เตี๊ยงก่อยกงเซิน
| Tiếng gọi thanh niên เตี๊ยงก่อยทัญเนียน ("เสียงเรียกถึงยุวชน") | |
|---|---|
| ข้อมูลเบื้องต้น | |
| เพลงประจำองค์กรของ | |
| บทร้อง | ฉบับที่ 1: (2484) Lưu Hữu Phước Mai Văn Bộ Ngô Đình Diệm (แก้ไขเนื้อร้อง พ.ศ. 2498) ฉบับที่ 2: (2486) Lê Khắc Thiền Đặng Ngọc Tốt ฉบับที่ 3: (2488) Hoàng Mai Lưu |
| ทำนอง | Lưu Hữu Phước |
| วันที่ประพันธ์ | พ.ศ. 2482 |
| ข้อมูลอื่นๆ | |
| ชื่อต้นฉบับ | Marche des Étudiants |
| ชื่ออื่น | Tiếng gọi thanh niên ("เสียงเรียกถึงยุวชน") Tiếng gọi sinh viên ("เสียงเรียกถึงนักศึกษา") Thanh niên hành khúc (มาร์ชเยาวชน) |
| ชื่ออื่น | Thanh niên hành khúc (มาร์ชเยาวชน) Công dân hành khúc (มาร์ชประชาชน) Quốc Ca Việt Nam Cộng Hòa (เพลงชาติสาธารณรัฐเวียดนาม) |
|---|---|
| เนื้อร้อง | ลืว หืว เฟื้อก, พ.ศ. 2482 |
| ทำนอง | ลืว หืว เฟื้อก, พ.ศ. 2482 |
| รับไปใช้ | พ.ศ. 2491 |
| เลิกใช้ | พ.ศ. 2518 |
| ตัวอย่างเสียง | |
เพลงชาติสาธารณรัฐเวียดนาม (ร้อง) | |
เตี๊ยงก่อยกงเซิน (เวียดนาม: Tiếng Gọi Công Dân) หมายถึง "เสียงเรียกถึงปวงชน" เป็นชื่อบทเพลงซึ่งประพันธ์ทั้งคำร้องและทำนองโดยลืว หืว เฟื้อก (Lưu Hữu Phước) ในอดีตเพลงนี้ได้ใช้เป็นเพลงชาติของประเทศเวียดนามใต้ (เวียดนาม: Quốc Ca Việt Nam Cộng Hòa) ระหว่าง พ.ศ. 2491 - 2518
ประวัติ
[แก้]บริบทการก่อกำเนิดบทเพลง
[แก้]ต้นกำเนิดของเพลงนี้ มีที่มาจากเพลง "La Marche des Étudiants" (แปลว่า "มาร์ชนักศึกษา") ซึ่งเป็นเพลงปลุกใจที่ลืว หืว เฟื้อก แต่งขึ้นทำนองขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2482 ขณะยังเป็นนักศึกษา โดย มาย วัน โบะ (Mai Văn Bộ) และเหงียน ทัญ เหงียน (Nguyễn Thành Nguyên) ประพันธ์คำร้องขึ้นเป็นภาษาฝรั่งเศส เพื่อใช้เป็นเพลงประจำสมาคมนักเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาเปตรุส เจื่อง วิญ กี (Trường Trung học Pétrus Trương Vĩnh Ký) ในเมืองไซง่อน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อประท้วงรัฐบาลอินโดจีนของฝรั่งเศส เพลงดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนนักศึกษาเวียดนามภาคใต้อย่างรวดเร็ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 สมัชชานักศึกษาแห่งอินโดจีน (Tổng hội Sinh viên Đông Dương) ได้เลือกใช้เพลงนี้เป็นเพลงประจำองค์กร โดยลืว หืว เฟื้อก ได้แก้ไขบทร้องใหม่ให้เป็นภาษาเวียดนามในชื่อ "Sinh Viên Hành Khúc" และมีบทร้องถึง 3 ฉบับ ดังนี้
เนื้อร้องฉบับที่ 1 ประพันธ์โดย มาย วัน โบะ และลืว หืว เฟื้อก เมื่อ พ.ศ. 2484 และใช้ขับร้องกันอย่างลับๆ จนถึงช่วง พ.ศ. 2488 หลังการสถาปนาสาธารณรัฐเวียดนามครั้งที่ 1 โง ดิ่ญ เสี่ยม ได้เอาบทร้องฉบับนี้มาแก้ไขบางส่วนโดยพลการและเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น "เตี๊ยงก่อยกงเซิน" ("Tiếng gọi công dân" หมายถึง "เสียงเรียกถึงปวงชน" เรียกอีกชื่อว่า "กงเซินหั่ญคุก" ("Công dân hành khúc") หมายถึง "มาร์ชประชาชน") เมื่อ พ.ศ. 2499[1]
เนื้อร้องฉบับที่ 2 มีชื่อว่า "เตี๊ยงก่อยทัญเนียน" ("Tiếng gọi thanh niên" - "เสียงเรียกถึงยุวชน") ประพันธ์โดย เล คัก เทียน (Lê Khắc Thiền) และดัง ง็อก โต๊ด (Đặng Ngọc Tốt) เมื่อปลายปี พ.ศ. 2484 เผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2486 และถูกรัฐบาลสั่งห้ามเผยแพร่หลังจากนั้น
เนื้อร้องฉบับที่ 3 ประพันธ์โดย เฮือง มาย ลืว (Hoàng Mai Lưu) เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 เผยแพร่ในช่วงเวลาก่อเกิดการลุกฮือเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488[2]
เสียงตอบรับและการตอบสนอง
[แก้]ในปี พ.ศ. 2488 ได้มีการก่อตั้งองค์กรแนวร่วมเยาวชน (Thanh niên Tiền phong) พร้อมทั้งกำหนดให้ใช้ธงสีเหลืองมีรูปดาวห้าแฉกสีแดงเป็นสัญลักษณ์ ได้มีการดัดแปลงบทร้องในเพลงนี้อีกเล็กน้อยและใช้เป็นเพลงประจำองค์กรอย่างเป็นทางการ โดยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เตี๊ยงก่อยทัญเนียน" ("Tiếng gọi thanh niên" - "เสียงเรียกถึงยุวชน") หรือ "ทัญเนียนหั่ญคุก" ("Thanh niên hành khúc" - "มาร์ชเยาวชน")
ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 รัฐบาลกลางเฉพาะกาลแห่งเวียดนามของประธานาธิบดีเหงียน วาน ซวน ได้เลือกเอาเพลง "เตี๊ยงก่อยทัญเนียน" มาปรับปรุง และประกาศใช้เป็นเพลงชาติเวียดนามเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2491 และตั้งชื่อใหม่ว่า "เตี๊ยงก่อยกงเซิน" ("Tiếng gọi công dân" เรียกอีกชื่อว่า "กงเซินหั่ญคุก" ("Công dân hành khúc") หมายถึง "มาร์ชประชาชน")[3] ถึงปี พ.ศ. 2499 หลังการสถาปนาสาธารณรัฐเวียดนามขึ้นเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการของเวียดนามใต้ วิทยุไซง่อนได้เอาเพลงนี้ไปดัดแปลงบทร้องบางส่วนโดยพลการ เพื่อใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐเวียดนาม
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ลืว หืว เฟื้อก ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงต้นฉบับ ได้แสดงท่าทีคัดค้านการนำเอาทำนองเพลงของเขาไปใช้เป็น "เพลงชาติ" ของระบอบการปกครองในไซง่อนก่อนปี พ.ศ. 2518 มาโดยตลอด[4] โดยนับตั้งแต่แรกเริ่มในปี พ.ศ. 2492 เขาได้ประท้วงการนำผลงานของเขาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างรุนแรงมาก และต่อมา ในช่วงที่เกิดการจับขั้วการเมืองเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ เขาก็ได้กล่าววิจารณ์อย่างสุภาพแต่รุนแรงจนถึงขั้นกล่าวเยาะเย้ยเกี่ยวกับการใช้บทเพลงนี้ผ่านการออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงจากฮานอย แต่ถึงอย่างนั้นฝ่ายเวียดนามใต้ก็ยังคงใช้เพลง "เตี๊ยงก่อยทัญเนียน" เป็นเพลงชาติโดยไม่สนใจความเห็นของผู้ประพันธ์แต่อย่างใด
