โลติด
โลติด (หลู จื๋อ) | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 盧植 | |||||||
ภาพวาดโลติดใน หนังสือรวมภาพวาดครึ่งตัวของมหาปราชญ์และวิญญูชนในอดีต (至聖先賢半身像冊 จื้อเชิ่งเซียนเสียนป่านเชินเซี่ยงเช่อ) สมัยราชวงศ์ยฺเหวียน (元) | |||||||
| ราชเลขาธิการ (尚書 ช่างชู) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ? – ค.ศ. 189 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| ขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายเหนือ / ตงลงเจียงฝ่ายเหนือ[1] (北中郎將 เป่ย์จงหลางเจี้ยง) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 184 | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| ขุนนางที่ปรึกษา (議郎 อี้หลาง) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| เจ้าเมืองโลกั๋ง (廬江太守 หลูเจียงไท่โฉ่ว) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| เจ้าเมืองกิวกั๋ง (九江太守 จิ่วเจียงไท่โฉ่ว) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 175 – ? | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| บัณฑิต (博士 ปั๋วชื่อ) | |||||||
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |||||||
| กษัตริย์ | พระเจ้าเลนเต้ | ||||||
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |||||||
| เกิด | คริสต์ทศวรรษ 140? นครจัวโจว มณฑลเหอเป่ย์ | ||||||
| เสียชีวิต | ค.ศ. 192 | ||||||
| บุตร | |||||||
| ความสัมพันธ์ | ดู ตระกูลหลูแห่งฟ่านหยาง หลู ชิน (盧欽) (หลานชาย; บุตรชายของหลู ยฺวี่[3]) หลู ทิง (盧珽) (หลานชาย; น้องชายของหลู ชิน[4]) | ||||||
| อาชีพ | นักประวัติศาสตร์, ขุนพล, นักปรัชญา, ขุนนาง | ||||||
| ชื่อรอง | จื่อก้าน (子幹) | ||||||
| ชื่อภาษาจีน | |||||||
| จีนตัวเต็ม | 盧植 | ||||||
| จีนตัวย่อ | 卢植 | ||||||
| |||||||
| จื่อก้าน (ชื่อรอง) | |||||||
| จีนตัวเต็ม | 子幹 | ||||||
| จีนตัวย่อ | 子干 | ||||||
| |||||||
โลติด[5] หรือ โลจิ๋น[6] (ก่อนช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 140?[a] – ค.ศ. 192)[8] มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า หลู จื๋อ (จีน: 盧植; พินอิน: Lú Zhí) ชื่อรอง จื่อก้าน (จีน: 子幹; พินอิน: Zǐgàn) เป็นนักประวัติศาสตร์ ขุนพล นักปรัชญา และขุนนางชาวจีนในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก สามก๊กจี่ (三國志 ซานกั๋วจื้อ) ระบุว่าโลติดเป็นอาจารย์ของเล่าปี่ (劉備 หลิว เป้ย์) และกองซุนจ้าน (公孫瓚 กงซุน จ้าน) และบรรยายลักษณะของโลติดว่าเป็นชายร่างสูง (ประมาณ 1.89 เมตรหรือ 6 ฟุต 2 นิ้ว) และมีเสียงกังวาน[9]
ประวัติ
[แก้]โลติดเป็นชาวเมืองตุ้นก้วน (涿郡 จัวจฺวิ้น) ซึ่งปัจจุบันคือนครจัวโจว (涿州市 จัวโจวชื่อ) มณฑลเหอเป่ย์ (河北)[8][10] โลติดเข้าศึกษาตำรากับหม่า หรง (馬融) และมีเต้เหี้ยน (鄭玄 เจิ้ง เสฺวียน) เป็นเพื่อนร่วมอาจารย์คนหนึ่ง[11][12] หม่า หรงนั้นเป็นพระญาติฝ่ายพระมเหสี[b] ครอบครัวของหม่า หรงจึงมั่งคั่งและในบ้านมีหญิงนักขับร้องกับหญิงนักระบำจำนวนมาก ในระหว่างที่โลติดเรียนกับหม่า หรง โลติดตั้งใจศึกษาและไม่เคยวอกแวกไปมองหญิงนักขับร้องกับหญิงนักระบำเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงได้รับความชื่นชมจากหม่า หรงผู้เป็นอาจารย์[13]
