เทศบาลตำบลแสลงโทน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เทศบาลตำบลแสลงโทน
Sa.jpg
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรีนายสมปอง วิชัยรัมย์
ประชากร (2562)
 • ทั้งหมด6,199 [1]
 • ความหนาแน่น170 คน/ตร.กม. (400 คน/ตร.ไมล์)
โทรศัพท์044-196056
โทรสาร044-196051
เว็บไซต์www.salaengthon.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

สำนักงานเทศบาลตำบลแสลงโทน

เทศบาลตำบลแสลงโทน เป็นเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ทางด้านทิศเหนือของอำเภอประโคนชัย เดิมเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบสภาตำบลเรียกว่า "สภาตำบลแสลงโทน" จัดตั้งครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2513 ต่อมาได้เลื่อนฐานะจากสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล และได้รับการยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบลในวันที่ 18 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นมา[2]

ประวัติ[แก้]

ยุคแรก[แก้]

ภาพถ่ายทางอากาศแสลงโทน

บ้านแสลงโทน เป็นเมืองที่มีการอาศัยตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือราวประมาณ 2,000 - 1,500 ปี และมีการทิ้งร้างไประยะหนึ่ง จึงมีชุมชนในละแวกใกล้เคียงเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยซ้อนทับชุมชนเมืองโบราณเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2478 เริ่มมีการศึกษาจากกรมศิลปากร จากภาพถ่ายทางอากาศเมืองโบราณแสลงโทนมีรูปวงกลมรี มีกำแพงดินและคูเมืองกั้นล้อมรอบเป็นกำแพงเมือง 3 ชั้น ปัจจุบันเหลือเพียงชั้นเดียว และยังพบหลักฐานต่างๆทางโบราณคดี เช่น ใบเสมาในเขตเมืองโบราณแสลงโทน ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่มคือ ภายในกำแพงเมือง 2 กลุ่ม ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อแสลงโทน และโคกพระนอนหน้าโรงพักตำรวจ ส่วนอีกกลุ่มอยู่นอกคูเมืองด้านทิศเหนือ ลักษณะใบเสมาทั้ง 3 กลุ่มเป็นหินทรายสีขาวและแดงแบบรูปทรงธรรมชาติ ปักกระจายทั่วบริเวณหนึ่ง โดยไม่กำหนดทิศทางมีทั้งที่ปักคู่และปักเดี่ยว และยังพบหินศิลาแลง หินทรายสีชมพูในบริเวณศาลเจ้าพ่อแสลงโทนและโคกพระนอนหน้าโรงพักตำรวจ และพระพุทธรูป เทวรูปเก่า ไหบรรจุโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และเศษภาชนะดินเผา เป็นต้น

จากหลักฐานร่องรอยที่ปรากฏ เมื่อเทียบเคียงเอกสารทางวิชาการและเมืองต่างในแถบประเทศไทยที่รับธิพลวัฒนธรรมทวารวดี ทำให้สันนิษฐานได้ว่าบ้านแสลงโทน เป็นเมืองโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 หรือ ประมาณ 2,000 - 1,500 ปี มาแล้ว และถูกทิ้งร้างไป (อ้างอิงจากกรมศิลปากร. 2532. "แผนที่ทางโบราณคดีจังหวัดบุรีรัมย์". มปท. หน้า 97) และ (วารสารบทความทางวิชาการ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปกร) [3] [4]

ส่วนที่มาของชื่อ "แสลงโทน" ไม่ปรากฏหลักฐานทราบแน่ชัด น่าจะเป็นการเรียกชื่อภายหลังจากเริ่มมีคนต่างถิ่นเข้ามาตั้งถิ่นฐานทับซ้อนเมืองโบราณเดิม โดยลักษณะชื่อ "แสลงโทน" นั้น จึงสันนิษฐานและศึกษาเปรียบเทียบกับชุมชนโดยรอบบริเวณนี้ ปรากฏว่ามาจากการตั้งชื่อตามต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่ชุมชนบริเวณนั้นๆ ตั้งถิ่นฐานอยู่ ซึ่งคำว่า "แสลงโทน" ก็น่าจะมาจากคำว่า "แสลง" คือต้นไม้ชนิดหนึ่ง คือ ต้นแสลง ที่มีมากในบริเวณพื้นที่ของสมัยนั้น และคำว่า "โทน" อาจะเป็นคำเติมในภายหลัง

ยุคปัจจุบัน[แก้]

