โจโฉ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หน้านี้เป็นชื่อบุคคลจีน นามสกุลคือ โจ (曹)
โจโฉ
P36 โจโฉ.png
ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ( ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ )
จักรพรรดิแห่งวุยก๊ก
สถานที่ประสูติ เมืองโป๋โจว มณฑลอันฮุย ประเทศจีน
สวรรคต พ.ศ. 763
สถานที่สวรรคต เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน
จักรพรรดิองค์ถัดไป โจผี
พระนาม
อักษรจีนตัวเต็ม 曹操
อักษรจีนตัวย่อ 曹操
พินอิน Cáo Cāo
สำเนียงจีนกลาง เฉาเชา
สำเนียงจีนฮกเกี้ยน โจโฉ
สัทอักษรแบบเวด-ไจลส์ Ts'ao² Ts'ao¹
พระนามรอง เมิ่งเต๋อ (孟德)
พระสมัญญานาม หวู่ (武)
ยุคในประวัติศาสตร์ ยุคสามก๊ก
ชื่อวัดประจำตระกูล หวู่ตี้ (武帝) "ยุทธราช"

ไท่จู่ (太祖)"พระเจ้าปู่"

พระนามอื่น ๆ

พระนามขณะทรงพระเยาว์

  • อาหมาน (阿瞞)
  • จี๋ลี่ (吉利)

โจโฉ ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ เฉา เชา ตามสำเนียงกลาง (อังกฤษ: Cao Cao ; จีน: 曹操; พินอิน: Cáo Cāo; เวด-ไจลส์: Ts'ao² Ts'ao¹; พ.ศ. 698 – 15 มีนาคม พ.ศ. 763)[1] เป็นขุนศึกและอัครมหาเสนาบดีลำดับรองสุดท้ายแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ทั้งเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญที่สุดในสมัยสามก๊ก และเป็นผู้วางรากฐานรัฐเวย เมื่อถึงแก่อสัญกรรมแล้วจึงได้รับการสถาปนาเป็น จักรพรรดิอู่แห่งเวย หรือ พระเจ้าเว่ยบู๊ตี้ (Wei Wudi)

วรรณกรรมมักแสดงภาพโจโฉว่าเป็นทรราชโหดร้ายป่าเถื่อน แต่ตามประวัติศาสตร์แล้ว โจโฉได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาดและเป็นนายทัพที่ปรีชาสามารถ รักและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาประหนึ่งครอบครัวตนเอง นอกจากนี้ โจโฉยังมีฝีมือดีในทางโคลงกลอนและศิลปะการต่อสู้ด้วย ปรากฏว่าเขาได้ฝากผลงานเป็นพิชัยสงครามไว้มากมาย ผลงานทางพิชัยสงครามชิ้นสำคัญคือตำราพิชัยสงครามโจโฉหรือ เมิ่งเต๋อเซินซู ซึ่งเป็นตำรามีบันทึกในนิยายสามก๊กว่าถูกเผาทำลายไปแล้ว แต่ในบันทึกของตำราพิชัยสงครามหลี่จิ้งนั้นระบุว่าเขาใช้เนื้อหาในตำรานี้เป็นแนวคิดหนึ่งในการทำศึกและพระเจ้าถังไท่จงก็ศึกษาตำรานี้ด้วย ดังนั้นจึงอาจยังมีฉบับคัดลอกตกทอดต่อมาหรือบางทีอาจจะไม่ได้ถูกเผาทำลายไปจริงๆเหมือนที่เขียนไว้ในนิยาย

พระราชประวัติ[แก้]

