อำเภอหนองกี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอหนองกี่
แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เน้นอำเภอหนองกี่
ถิ่นมวยดัง ไก่ย่างรสดี มากมีผ้าไหม หลากหลายวัฒนธรรม ธรรมชาติเลิศล้ำเขี่ยนห้วยยางและทุ่งกระเต็น
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอหนองกี่
อักษรโรมัน Amphoe Nong Ki
จังหวัด บุรีรัมย์
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 385.0 ตร.กม.
ประชากร 70,258 คน (พ.ศ. 2558)
ความหนาแน่น 182.48 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3105
รหัสไปรษณีย์ 31210
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอหนองกี่ ถนนโชคชัย-เดชอุดม ตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 31210
พิกัด 14°41′18″N 102°32′0″E / 14.68833°N 102.53333°E / 14.68833; 102.53333
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4464 1299, 0 4464 1511
หมายเลขโทรสาร 0 4464 1299

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

หนองกี่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์

ประวัติ[แก้]

อำเภอหนองกี่ เดิมเป็นพื้นที่อยู่ในเขตการปกครอง อำเภอนางรอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอหนองกี่ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2517 ขณะนั้นแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองกี่ ตำบลเย้ยปราสาท ตำบลหนองไผ่ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2522

ตำนานเล่ากันว่านางอรพิมพ์ สาวงามแห่งเมืองพิมายออกเดินทางมาหาคนรักชื่อปราจิต ซึ่งท้าวพรหมทัต เจ้าเมืองพิมายขี้เมากลั่นแกล้งสั่งให้ออกรบทัพจับศึกชายแดนเขมร โดยออกเดินทางมาเป็นเวลาแรมคืน พอถึงลำน้ำมูลนางอรพิมพ์ได้อาศัยเรือของสามเณร สามเณรพอใจหลงรักไม่ส่งขึ้นฝั่ง จึงลอยเรือต่อไปจนกระทั่งถึงต้นมะเดื่อริมน้ำ นางอรพิมพ์หิวกระหาย จึงพยายามขอร้องสามเณรเก็บให้กิน เมื่อสามเณรขึ้นต้นมะเดื่อนางอรพิมพ์ จึงหาหนามและมดแดงวางขวางปิดกั้นทางลง และรีบพายเรือหนี เมื่อขึ้นฝั่งมาถึงหนองน้ำใหญ่ได้เข้าไปขออาศัยอยู่กับชาวไร่ชาวป่าเพื่อพักพิง นางอรพิมพ์คิดว่าเดินทางคนเดียวคงไม่ปลอดภัย จึงได้ขอบริจาคผ้าขาวจากชาวไร่ ชาวป่า เพื่อมาทอเป็นผ้าขาวเตรียมตัวบวชริมหนองน้ำ ชื่อว่า " หนองกี่ " และเป็นชื่อบ้านหนองกี่ อำเภอหนองกี่ในปัจจุบัน ต่อมามีเรื่องเล่าขานกันว่า ที่หนองน้ำหนองกี่ จะมีปรากฏการณ์อภินิหารมีกี่ทอง (เสากี่ทอง) ลอยขึ้นมากลางหนองน้ำในวันเพ็ญหรือวันพระสำคัญๆ สักครู่หนึ่งและจมหายไป

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอหนองกี่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอหนองกี่แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 108 หมู่บ้าน

1. หนองกี่ (Nong Ki) 8 หมู่บ้าน 6. ทุ่งกระตาดพัฒนา (Thung Kratat Phatthana) 12 หมู่บ้าน
2. เย้ยปราสาท (Yoei Prasat) 10 หมู่บ้าน 7. ทุ่งกระเต็น (Thung Kraten) 9 หมู่บ้าน
3. เมืองไผ่ (Mueang Phai) 18 หมู่บ้าน 8. ท่าโพธิ์ชัย (Tha Pho Chai) 9 หมู่บ้าน
4. ดอนอะราง (Don Arang) 15 หมู่บ้าน 9. โคกสูง (Khok Sung) 8 หมู่บ้าน
5. โคกสว่าง (Khok Sawang) 9 หมู่บ้าน 10. บุกระสัง (Bu Krasang) 10 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอหนองกี่ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหนองกี่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองกี่ บางส่วนของตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา และบางส่วนของตำบลทุ่งกระเต็น
  • เทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อขุนศรี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองกี่ (นอกเขตเทศบาลตำบลหนองกี่)
  • เทศบาลตำบลดอนอะราง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนอะรางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเย้ยปราสาททั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองไผ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสว่าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสว่างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา (นอกเขตเทศบาลตำบลหนองกี่)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งกระเต็น (นอกเขตเทศบาลตำบลหนองกี่)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ชัยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสูงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบุกระสัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุกระสังทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • หาดปราสาททอง หรือ อ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น ตั้งอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ระยะห่างระหว่างขอบสระถึงเกาะกลาง 250 เมตร เนื้อที่ 2450 ไร่ หาด ปราสาททอง ยังเหมาะแก่การปั่นจักรยานรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ โดยรวมของระยะทางทั้งหมด เกือบ 10 กิโลเมตร ที่พิเศษกว่านั้น ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ เช่นเจ็ทสกี ระยะทางฝึกซ้อมและการแข่งขัน 9.3 กิโลเมตร

การเดินทาง ทางแยกต่างระดับ อำเภอสีคิ้ว เลี้ยวมาทางอำเภอโชคชัย ผ่านอำเภอหนองบุญมาก ถึงสี่แยกอำเภอหนองกี่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงหาด

หาดปราสาททอง

งานประเพณี[แก้]

  • สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน ของทุกปี
  • มหกรรมมวยไทยเทศกาลกินไก่ไหว้เจ้าพ่อขุนศรี ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี