ประเทศเยอรมนีตะวันออก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เยอรมนีตะวันออก)
สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี
Deutsche Demokratische Republik
สาธารณรัฐคอมมิวนิสต์โดยพรรคเอกภาพสังคมนิยมเยอรมัน

พ.ศ. 24922533
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
เอาแฟร์สทันเดน เอาส์ รูอีเนน
"Auferstanden aus Ruinen"
เมืองหลวง เบอร์ลินตะวันออก
ภาษา ภาษาเยอรมัน
รัฐบาล รัฐบาลพรรคเดียวแบบ
มาร์กซิสต์-เลนินนิสต์
ยุคประวัติศาสตร์ สงครามเย็น
 -  เปลี่ยนระบอบการปกครอง 7 ตุลาคม พ.ศ. 2492
 -  ล่มสลายแล้วรวมเป็นประเทศเดียว 3 ตุลาคม 2533
พื้นที่
 -  พ.ศ. 2533 108,333 ตร.กม. (41,828 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  พ.ศ. 2533 ประมาณการ 16,111,000 
     ความหนาแน่น 148.7 คน/ตร.กม.  (385.2 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน มาร์ก

ประเทศเยอรมนีตะวันออก (อังกฤษ: East Germany) เป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (เยอรมัน: Deutsche Demokratische Republik - DDR; อังกฤษ: German Democratic Republic - GDR) ซึ่งเคยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ดำรงอยู่ในช่วง พ.ศ. 2492 - 2533 โดยเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเยอรมันที่ถูกปกครองโดยอดีตสหภาพโซเวียต หลังจากการยึดครองเยอรมนีของกองทัพโซเวียตสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีตะวันออกเป็นประเทศหนึ่งที่เข้าร่วมสนธิสัญญาวอร์ซอ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี รวมประเทศกับ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2533 เป็นสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศเยอรมนีตะวันออกมีเมืองหลวงคือ เบอร์ลินตะวันออก

เนื้อหา

ภูมิศาสตร์[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

ภาพตำรวจเยอรมนีตะวันออกยืนคุมสถานการณ์บริเวณประตูบรานเดนบวร์กก่อนการเปิดประตูในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.1989 (พ.ศ. 2532)

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบลง นาซีเยอรมันได้พ่ายแพ้และล่มสลาย ประเทศเยอรมนีได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยเยอรมนีตะวันตกและเบอร์ลินตะวันตกถูกปกครองโดย ฝรั่งเศส อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ส่วนเยอรมนีตะวันออกและเบอร์ลินตะวันออก ถูกครองโดย สหภาพโซเวียต ได้เป็นจุดเริ่มต้นของ สงครามเย็น เพราะสหภาพโซเวียตได้ให้ส่วนตะวันออกเป็นการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ทำให้เกิดการแยกประเทศ และก่อตั้งกำแพงเบอร์ลินเพื่อไม่ให้ประชาชนชาวเยอรมันตะวันออกหลบหนีไปยังฝั่งตะวันตก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1989 ตรงกับยุคที่ นายมีฮาอิล กอร์บาชอฟ เป็นประธานาธิบดีของสหภาพโซเวียต ได้มีการทดลองการปฏิรูปการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยทำให้นำไปสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเวลาต่อมา ในเยอรมนีตะวันออก ได้มีการชุมนุมประท้วงใหญ่อย่างสงบขึ้นโดยเฉพาะในเมือง โพสต์ดัม ไลพ์ซิจ และเดรสเดน เริ่มต้นในวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1989 และดำเนินเรื่อยมา เป็นเหตุให้รัฐบาลเยอรมนีตะวันออกได้รับความกดดันเป็นอย่างมาก จนกระทั่งได้มีการประกาศจากรัฐบาลตะวันออกว่า จะเปิดพรมแดนให้ชาวเยอรมันสามารถเดินทางผ่านแดนได้อย่างอิสระ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 ในวันดังกล่าวชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากได้มารวมตัวกัน ณ กำแพงเบอร์ลิน เพื่อข้ามผ่านแดนไปยังเบอร์ลินตะวันตกครั้งแรกในรอบ 28 ปี จึงถือเอาวันดังกล่าว เป็นวันล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1990 ชาวเยอรมันจำนวน 1.5 แสน ได้เดินขบวนที่เมืองไลพ์ซิกเพื่อเรียกร้องให้มีการรวมเยอรมนีทั้ง 2 ฝ่ายเข้าด้วยกัน จากนั้นเยอรมนีตะวันออกก็มีการเลือกตั้งเสรีเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี เมื่อได้นายกรัฐมนตรีใหม่แล้ว รัฐบาลเยอรมันทั้ง 2 ฝ่าย ก็ได้กำหนดตารางเวลาสำหรับการรวมประเทศด้านการเงิน เศรษฐกิจและสังคม หลังจากนั้นรัฐสภาของเยอรมนีตะวันออกได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนการรวมประเทศ และในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1990 ผู้แทนของรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาการรวมประเทศโดยเยอรมนีตะวันออกยอมให้เยอรมนีตะวันตกเป็นผู้บริหารทั้งประเทศ ทำให้ประเทศเยอรมนีกลับมาเป็นประเทศอธิปไตยหนึ่งเดียวอีกครั้ง

