ข้ามไปเนื้อหา

อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน
คำแปล: เพลงสดุดีแด่เสรีภาพ
Ύμνος εις την Ελευθερίαν
หน้าปกของ "อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน"
เนื้อร้องไดโอนิซิโอส โซโลมอส, ค.ศ. 1823
ทำนองนิโคเลาส์ มันซารอส
รับไปใช้ค.ศ. 1865
ตัวอย่างเสียง
อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน (บรรเลง)

อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน (กรีก: สะกดอย่างโบราณ: Ὕμνος εἰς τὴν Ἐλευθερίαν, Ýmnos eis tīn Eleutherían; สะกดอย่างสมัยใหม่: Ύμνος εις την Ελευθερίαν, Imnos is tin Eleftherian) หรือ "เพลงสดุดีแด่เสรีภาพ" เป็นบทกวีประเภท "Hymn" (บทเพลงสรรเสริญหรือบทเพลงสดุดี) ความยาว 158 บท ซึ่งประพันธ์โดย ไดโอนิซิโอส โซโลมอส (Dionýsios Solomós) เมื่อ ค.ศ. 1823 นับเป็นบทกวีประเภท "Hymn" ที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทำนองประพันธ์โดย นิโคเลาส์ มันซารอส (Nikolaos Mantzaros) บทเพลงนี้ได้มีการรับรองเป็นเพลงชาติกรีซอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ. 1865 แต่ต่อมาได้มีการนำไปใช้เป็นเพลงชาติสาธารณรัฐไซปรัสด้วยอีกเพลงหนึ่ง

ตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐไซปรัสระบุว่า เพลงชาติกรีซจะใช้บรรเลงเป็นเกียรติยศแก่ประธานาธิบดีชาวไซปรัสเชื้อสายกรีกหรือบุคคลอื่นซึ่งเป็นชาวไซปรัสเชื้อสายกรีก และใช้เพลงชาติตุรกีสำหรับรองประธานาธิบดีชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกี อย่างไรก็ตาม ไซปรัสได้ยุติการใช้เพลงชาติตุรกีหลังจากชาวไซปรัสเชื้อสายตุรกีได้แบ่งแยกประเทศเป็นประเทศใหม่เมื่อ ค.ศ. 1963

อนึ่ง เพลง "อีมนอสเอสตีนเอเลฟเทริอัน" ยังมีสถานะเป็นเพลงเกียรติยศสำหรับพระมหากษัตริย์ (เพลงสรรเสริญพระบารมี) ของกษัตริย์แห่งกรีซนับตั้งแต่ ค.ศ. 1864 เป็นต้นมา

คำร้อง

[แก้]

ภาษากรีก

[แก้]
สะกดแบบโบราณ แปลภาษาอังกฤษ ปริวรรตเป็นอักษรโรมัน คำแปล

Σὲ γνωρίζω ἀπὸ τὴν κόψη
τοῦ σπαθιοῦ τὴν τρομερή,
σὲ γνωρίζω ἀπὸ τὴν ὄψη
ποῦ μὲ βία μετράει τὴ γῆ.
 
Ἀπ' τὰ κόκαλα βγαλμένη
τῶν Ἑλλήνων τὰ ἱερά,
καὶ σὰν πρῶτα ἀνδρειωμένη,
χαῖρε, ὢ χαῖρε, Ἐλευθεριὰ!
 
Ἐκεῖ μέσα ἐκατοικοῦσες
πικραμένη, ἐντροπαλή,
κι ἕνα στόμα ἀκαρτεροῦσες,
«ἔλα πάλι» νὰ σοῦ πεῖ.
 
Ἄργειε νὰ 'λθει ἐκείνη ἡ μέρα,
κι ἦταν ὅλα σιωπηλά,
γιατί τὰ 'σκιαζε ἡ φοβέρα
καὶ τὰ πλάκωνε ἡ σκλαβιά.
 
Δυστυχής! Παρηγορία
μόνη σου ἔμενε νὰ λὲς
περασμένα μεγαλεῖα
καὶ διηγώντας τὰ νὰ κλαῖς.
 