โจโฉเป็นบุตรชายของโจโก๋ ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของมหาขันทีโจเท้ง ซึ่งเดิมทีโจโก๋เป็นคนในสกุลแฮหัว ดังนั้นโจโฉกับคนสกุลแฮหัวจึงเป็นญาติใกล้ชิดกัน โจโฉเริ่มต้นรับราชการเมื่ออายุ20ปี ในตำแหน่ง เป้ยตู้เว่ย หรือผู้บังคับการกองทหารนครบาลเหนือ ภายหลังได้เขาได้เข้ามาอยู่ในสังกัดอ้วนเสี้ยว โดยมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารม้าเร็ว แล้วได้รับตำแหน่งให้เป็นแม่ทัพของฝ่ายราชวงศ์ฮั่นที่ออกปราบกบฏโจรโพกผ้าเหลืองซึ่งมีเตียวก๊กเป็นหัวหน้า ซึ่งมี พระเจ้าเลนเต้เป็นจักรพรรดิ เชื่อกันว่าโจโฉเป็นคนรูปร่างเล็ก บุคลิกมีนิสัยฉลาดแกมโกง เอาตัวรอดเก่ง เชี่ยวชาญตำราพิชัยสงคราม ชื่นชอบศิลปะ นิสัยรอบคอบ ภายหลังจากปราบโจรโพกผ้าเหลืองได้สำเร็จและได้รับความดีความชอบเป็นอย่างมาก แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์ตั๋งโต๊ะยึดอำนาจและตั้งตนเป็นใหญ่ โจโฉจึงร่วมรับราชการอยู่กับตั๋งโต๊ะเพื่อคอยหาโอกาสสังหาร แต่ภายหลังลงมือลอบสังหารไม่สำเร็จ จึงรีบหนีออกจากวัง ระหว่างหลบหนีโจโฉได้ถูกจับตัวและพบกับตันก๋งเจ้าเมืองจงพวน ซึ่งชื่นชมในลักษณะนิสัยใจคอจึงขอร่วมเดินทางไปด้วย โดยที่โจโฉมุ่งหน้าไปหาแปะเฉียซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบานของโจโฉ ด้วยความหวาดระแวงในการหลบหนี ทำให้โจโฉสังหารแปะเฉียและคนในครอบครัว ด้วยความเข้าใจผิดที่คิดว่าแปะเฉียสั่งให้คนใช้จับตนเพื่อส่งกลับยังเมืองหลวง ความโหดเหี้ยมของโจโฉทำให้ตันก๋งขอแยกทาง ซึ่งโจโฉได้กล่าวกับตันก๋งว่า ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้ใครทรยศข้า ต่อมาโจโฉได้รวบรวมพรรคพวกเพื่อบุกเข้าเมืองหลวงและร่วมมือกับเจ้าเมือง 18 หัวเมือง ตั้งเป็นกองทัพสิบแปดหัวเมืองในภายหลัง โดยมี อ้วนเสี้ยวเป็นแม่ทัพใหญ่ในการปราบตั๋งโต๊ะ ต่อมาภายหลังโจโฉเริ่มเบื่อหน่ายกับความแตกแยกในกองทัพ จึงรวบรวมกองกำลังทหารที่เห็นด้วยกับตนหลบหนีไป

ภายหลังจากรวมรวมกองกำลังทหารและปราบตั๋งโต๊ะได้สำเร็จ โจโฉเกิดความทะเยอทะยานในอำนาจของตน เข้าทำการข่มขี่ฮ่องเต้วัยเยาว์ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นสมุหนายก (ในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังแปลตำแหน่งว่าเป็นมหาอุปราชและทำให้คนไทยคุ้นกับตำแหน่งนี้ของโจโฉมากกว่า) และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าเหี้ยนเต้ สร้างความคับแค้นใจให้พระเจ้าเหี้ยนเต้จนต้องแอบเขียนหนังสือด้วยโลหิตถึงเล่าปี่ เพื่อช่วยปราบโจโฉ ต่อมาได้ครองเมืองลกเอี๋ยง ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหลวง และสถาปนาวุยก๊กซึ่งมั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์มากที่สุด แต่ด้วยนิสัยหวาดระแวงของโจโฉ ทำให้สั่งประหารบุคคลสำคัญของวุยก๊กจำนวนมากโดยที่ไม่มีความผิด

