ข้ามไปเนื้อหา

เจ้าคณะภาค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าคณะภาค
จวนวัดราษฎร์, วัดพระอารามหลวง
ผู้แต่งตั้งพระมหากษัตริย์ โดยพระราชดำริ
สมเด็จพระสังฆราช โดยพระบัญชา
มหาเถรสมาคม โดยมีมติเห็นชอบ
เจ้าคณะใหญ่แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค
วาระ4 ปี หรือเกษียณอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์
เงินตอบแทน17,100 บาท[1]

เจ้าคณะภาค เป็นตำแหน่งพระสังฆาธิการ ระดับปกครองรองลงมาจากเจ้าคณะใหญ่ แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชดำริ หรือโดยคำแนะนำของสมเด็จพระสังฆราช และสมเด็จพระสังฆราชจะทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งอนุวัตรตามพระราชดำรินั้น โดยผ่านมติการเห็นชอบของมหาเถรสมาคม มีอำนาจหน้าที่การปกครองตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคม ในเขตภาคกลุ่มจังหวัดของตน เจ้าคณะภาค คือ พระสังฆาธิการผู้ปกครองคณะสงฆ์ระดับภาค[2]

อำนาจหน้าที่

[แก้]

ข้อ 10 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ กำหนดให้เจ้าคณะภาคมีอำนาจหน้าที่การปกครองคณะสงฆ์ในเขตภาคของตน ดังนี้[3]

  1. ดำเนินการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
  2. ควบคุมและส่งเสริมการรักษาความเรียบร้อยดีงาม การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ ให้ดำเนินไปด้วยดี
  3. วินิจฉัยการลงนิคหกรรม วินิจฉัยข้ออุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยชั้นจังหวัด
  4. แก้ไขข้อขัดข้องของเจ้าคณะจังหวัดให้เป็นไปโดยชอบ
  5. ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าคณะและเจ้าอาวาส ตลอดถึงพระภิกษุสามเณรผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรืออยู่ในเขตปกครองของตน และชี้แจงแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อยู่ในบังคับบัญชา ให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย
  6. ตรวจการและประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองของตน

คุณสมบัติ

[แก้]

ข้อ 6 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ กำหนดให้พระภิกษุผู้จะดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังต่อไปนี้[4]

  1. มีพรรษาสมควรแก่ตำแหน่ง
  2. มีความรู้สมควรแก่ตำแหน่ง
  3. มีความประพฤติเรียบร้อยตามพระธรรมวินัย
  4. เป็นผู้ฉลาดสามารถในการปกครองคณะสงฆ์
  5. ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือมีจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคเรื้อน หรือเป็นวัณโรคในระยะอันตรายจนเป็นที่น่ารังเกียจ
  6. ไม่เคยต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน
  7. ไม่เคยถูกถอดถอนหรือถูกปลดจากตำแหน่งใด เพราะความผิดมาก่อน

และในข้อ 10 ได้กำหนดให้พระภิกษุผู้จะดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ต้องมีคุณสมบัติโดยเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง ดังนี้

  1. มีพรรษา 20 พรรษาขึ้นไป และ
  2. กำลังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาคนั้นมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 ปี หรือ
  3. กำลังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ในภาคนั้น ไม่ต่ำกว่า 4 ปี หรือ
  4. มีสมณศักดิ์ไม่ต่ำกว่าพระราชาคณะชั้นเทพ หรือ
  5. เป็นพระราชาคณะซึ่งเป็นพระคณาจารย์เอก หรือเป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค
  6. ในกรณีที่คัดเลือกพระภิกษุผู้มีคุณสมบัติขั้นต้นไม่ได้หรือได้แต่ไม่เหมาะสม มหาเถรสมาคมอาจผ่อนผันได้

การแต่งตั้งและถอดถอน

[แก้]

การแต่งตั้ง

[แก้]

