั้งบ้านเรือนที่แรกอยู่ที่คุ้มกลางฝั่งทางทิศตะวันตกของวัดโพธิ์ธาตุ ปีเริ่มแรกมีเพียง 6 หลังคาเรือน พื้นที่โดยรอบบ้านชุมแพตั้งอยู่บนทำเลที่อุดมสมบูรณ์และอยู่ใกล้กับเส้นทางค้าขายโบราณเส้นทางเกวียน นานเข้าจึงมีผู้อพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆจากทั่วทุกสารทิศทำให้หมู่บ้านขยับขยายเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

โบราณสถานเจดีย์ญาคูหงส์ วัดโพธิ์ธาตุ

ทางฝั่งทิศตะวันตกของหมู่บ้านมีลำห้วยขนาดใหญ่ ภาษาพื้นบ้านเรียก "กุด" กุดมีน้ำใสไหลเย็นและน้ำลึก ริมตลิ่งทั้งสองฝั่งมีต้นกอไผ่ขึ้นหนาแน่น มีจระเข้ชุกชุม โดยรอบเป็นพื้นที่ป่าทึบ มีสัตว์ป่ามากมาย อาทิ ควายป่า วัวป่า อง มั่ง อีเก้ง หมูป่า ฯลฯ และมีสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลามากมาย สมัยก่อนนั้นชาวบ้านจะจับปลาด้วยหอกแหลมหลาวซัดแทงหาปลา ไม่มีแหน้ำลึกเพราะไม่สะดวกในการจับปลาส่วนหัวปลาตัดทิ้งไม่นำมากินปล่อยให้อีแร้งอีกากินโดยไม่อดอยาก ชาวบ้านต้องตัดลำไผ่นำมาทำเป็นแพหลายๆลำแล้วตีวงล้อมเข้าหากันเป็นกลุ่ม ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า "ซุมแพ" (คือการรวมแพเข้าหากัน) นานเข้าจึงเรียกลำห้วยนี้ว่า กุดซุมแพ แต่มีการเรียกเพี้ยนไปตามยุคสมัยภาษาไทยกลางเป็น "กุดชุมแพ" และ บ้านชุมแพ จนถึงปัจจุบัน อีกตำราบ้างก็ว่าชาวบ้านตัดลำไผ่มาทำเป็นแพประมาณ 20-30 ลำ ทำเป็น 2 ชั้น 3 ชั้น แพลำหนึ่งคนสามารถบรรทุกคนได้ 3-4 คน เอาล่องลงไปตามลำห้วยเพื่อหาปลา เมื่อกินปลาหมดแล้วประมาณ 4-5 วัน ก็นัดหมายรวมตัวกันไปลงจับปลาอีก ส่วนแพนั้นใช้แล้วก็ไม่รื้อออก หลายคนทำหลายแพแล้วนำมาพักมาจอดซุมกันเป็นจุด (คือการจอดรวมแพเป็นจุด) นานเข้าจึงเรียก "กุดซุมแพ" แต่มีการเรียกเพี้ยนไปตามยุคสมัยภาษาไทยกลางเป็น "กุดชุมแพ" และ "บ้านชุมแพ"

ลำห้วยกุดชุมแพ

ทางฝั่งทิศตะวันออกของหมู่บ้านมีหนองน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสและมีบัวขึ้นชุกชุม ใช้เป็นสถานที่จัดเทศกาลต่างๆในหมู่บ้าน เช่น เทศกาลลอยกระทง การจัดการแข่งขันพายเรือเนื่องในวันออกพรรษา การจัดมหรสพหมอลำกลอน หมอลำเพลิน รำวงย้อนยุค ชกมวย ฉายหนังกลางแปลง และอื่นๆ ชาวบ้านเรียกว่า หนองอีเลิง เหตุผลที่เรียกหนองอีเลิงก็เพราะว่า หนองน้ำมีลักษณะเป็นเลิ้งตามธรรมชาติทางฝั่งทิศตะวันออกเป็นป่าทึบ (ภาษาพื้นบ้านเรียก "หนองอี่เลิง" หรือ หนองอีเลิง ในปัจจุบัน เพี้ยนไปตามยุคตามสมัยภาษาไทยกลาง) ปีพุทธศักราช 2450 สมัยขุนราชาเป็นกำนันตำบลชุมแพ ได้เกณฑ์ชาวบ้านปิดกั้นเป็นคันคูกักเก็บไว้บริโภคใช้สอย ปัจจุบันหนองอีเลิงมีพื้นที่คับแคบลงเนื่องจากได้ทับถมเป็นพื้นที่ใช้สอยสาธารณะ

ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน มีหนองน้ำขนาดกลาง มักมีนกเป็ดน้ำอาศัยชุกชุมหากินมากมาย มีลักษณะเป็นโสกร่องน้ำใส เมื่อในยามหน้าแล้งน้ำลด พบว่าคูโสกยังมีหลุมน้ำลึกลงไปอีกชั้น เหมือนเป็นคูน้ำ 2-3 ชั้น พอหมู่บ้านชุมแพขยายไปยังทิศเหนือมากขึ้น บ้านเรือนก็หนาแน่นขึ้น ชาวบ้านทางคุ้มเหนือขาดน้ำใช้สอยถ้าจะไปตักกุดชุมแพก็ไกลจึงได้ไปตักน้ำที่คูโสกใช้อุปโภคบริโภค สมัยคุณราชาเป็นกำนันตำบลชุมแพได้เกณฑ์ชาวบ้านปิดกั้นเป็นคันคูน้ำน้ำกักเก็บไว้อุปโภคบริโภค

เดิมสุขาภิบาลชุมแพได้ตราประจำประกอบด้วยสัญญาลักษณ์เป็นเจดีย์ใบโพธิ์ และคลื่นฟองน้ำอยู่ภายในวงกลม ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลชุมแพขึ้นอีก เปลี่ยนตราประจำสำนักงานเทศบาลตามที่กรมศิลปากรออกแบบให้ตราใหม่มีสัญลักษณ์เป็นวงกลม มีรูปเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีประทับอยู่บนแพ มือขวาถือลูกธนู มือซ้ายถือคันธนู มีนายทหารคนสนิท 2 นาย นั่งถือธงปลายหอกอยู่คนละข้าง (ประกาศเทศบาลตำบลชุมแพ วันที่ 23 มีนาคม 2530)สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทัพไปปราบฮ่อในเมืองพวนเมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหกดังนี้ 1. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นแม่ทัพฝ่ายใต้ยกกองทัพขึ้นไปทางเมืองหนองคาย 2. เจ้าหมื่นไวยวรนาถ (เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี) เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือยกกองทัพขึ้นไปทางหลวงพระบาง โดยให้ยกทัพไปปราบฮ่อ เมื่อวันอังคาร แรม 11 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ. 2428 (ยงศิลป และโขมพัตร เรืองศุข 2540 : 180) จากประวัติการยกทัพครั้งนี้ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีได้ยกกองทัพขึ้นไปทางเมืองพิชัย เมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง เมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก ตลอดจนถึงเมืองสิบสองจุไทย แสดงว่าไม่ได้ยกกองทัพผ่านบ้านชุมแพเลย

บ้านชุมแพตั้งอยู่บนทำเลที่อุดมสมบูรณ์จึงมีผู้อพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ เดิมบ้านชุมแพเป็นชุมชนขนาดใหญ่ หมู่บ้านชุมแพแบ่งได้เป็น 3 คุ้มมี 3 วัด ได้แก่ วัดเหนือ โดยมี พระอาจารย์พุทธา นำพาชาวบ้านสร้างวัด(ปัจจุบันเป็นที่ทำการประปาส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพและรอบบริเวณ) วัดกลาง (วัดโพธิ์ธาตุ) และ วัดใต้ โดยมี พระอาจารย์คล้อย(ฮ้อย) อาจารย์ซาจวงและพ่อพานสิงห์ นำพาชาวบ้านสร้างวัด (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนบ้านชุมแพ) วัดเหนือได้ถูกรื้อถอนไปนานแล้วส่วนวัดใต้ได้ถูกทิ้งร้างเหลือคงไว้แค่โบราณสถาน(โนนกู่) หรือ ศาลปู่ขาว ปัจจุบันอยู่บริเวณโรงเรียนบ้านชุมแพ