ภายหลังโจโฉสามารถปราบความวุ่นวายและขุนศึกกองกำลังต่างๆในภาคกลางและเหนือได้ ไม่ว่าจะเป็น ลิโป้ อ้วนสุด เตียวซิ่ว อ้วนเสี้ยว เล่าเปียว โดยเฉพาะศึกกับอ้วนเสี้ยวที่กัวต๋อซึ่งฝ่ายโจโฉมีกำลังทัพด้อยกว่าทุกด้านแต่กลับพลิกสถานการณ์จนสามารถเอาชัยชนะมาได้ ทำให้เขากลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือแผ่นดินจงหยวน จากนั้นจึงระดมกองทัพหลายแสนบุกภาคใต้เพื่อปราบปรามเล่าปี่และซุนกวนซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรกัน และด้วยความประมาทบวกกับปัจจัยต่างๆ ทำให้กองทัพของโจโฉไปพ่ายแพ้อย่างยับเยินที่ผาแดง ซึ่งศึกที่ผาแดงนี้เป็น 1 ใน 3 สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามก๊ก และทำให้ดุลย์อำนาจในแผ่นดินถูกแบ่งเป็นสามฝ่าย แต่แม้ว่าจะพ่ายแพ้โจโฉก็ยังคงมีกองกำลังที่เข้มแข็งที่สุดในแผ่นดิน และพยายามแผ่ขยายอิทธิพลของตนเพื่อปราบปรามเล่าปี่และซุนกวนต่อไป

ต่อมาพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้แต่งตั้งให้โจโฉขึ้นเป็นวุยอ๋อง ทำให้มีอำนาจประดุจฮ่องเต้ และตั้งเมืองเย่ขึ้นเป็นเมืองหลวงของแคว้นวุย สร้างอิทธิพลและบารมีจนยิ่งใหญ่ในแผ่นดินและกลายเป็นหนึ่งในสามผู้นำที่คานอำนาจในแผ่นดินร่วมกับเล่าปี่และซุนกวน ซึ่งโจโฉเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการรวบรวมดินแดนได้กว้างไกลที่สุด มีแสนยานุภาพทางทหารเข้มแข็งที่สุดและรวบรวมบุคลากรที่เก่งกาจในยุคนั้นไว้ได้มากที่สุดในแผ่นดิน