ในปี พ.ศ. 2508 ลืว หืว เฟื้อก ได้กลับเข้าสู่สนามรบในภาคใต้อีกครั้งในฐานะรัฐมนตรีฝ่ายวัฒนธรรมของเวียดกง ในปีนี้เขาได้เขียนเพลง "สายฟ้องเหมี่ยนนาม" ("Giải phóng miền Nam" - "ปลดแอกภาคใต้") เพื่อปลุกระดมชาวเวียดนามใต้ให้ทำสงครามรวมชาติเวียดนามโดยเฉพาะ หลังจากนั้นเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลปฏิวัติเฉพาะกาลแห่งสาธารณรัฐเวียดนามใต้ โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองหลกนิญ (ก่อนปี พ.ศ. 2518 อยู่ในจังหวัดบิ่ญลอง ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดด่งนาย) ก็ได้มีการนำเอาเพลง "สายฟ้องเหมี่ยนนาม" มาใช้เป็นเพลงชาติของรัฐบาลเฉพาะกาลชุดนี้[5]
สถานะปัจจุบัน
[แก้]ปัจจุบันเพลง "เตี๊ยงก่อยกงเซิน" ยังคงเป็นที่นิยมขับร้องในหมู่ชาวเวียดนามที่ตกเป็นผู้ลี้ภัยสงครามเวียดนามในประเทศสหรัฐอเมริกา (และในประเทศอื่นๆ ที่เป็นถิ่นพำนักของผู้ลี้ภัย) โดยถือว่าเป็นเพลงของประเทศเวียดนามเสรี (Anthem of Free Vietnam) ส่วนในประเทศเวียดนามนั้น แม้ทำนองของเพลงดังกล่าวจะเคยเป็นเพลงชาติเวียดนามใต้มาก่อน แต่ก็ยังคงมีการขับร้องด้วยบทร้องอื่นๆ ที่ประพันธ์ขึ้นก่อนหน้านั้น โดยถือว่าบทเพลงพร้อมเนื้อร้องเหล่านั้นเป็นเพลงปฏิวัติ
บทร้อง
[แก้]La Marche des Étudiants – มาร์ชนักศึกษา (1939)
[แก้]| ภาษาฝรั่งเศส | คำแปล |
|
Étudiants! Du sol l'appel tenace Te servir, chère Indochine, |
เหล่านักศึกษา! แผ่นดินได้ส่งเสียงเรียกร้อง เราขอรับใช้ อินโดจีนที่รักยิ่ง |
Tiếng Gọi Thanh Niên – เสียงเรียกถึงยุวชน
[แก้]
I.
- Này anh em ơi tiến lên đến ngày giải phóng
- Đồng lòng cùng nhau ra đi sá gì thân sống
- Cùng nhau ta tuốt gươm, cùng nhau ta đứng lên
- Thù kia chưa trả xong thì ta luôn cố bền.
- Lầm than bao năm ta đau khổ biết mấy
- Vàng đá gấm vóc loài muông thú cướp lấy
- Loài nó, chúng lấy máu đào chúng ta
- Làm ta gian nan cửa nhà tan rã
- Bầu máu nhắc tới nó càng thêm nóng sôi
- Ta quyết thề phá tan quân dã man rồi.
(Điệp khúc)
- Vung gươm lên ta quyết đi tới cùng
- Vung gươm lên ta thề đem hết lòng
- Tiến lên đồng tiến sá chi đời sống
- Chớ quên rằng ta là giống Lạc Hồng.
II.
- Này sinh viên ơi đứng lên đáp lời sông núi
- Đồng lòng cùng đi đi đi mở đường khai lối
- Kìa non sông nước xưa, truyền muôn năm chớ quên
- Nào anh em Bắc Nam cùng nhau ta kết đoàn.
- Hồn thanh xuân như gương trong sáng
- Đừng tiếc máu nóng tài xin ráng
- Thời khó thế khó khó làm yếu ta
- Dù muôn chông gai vững lòng chi sá
- Đường mới kíp phóng mắt nhìn xa bốn phương
- Tung cánh hồn thiếu niên ai đó can trường.
(Điệp khúc)
- Sinh viên ơi mau tiến lên dưới cờ
- Anh em ơi quật cường nay đến giờ
- Tiến lên cùng tiến gió tung nguồn sống
- Cháy trong lòng ta ngàn mớ lửa hồng.
III.
- Này thanh niên ơi, tiến lên đến ngày giải phóng
- Đồng lòng cùng đi đi đi sá gì thân sống
- Nhìn non sông nát tan thù nung tâm chí cao
- Nhìn muôn dân khóc than, hờn sôi trong máu đào.