การกระจายหมู่บ้านของบ้านชุมแพ ประมาณปีชวดพุทธศักราช 2455 ในวันเพ็ญเดือน 4 เวลาประมาณเที่ยงวันได้มีไฟไหม้ต้นกอไผ่บริเวณทิศใต้ของหนองอีเลิง ติดรังมดแดงใหญ่ลมพัดรังมดแดงไปติดปลายต้นไม้เชือกแห้งบริเวณร้านซินไล่ฮะในปัจจุบัน ลมได้พัดเศษไฟไปตกหลังคาเรือนหลังคายุ้งฉางที่มุงหญ้าของนายสีหาค้งหลังแรก ทำให้ไฟลุกลามไปทางคุ้มเหนือตลอดจนไปถึงวัดเหนือและลุกลามไปทางคุ้มใต้ ชาวบ้านที่ถูกไฟไหม้บ้านเรือนเดือดร้อนมากเพราะไม่มีที่อยู่อาศัย การที่จะสร้างบ้านเรือนใหม่ต้องใช้ทรัพยากรและเวลานาน จึงแยกไปอยู่ตามไร่นาของใครของมัน บ้างผู้ที่มีนาอยู่ทางบ้านโคกก็ไปอยู่บ้านโคก ผู้มีนาอยู่ทางบ้านวังหูกวางก็ไปอยู่บ้านวังหูกวาง ผู้มีนาอยู่ทางบ้านนาโพธิ์ก็ไปอยู่บ้านนาโพธิ์ ชาวบ้านชุมแพได้แตกแยกกันไปที่หัวไร่ปลายนาของตน บ้างก็ไปอยู่กับหมู่บ้านอื่นๆ เช่น บ้านวังหินลาด บ้านหนองไผ่ใหญ่ ฯลฯ บ้างก็แยกอยู่รวมกลุ่มใกล้กันจนตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่ อาทิเช่น บ้านหนองไผ่ใต้ บ้านหนองใส บ้านหนองหว้า บ้านกุดเข้ บ้านสว่างวารี บ้านศรีมงคล บ้านหัวหนอง บ้านพรานราษฎร์ บ้านหนองตาไก้ เป็นต้น

ประมาณปี พ.ศ. 2470 เริ่มมีครอบครัวชาวจีนอพยพเข้ามาค้าขายในบริเวณถนนราษฎร์บำรุง ทิศเหนือของวัดโพธิ์ธาตุ การค้าได้ขยายตัวมากขึ้น ปี พ.ศ. 2485 กำนันเลี้ยง ดีบุญมี ได้บริจาคที่ดินเพื่อตัดถนนราษฎร์บำรุงให้ยาวขึ้นไปทางทิศเหนือ สร้างศูนย์ราชการและโรงเรียนชุมแพ นอกจากนี้ยังได้สร้างบ้านเรือนแถวไม้ชั้นเดียวบริเวณตลาดเหนือและตลาดใต้ให้เช่าทำการค้า ต่อมา กำนันจาก 4 ตำบลของอำเภอภูเวียง ได้แก่ ตำบลชุมแพ ตำบลโนนหัน ตำบลขัวเรียง และตำบลสีสุก (ศรีสุข) ได้ร่วมมือกันยื่นคำร้องต่อกระทรวงมหาดไทยขอตั้งอำเภอชุมแพ พระยาสุนทรพิพิธ (ปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น) ได้มาตรวจที่ ประกอบกับระยะนั้นอำเภอชนบทถูกไฟไหม้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2486 กระทรวงมหาดไทยจึงอนุมัติให้ตั้ง อำเภอชุมแพ โดยยุบอำเภอชนบทไปเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอบ้านไผ่

การเสนอการจัดตั้งจังหวัดชุมแพ

[แก้]
ภาพพื้นที่โครงการจัดตั้งจังหวัดชุมแพ แยกออกจากจังหวัดขอนแก่น

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 มีมติเห็นชอบรายงานเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดชุมแพ พ.ศ. .... ตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่ก็ไม่ได้มีการจัดตั้งจังหวัด

ต่อมาประชาชนในพื้นทียื่นคำขอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 ให้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดภูเวียง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อแยก อำเภอภูเวียง (ปัจจุบันแยกเป็น 2 อำเภอ คือ อำเภอภูเวียง และอำเภอเวียงเก่า) อำเภอชุมแพ อำเภอสีชมพู อำเภอหนองเรือ อำเภอภูผาม่าน และอำเภอหนองนาคำ รวมกันขึ้นเป็น จังหวัดภูเวียง โดยมีผู้เข้าชื่อเสนอร่างจำนวนประมาณ 70,000 คน ซึ่งเกินจำนวน 5 หมื่นคน ตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการพิจารณา

ก่อนหน้านี้ มึความพยายามผลักดันให้มีการก่อตั้งจังหวัดชุมแพ แต่เมื่อถึงขั้นตอนลงประชามติ พบว่ามีผู้ลงชื่อไม่ถึงจำนวน 5 หมื่นคน ทำให้ พรบ.จัดตั้งจังหวัดชุมแพตกไป[2] ในเวลาต่อมาจึงได้มีความพยายามผลักดันให้อำเภอภูเวียงเป็นศูนย์กลางของจังหวัดใหม่อีกครั้ง[3][4]

ในปี พ.ศ. 2555 นายสุชาย ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดชุมแพ พ.ศ. ... ต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง โดยมีสาระสำคัญในการยกฐานเป็นจังหวัดชุมแพ ประกอบด้วย อำเภอชุมแพ อำเภอภูเวียง อำเภอเวียงเก่า อำเภอสีชมพู อำเภอหนองนาคำ อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และ อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ[5] แต่ในปี 2563 กรมการปกครองได้ออกหนังสือชี้แจง กรณีการแชร์ข้อความการจัดตั้งจังหวัดใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางสังคมออนไลน์ ว่าการจัดตั้งจังหวัดใหม่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด กรมการปกครองขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด[6]

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

อำเภอชุมแพแบ่งเขตการปกครองย่อยเป็น 12 ตำบล 148 หมู่บ้าน ได้แก่

อักษรไทยอักษรโรมันระยะทางจาก
ที่ว่าการอำเภอ
(กม.)
จำนวนประชากร
(ธันวาคม 2562)
จำนวนหมู่บ้าน
(ธันวาคม 2562)
ชุมแพChum Phae-21,70818
โนนหันNon Han146,71210
หนองเขียดNong Khiat207,07510
โนนสะอาดNon Sa-at128,3279
ขัวเรียงKhua Riang169,12412
หนองไผ่Nong Phai421,75219
ไชยสอChai So39,05810
วังหินลาดWang Hin Lat148,95912
นาเพียงNa Phiang208,54714
นาหนองทุ่มNa Nong Thum329,29513
หนองเสาเล้าNong Sao Lao2631,35310
โนนอุดมNon Udom186,80811
ทั้งหมด124,079148

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

ท้องที่อำเภอชุมแพประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 15 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองชุมแพ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลชุมแพ ตำบลหนองไผ่ และตำบลไชยสอ
  • เทศบาลตำบลโนนหัน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโนนหันและตำบลโนนสะอาด
  • เทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโนนอุดมและตำบลขัวเรียง[7]
  • เทศบาลตำบลหนองไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไผ่ (นอกเขตเทศบาลเมืองชุมแพ)
  • เทศบาลตำบลหนองเสาเล้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเสาเล้าทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลนาเพียง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาเพียงทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโนนสะอาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนสะอาด (นอกเขตเทศบาลตำบลโนนหัน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชุมแพ (นอกเขตเทศบาลเมืองชุมแพ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนหัน (นอกเขตเทศบาลตำบลโนนหัน)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่มทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนอุดม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนอุดม (นอกเขตเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลขัวเรียง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลขัวเรียง (นอกเขตเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไชยสอ (นอกเขตเทศบาลเมืองชุมแพ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังหินลาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเขียดทั้งตำบล