โจโฉมีบุตรชายทั้งหมด 5 คน คนแรกชื่อโจงั่ง ซึ่งเกิดจากนางเล่าฮูหยิน แต่เสียชีวิตเมื่อครั้งเกิดศึกสงครามกับเตียวสิ้วพร้อมกับภรรยาอีกคนหนึ่งคือนางเอียนสี โจโฉยังมีบุตรชายกับภรรยาคนที่สองซึ่งภายหลังกลายเป็นภรรยาเอกคือนางเปี้ยนสี อีก 4 คนคือโจผี โจเจียง โจสิด และ โจหิม โจหิมป่วยหนัก และเสียชีวิตแต่ยังหนุ่ม บุตรชายที่เหลือทั้ง 3 ได้รับราชการและสร้างผลงานเอาไว้ชัดเจน ในบั้นปลายชีวิตโจโฉป่วยเป็นโรคประสาท มักปวดหัวเป็นประจำ ว่ากันว่าเกิดขึ้นหลังจากแม่ทัพกวนอูแห่งจ๊กก๊กได้ถูกตัดหัวด้วยฝีมือของซุนกวนแห่งง่อก๊ก ซุนกวนก็คิดที่จะส่งหัวของกวนอูไปให้โจโฉเพื่อให้เล่าปี่หันไปล้างแค้นกับโจโฉแทนที่จะมาล้างแค้นตน เมื่อกล่องใส่หัวของกวนอูมาถึงมือโจโฉ โจโฉเปิดกล่องมองดูหัวของกวนอูก็หัวเราะและทักทายแต่แล้วจู่ๆหัวของกวนอูก็เบิกตาโพลงอ้าปากค้างทำให้โจโฉตกใจจนตกจากเก้าอี้ หลังจากนั้นเมื่อได้ฟังเรื่องลิบองถูกวิญญาณของกวนอูเข้าสิงลุกขึ้นด่าซุนกวนจนกระอั่งเลือดตายก็เกิดความกลัวจนพูดว่า "ขนาดกวนอูตอนเป็นยังดูน่ากลัว ตอนตายก็ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่อีก"(และโจโฉก็รู้แผนของซุนกวนว่าปัดภัยมาให้ตน) จึงสั่งให้สลักร่างกายด้วยไม้หอมให้แก่กวนอูและฝังศพกวนอูทางทิศใต้ของเมืองลกเอี๋ยงและแต่งตั้งกวนอูเป็นอ๋องแห่งเกงจิ๋ว ตนก็จะไปเซ่นไหว้ให้แก่กวนอู หลังจากงานศพของกวนอูผ่านไป จิตใจของโจโฉก็อยู่ไม่เป็นสุขทุกคืนจึงคิดจะสร้างตำหนักใหม่แต่ขาดเสาเอก แต่ก็ได้พบมีศาลแห่งหนึ่งที่มีต้นสาลี่ใหญ่สูงกว่า 100 ศอกเหมาะที่จะเอามาทำเป็นเสาเอก โจโฉสั่งให้โค่นลงแต่คนตัดไม้ไม่สามารถโค่นลงได้จึงไปรายงานให้กับโจโฉ โจโฉจึงไปดูต้นสาลี่ด้วยตัวเอง เมื่อสำรวจแล้วก็สั่งให้คนตัดไม้โค่นอีกแต่ก็ได้รับเสียงค้ดคานจากชาวบ้านว่าต้นสาลี่นั้นศักดิ์สิทธิ์มีเทพคุ้มครองอยู่โค่นไม่ได้ แต่โจโฉหาได้ใส่ใจไม้และบอกกับชาวบ้านว่า"ข้ากร่ำศึกมากกว่าสี่สิบปี ไม่เคยกลัวผู้ใด มีแต่ไพร่สามัญจนถึงฮ่องเต้ล้วนเกรงกลัวข้า ภูตผีที่ไหนกล้าขวางข้า" จึงชักดาบฟันต้นสาลี่ทำให้มียางไม้ที่มีสีคล้ายเลือดพ่นออกมาถูกเสื้อ โจโฉก็เผ่นหนีไปด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็อาการปวดหัวหนักขึ้น ต่อมาหมอฮัวโต๋ได้มาทำการตรวจอาการของโจโฉก็พบว่าลมในสมองมันตีบซึ่งต้นเหตุมันอยู่ในกะโหลกและเสนอการรักษาด้วยการให้ผ่ากะโหลกศีรษะ โจโฉกลับคิดว่าฮัวโต๋จะฆ่าตนจึงสั่งให้จับไปขังคุกและทรมานสอบสวน แม้จะได้รับการคัดค้านจากที่ปรึกษาก็ไม่ฟัง ฮัวโต๋ก็ถูกจับขังคุกจนตาย ต่อมาโจโฉได่ก็ได้จัดงานเลี้ยงแม้จะปวดหัวก็ยังทนได้และได้รับจดหมายจากซุนกวนว่าขอให้โจโฉขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ ปราบปรามเล่าปี่พิชิตเสฉวน เมื่อปราบได้ก็จะมาสวามิภักดิ์แต่โจโฉกลับไม่เชื่อ แต่เหล่าที่ปรึกษาและทหารของท่านก็กลับเห็นด้วยได้พากันอ้อนวอนขอให้ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้แต่โจโฉไม่รับและขอเป็นวุยอ๋องก็พอแล้ว หลังจากนั้นอาการของโจโฉก็ทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆจนซบเซานอนลงบนเตียง แต่ในขณะที่หลับฝันเห็นวิญญาณที่ตนเคยฆ่ามาก่อนตามทวงเอาชีวิตจนสะดุ้งตื่นขึ้นชักดาบจนทำให้เหล่านางกำนัลต้องเผ่นหนีกระเจิงไป ที่ปรึกษาก็ได้แนะนำให้เชิญนักพรตลัทธิเต๋ามาช่วยทำพิธีปัดรังควาน แต่โจโฉก็ได้พูดว่าฟ้าได้ลงโทษแล้ว ไม่อาจฏีกาหรือขอขมาได้เลย ตนหมดบุญเพียงเท่านี้แล้วไม่อาจช่วยได้แล้ว