เดิมตำบลแสลงโทน เมื่อปี พ.ศ. 2443 ขึ้นกับตำบลบ้านไทร ต่อมาเมื่อ 29 กันยายน 2513 ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่การปกครองใหม่ จึงแยกพื้นที่บ้านแสลงโทน บ้านสี่เหลี่ยม(ปัจจุบันพื้นที่ ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย) และบ้านสำโรง(ปัจจุบันพื้นที่ ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย) จัดตั้งขึ้นใหม่เป็นตำบลแสลงโทน และต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีนโยบายที่จะจัดตั้งกิ่งอำเภอแสลงโทนขึ้น จึงแยกบ้านสี่เหลี่ยม และบ้านสำโรง จัดตั้งขึ้นเป็นตำบล เพื่อรองรับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ แต่ก็ถูกล้มเลิกไป เนื่องจากมีประชาชนบางตำบลคัดค้าน และเป็นผลทำให้เกิดการจัดตั้งอำเภอพลับพลาชัย ขึ้นแทนในปัจจุบัน ตำบลแสลงโทน จึงมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอประโคนชัย ตั้งแต่นั้นมา

ลักษณะภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้งภูมิประเทศ[แก้]

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีลักษณะพื้นที่เป็นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม โดยลาดเอียงจากทิศเหนือลงไปทิศใต้ สภาพทั่วไปเป็นดินร่วนปนทราย โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 150 – 180 เมตร และพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ไปทางทิศเหนือประมาณ 19 กิโลเมตร และห่างตัวจังหวัดบุรีรัมย์ไปทางทิศใต้ ตามทางหลวง หมายเลข 2445 ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 36.45 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขต[แก้]

การปกครอง[แก้]

ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน ได้แก่

  • หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน
  • หมู่ที่ 2 บ้านแสลงโทน
  • หมู่ที่ 3 บ้านแสลงโทน
  • หมู่ที่ 4 บ้านแสลงโทน
  • หมู่ที่ 5 บ้านหนองบอน
  • หมู่ที่ 6 บ้านแสลงโทน
  • หมู่ที่ 7 บ้านแสลงโทน

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

การคมนาคม การคมนาคมติดต่อระหว่างตำบลและหมู่บ้านใช้การคมนาคมทางบกโดยทางรถยนต์เป็นหลักในการติดต่อและขนส่งผลิตผลทางการเกษตร โดยมีเส้นทางที่สำคัญ ดังนี้

โทรคมนาคม มีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย ในเขตเทศบาลมีเสาส่งสัญาณโทรศัพท์ทุกเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบล และมีสายโทรศัพท์ผ่าน ทำให้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว

การไฟฟ้า อยู่ใกล้ตัวเมืองและมีสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอประโคนชัยตั้งอยู่ในพื้นที่ทำให้สามารถให้บริการไฟฟ้าได้ครอบคลุมแทบทุกหลังคาเรือน

ลักษณะสภาพทางเศรษฐกิจ[แก้]

ราษฎรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาข้าว แต่โดยศักยภาพด้านพื้นที่ที่อยู่ชานเมืองติดต่อกับเขตตัวเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญของจังหวัดทำให้การขยายตัวด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมและการบริการเป็นไปอย่างรวดเร็ว

  • ด้านการอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ เช่น โรงงานขยะรีไซเคิ้ล โรงงานเลี้ยงไก่ เป็นต้น
  • ด้านพาณิชย์ มีการประกอบกิจการด้านการพาณิชยกรรมและการบริการจำนวนมาก อาทิเช่น ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน
  • ด้านเกษตร ปัจจุบันราษฎรส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทำนาข้าว

มีห้างสรรพสินค้า จำนวน 2 แห่ง

  • ห้างทวีกิจแสลงโทนสาขาที่1 ตั้งอยู่ที่ ริมถนนสาย 2445 หมู่ที่3 ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย
  • ห้างทวีกิจแสลงโทนสาขาที่2 ตั้งอยู่ที่ ริมถนนสาย 2445 หมู่ที่7 ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย

ลักษณะทางสังคม[แก้]

เทศบาลตำบลแสลงโทน มีประชากรตามสำเนาทะเบียนบ้านทั้งสิ้น 6,199 คน แยกเป็นชาย 3,141 คน หญิง 3,058 คน จำนวน 1,797 หลังคาเรือน แยกเป็นแต่ละหมู่บ้านดังนี้

  • หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน ชาย 682 คน หญิง 644 คน รวมทั้งสิ้น 1,326 คน จำนวน 374 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 2 บ้านแสลงโทน ชาย 444 คน หญิง 442 คน รวมทั้งสิ้น 886 คน จำนวน 275 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 3 บ้านแสลงโทน ชาย 528 คน หญิง 523 คน รวมทั้งสิ้น 1,051 คน จำนวน 332 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 4 บ้านแสลงโทน ชาย 275 คน หญิง 266 คน รวมทั้งสิ้น 541 คน จำนวน 150 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 5 บ้านหนองบอน ชาย 524 คน หญิง 490 คน รวมทั้งสิ้น 1,014 คน จำนวน 243 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 6 บ้านแสลงโทน ชาย 407 คน หญิง 397 คน รวมทั้งสิ้น 804 คน จำนวน 244 หลังคาเรือน
  • หมู่ที่ 7 บ้านแสลงโทน ชาย 281 คน หญิง 296 คน รวมทั้งสิ้น 577 คน จำนวน 179 หลังคาเรือน