ประมาณเดือนสิงหาคม ค.ศ. 168 โลติดซึ่งเวลานั้นยังเป็นพลเรือนได้เขียนหนังสือถึงเตาบู (竇武 โต้ว อู่) บิดาของจักรพรรดินีพันปีหลวงโต้ว เมี่ยว (竇妙) โดยโลติดแนะนำเตาบูไม่ให้รับตำแหน่งที่พระราชทานแก่เตาบูและครอบครัวเพื่อตอบแทนความดีความชอบในการเชิญพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) ขึ้นครองราชย์ เตาบูปฏิเสธคำแนะนำของโลติด[c]
เมื่อ ค.ศ. 175 เกิดการก่อกบฏที่นำโดยอนารยชนในเมืองกิวกั๋ง (九江郡 จิ่วเจียงจฺวิ้น) โลติดนั้นมีความสามารถทั้งในด้านวรรณกรรมและด้านการทหาร จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองกิวกั๋ง เหล่ากบฏต่างยอมจำนนต่อโลติดโดยละม่อม ต่อมาโลติดลาออกตำแหน่งโดยอ้างว่าป่วย[14]
โลติดถือเป็นหนึ่งในบัณฑิตที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลานั้น เป็นที่รู้จักจากการศึกษาตำราเกี่ยวกับพิธีกรรมจีน และจากการมีส่วนร่วมในการช่วยรวบรวม ตงกวานฮั่นจี้ (จีนตัวย่อ: 东观汉记; จีนตัวเต็ม: 東觀漢記; พินอิน: Dōngguān Hànjì)[8] ลูกศิษย์ของโลติดที่โดดเด่น ได้แก่ เกา โย่ว (高誘) ซึ่งภายหลังเป็นบัณฑิตผู้เขียนอรรถาธิบายคัมภีร์โบราณของจีน,[8] เล่าปี่ (劉備 หลิว เป้ย์) ซึงภายหลังขึ้นครองราย์เป็นจักรพรรดิแห่งรัฐจ๊กก๊ก (蜀國 ฉู่กั๋ว) ในยุคสามก๊ก (三國 ซานกั๋ว),[15] หลิว เต่อหราน (劉德然) ญาติของเล่าปี่,[15] และกองซุนจ้าน (公孫瓚 กงซุน จ้าน) ซึ่งภายหลังเป็นขุนศึกภูมิภาค[15]
ระหว่างที่โลติดรับราชการในราชสำนักของราชวงศ์ฮั่น โลติดได้นำทัพหลวงเข้าโจมตีกบฏโพกผ้าเหลืองเมื่อ ค.ศ. 184 แต่ภายหลังถูกปลดจากอำนาจบังคับบัญชาทหารหลังขันทีจูฮง (左豐 จั่ว เฟิง) กล่าวโทษโลติดด้วยข้อหาอันเป็นเท็จ เพราะโลติดไม่ยอมมอบสินบนให้กับจูฮง[16]
ฮองฮูสง (皇甫嵩 หฺวางฝู่ ซง) ซึ่งรับช่วงบัญชาการทัพหลวงต่อจากโลติด ยังคงมอบหมายให้โลติดเป็นผู้วางกลยุทธ์และรายงานผลการศึกไปยังราชสำนัก ดังนั้นในปีเดียวกันนั้น โลติดจึงได้กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นราชเลขาธิการ (尚書 ช่างชู)[17] ภายหลังโลติดได้คัดค้านตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) เรื่องที่จะปลดหองจูเปียน (皇子辯 หฺวางจื่อ เปี้ยน) หรือเล่าเปียน (劉辯 หลิว เปี้ยน) จากตำแหน่งจักรพรรดิอย่างกะทันหัน
หลังตั๋งโต๊ะขึ้นมามีอำนาจ ในที่สุดโลติดก็ลาออกจากการรับราชการในราชสำนักโดยอ้างว่าตนชราและมีสุขภาพไม่ดี โลติดเกรงว่าตนจะได้รับอันตรายจึงออกจากนครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) โดยใช้เส้นทางเปลี่ยว ตั๋งโต๊ะได้ส่งกำลังทหารไล่ตามโลติดแต่ไม่สามารถจับตัวได้ โลติดกลายเป็นบัณฑิตเร้นกายในเมืองช่างกู่ (上谷郡 ช่างกู่จฺวิ้น) ปฏิเสธการติดต่อกับคนภายนอก แม้แต่อ้วนเสี้ยว (袁紹 ยฺเหวียน เช่า) ที่พยายามเชิญโลติดมาเป็นที่ปรึกษาของตน ต่อมาโลติดเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 192[18]
ครอบครัวและทายาท