โจโฉก็ได้สั่งเสียกับเหล่าที่ปรึกษาและทหารของตนว่าให้ช่วยค้ำจุนโจผีบุตรชายคนรองผู้เป็นทายาทต่อจากตนและทำการใหญ่ด้วยการรวบรวมแผ่นดินจีนให้ได้และก็ได้สั่งให้สร้างสุสานไว้ 72 แห่งที่นอกจวนเตียวเต้งและเกียงบู๋ และสั่งให้ฝังตนไว้ในสุสานใดสุสานหนึ่งใน 72 แห่งเพื่อไม่ให้คนรุ่นหลังมาพบเจอ มีแต่เพียงคนที่เชื่อใจได้เท่านั้นที่รู้ว่าตนอยู่หลุมไหน และหลังจากนั้นท่านก็ได้เชิญเหล่าบรรดาภรรยาของท่านมาหาตนเพื่อสั่งเสีย แต่ช่วงนั้นตาของโจโฉเกิดบอดมองไม่เห็นก็ได้ใช้มือจับลูบคล้ำใบหน้าของเหล่าบรรดาภรรยาเพื่อจดจำว่าเป็นใครและได้มอบถุงเงินจำหนวนหนึ่งให้แก่พวกนางเพื่อให้พวกนางหัดทำงานปัดด้ายทอเกือกขายแลกเอาเงินเลี้ยงตัวเอง และสั่งให้พวกนางอาศัยในหอตั่งเซ็กต้องเซ่นไหว้ตนทุกวันและให้นางกำนัลขับกล่อมตนด้วย หลังจากนั้นโจโฉก็ได้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 66 ปี ภายหลังจากโจโฉเสียชีวิต โจผีได้ถอดพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากตำแหน่งและสถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าโจผีแห่งราชวงศ์วุย รวมทั้งยกย่องโจโฉขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์วุย พร้อมถวายพระนามย้อนหลังว่าพระเจ้าเว่ยบู๊ตี้

สุสานโจโฉ[แก้]

ภาพภายนอกสุสานโจโฉ

ในวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2009 ทางการจีนประกาศว่าได้ขุดค้นพบสุสานที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของโจโฉ ที่เมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีน โดยสุสานมีอาณาบริเวณ 740 ตารางเมตร มีโครงกระดูกของชายที่น่าจะเสียชีวิตในอายุราว 60 ปี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโจโฉ และโครงกระดูกของผู้หญิงอีก 2 ซึ่งน่าจะเป็นมเหสี และป้ายศิลาจารึกพระนามของโจโฉ[2]

พระราชวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา โจโก๋
  • พระปิตุลา โจเต๊ก
  • พระมเหสี
    • พระนางเปียนซี (武宣卞皇后) พระมารดาของ โจผี และ โจเซี่ย
    • พระมเหสีหลิง (丁夫人
    • พระมเหสีหลิว (劉夫人)
    • พระมเหสีอัน (環夫人),
    • พระมเหสีหลู (杜夫人)
    • พระมเหสีฉิน (秦夫人)
    • พระมเหสีซิน(尹夫人)
    • พระมเหสีหวัง (王昭儀)
    • พระสนมซุน (孫姬)
    • พระสนมหลี่(李姬)
    • พระสนมโซว (周姬)
    • พระสนมเล่า (劉姬)
    • พระสนมซ่ง (宋姬)
    • พระสนมโซว (趙姬)
    • พระสนมเฉิน (陳妾)