ด้านสาธารณสุข[แก้]

ด้านการศาสนาและวัฒนธรรม[แก้]

ราษฎรส่วนใหญ่ร้อยละ 98 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 1 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่นร้อยละ 1 มีศาสนสถานที่สำคัญ ดังนี้

  • วัด จำนวน 2 แห่ง ได้แก่
  1. วัดบ้านแสลงโทน
  2. วัดป่าสังฆราวาส บ้านหนองบอน

ด้านการศึกษา[แก้]

สถานศึกษา จำนวน 3 แห่ง และ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ 2 แห่ง ประกอบด้วย

  • โรงเรียนแสลงโทนพิทยาคม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน
  • โรงเรียนบ้านแสลงโทน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน
  • โรงเรียนบ้านหนองบอน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านหนองบอน
  • ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์เทศบ้านตำบลแสลงโทน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน
  • ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์วัดบ้านแสลงโทน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านแสลงโทน
  • ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์เทศบ้านตำบลแสลงโทน (บ้านหนองบอล) ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านหนองบอน

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • เมืองโบราณแสลงโทน เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ในเขตบ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ ตามทางหลวงหมายเลข 2445 สายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ระยะทาง 25 กิโลเมตร ทางหลวงตัดผ่ากลางชุมชนโบราณ มองเห็นคันดินเป็นแนวสูงประมาณ 5-7 เมตร อยู่สองข้างทาง เมืองโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปกลมรีวางตามแนวตะวันออก ตะวันตก มีเนื้อที่ในเขตเมืองโบราณทั้งหมด 1.19 ตารางกิโลเมตร มีคูเมืองโอบอยู่นอกคันดิน 3 ชั้น ปัจจุบันเหลือเพียงชั้นเดียว ใกล้คันดินด้านที่ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแสลงโทนในปัจจุบัน มีเนินดินซึ่งมีก้อนหินศิลาแลงกระจัดกระจายเข้าใจว่าเคยมีศาสนสถาน แต่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อแสลงโทน เรียกว่า ศาลปู่เจ้าหรือกระท่อมเนียะตา เป็นศาลเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านแสลงโทนและชาวบ้านใกล้เคียง สร้างด้วยไม้ระแนง หลังคามุงกระเบื้องและพื้นเป็นปูนซีเมนต์ ทั้งคูน้ำคันดิน (ที่เหลืออยู่ริมทางหลวง) และเนินดินศาลเจ้าพ่อแสลงโทน ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นที่สำคัญ คือ สระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมในเขตวัดแสลงโทน 2 สระ พบเศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับ เทวรูปเก่าและใบเสมาเก่า ซึ่งเข้าใจว่าบริเวณนี้เคยเป็นศาสนสถานสำคัญประจำชุมชนโบราณ

ด้านภาษาและวัฒนธรรม[แก้]

เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมาเป็น 100 ปี ซึ่งพิธีบูชาศาลเจ้าพ่อแสลงโทน หรือชาวบ้านนิยมเรียกว่าตาปู่ หรือ กระท่อมเนี๊ยะตา จัดขึ้นในช่วงประมาณเดือน เม.ย. - พ.ค. ของทุกปี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลแก่ ให้แก่ชาวบ้านรวมทั้งผู้ที่ทำเกี่ยวกับการเกษตรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกในแต่ละปี เพื่อบันดาลให้ฝนตกมา น้ำท่าอุดมสมบูรณ์และอยู่เย็นเป็นสุข โดยงานดังกล่าวได้อัญเชิญเจ้าพ่อแสลงโทนหรือตาปู่ แห่รอบตัวหมู่บ้าน 3 วัน พร้อมทั้งมีการละเล่นที่สนุกสนานผนวกรวมกันกับประเพณีสงกรานต์โบราณ

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อมูลสรุปประชากรในตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ. 2562 รวบรวมโดยกรมส่งเสริมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้าถึงออนไลน์ทาง http://user.khonthai.com/stat/statnew/statTDD/views/showVillageData.php?rcode=31070702&statType=1&year=62
  2. ข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น http://www.dla.go.th/servlet/InfoServlet?_mode=history&orgId=1717
  3. วารสารบทความทางวิชาการ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปกร http://www.damrong-journal.su.ac.th/upload/pdf/68_8.pdf
  4. ข้อมูลพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา เข้าถึงออนไลน์ทาง http://koratmuseum.com/download/pitakchai.pdf

แม่แบบ:เทศบาลตำบล