ทำเนียบรายนามนายอำเภอชุมแพ

[แก้]
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นายพิชญ์ พรหมนาท 3 ส.ค.2486 - 4 ก.ย.2489
2 นายสมัย เวชพันธุ์ 1 ม.ค.2490 - 10 เม.ย.2495
3 ร.ต.ท.มุข ประเสริฐวงษ์ 8 ส.ค.2495 - 3 มี.ค.2498
4 นายเติม สาสนะสิทธิ์ 8 มี.ค.2498 - 1 มิ.ย.2505
5 นายจอม แสงพันธุ์ 1 มิ.ย.2505 - 1 ก.ค.2507
6 นายเปรมศักดิ์ วิเชียรภักดี 1 ก.ค.2507 - 23 ก.พ.2509
7 นายบุญธรรม ใจรักพันธุ์ 3 มิ.ย.2509 - 3 พ.ค.2512
8 นายศานิต คำหงษา 5 พ.ค.2512 - 28 พ.ค.2515
9 นายเล็ก ราฃมณี 28 พ.ค.2515 - 1 มิ.ย.2519
10 ร.ต.ถวัลย์ พิทักษ์วงค์ 1 มิ.ย.2519 - 30 พ.ย.2522
11 นายจำนูญ กาวิละ 1 ธ.ค.2522 - 31 พ.ค.2524
12 ร.ท.วินัย บุณยรัตผลิน 1 มิ.ย.2524 - 4 ต.ค.2527
13 ร.ต.ทรงศักดิ์ คุณอุดม 8 ต.ค.2527 - 19 เม.ย.2529
14 นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ 20 เม.ย.2529 - 2 ธ.ค.2531
15 นายบุญเลิศ เนินทอง 6 ธ.ค.2531 - 3 ธ.ค.2533
16 นายประจญ ชนะโรค 3 ธ.ค.2533 - 13 ต.ค.2539
17 นายสงคราม สุขสะอาด 14 ต.ค.2539 - 3 พ.ค.2541
18 นายศิลป์ ชื่นนิรันดร์ 4 พ.ค.2541 - 30 ก.ย.2546
19 นายวีระพล สุพรรณไชยมาตย์ 6 ต.ค.2546 - 23 ต.ค.2550
20 นายสมชาย มีสิงห์ 24 ต.ค.2550 - 30 ก.ย.2552
21 นายปิยิน ตลับนาค 25 ม.ค. 2553 - 12 ม.ค 2557
22 นายอาทิตย์ นพคุณวงศ์ 13 ม.ค. 2557 - 6 พ.ย. 2558
23 นายพันธ์เทพ เสาโกศล 7 พ.ย. 2558 - 14 พ.ย. 2561
24 นางสุภาวดี ศรีสุขวัฒน์ 15 พ.ย. 2561 - 30 ก.ย. 2566
25 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง ปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์

[แก้]

ลักษณะภูมิประเทศ

[แก้]

อำเภอชุมแพมีเนื้อที่ทั้งหมด 318,750 ไร่ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง ทิศเหนือมีภูเขาสูงและที่ราบสูงลาดเอียงไปทางทิศใต้ บริเวณทางทิศใต้มีลำน้ำเชิญเป็นเส้นกั้นอาณาเขตระหว่างอำเภอชุมแพกับอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พื้นที่ทางทิศเหนือบางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง พื้นที่ทางทิศตะวันตกบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงลาน รวมพื้นที่ป่าสงวนในเขตอำเภอชุมแพทั้งหมด 90,250 ไร่

ลักษณะภูมิอากาศ

[แก้]

ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอชุมแพ แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ

  1. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30.13 องศาเซลเซียส
  2. ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 845 มิลลิเมตร
  3. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23.48 องศาเซลเซียส

แม้ฤดูฝนจะมีระยะเวลา 6 เดือนดังกล่าว แต่โดยทั่วไปจะมีสภาวะฝนทิ้งช่วงในราวเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม และจะตกใหม่ในช่วงเดือนกันยายน เป็นเหตุให้การเพาะปลูกมักประสบปัญหาฝนแล้งอยู่เป็นประจำ

ทรัพยากร

[แก้]
อาชีพหลักของชาวชุมแพคือการทำนาข้าว

อำเภอชุมแพมีทรัพยากรที่สำคัญทางธรรมชาติ ดังนี้ ดิน ลักษณะของดินเป็นดินร่วน เหมาะแก่การเพาะปลูก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวนแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่สำคัญของอำเภอชุมแพคือ ลำน้ำเชิญ เป็นแม่น้ำที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรในอำเภอชุมแพและอำเภอใกล้เคียง ชาวอำเภอชุมแพได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำเชิญที่บ้านดอนหัน ซึ่งเป็นเขื่อนที่เอื้อประโยชน์ให้ชาวชุมแพด้านการเกษตรและสาธารณูปโภค ป่าไม้ อำเภอชุมแพมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงทั้งทางตรงและทางอ้อม สัตว์ ประชากรในอำเภอนิยมเลี้ยงสุกร โค กระบือ ไว้บริโภคและจำหน่าย บางครอบครัวยังได้ยึดเป็นอาชีพหลัก