Καὶ ἀκαρτέρει καὶ ἀκαρτέρει
φιλελεύθερη λαλιά,
ἕνα ἐκτύπαε τ' ἄλλο χέρι
ἀπὸ τὴν ἀπελπισιά.
 
Κι ἔλεες: «Πότε, ἅ, πότε βγάνω
τὸ κεφάλι ἀπὸ τσ' ἐρμιές;».
Καὶ ἀποκρίνοντο ἀπὸ πάνω
κλάψες, ἅλυσες, φωνές.
 
Τότε ἐσήκωνες τὸ βλέμμα
μὲς στὰ κλάιματα θολό,
καὶ εἰς τὸ ροῦχο σου ἒσταζ' αἷμα,
πλῆθος αἷμα ἑλληνικό.

We knew thee of old,
O, divinely restored,
By the lights of thine eyes,
And the light of thy Sword.
 
From the graves of our slain,
Shall thy valor prevail,
as we greet thee again,
Hail, Liberty! Hail!
 
Thereinside thou wert staying
reticent, embittered too
for a summon thou wert praying
telling thee come back anew
 
That good day was always tarrying
every thing was mute around
for oppression was scaring
and by slav'ry they were bound
 
Woe is thee! Thine only solace
sitting lone telling with sigh
glories past when thou wert aweless
and recounting them to cry
 
And awaiting the inviting
liberal strong voice to dare
thine one hand the other smiting
out of sorrow and despair
 
... saying will, ah! will I never
raise my head from these lorn wilds?
From above replies as ever
wails, chains, fetters of all kinds
 
Then thine eyes thou'dst lift up weeping,
hazy, full of tears and red,
on thy dress unendly dripping
gobs of Greek blood vainly shed

Se gnurízu apó tün kópsü
tou spathioú tün tromerű
se gnurízu apó tün ópsü,
pou me vía metráei tü gü.

Ap'ta kókkala vgalménü
tun Ellűnun ta ierá,
kai san próta andreiuménü,
haíre, o haíre, Elephtheriá![1]

ข้าพเจ้าสำนึกถึงท่านเสมอ
จากคมดาบอันน่าเกรงขาม
ข้าพเจ้าสำนึกถึงท่านเสมอจากโฉมหน้า
ซึ่งสำรวจผืนปฐพีด้วยพละกำลัง

จงตื่นขึ้นจากอัฐิธาตุอันศักดิ์สิทธิ์
ของชาวกรีกทั้งหลาย
และจงเริ่มกู่ร้องอย่างอาจหาญ
จงเจริญเถิด เสรีภาพจงเจริญ !

ภายในนั้นท่านได้อาศัยอยู่
ด้วยความขื่นขมและความเงียบเหงา
เพื่อรอเสียงอะไรบางอย่าง
ที่จะบอกให้ท่านกลับมา

กาลเวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ
ทุกอย่างนั้นก็คงยังเงียบอยู่
เพราะเงาเหล่าทรราชทั้งหลาย
ได้กดขี่และข่มขู่พวกเขา

โอ้ ! ท่านผู้โชคร้ายเอย
ท่านมีสิ่งปลอบใจแค่สิ่งเดียว
คือ อดีตอันรุ่งโรจน์
และท่านก็ร่ำไห้เมื่อนึกถึงมัน

นานมาแล้วที่เฝ้ารอ
เสียงเรียกอันกล้าหาญแห่งอิสรภาพ
แล้วท่านก็พนมมือขึ้นมา
ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น

แล้วท่านตะโกนออกมา : เมื่อใดกัน?
ที่ข้าจะสามารถเงยหน้าบนแผ่นดินร้างนี้ได้
คำตอบที่ได้มานั้นก็เหมือนเดิม
คือเสียงคร่ำครวญ โซ่ตรวนทั้งหลาย

แล้วดวงตาของเจ้าก็มองขึ้นไป
ซึ่งเต็มไปด้วยหยดน้ำตา
และบนเสื้อของท่านก็โผล่รอยคราบเลือด
จากหฤทัยของชนชาวกรีกทั้งปวง

หมายเหตุ

[แก้]
  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ verse

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
แหล่งรวบรวมข้อมูลและไฟล์เสียง
วีดิทัศน์