เมื่อได้ดําเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมแล้ว ให้เสนอ มหาเถรสมาคมพิจารณา จากนั้นให้สมเด็จพระสังฆราชในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคมเสนอไปยังราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อมีพระราชดําริ เป็นประการใด (โดยอาจต่างไปจากมติมหาเถรสมาคม) ให้มหาเถรสมาคมมีมติให้มีพระบัญชาตั้งตามพระราชดํารินั้น แล้วให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

การถอดถอน

[แก้]

เมื่อได้ดําเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมแล้ว ให้เสนอมหาเถรสมาคมพิจารณา จากนั้นให้สมเด็จพระสังฆราชในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคมเสนอไปยัง ราชเลขานุการในพระองค์เพื่อนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อมีพระราชดําริเป็นประการใด ให้มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบโดยอนุวัตตามพระราชดํารินั้น แล้วจึงจะดําเนินการต่อไปได้ และให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

เขตปกครอง

[แก้]

การแบ่งเขตปกครองภาค

[แก้]

ตามข้อ 4 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) ว่าด้วยอำนาจและเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค กำหนดให้มีจำนวนภาค 18 ภาค และให้รวมเขตปกครองจังหวัดต่าง ๆ เป็นเขตปกครองภาค ดังต่อไปนี้[5]

คณะสงฆ์ จำนวนจังหวัด จังหวัดในเขตปกครอง
ภาค 1 4 จังหวัดกรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ
ภาค 2 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี
ภาค 3 4 จังหวัดลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี
ภาค 4 4 จังหวัดนครสวรรค์, กำแพงเพชร, พิจิตร, เพชรบูรณ์
ภาค 5 4 จังหวัดสุโขทัย, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ตาก
ภาค 6 5 จังหวัดลำปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน
ภาค 7 3 จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
ภาค 8 6 จังหวัดอุดรธานี, หนองคาย, เลย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ
ภาค 9 4 จังหวัดขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด
ภาค 10 6 จังหวัดอุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครพนม, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ
ภาค 11 4 จังหวัดนครราชสีมา, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, สุรินทร์
ภาค 12 4 จังหวัดปราจีนบุรี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว
ภาค 13 4 จังหวัดชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
ภาค 14 4 จังหวัดนครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรสาคร
ภาค 15 4 จังหวัดราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์
ภาค 16 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชุมพร, สุราษฏร์ธานี
ภาค 17 5 จังหวัดภูเก็ต, ตรัง, กระบี่, พังงา, ระนอง
ภาค 18 6 จังหวัดสงขลา, พัทลุง, สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส

การรวมเขตภาคในคณะธรรมยุต

[แก้]

ในคณะธรรมยุตกำหนดให้เขตภาคบางเขตอยู่ใต้การปกครองของเจ้าคณะภาครูปเดียวกัน ดังนี้[6]

ลำดับที่ภาคที่มีเจ้าคณะภาครูปเดียวกันจำนวนจังหวัดในเขตปกครอง
1ภาค 1, ภาค 2, ภาค 39 จังหวัด 24 เขต/อำเภอ 50 แขวง/ตำบล
2ภาค 4, ภาค 55 จังหวัด 21 อำเภอ 69 ตำบล
3ภาค 6, ภาค 78 จังหวัด 103 อำเภอ 769 ตำบล
4ภาค 85 จังหวัด 48 อำเภอ 206 ตำบล
5ภาค 94 จังหวัด 38 อำเภอ 150 ตำบล
6ภาค 106 จังหวัด 28 อำเภอ 106 ตำบล
7ภาค 114 จังหวัด 20 อำเภอ 78 ตำบล
8ภาค 12, ภาค 137 จังหวัด อำเภอ ตำบล
9ภาค 14, ภาค 156 จังหวัด 8 อำเภอ 18 ตำบล
10ภาค 163 จังหวัด อำเภอ ตำบล
11ภาค 17, ภาค 184 จังหวัด 22 อำเภอ 34 ตำบล

รายนาม

[แก้]

