มาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ
Polish national anthem.jpg
โน๊ตเพลง"มาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ"

เพลงชาติของ โปแลนด์
ชื่ออื่น"Pieśń Legionów Polskich we Włoszech"
"เพลงของกองทหารชาวโปลในอิตาลี"
"Jeszcze Polska nie zginęła"
"โปแลนด์ยังไม่สูญสิ้น"
เนื้อร้องยูแซฟ วีบิสตกี, ค.ศ. 1797
ทำนองไม่ทราบผู้ประพันธ์เพลง (แต่ถูกเรียบเรียงโดย คาซีเมียร์ ซ๊โคสกี), คริสต์ทษวรรษที่ 1820
รับไปใช้ค.ศ. 1926; 96 ปีที่แล้ว (1926)
ตัวอย่างเสียง
"มาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ" (บรรเลง, ท่อนเดียว)

มาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ (โปแลนด์: Mazurek Dąbrowskiego [maˈzurɛɡ dɔmbrɔfˈskʲɛɡɔ] "บทเพลงมาเซอร์กาของดอมบรอฟสกี") เพลงนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ "เพลงของกองทหารชาวโปลในอิตาลี" (Pieśń Legionów Polskich we Włoszech [pʲɛɕɲ lɛˈgʲɔnuf ˈpɔlskiɣ vɛˈvwɔʂɛx]) และ "โปแลนด์ยังไม่สูญสิ้น" (Jeszcze Polska nie zginęła [jɛʂt͡ʂɛ ˈpɔlska ɲɛzɡiˈnɛwa])[a] เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐโปแลนด์

เพลงมาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ เป็นบทเพลงซึ่งนำมาจากทำนองของเพลงพื้นเมืองโปแลนด์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "มาเซอร์กา" ("Mazurka) โดยส่วนของเนื้อร้องนั้นเป็นผลงานการประพันธ์ของนายพลยูเซฟ วีบิตสกี (Józef Wybicki) เพลงนี้ได้แต่งขึ้นที่เมืองเรจโจเนลเลมีเลีย สาธารณรัฐซิแซลไพน์ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิตาลี) เมื่อประมาณวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1797 อันเป็นเวลาสองปีภายหลังการแบ่งแยกโปแลนด์ครั้งที่ 3 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ทำให้ประเทศโปแลนด์ทั้งหมดหายไปจากแผนที่โลก บทเพลงนี้แต่เดิมใช้เป็นเพลงปลุกขวัญของทหารภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลยาน เคนริค ดอมบรอฟสกี แห่งกองทหารต่างด้าวชาวโปลในกองทัพปฏิวัติฝรั่งเศสภายใต้การนำของนโปเลียน โบนาปาร์ต ซึ่งได้ยกทัพเข้าพิชิตดินแดนอิตาลีในครั้งนั้น ในเวลาต่อมาไม่นานเพลงนี้ก็ได้กลายเป็นเพลงปลุกใจของชาวโปลเพลงหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด

เนื้อหาของเพลงมาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอ แสดงออกถึงความคิดของชาวโปล ซึ่งแม้ว่าจะสูญสิ้นเอกราชทางการเมืองไปก็ตาม แต่โปแลนด์จะยังไม่สูญหายไป ตราบเท่าที่ประชาชนชาวโปลยังมีชีวิตอยู่และร่วมต่อสู้ภายใต้นามนั้น

จากความนิยมอย่างสูงของเพลงนี้ ทำให้ได้เกิดเพลงมาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งชาวโปลได้นำไปขับร้องเนื่องในวาระต่าง ๆ ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชนชาติอื่น ๆ ลุกขึ้นสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเพลง "เฮ สลาฟ" (Hey Slavs) ซึ่งเป็นเพลงปลุกใจของชาวสลาฟ ได้รับอิทธิพลในการประพันธ์มาจากเพลงมาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกออย่างมาก (ภายหลังได้มีการนำไปใช้เป็นเพลงชาติของอดีตประเทศยูโกสลาเวีย)

เมื่อประเทศโปแลนด์สามารถรวมตัวเป็นประเทศเอกราชได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 1918 เพลงมาซูแร็กดอมบรอฟสกีแยกอจึงได้กลายเป็นเพลงชาติโดยพฤตินัยของโปแลนด์ ต่อมาจึงได้มีการรับรองสถานะเป็นเพลงชาติโปลแลนด์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1926

เนื้อร้อง[แก้]

บทร้องต้นฉบับ[1]
(สะกดแบบปัจจุบัน)
บทร้องฉบับทางการ[2] สัทอักษรสากล (IPA) คำแปล

I
Jeszcze Polska nie umarła,
Kiedy my żyjemy
Co nam obca moc wydarła,
Szablą odbijemy.

