สุมาอี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุมาอี้
Simayi2010.jpg
สุมาอี้ ใน สามก๊ก 2010
เสนาธิการและแม่ทัพแห่งวุยก๊ก
เกิด พ.ศ. 722
ถึงแก่กรรม พ.ศ. 794 (อายุ 73 ปี)
ชื่อ
อักษรจีนตัวเต็ม 司馬懿
อักษรจีนตัวย่อ 司马懿
พินอิน Sīmǎ Yì
สำเนียงจีนกลาง ซือหม่าอี้
สำเนียงจีนฮกเกี้ยน สุมาอี้
สัทอักษรแบบเวด-ไจลส์ Szŭma I
ชื่อรอง จ้งต๋า(จีนกลาง Zhongda)
ระวังสับสนกับ จักรพรรดิจิ้นเฝย์ตี้

สุมาอี้ ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ ซือหม่าอี้ ตามสำเนียงกลาง (จีน: 司马懿; อังกฤษ: Sima Yi; ค.ศ. 179-251) นายทหารคนสำคัญของวุยก๊ก หลังยุคที่โจโฉสิ้นไปแล้ว เป็นคู่ปรับที่สำคัญของขงเบ้ง และเป็นผู้ที่วางรากฐานให้กับทายาทผู้สืบทอดตระกูลจนได้รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นพระจักรพรรดิ์องค์ใหม่ และก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ คือ ราชวงศ์จิ้น อันเป็นการสิ้นสุดยุคสามก๊กที่ดำเนินมานานถึง 111 ปี สามชั่วอายุคน[1]

ประวัติและบทบาท[แก้]

เป็นชาวอำเภออุน เมืองเหอเน่ย (โห้ลาย) มณฑลเหอหนาน มีชื่อรองว่า จ้งต๋า มีลักษณะ แววตาแหลมเล็กคล้ายตาเหยี่ยว สุมาอี้เป็นคนเฉลียวฉลาด ชำนาญตำราพิชัยสงคราม ใจคอหนักแน่นแต่ก็เด็ดขาดในการตัดสินใจ กระทั่งมีผู้สนใจประวัติศาสตร์สามก๊ก ได้วิจารณ์ในทำนองเสียดสีไว้ว่า สุมาอี้คือ "เจ้าสำนักด้านดำ" คือ มีความชาด้านทำเพื่อประโยชน์ของตนได้เสมอ โดยไม่สนใจในเรื่องคุณธรรมศักดิ์ศรี และมีความใจดำอำมหิตพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นอุปนิสัยของผู้มีอำนาจในประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัย และได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า "งูแมวเซา" มีคำวิจารณ์ว่าบุคคลที่ฉลาดที่สุดในสามก๊ก คือ ขงเบ้ง แต่บุคคลที่ทั้งฉลาดและน่ากลัวที่สุดในสามก๊ก คือ สุมาอี้[1]

สุมาอี้เริ่มต้นจากการรับราชการตำแหน่งเล็กก่อนที่จะไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งเสนาธิการและแม่ทัพ อย่างไรก็ตาม ความสุขุมลุ่มลึกของสุมาอี้นั้น ทำให้แม้แต่โจโฉยังไม่ไว้วางใจ และเคยเตือนบุคคลรอบข้างให้ระวังสุมาอี้ เมื่อโจโฉและโจผีสิ้นลง โจยอยได้ขึ้นครองราชย์ สุมาอี้ได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของวุยก๊ก โดยผลัดแพ้ ผลัดชนะกับขงเบ้งอยู่หลายครั้ง ทั้งคู่ต่างเกรงขามฝีมือของกันและกัน สุมาอี้เกือบตายด้วยวงล้อมไฟของขงเบ้งครั้งนึง แต่รอดมาได้ด้วยฝน ขณะที่ขงเบ้งก็เกือบตายเมื่อพลาดท่าที่จุดยุทธศาสตร์เกเต๋ง แต่อาศัยการลักไก่ เล่นพิณบนกำแพงเมืองแล้วเปิดประตูเมือง ทำให้สุมาอี้ระแวงแล้วไม่กล้าบุก