ความนิยมในรูปแบบอื่น ๆ[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • ในภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ของจีน สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร กำกับโดย แดเนียล ลี และ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ กำกับโดยจอห์น วู โจโฉได้มีบทบาทสำคัญในเรื่อง
    • ในภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร โจโฉรับบทโดยหลิวสงเหยิน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ โจโฉได้ปรากฏตัวครั้งเดียวในศึกทุ่งเตียงปัน ขณะที่มองจูล่งที่กำลังฝ่าทัพของตนเพื่อช่วยเหลือลูกชายของเล่าปี่อย่างชื่นชม
    • ในภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ โจโฉรับบทโดยจางเฟิงอี้ โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ โจโฉปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่ขอพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ในการปราบปรามเล่าปี่และซุนกวน โจโฉได้นำทัพไปรบกับพันธมิตรเล่า-ซุนที่ผาแดง แต่พ่ายแพ้และถูกประชิดตัว แต่ฝ่ายข้าศึกได้ไว้ชีวิตให้กลับไป

ละครโทรทัศน์[แก้]

  • สามก๊ก ฉบับละครโทรทัศน์ ของประเทศจีน ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องวรรณกรรมอมตะของจีนเรื่องสามก๊ก ในปี พ.ศ. 2534 ได้มีการถ่ายทอดเรื่องราวของโจโฉตั้งแต่รับราชการเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยจนกระทั่งเสียชีวิต โดย เปากั๊วอัน นักแสดงชาวจีนที่รับบทโจโฉ
  • สามก๊ก (ละครโทรทัศน์ชุดใหม่) เป็นละครที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2553 มีการถ่ายทอดเรื่องราวของโจโฉตั้งแต่รับราชการและคิดฆ่าตั๋งโต๊ะไปจนถึงเสียชีวิต แสดงโดยเฉินเจี้ยนปิน

การ์ตูนไทย[แก้]

  • ในการ์ตูน สามก๊ก มหาสนุก ผลงานการ์ตูนสามก๊กของสุชาติ พรหมรุ่งโรจน์ ได้มีการกล่าวถึงโจโฉด้วยเช่นกัน โดยโจโฉในสามก๊กมหาสนุกมีลักษณะรูปร่างเตี้ย และมักชอบพูดว่า "ความคิดอันสูงส่งมักตรงกันเสมอ"

วิดีโอเกม[แก้]

  • โจโฉเป็นตัวละครในเกมซีรีส์ Dynasty Warriors โดยจัดเป็นหัวหน้าแห่งวุยก๊ก และปรากฏในทุกๆเกมของซีรีส์ อาทิ Dynasty Warriors 1 ถึง Dynasty Warriors 7 ในเกมทุกซีรีส์ที่กล่าวมา ฝ่ายโจโฉจะเป็นฝ่ายสีน้ำเงิน
  • โจโฉเป็นตัวละครในเกมซีรีส์ Romance of the Three Kingdoms ซึ่งสามารถเล่นบงการตัวละครโจโฉได้ สามารถอยู่ในตำแหน่งต่างกันออกไปได้ อาทิ เจ้าเมือง ผู้ครองแคว้น ไปตลอดจนถึงฮ่องเต้ ซึ่งฝ่านโจโแมักปรากฏเป็นสีฝ่ายน้ำเงิน ในตัวเกมนั้น โจโฉถือว่ามีความสามารถสูงกว่าตัวละครอื่นๆอย่างมาก ทั้งในด้านการรบ มนุษย์สัมพันธ์ ความรู้ และกลยุทธ์ต่างๆ