Refren:
𝄆 Marsz, marsz, Dąbrowski
Do Polski z ziemi włoski
Za twoim przewodem
Złączym się z narodem. 𝄆

II
Przejdziem Wisłę, przejdziem Wartę
Będziem Polakami
Dał nam przykład Bonaparte
Jak zwyciężać mamy.

Refren:

III
Jak Czarniecki do Poznania
Wracał się przez morze
Dla ojczyzny ratowania
Po szwedzkim rozbiorze.

Refren:

IV
Już tam ojciec do swej Basi
Mówi zapłakany –
Słuchaj jeno, pono nasi
Biją w tarabany.

Refren:

V
Już tam ojciec do swej Basi
Mówi zapłakany
Słuchaj jeno, pono nasi
Biją w tarabany.

Refren:

VI
Na to wszystkich jedne głosy
Dosyć tej niewoli
Mamy racławickie kosy
Kościuszkę Bóg pozwoli.

Refren:

I
Jeszcze Polska nie zginęła,
Kiedy my żyjemy.
Co nam obca przemoc wzięła,
Szablą odbierzemy.

Refren:
𝄆 Marsz, marsz, Dąbrowski,
Z ziemi włoskiej do Polski.
Za twoim przewodem
Złączym się z narodem. 𝄆}

II
Przejdziem Wisłę, przejdziem Wartę,
Będziem Polakami.
Dał nam przykład Bonaparte,
Jak zwyciężać mamy.

Refren:

III
Jak Czarniecki do Poznania
Po szwedzkim zaborze,
Dla ojczyzny ratowania
Wrócim się przez morze.

Refren:

IV
Już tam ojciec do swej Basi
Mówi zapłakany –
Słuchaj jeno, pono nasi
Biją w tarabany.

Refren:

1
[ˈjɛʂ.t͡ʂɛ ˈpɔl.ska ɲɛ zɡʲi.ˈnɛ.wa]
[ˈkʲjɛ.dɨ mɨ ʐɨ.ˈjɛ.mɨ]
[t͡sɔ nam ˈɔp.t͡sa ˈpʂɛ.mɔt͡s ˈvʑɛ.wa]
[ˈʂab.lɔ̃ ˈɔd.bʲjɛ.ʐɛ.mɨ]}

[ˈrɛf.rɛn]
[marʂ marʐ‿dɔm.ˈbrɔf.skʲi]
[z‿ˈʑɛ.mʲi ˈvwɔs.kʲjɛj dɔ ˈpɔl.skʲi]
[za ˈtfɔ.im pʂɛ.ˈvɔ.dɛm]
[ˈzwɔn.t͡ʂɨm ɕɛ z‿na.ˈrɔ.dɛm]

2
[ˈpʂɛj.d͡ʑɛm ˈvis.wɛ ˈpʂɛj.d͡ʑɛm ˈvar.tɛ]
[ˈbɛɲ.d͡ʑɛm pɔ.la.ˈka.mi]
[daw nam ˈpʂɨ.kwad‿bɔ.na.ˈpar.tɛ]
[jag‿zvɨ.ˈt͡ɕɛw̃.ʐat͡ɕ ˈma.mɨ]

[ˈrɛf.rɛn]

3
[jak t͡ʂar.ˈɲɛt͡s.ki dɔ pɔ.ˈzna.ɲa]
[pɔ ˈʂfɛt͡s.kim za.ˈbɔ.ʐɛ]
[dla ɔj.ˈt͡ʂɨz.nɨ ra.tɔ.ˈva.ɲa]
[ˈvru.t͡ɕim ɕɛ pʂɛs ˈmɔ.ʐɛ]

[ˈrɛf.rɛn]

4
[juʂ tam ˈɔj.t͡ɕɛd͡z‿dɔ sfɛj ˈba.ɕi]
[ˈmu.vi za.pwaˈka.nɨ]
[ˈswu.xaj ˈjɛ.nɔ ˈpɔ.nɔ ˈna.ɕi]
[ˈbi.jɔw̃ f‿ta.ra.ˈba.nɨ]


[ˈrɛf.rɛn]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ซึ่งชื่อหลังเป็นการเรียกขานเพลงนี้ตามเนื้อร้องวรรคแรก

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ kuczyn
  2. "Ustawa z dnia 31 stycznia 1980 r. o godle, barwach i hymnie Rzeczypospolitej Polskiej oraz o pieczęciach państwowych – Dziennik Ustaw z 2005 r. Nr 235, poz. 2000" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2009-05-03. สืบค้นเมื่อ 2010-01-18.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]