ฝ่ายมหานิกาย

[แก้]
ตำแหน่ง/ภาครายนามเจ้าคณะภาควัดจังหวัดจังหวัดในเขตปกครอง
เจ้าคณะภาค 1พระธรรมวชิรเมธี (มีชัย วีรปญฺโญ ป.ธ.9)[7]วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ
รองเจ้าคณะภาค 1พระราชวชิรรังษี (ขวัญชัย นิติสาโร ป.ธ.9)วัดหนังราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 2พระธรรมโพธิมงคล (สมควร ปิยสีโล ป.ธ.9)[8]วัดนิมมานรดี พระอารามหลวงกรุงเทพมหานครพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี
รองเจ้าคณะภาค 2พระเมธีวราภรณ์ (เชิดชัย กตปุญโญ ป.ธ.9)วัดพนัญเชิงวรวิหารพระนครศรีอยุธยา
เจ้าคณะภาค 3พระพรหมกวี (พงศ์สันต์ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9)[8]วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารกรุงเทพมหานครลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี
รองเจ้าคณะภาค 3พระราชปริยัติสุธี (ชลอ ปิยาจาโร ป.ธ.9)วัดธรรมามูลวรวิหารชัยนาท
เจ้าคณะภาค 4พระพรหมวัชรวิสุทธิ์ (อดุลย์ อมโร ป.ธ.8)[8]วัดคูยาง พระอารามหลวงกำแพงเพชรนครสวรรค์, กำแพงเพชร, พิจิตร, เพชรบูรณ์
รองเจ้าคณะภาค 4พระธรรมวชิรโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต ป.ธ.8)วัดยานนาวา พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 5 พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9)[8]วัดปากน้ำ พระอารามหลวงกรุงเทพมหานครสุโขทัย, พิษณุโลก, อุตรดิตถุ์, ตาก
รองเจ้าคณะภาค 5พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ ป.ธ.9)วัดปากน้ำ พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 6พระธรรมวชิโรดม (พล อาภากโร ป.ธ.9)[8]วัดสังเวชวิศยารามวรวิหารกรุงเทพมหานครลำปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน
รองเจ้าคณะภาค 6พระอุดมบัณฑิต (สมศักดิ์ สุทฺธิญาณเมธี ป.ธ.9)วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 7พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ ป.ธ.7)[8]วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารเชียงใหม่เชียงใหม่, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน
รองเจ้าคณะภาค 7พระธรรมวชิรปัญญาจารย์ (เทียบ สิริญาโณ ป.ธ.9)วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 8พระธรรมวชิรนายก (ปรีชา อภิวณฺโณ ป.ธ.9)[8]วัดราชบุรณราชวรวิหารกรุงเทพมหานครอุดรธานี, หนองคาย, เลย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ
รองเจ้าคณะภาค 8พระเทพวัชรธรรมภาณี (วิชา อภิปญฺโญ ป.ธ.7)วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 9พระธรรมวชิรดิลก (แสงทอง อริยเมธี ป.ธ.9)[8]วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารกรุงเทพมหานครขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด
รองเจ้าคณะภาค 9พระราชวชิรเมธี (กวิพัฒน์ สุขเมธี ป.ธ.9)วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 10พระพรหมวชิโรดม (สุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.9)[8]วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานครอุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, นครพนม, ยโสธร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ
รองเจ้าคณะภาค 10พระเทพวชิราภรณ์ (โสรัจจ์ มหาโสรจฺโจ ป.ธ.9)วัดสวนพลูกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 11พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ ป.ธ.9)[8]วัดสระเกศราชวรมหาวิหารกรุงเทพมหานครนครราชสีมา, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, สุรินทร์
รองเจ้าคณะภาค 11พระธรรมวชิรคณี (แผ่ว ปรกฺกโม ป.ธ.9)วัดเทพธิดารามวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 12พระเทพวชิรโสภณ (สุรพล ชิตญาโณ ป.ธ.9)[8]วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารกรุงเทพมหานครปราจีนบุรี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว
รองเจ้าคณะภาค 12พระราชวชิรสารเวที (สนอง อนุภทฺโท ป.ธ.9)วัดบางนาใน พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 13พระพรหมวชิราทร (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9)[8]วัดเทวราชกุญชรวรวิหารกรุงเทพมหานครชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
รองเจ้าคณะภาค 13พระราชปัญญาโสภณ (พิชิตชัย อภิชโย ป.ธ.7)วัดบพิตรพิมุขวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 14พระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ.7)
(ผู้รักษาการแทน)
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารกรุงเทพมหานครนครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรสาคร
รองเจ้าคณะภาค 14-ว่าง-[9]-ว่าง--ว่าง-
เจ้าคณะภาค 15พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ (ละเอียด สุทนฺโต)[8]วัดคลองวาฬ พระอารามหลวงประจวบคีรีขันธ์ราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์
รองเจ้าคณะภาค 15พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ)วัดหนองหอย พระอารามหลวงราชบุรี
เจ้าคณะภาค 16พระพรหมวชิรเมธาจารย์ (พงศ์สรร อสิญาโณ ป.ธ.9)[8]วัดไตรธรรมาราม พระอารามหลวงสุราษฏร์ธานีนครศรีธรรมราช, ชุมพร, สุราษฏร์ธานี
รองเจ้าคณะภาค 16พระศรีวัชรนาถมุนี (บุญช่วย ปคุโณ ป.ธ.9)วัดโคกกะฐินนครศรีธรรมราช
เจ้าคณะภาค 17พระธรรมวชิราธิบดี (ฉ่ำ ปุญฺญชโย ป.ธ.9)[8]วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานครภูเก็ต, ตรัง, กระบี่, พังงา, ระนอง
รองเจ้าคณะภาค 17พระเทพวชิรากร (พิศาล ปุรินฺทโก)วัดมหาธาตฺวชิรมงคล พระอารามหลวงกระบี่
เจ้าคณะภาค 18พระธรรมวชิรเวที (เก้าเอก อุตฺตมชาโต ป.ธ.9)[8]วัดดุสิดารามวรวิหารกรุงเทพมหานครสงขลา, พัทลุง, สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส
รองเจ้าคณะภาค 18พระราชวัชรญาณโมลี (ชรัช อุชุจาโร ป.ธ.6)วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวงปัตตานี

