อักษรจีนตัวย่อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Hànzì ฮั่นจื้อ แปลว่า ภาษาฮั่น หรือ ภาษาจีนกลาง เขียนด้วยอักษรคอมมิวนิสต์
แผนภาพออยเลอร์แสดงกลุ่มของการเปลี่ยนแปลงอักษรจีนตัวเต็มไปเป็นอักษรจีนตัวย่อ

อักษรจีนตัวย่อ (จีนตัวย่อ: 简体字/简化字; จีนตัวเต็ม: 簡體字/簡化字; พินอิน: jiǎntǐzì/jiǎnhuàzì เจี่ยนถี่จื้อ/เจี่ยนฮั่วจื้อ) หรืออักษรจีนคอมมิวนิสต์ เป็นหนึ่งในสองรูปแบบอักษรจีนมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน อักษรคอมมิวนิสต์ถูกกำหนดและบังคับใช้โดยรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) ใน พ.ศ. 2492ท่ามกลางกระแสอำนาจนิยมคอมมิวนิสต์ มิใช่เกิดจากวิวัฒนาการ เหตุที่ต้องเรียกว่าอักษรจีนตัวย่อ (อังกฤษ: Simplified Chinese character) ก็เพื่อให้แตกต่างจากอักษรจีนตัวเต็ม (อังกฤษ: Traditional Chinese Character) (อักษรจีนที่มีมาแต่เดิม) อักษรจีนตัวเต็มใช้กันใน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลหลายชุมชนที่มีการตั้งชุมชนโดยผู้อพยพชาวจีนรุ่นเก่า ส่วนอักษรจีนตัวย่อใช้กันใน สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ และชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลบางชุมชนที่เริ่มตั้งชุมชนโดยผู้อพยพชาวจีนรุ่นใหม่หลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างไรก็ตาม ชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนมากยังคงใช้อักษรจีนตัวเต็มเป็นหลัก แต่สำหรับการสอนภาษาจีนตามสถานศึกษาในประเทศไทยส่วนมากจะใช้อักษรจีนตัวย่อเพื่อให้เป็นแบบแผนเดียวกันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในปัจจุบัน มีการใช้อักษรจีนตัวย่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างหนึ่งเพื่อแบ่งแยกความเป็นจีนที่ชอบธรรมและแสดงอิทธิพลของตนให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งทางสายตาผ่านตัวอักษรจากไต้หวันในเวทีการเมืองโลก

ประวัติ[แก้]

จีนแผ่นดินใหญ่[แก้]

แม้ว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นผู้เริ่มบังคับใช้อักษรจีนตัวย่ออย่างจริงจังใน พ.ศ. 2492 แต่อักษรจีนแบบไม่เป็นทางการจำนวนหนึ่งที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนนำมากำหนดเป็นอักษรจีนตัวย่อนั้นก็ปรากฏก่อนหน้านั้นมานานแล้วโดยเฉพาะใข้ในการเขียนแบบหวัด และในสมัยราชวงศ์จิ๋น (พ.ศ. 322 - 337) ได้นำมาใช้ในการพิมพ์ แต่ก็มีอักษรจีนตัวย่อหลายๆตัวที่ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่โดยมิได้อิงกับตัวอักษรแบบหวัดแต่อย่างใด ในสมัยที่พรรคก๊กมินตั๋งปกครองประเทศจีนอยู่นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและนักเขียนก็ได้เสนอความคิดว่า การใช้อักษรจีนตัวย่อจะช่วยเพิ่มอัตราการอ่านออกเขียนได้ของชาวจีนมากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าสาเหตุที่สมัยก่อนมีประชาชนรู้หนังสือน้อยก็เพราะว่าภาษาจีน ใช้ระบบตัวอักษรรูปภาพ หนึ่งตัวแทนหนึ่งเสียง-หนึ่งคำ ดังนั้นจึงมีตัวอักษรจำนวนมหาศาล ต่างกับหลายภาษาทั่วโลก ที่ใช้ระบบอักษรผสมตัวอักษรสะกดแทนเสียง

ในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการออกประกาศใช้อักษรจีนตัวย่อครั้งแรก 2 ฉบับ คือใน พ.ศ. 2499 และ พ.ศ. 2507 ในระหว่างที่พึ่งมีการประกาศใช้นั้น เกิดความสับสนในการใช้ตัวอักษรจีนอย่างมาก ตัวอักษรที่ใช้ในครั้งนั้นเป็นอักษรจีนตัวย่อบางส่วนผสมกับอักษรจีนตัวเต็ม และได้มีการประกาศใช้อักษรจีนตัวย่อครั้งที่ 2 หรือที่เรียกว่า เอ้อร์เจี่ยน (จีนตัวย่อ: 二简; จีนตัวเต็ม: 二簡; พินอิน: Èr jiǎn) ในปี พ.ศ. 2520 ในช่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรม โดยฝ่ายซ้ายจัดในประเทศจีน แต่ในการประกาศใช้ครั้งที่ 2 นี้ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร จนถึง พ.ศ. 2529 ได้ยกเลิกการประกาศครั้งที่ 2 นี้ไป ในขณะเดียวกัน ก็มีการแก้ไขการประกาศใช้อักษรจีนตัวย่อครั้งที่ 1 ถึง 6 ครั้ง (รวมถึงการนำอักษรจีนตัวเต็ม 3 ตัวมาใช้แทนอักษรจีนที่ย่อไปแล้วในประกาศครั้งที่ 1 ได้แก่ 叠, 覆, 像) อย่างไรก็ตาม แม้อักษรจีนตัวย่อตามประกาศใช้ครั้งที่ 2 จะถูกยกเลิกไป แต่ระหว่างนั้นก็ได้มีการสอนในโรงเรียนไปแล้ว และยังใช้ในการเขียนพู่กันด้วย

นอกจากนี้ การใช้อักษรจีนตัวย่อในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นจุดเริ่มต้นของการยกเลิกอักษรเขียนแทนเสียงแบบเก่า และจุดกำเนิดของการเขียนแทนเสียงแบบพินอิน หรือ ฮั่นอวี้พินอิน (อังกฤษ: Hanyu Pinyin; จีนตัวย่อ: 汉语拼音; จีนตัวเต็ม: 漢語拼音; พินอิน: Hànyǔ pīnyīn) อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปตัวอักษรจีนไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนอย่างที่ฝ่ายซ้ายจัดคาดไว้แต่แรก หลังจากการยกเลิกประกาศครั้งที่ 2 ไปแล้ว ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งมั่นว่าจะรักษาระบบอักษรจีนให้คงที่ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ หรือนำอักษรจีนตัวเต็ม กลับมาใช้อีกในอนาคต

พรรคคอมมิวนิสต์กลัวว่าประชาชนจะสับสนเกี่ยวความแตกต่างระหว่างอักษรจีนตัวเต็มและอักษรจีนตัวย่อ จึงอ้างเหตุนี้ในการห้ามใช้อักษรจีนตัวเต็มในสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อมา พรรคคอมมิวนิสต์เห็นว่าสิ่งพิมพ์ในประเทศยังมีการใช้อักษรจีนตัวเต็มอยู่ จึงได้ออกกฎหมายภาษาและตัวอักษรแห่งชาติขึ้นห้ามมิให้มีการใช้อักษรจีนตัวเต็มในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนถือว่าอักษรจีนตัวย่อถือเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จของตน ปัจจุบันอักษรจีนตัวเต็มจึงไม่ได้รับการส่งเสริมใดๆ ทั้งสิ้นจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีใช้อยู่ในวงแคบและจำกัด

ปัจจุบันประเทศไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า ยังคงใช้อักษรจีนตัวเต็มเนื่องจากมิได้อยู่ภายใต้อำนาจกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงใช้อักษรจีนตัวเต็มสืบเนื่องมาโดยตลอดไม่ขาดสาย

สิงคโปร์ และมาเลเซีย[แก้]

สิงคโปร์ มีการรับอักษรจีนตัวย่อมาใช้จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาใช้ 3 ครั้ง

ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะใช้อักษรจีนตัวย่อเป็นอักษรทางการ แต่กฎหมายของสิงคโปร์ไม่ได้ห้ามใช้อักษรจีนที่ถูกต้อง ดังนั้น สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ในประเทศสิงคโปร์ยังคงสามารถตีพิมพ์ด้วยอักษรจีนตัวเต็มได้

มาเลเซีย มีการประกาศใช้อักษรจีนตัวย่อตามสาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกประการในปี พ.ศ. 2524

ญี่ปุ่น[แก้]

ไทย[แก้]

ปัจจุบันการใช้อักษรจีนตัวย่อในดินแดนไทยแพร่หลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นแรกๆ ที่ใช้อักษรจีนตัวเต็มได้ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ สื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์จากไต้หวันหรือฮ่องกงไม่ได้ผูกขาดตลาดเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้อิทธิพลทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขยายตัวอย่างมากในดินแดนไทยในช่วงหลายๆ ปีมานี้ รวมถึงสถานศึกษาหลายแห่งได้นำอักษรจีนตัวย่อมาใช้เนื่องจากผู้สอนเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่หรือได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งถือค่านิยมตีค่าในด้านลบ และไม่เห็นคุณค่าของตัวอักษรจีนตัวเต็ม หรือไม่ก็เข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนกำหนดบังคับใช้คือสิ่งที่ถูกต้องและเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมจีนทั้งหมด

อ้างอิง[แก้]

  • Huang, Jack. Huang, Tim. [1989] (1989) Introduction to Chinese, Japanese, and Korean Computing. World Scientific publishing. ISBN 9971506645