ในการรบครั้งสุดท้ายระหว่างขงเบ้งกับสุมาอี้ ขงเบ้งต้องการเสร็จศึกโดยเร็วเพราะมีแม่ทัพเก่ง ๆ เยอะ แต่มีเสบียงน้อย ในขณะที่สุมาอี้นั้นมีเสบียงมากมาย ดังนั้นจึงไม่ยอมออกมารบ ขงเบ้งได้ส่งคนท้าทายสุมาอี้หลายต่อหลายครั้ง ถึงขนาดส่งเสื้อผ้าสตรีเยาะเย้ยให้สุมาอี้แต่ก็ไม่ยอมออกมา ดังคำที่สุมาอี้ทักไว้ แต่หลังจากขงเบ้งได้รู้ว่าตนกำลังจะสิ้นบุญจึงทำพีธีต่อชะตาเป็นเวลา 7 วันโดยไม่ให้กองทัพเคลื่อนไหว สุมาอี้ได้ตรวจดูชะตาบนดวงดาวพบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับขงเบ้งและเห็นว่ากองทัพจ๊กก๊กไม่ยอมออกมาจากค่ายจึงแน่ใจว่าขงเบ้งกำลังป่วยจึงฉวยโอกาสสั่งให้กองทัพบุกโจมตีค่ายของจ๊กก๊กทำให้อุยเอี๋ยนรีบเข้ามารายงานกับขงเบ้งที่เต็นท์ทำให้เทียนต่อชะตาดับจนพีธีต่อชะตาของขงเบ้งต้องล่มไป แต่ขงเบ้งสั่งอุยเอี๋ยนนำกองทัพไปตีโต้กลับขับไล่กองทัพของสุมาอี้ไปจนถึงหน้าค่ายจนทำให้สุมาอี้คิดว่าขงเบ้งไม่ได้ป่วยจึงได้แต่อยู่ในค่ายและไม่ยอมให้ออกจากค่ายตามเดิม จนกระทั่งสุมาอี้ก็ได้รับรู้ข่าวว่าขงเบ้งล้มป่วยตายแล้วและกองทัพจ๊กก๊กได้ถอยทัพกลับเสฉวนจึงรีบนำกองทัพบุกไล่ตีตลบหลังกองทัพจ๊กก๊ก แต่สุมาอี้ได้เจอกับขงเบ้งที่นั่งบนรถนำกองทัพจ๊กก๊กมาตั้งรับจึงตกใจและคิดว่าได้ถูกเล่ห์กลของขงเบ้งหลอกให้ออกจากค่ายจึงรีบถอยทัพกลับค่ายทันที ต่อมาภายหลังก็ได้รับรู้จากชาวบ้านว่าขงเบ้งได้ตายแล้วจริงๆและที่สุมาอี้เห็นก็เป็นหุ่นกระบอกไม้ที่กองทัพจ๊กก๊กได้นำมาแต่งชุดและนั่งบนรถนำทัพมาตั้งรับ แล้วหลังจากกองทัพสุมาอี้ถอยทัพกลับค่ายไปแล้ว กองทัพจ๊กก๊กก็ได้ถอยทัพไปได้ไกลจนถึงเสฉวน สุมาอี้ก็ได้รู้ว่าขงเบ้งได้รู้ล่วงหน้าก่อนว่าตนจะนำกองทัพตีตลบหลังกองทัพจ๊กก๊กที่กำลังถอยทัพหลังจากตนได้ตาย จึงได้ใช้กลอุบายใช้หุ่นไม้หลอกสุมาอี้ให้ถอยทัพกลับค่าย จนต้องทำให้สุมาอี้ต้องเอ่ยปากชมว่า ขงเบ้งนั้นเก่งจริง ๆ ขนาดตอนเป็นยังหลอกได้ แต่ตอนตายยังหลอกอีก แต่ถึงอย่างไรแม้จะถูกขงเบ้งหลอกแต่สุมาอี้ก็ได้รับชัยชนะอย่างแท้จริงและไม่มีใครที่จะมีความเก่งเทียบเท่าและขัดขวางทางความทะเยอทะยานอย่างสุมาอี้ได้อีกแล้ว

ในปลายรัชสมัยโจยอย สุมาอี้ได้รับการเลื่อนยศและบรรดาศักดิ์ มีอำนาจควบคุมทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน โจยอยนับถือเสมือนพระราชบิดา คนในตระกูลสุมารับราชการในชั้นสูงมากถึง 11 คน[1] เมื่อสิ้นโจยอย โจฮองขึ้นครองราชย์แทน สุมาอี้ถูกตระกูลโจถอดออกจากตำแหน่งไปอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะไม่ไว้ใจในความซื่อสัตย์ของสุมาอี้ แม้สุมาอี้จะถูกปลดเป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้วแต่ก็ยังคงฝึกการต่อสู้และมีบารมีในกองทัพอยู่ โจซองก็ยังไม่ไม่ไว้ใจสุมาอี้อยู่จึงส่งคนไปจับตาดูแต่สุมาอี้ได้แกล้งป่วยอาการทรุดหนักทำให้โจซองตายใจไม่หวาดระแวงอะไร แต่ท้ายที่สุดก็ทำการรัฐประหารในเมืองลกเอี๋ยง โค่นอำนาจที่คุมกองทัพของตระกูลโจ ที่นำโดยโจซอง บุตรชายของอดีตแม่ทัพใหญ่โจหยิน หมดสิ้น และเป็นตระกูลสุมาที่ได้ขึ้นมาครองอำนาจแทน

มีบุตรชาย 2 คน ที่ล้วนแต่มีความสามารถมาก เพราะสุมาอี้มักสั่งสอนและให้ติดตามทำศึกอยู่เสมอ ๆ คือ สุมาสู และสุมาเจียว ภายหลังจากสิ้น 3 คนนี้แล้ว สุมาเอี๋ยน บุตรชายของสุมาเจียว หลานปู่ของสุมาอี้ได้รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว และขึ้นครองราชย์เป็นเสวียนตี้ฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์จิ้น เป็นอันสิ้นสุดยุคสามก๊ก และ ราชวงศ์ฮั่น

สุมาอี้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 73 ที่เมืองลกเอี๋ยง ด้วยโรคชรา

ครอบครัว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Fang Xuanling, Book of Jin vol. 1.
  • Yu Huan, Weilüe.
  • Luo Guanzhong, Romance of the Three Kingdoms.
  • Sakaguchi, Wazumi (ed.) (2005) 坂口和澄・著 Seishi Sangokushi Gunyu Meimeiden 『正史三國志群雄銘銘傳』 Kojinsha:Tokyo.
  • Watanabe, Seiichi (ed.) (2006) 渡辺精一・監修 Moichidomanabitai Sangokushi 『もう一度学びたい 三国志』 Seitosha:Tokyo.
  1. 1.0 1.1 1.2 หน้า 5, ชัยชนะของงูแมวเซา. "ชักธงรบ" โดย กิเลน ประลองเชิง. ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21638: วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2560 แรม 8 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]