สถานที่ท่องเที่ยว

[แก้]

เมืองโบราณโนนเมือง

[แก้]
ภาชนะดินเผาที่ขุดค้นพบในบริเวณเมืองโบราณสมัยทวาราวดี

ตั้งอยู่บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 4 ตำบลชุมแพ โนนเมืองเป็นเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น เมืองชั้นในรูปทรงค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 420 เมตร เมืองชั้นนอกทรงยาวรี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 600 เมตร หรือมีเนื้อที่ประมาณ 216 ไร่ เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16) ในปี พ.ศ. 2513 หน่วยศิลปากรที่ 7 ได้สำรวจพบเป็นครั้งแรก ต่อมาได้ดำเนินการขุดตรวจ ขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ (อายุประมาณ 2,500-2,000 ปี) ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ เครื่องใช้ กระดูกสัตว์ จำนวน 13 หลุม จึงได้ทำหลังคาคลุมไว้ เพื่อแสดงในลักษณะพิพิธภัณฑ์สถานกลางแจ้ง ให้ผู้สนใจได้เข้าชม อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชุมแพ ไปทางชุมชนนาโพธิ์ (ผ่านโรงเรียนชุมชนชุมแพ) - บ้านโนนเมือง ประมาณ 5 กิโลเมตร หรือไปทางชุมชนพรานราษฎร์-บ้านโนนเมือง ประมาณ 5 กิโลเมตร (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 7 ขอนแก่น โทรศัพท์ 0-4324-2129, 0-4333-7629 ได้รับงบประมาณปรับปรุงจากปี 2546-2549 ประมาณ 30 ล้านบาท

ผาพระนอน (พระปางไสยาสน์)

[แก้]

ตั้งอยู่บนยอดเขาภูเวียง บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 8 ตำบลหนองไผ่ เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ศิลปสมัยทวาราวดีที่งดงาม สลักอยู่บนหน้าผายาวกว่า 3.75 เมตร หันพระเศียรไปทางทิศตะวันตก และหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ นอนตะแคงพระเศียรหนุนแนบกับลำแขนขวา แขนซ้ายทอดไปตามลำพระองค์เป็นท่านอนแบบเก่าที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชุมแพไปตามถนนมลิวรรณ (ชุมแพ - ขอนแก่น) แยกซ้ายบ้านโนนสะอาด-วัดผาพระนอนพัฒนาราม ประมาณ 6-7 กิโลเมตร (รถยนต์ถึง) เดินเท้าขึ้นเขาภูเวียงต่อระยะเดินเท้าประมาณ 2-3 กิโลเมตร ความสูงจากพื้นดินประมาณ 450 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง บนผาพระนอนจะมองเห็นทิวทัศนียภาพเมืองชุมแพที่สวยงามมาก จะมีงานนมัสการในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน

[แก้]

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการอุทยานบ้านซำผักหนาม หมู่ที่ 12 ตำบลนาหนองทุ่ม " อุทยานแห่งชาติภูผาม่านมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 72 ( เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2543) มีเนื้อที่ประมาณ 350 กม.2 หรือประมาณ 218,750 ไร่ มีจุดเด่นทางธรรมชาติหลายแห่งโดยเฉพาะถ้ำและน้ำตก เป็นแหล่งต้นกำเนิด " ลำน้ำพอง " ที่ทำการอุทยานฯ ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกรับรองนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติ และเป็นอุทยาน ฯ นำร่อง 1 ใน 8 แห่ง ทั่วประเทศไทย มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เรือนรับรอง ห้องน้ำ ห้องสุขา ห้องประชุมสัมมนา บริเวณจัดแคมป์ไฟ กางเต๊นท์นอน ที่สะดวกสบาย มีทิวทัศน์สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามประทับใจนักท่องเที่ยวอย่างดียิ่งห่างจากอำเภอชุมแพไปทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (ชุมแพ - เลย) เลี้ยวซ้ายมือที่หลักกิโลเมตร ที่ 112 อีก 5 กิโลเมตร ถึงที่ตั้งที่ทำการ ระยะทาง 35 กิโลเมตร (สนใจสั่งจองที่พักหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทรศัพท์ 0 - 4324 - 9050