- Liều thân xông pha ta tranh đấu
- Cờ nghĩa phấp phới vàng pha máu
- Cùng tiến quét hết những loài dã man
- Hầu đem quê hương thoát vòng u ám
- Thề quyết lấy máu nóng mà rửa oán chung
- Muôn thuở vì núi sông nêu tiếng anh hùng.
(Điệp khúc)
- Anh em ơi mau tiến lên dưới cờ
- Sinh viên ơi quật cường nay đến giờ
- Tiến lên cùng tiến gió tung nguồn sống
- Cháy trong lòng ta ngàn mớ lửa hồng.
Thanh Niên Hành Khúc – มาร์ชเยาวชน (ค.ศ. 1948-1956)
[แก้]
| ภาษาเวียดนาม | คำแปล |
|
Này thanh niên ơi! Tiến lên đến ngày giải phóng. |
แน่ะเยาวชนเอ๋ย! เดินหน้าสู่การปลดแอกกันเถิด |
- หมายเหตุ: National Anthems of the World (2nd and revised ed.), 1963.
Tiếng Gọi Công Dân – เสียงเรียกถึงปวงชน (ค.ศ. 1956-1975)
[แก้]
| ภาษาเวียดนาม | คำแปล |
|
Này công dân ơi! Quốc gia đến ngày giải phóng.[6] |
แน่ะปวงชนเอ๋ย! ประเทศชาติถึงวันแห่งการปลดแอกแล้ว |
เชิงอรรถและอ้างอิง
[แก้]- ↑ Ben Cahoon, Quang Hong, Le Phan Huu Bang, Huynh Ba Thanh. "South Vietnam Anthem (1948-1975)". nationalanthems.info.
{{cite web}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "Tiếng gọi thanh niên".
- ↑ Đình Hoà Nguyễn (1999). From the City Inside the Red River: A Cultural Memoir of Mid-Century Vietnam. Page 100. "Lưu Hữu-Phước, Mai Văn-Bộ, and Nguyễn Thành-Nguyên, the three medical students who shared living quarters on Wiele ... The first of these songs, composed in 1943, had a stirring rhythm and was quickly adopted as the official march of ..."
- ↑ "Hồi ký tướng tá Sài Gòn xuất bản ở hải ngoại (P6)". Nghiên cứu quốc tế. สืบค้นเมื่อ 2020-01-20.
- ↑ Sửa lời Quốc ca: Hy hữu Lưu Hữu Phước "Ngay từ năm 1949, nhạc sĩ Lưu Hữu Phước đã có đơn thư kịch liệt phản đối và sau này trong thời gian tập kết ngày Bắc đêm Nam, từ thủ đô Hà Nội, tiếng nói của nhạc sĩ trên làn sóng điện Đài Tiếng nói Việt Nam liên tục những lời nặng tiếng nhẹ bác bỏ kể cả giễu cợt này khác nhưng Tiếng gọi thanh niên của ông vẫn cứ bị người bên kia chiến tuyến sử dụng vào một mục đích khác!"
- ↑ ปัจจุบันชาวเวียดนามพลัดถิ่นซึ่งมีรากเหง้าเดิมเป็นชาวประเทศเวียดนามใต้ส่วนมาก มักเปลี่ยนเนื้อร้องในวรรคนี้เป็น Này công dân ơi! Đứng lên đáp lời sông núi. (แน่ะปวงชนเอ๋ย! จงลุกขึ้นตามเสียงเรียกร้องของชาติ)
ดูเพิ่ม
[แก้]- Đăng đàn cung - เพลงชาติราชวงศ์เหงียน
- เตี๊ยนเกวินกา - เพลงชาติเวียดนามเหนือ และ เพลงชาติเวียดนามหลังการรวมชาติใน พ.ศ. 2519
- สายฟ้องเหมี่ยนนาม - เพลงชาติเวียดนามใต้ภายใต้การปกครองของเวียดกง ก่อนการรวมชาติโดยสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2519
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- "Ethnic Music" Room เก็บถาวร 2004-12-31 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (“Words” is Japanese version only.)
- Quốc kỳ, Quốc ca (Vietnamese language only.)
- Thanh niên Hành Khúc, First Version
- Thanh niên Hành Khúc, Second Version
- Vietnamese Canadian Federation เก็บถาวร 2008-05-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Tải xuống bài hát