การเมืองการปกครอง[แก้]

กองทัพบก[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐบาลเยอรมนีตะวันออก

นิติบัญญัติ[แก้]

ตุลาการ[แก้]


เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง[แก้]

นโยบายต่างประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับมิตรประเทศในสนธิสัญญาวอร์ซอ[แก้]

ดูบทความหลักที่: สนธิสัญญาวอร์ซอ

ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก[แก้]

สหภาพยุโรป[แก้]

สหรัฐอเมริกา[แก้]

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย[แก้]

ความสัมพันธ์เยอรมนีตะวันออก – ไทย
Map indicating location of เยอรมนีตะวันออก and ไทย

เยอรมนีตะวันออก

ไทย

ด้านการทูต[แก้]

การค้าและเศรษฐกิจ[แก้]

การท่องเที่ยว[แก้]

กองทัพ[แก้]

ตราราชการของกองทัพประชาชนแห่งชาติที่ถูกนำมาใช้ในระหว่างปี 1956-1990

เยอรมนีตะวันออกมีกองทัพเป็นของตนเองคือ กองทัพประชาชนแห่งชาติ(National People's Army-Nationale Volksarmee-NVA)ถูกจัดตั้งโดยสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1956 ประกอบ ด้วยกองทัพบก(Landstreitkräfte der Nationalen Volksarmee - LaSK)กองทัพเรือ(Volksmarine - VM) กองทัพอากาศ(Luftstreitkräfte der Nationalen Volksarmee - LSK) และกองกำลังป้องกันชายแดน(Grenztruppen der DDR) อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพประชาชนแห่งชาติส่วนใหญ่ล้วนมาจากกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตทั้งสิ้น ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1990 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตและเยอรมนีตะวันออกได้รวมตัวกับเยอรมนีตะวันตก กองทัพประชาชนแห่งชาติได้ถูกยุบและรวมตัวกับกองทัพบุนเดซเวร์ กองทัพของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

ตราราชการของตำรวจเยอรมนีตะวันออกที่ถูกนำมาใช้ในระหว่างปี 1949-1990 (พ.ศ. 2492-2533)

เศรษฐกิจ[แก้]

เกษตรกรรม[แก้]

อุตสาหกรรม[แก้]

การท่องเที่ยว[แก้]

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

การคมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

คมนาคม[แก้]

โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

การศึกษา[แก้]

สาธารณสุข[แก้]

ประชากร[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

ภาษา[แก้]

ศาสนา[แก้]

เยอรมนีตะวันออกซึ่งเป็นประเทศรัฐระบอบคอมมิวนิสต์ซึ่งอยู่ภายใต้ของสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียตนั้นไม่มีการนับถือศาสนาอะไรเลย เนื่องจากศาสนาเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ได้ ดังนั้นเยอรมนีตะวันออกจึงไม่มีศาสนาประจำชาติแต่อย่างใด และประกาศห้ามไม่ให้ประชาชนในเยอรมนีตะวันออกนับถือศาสนา หากพบเห็นจะต้องได้รับโทษต่างๆเช่น ถูกขัง ถูกส่งไปใช้แรงงานในค่ายกักกัน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการปลูกฝังให้ชาวเยอรมนีตะวันออกไม่ให้นับศาสนาอีกด้วย แต่ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายและเยอรมนีตะวันออกรวมกับเยอรมนีตะวันตก นโยบายที่ห้ามนับถือศาสนาของเยอรมนีตะวันออกได้ถูกยกเลิกไปในที่สุด

กีฬา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมเยอรมัน

วรรณกรรม[แก้]

สถาปัตยกรรม[แก้]

อาหาร[แก้]

ดนตรี[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

สื่อสารมวลชน[แก้]

วันหยุด[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]