ถ้ำปู่หลุบ

[แก้]

อยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (ชุมแพ - เลย) ห่างจากอำเภอชุมแพประมาณ 35 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยเป็นห้อง ๆ นับได้ 5 ห้อง มีเกล็ดแวววาว ระยิบระยับสวยงาม และมีน้ำขังอยู่ตลอดปี ด้านหน้าถ้ำมีศาลปู่หลุบเป็นที่เคารพสักการบูชาของผู้คนที่ผ่านไป - มา

วนอุทยานถ้ำผาพวง

[แก้]

อยู่ในเขตตำบลนาหนองทุ่ม จากอำเภอชุมแพไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (ชุมแพ - เลย) ประมาณ 30 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าสู่ถ้ำอีกประมาณ 5 กิโลเมตร (เป็นทางดินและทางเดินป่า) เดิมเรียกว่า " ถ้ำร้อยพวง "เป็นถ้ำบนภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีเสาหินเกิดจากหินย้อยลงมาลักษณะเป็นพวง จากเพดานถ้ำดูสวยและแปลกตา ปากถ้ำอยู่สูงและทะลุออกไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบๆ ได้สวยงามยิ่ง

ผานกเค้า

[แก้]

เป็นภูเขาสูงตระหง่านอยู่ริมน้ำพองในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน อำเภอชุมแพ อยู่ห่างจากอำเภอชุมแพ ประมาณ 40 กิโลเมตร ตามถนนมลิวรรณ ลักษณะของผานกเค้าเป็นภูเขาหินสีดำ บางส่วนกะเทาะออกเป็นเนื้อหินสีส้ม มองเห็นลักษณะคล้ายนกเค้าที่กางปีกออกสองข้างถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญประการหนึ่งของอำเภอชุมแพ

สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของประชาชน

[แก้]
  • ขนมจีน

ขนมจีน ทำจากข้าวจ้าว กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลไชยสอ

  • ขนมจีนอบแห้ง

ขนมจีนอบแห้ง(สินค้าพื้นเมือง) กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลชุมแพ

  • ข้าวหลาม

ผลิตภัณฑ์ข้าวหลาม รสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย ไม่ใส่สารกันบูด เป็นการนำข้าวสารและส่วนประกอบการทำข้าวหลามมาผสมตามสูตรและขั้นตอน หวาน มัน อร่อย กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลหนองไผ่

  • ตะกร้าไม้ไผ่

แข็งแรง ทนทาน รูปทรงสวยงาม กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลนาเพียง

  • น้ำผลไม้พร้อมดื่ม

น้ำฝรั่ง น้ำกระเจี๊ยบ ไวน์กระเจี๊ยบ ข้าวหมาก มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลนาหนองทุ่ม

  • ผลิตภัณฑ์จากกระบอกไม้ไผ่

ทำจากไม้ไผ่นำมาดัดแปลงเป็นแก้วน้ำ เหยือกน้ำ กระปุกออมสิน ที่เสียบปากกา แจกัน กาน้ำ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลโนนสะอาด

  • ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่(สินค้าพื้นเมือง) กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลโนนสะอาด

  • ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่,ต้นหมาก

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่,ต้นหมาก(สินค้าพื้นเมือง) กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลชุมแพ

  • ผ้าทอด้วยกี่กระตุก

มีหลายประเภท มีทั้ง ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า ผ้าขิด ผ้าลายยกดอก ฯลฯ มีความปราณีต สวยงาม กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลโนนหัน

  • ผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์จากฝ้ายมาทอเป็นผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลชุมแพ

  • ผ้ามัดหมี่ธรรมชาติ

ผ้ามัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ, ผ้าพื้นย้อมสีธรรมชาติ, ผ้าลายสก๊อตย้อมสีธรรมชาติ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลหนองเสาเล้า

  • สุ่มไก่

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม้ไผ่จักสานทั้งหมด มีความแข็งแรง ใช้งานได้นาน กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอชุมแพ โดยเฉพาะตำบลวังหินลาด

การศึกษา

[แก้]

สถานศึกษา

[แก้]

" โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 รวม 61 แห่ง " โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น จำนวน 6 แห่ง " บุคลากรทางการศึกษา ครูสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 - ครูโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 280 คน - ครูโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน 220 คน - ครูโรงเรียนเอกชน จำนวน 170 คน " โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 12 แห่ง เปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษา ถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 " โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองชุมแพ 1 แห่ง คือ โรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์) " วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จำนวน 1 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคนิคชุมแพ เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) " โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 2 แห่ง คือ โรงเรียนโนนหันวิทยายน และ โรงเรียนมัธยมหนองเขียด สถานศึกษาที่สำคัญได้แก่

สถานพยาบาล

[แก้]

มีการให้บริการด้านสาธารณสุข โดยมีสถานบริการดังนี้

  • โรงพยาบาล ขนาด 400 เตียง จำนวน 1 แห่ง
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 7 แห่ง
  • สถานีอนามัยประจำตำบล จำนวน 10 แห่ง

สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่สำคัญ

[แก้]
  1. อ่างเก็บน้ำหัวภูชน ตั้งอยู่บ้านขามป้อม หมู่ที่ 4 ตำบลขัวเรียง
  2. อ่างเก็บน้ำภูนกยูง ตั้งอยู่บ้านนาดี หมู่ที่ 9 ตำบลวังหินลาด
  3. กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 (ค่าย ร.8 พัน.2)
  4. เขื่อนทดน้ำเชิญ กรมชลประทาน ตั้งอยู่ที่บ้านดอนหัน หมู่ที่ 9 ตำบลชุมแพ ห่างจากอำเภอชุมแพ ประมาณ 8 กิโลเมตร
  5. สวนสาธารณะหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ
  6. สวนสาธารณะโสกน้ำใส ใจกลางเมืองชุมแพ
  7. สวนสาธารณะหนองอีเลิง
  8. สวนสุขภาพหนองใส
  9. สวนสุขภาพ เทศบาลตำบลหนองไผ่
  10. สวนสาธารณะหนองคะเน
  11. สวนสาธารณะโนนแหลมทอง

สถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญ

[แก้]

ศาลเจ้าและสถานธรรมในพื้นที่

[แก้]
  • พุทธสมาคมเผยแผ่คุณธรรม"เต็กก่า"จีแชเกาะ
  • ศาลเจ้าจอมชุมแพ (ปึงเถ้ากง)
  • มูลนิธิชุมแพการกุศล"เต็กก่า"จีฮั่วเกาะ
  • ชมรมศิษย์พระอรหันต์จี้กง (กู้ภัยเมืองชุมแพ) (ชุมแพฮุกถ่งซิมฉื่อเสี่ยงตั๊ว)
  • ศาลเจ้าปึงเถ้ากง โนนหัน
  • ศาลเจ้านาจาซาไท้จื้อ (หน่าจาซัวตั๊ว) โคกสูง
  • ศาลเจ้าโพธิธรรมคุณธรรมสถาน (อิมเต็กตึ้ง)
  • ศาลเจ้าภาวนาพุทธโพธิธรรมสถาน (ไต่เสี่ยฮุกตั้ว)
  • คริสตจักรชุมแพ (หนองใส)
  • คริสตจักรร่มเกล้าชุมแพ

วัดราษฏร์ในอำเภอชุมแพ

[แก้]

วัดราษฏร์มหานิกาย

[แก้]
วัดโพธิ์ธาตุ (วัดประจำอำเภอชุมแพ)

วัดราษฏร์ธรรมยุติกนิกาย

[แก้]

วัดราษฏร์มหายานนิกาย

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ตั้งอำเภอชุมแพและยุบอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 60 (41 ง): 2423. 3 สิงหาคม 2486. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-04-06. สืบค้นเมื่อ 2020-09-05.
  2. http://www.ichumphae.com/description.aspx?q_sec=76075851
  3. http://www.oknation.net/blog/panuwat838084/2010/05/07/entry-1
  4. http://webboard.mthai.com/5/2005-12-13/176255.html%5Bลิงก์เสีย%5D
  5. ปัดฝุ่นตั้ง “จ.ชุมแพ” หวัง “เกียรติสุรนนท์”ครองเมือง[ลิงก์เสีย]
  6. กรมการปกครอง สยบข่าวลือ ตั้ง 5 จังหวัดใหม่ในภาคอีสาน
  7. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งสุขาภิบาลโคกสูงสัมพันธ์ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]