ฝ่ายธรรมยุต

[แก้]
ตำแหน่ง/ภาครายนามเจ้าคณะภาควัดจังหวัดจังหวัดในเขตปกครอง
เจ้าคณะภาค 1-2-3พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ (สมคิด จินฺตามโย ป.ธ.5)[8]วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, อุทัยธานี
รองเจ้าคณะภาค 1-2-3พระเทพวชิรกิตติ (กิตติชัย อภิชโย ป.ธ.5)วัดโสมนัสราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 4-5พระเทพพัชรบัณฑิต (ถนอม ปณฺฑิโต ป.ธ.6)[8]วัดสนธิกรประชารามเพชรบูรณ์นครสวรรค์, กำแพงเพชร-พิจิตร, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก
รองเจ้าคณะภาค 4-5พระเทพวัชรปรีชาญาณ (สมจิตต์ อธิจิตฺโต ป.ธ.4)วัดบวรนิเวศราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 6-7พระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร)วัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง[8]เชียงใหม่ลำปาง-แพร่, พะเยา-น่าน, เชียงราย, เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน
รองเจ้าคณะภาค 6-7พระเทพวัชรเมธี (ปราโมทย์ นาควํโส ป.ธ.4)วัดสัมพันธวงศารามวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 8พระธรรมวชิรญาณโสภณ (ม.ล.คิวปิด ปิยโรจโน ป.ธ.6)[8]วัดบวรนิเวศราชวรวิหารกรุงเทพมหานครอุดรธานี, เลย, หนองคาย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ
รองเจ้าคณะภาค 8พระอมรมุนี (ชูชาติ โชติธมฺโม ป.ธ.9)วัดนรนาถสุนทริการาม พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 9พระเทพสิริวัชร์ (วราวุฒิ วรวุฑฺโฒ ป.ธ.7)[8]วัดสัมมาชัญญาวาสกรุงเทพมหานครขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด
รองเจ้าคณะภาค 9พระราชวัชรปัญญาเมธี (สุภาพ สุภาโว ป.ธ.9)วัดปทุมวนารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 10พระราชบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)[8]วัดธาตุทอง พระอารามหลวงกรุงเทพมหานครอุบลราชธานี, ยโสธร, ศรีสะเกษ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ
รองเจ้าคณะภาค 10พระศรีปริยัติมงคล (นิยม กิตฺติเมธี ป.ธ.9)วัดลำผักชีกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 11พระเทพวชิรเมธาจารย์ (บุญร่วม อตฺถกาโม ป.ธ.9)[8] วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหารกรุงเทพมหานครนครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์
รองเจ้าคณะภาค 11พระศรีธรรมวงศาจารย์ (ไพโรจน์ ฐิตโชโต ป.ธ.9)วัดป่าศรัทธารวมนครราชสีมา
เจ้าคณะภาค 12-13พระธรรมวชิรปาโมกข์ (ธนู วรธนุ ป.ธ.4)[8]วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารกรุงเทพมหานครปราจีนบุรี, สระแก้ว, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
รองเจ้าคณะภาค 12-13พระปรีชามงคลญาณ (ปรีชา วฑฺฒนชโย ป.ธ.9)วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 14-15พระราชวชิรมงคลเมธี (วิชาญ กลฺยาณธมฺโม ป.ธ.9) (ผู้รักษาการ)วัดจันทน์กะพ้อ พระอารามหลวงปทุมธานีนครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรสาคร, ราชบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์
รองเจ้าคณะภาค 14-15---
เจ้าคณะภาค 16พระเทพสิริวชิรเวที (ไมตรี ปภารตโน ป.ธ.4)[8]วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราชนครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร
รองเจ้าคณะภาค 16พระศรีวิสุทธิญาณ (เนรมิต ธมฺมวีโร ป.ธ.9)วัดราชาธิวาสราชวรวิหารกรุงเทพมหานคร
เจ้าคณะภาค 17-18พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9)[8]วัดราชาธิวาสราชวรวิหารกรุงเทพมหานครภูเก็ต-กระบี่-ตรัง, พังงา-ระนอง, สงขลา-สตูล, พัทลุง, ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส
รองเจ้าคณะภาค 17-18พระราชสุทธิวชิรเมธี (ชัยยันต์ จตฺตาลโย ป.ธ.5)วัดบุรณศิริมาตยาราม พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร

การถอดถอน

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "บัญชีนิตยภัต ฉบับปรับปรุงใหม่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2554 เป็นต้นไป". สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต. 27 เมษายน 2555. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-06-18. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2560. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  2. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. พิมพ์ครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556. 335 หน้า. ISBN 978-616-7073-80-4
  3. "กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์". วัดโมลีโลกยาราม. 2553. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2560. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  4. "กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ". วัดโมลีโลกยาราม. 2553. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2560. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  5. "กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) ว่าด้วยอำนาจและเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค". วัดโมลีโลกยาราม. 2553. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2560. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  6. "มติมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 เรื่อง ขออนุมัติแบ่งเขตการปกครองระดับภาคของคณะธรรมยุต" (PDF). สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม. 26 มกราคม 2564. สืบค้นเมื่อ 28 มกราคม 2564. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |access-date= (help)[ลิงก์เสีย]
  7. "มติมหาเถรสมาคม ที่ 312/2568 เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งเจ้าคณะภาค" (pdf). สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม. 10 เมษายน 2568. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |access-date= (help) อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "name":4"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name
  8. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :4
  9. เนื่องจากพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร ป.ธ.3) ได้รับคำสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะภาค 14