รายชื่อบุคคลที่ถูกสังหารโดยโจโฉ[แก้]

  • แปะเฉีย พี่น้องร่วมสาบานของโจโก๋บิดาของโจโฉ ตอนแรกสังหารคนที่บ้านแปะเฉียเพราะเข้าใจผิด เมื่อหนีจากบ้านแปะเฉีย พบกับแปะเฉียระหว่างทาง จึงฆ่าแปะเฉียเสีย
  • โฮงี โจรโพกผ้าเหลือง
  • อุยเซียว โจรโพกผ้าเหลือง
  • หันอิ้น ขุนนางของอ้วนสุด ที่ลิโป้ส่งให้มาตัดสินโทษ
  • อองเฮา นายกองเสบียงของตนเอง
  • ลิฮอง
  • งักจิว ขุนพลอ้วนสุด
  • เลียงกอง ขุนพลอ้วนสุด
  • ตันกี๋ ขุนพลอ้วนสุด
  • หลันเป้ง ขุนพลลิโป้
  • โกซุ่น ขุนพลของลิโป้
  • ตันก๋ง ที่ปรึกษาของลิโป้
  • ลิโป้
  • เอียวงัน
  • เกียดเป๋ง แพทย์ประจำราชสำนัก คิดคบกับตังสินคิดฆ่าโจโฉ จึงวางแผนวางยาโจโฉ แต่โจโฉรู้ตัวก่อน เพราะบ่าวของตังสินมาบอกความลับ
  • ตังสิน
  • จูฮก ผู้ร่วมก่อการกับตังสิน
  • จูลัน ผู้ร่วมก่อการกับตังสิน
  • ตันอิบ ผู้ร่วมก่อการกับตังสิน
  • โงห้วน ผู้ร่วมก่อการกับตังสิน
  • พระสนมตังกุยฮุยและพระราชบุตรในครรภ์ น้องสาวของตังสิน พระสนมในสมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเซี่ยนเต้ ซึ่งโจโฉกำจัดเพื่อไม่ให้เหลือไว้เป็นเสี้ยนหนามรวมถึงลูกในท้องที่ยังไม่เกิด แม้สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเซี่ยนเต้ขอชีวิตเด็กไว้ แต่โจโฉไม่ยอมละเว้นให้
  • ชีสิว ที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว
  • สิมโพย ที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว
  • ขงหยง
  • ชัวมอ แม่ทัพของเล่าเปียวที่มาสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ ถูกโจโฉสั่งประหารด้วยอุบายของจิวยี่
  • เตียวอุ๋น แม่ทัพของเล่าเปียวที่มาสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ ถูกโจโฉสั่งประหารด้วยอุบายของจิวยี่เช่นเดียวกับชัวมอ
  • ม้าฮิว บุตรชายของม้าเท้ง น้องชายของม้าเฉียว
  • ม้าเท้ง
  • อุยกุ๋ย
  • เบียวเต๊ก
  • ฮกอ้วน คิดก่อการสังหารโจโฉ แต่แผนรั่วไหลเสียก่อน
  • พระนางฮกเฮา บุตรสาวของฮกอ้วน พระอัครมเหสี(ฮองเฮา)สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเซี่ยนเต้
  • บอกสุ้น ขันทีในราชสำนักที่ส่งจดหมายลับของพระนางฮกเฮาไปให้ฮกอ้วน
  • เกงจี
  • เอียวสิ้ว
  • ฮัวโต๋ หมอเทวดา

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือ คุยเฟื่องเรื่องสามก๊ก โดย โกวิท ตั้งตรงจิตร, พ.ศ. 2550 สำนักพิมพ์ชมรมเด็ก

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า โจโฉ ถัดไป
- 2leftarrow.png จักรพรรดิจีน
(แต่งตั้งหลังสิ้นพระชนม์แล้ว)
2rightarrow.png พระเจ้าโจผี