[แก้]หลู ยฺวี่ (盧毓; ค.ศ. 183 - เมษายน ค.ศ. 257)[d] บุตรชายคนเล็กของโลติด ภายหลังได้รับราชการในรัฐวุยก๊ก (魏國 เว่ย์กั๋ว) ในยุคสามก๊ก (三國 ซานกั๋ว) หลู ยฺวี่มีบุตรชาย 2 คนคือหลู ชิน (盧欽; เสียชีวิต 24 เมษายน ค.ศ. 2788[21]) และหลู ถิ่ง (盧珽) ทั้งสองรับราชการกับราชวงศ์จิ้นตะวันตก (西晉 ซีจิ้น)[e] หลู จื้อ (盧志) บุตรชายของหลู ถิ่ง เป็นขุนพลของซือหมา อิ่ง (司馬穎) ซึ่งเป็นอ๋อง (王 หวาง) องค์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสงครามแปดอ๋อง[23] บุตรชายของหลู ยฺวี่สมรสกับฮฺว่า อี้ (華廙) บุตรชายของฮฺว่า เปี่ยว (華表) ผู้เป็นบุตรชายของฮัวหิม (華歆 ฮฺว่า ซิน)[f]
บุตรชายคนโตของหลู จื้อคือหลู เฉิน (盧諶; ค.ศ. 285 - ป. เมษายน ค.ศ. 351)[g] เหลนชายคนหนึ่งของหลู เฉินคือหลู สฺวิน (盧循; เสียชีวิต ป. 1 มิถุนายน ค.ศ. 411[25]) เป็นพี่เขย (สามีของน้องสาว) ของซุน เอิน (孫恩) ซึ่งเป็นกบฏต่อต้านราชวงศ์จิ้น และได้สานต่อการก่อกบฏหลังซุน เอินเสียชีวิต [26]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับประวัติของโลติดที่สามารถระบุช่วงเวลาได้คือเมื่อโลติดอยู่ในฐานะพลเรือน ได้เขียนจดหมายถึงเตาบู แนะนำให้อย่ารับตำแหน่งที่มอบให้เตาบูและครอบครัวจากการมีส่วนร่วมของเตาบูในการสถาปนาพระเจ้าเลนเต้เป็นจักรพรรดิ เตาบูปฏิเสธคำแนะนำนี้ของโลติด จือจื้อทงเจี้ยน (資治通鑑) เล่มที่ 56 ระบุช่วงเวลาที่ตระกูลของเตาบูได้รับตำแหน่งว่าเป็นวันกุ่ยซื่อ (癸巳) ของเดือน 6 ในศักราชเจี้ยนหนิง (建宁) ปีที่ 1 ในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ ซึ่งเทียบได้กับวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 168 ในปฏิทินจูเลียส[7] นอกจากนี้ หม่า หรงอาจารย์ของโลติดเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 166 หากโลติดเกิดเมื่อ ค.ศ. 159 ก็จะมีอายุ 9 ปีในช่วงเวลาที่ส่งจดหมายถึงเตาบู และมีอายุ 7 ปีเมื่อหม่า หรงเสียชีวิต บทชีวประวัติโลติดบันทึกว่าโลติดมีฐานะเป็นพลเรือน (布衣 ปู้อี) ในช่วงเวลาที่ส่งจดหมายถึงเตาบู ดังนั้น เวลานั้นโลติดควรเป็นผู้ใหญ่แล้ว (กล่าวคือมีอายุในช่วงยี่สิบปีต้น ๆ เป็นอย่างน้อย) ดังนั้นปีเกิดของโลติดน่าจะในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 140 หรือก่อนหน้านั้น
- ↑ ปู่ของหม่า หรงคือหม่า ยฺหวี (馬余) ผู้เป็นพี่ชายของม้าอ้วน (馬援 หม่า ยฺเหวียน) ขุนพลผู้มีชื่อเสียง และบุตรสาวของม้าอ้วนเป็นพระมเหสีของพระเจ้าฮั่นเบ้งเต้ (漢明帝 ฮั่นหมิงตี้)
- ↑ จือจื้อทงเจี้ยน (資治通鑑) เล่มที่ 56 ระบุช่วงเวลาที่ตระกูลของเตาบูได้รับตำแหน่งว่าเป็นวันกุ่ยซื่อ (癸巳) ของเดือน 6 ในศักราชเจี้ยนหนิง (建宁) ปีที่ 1 ในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ ซึ่งเทียบได้กับวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 168 ในปฏิทินจูเลียส[7]
- ↑ บทชีวประวัติหลู ยฺวี่ใน สามก๊กจี่ บันทึกว่าหลู ยฺวี่กำพร้าขณะหลู ยฺวี่มีอายุ 10 ปี (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก) เมื่อ ค.ศ. 192 ซึ่งเป็นปีที่โลติดเสียชีวิต[19] บทพระราชประวัติโจมอ (曹髦 เฉา เหมา) ในงานเขียนชุดเดียวกันบันทึกว่าหลู ยฺวี่เสียชีวิตในเดือน 3 ศักราชกำลอ (甘露 กานลู่) ปีที่ 2 เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 เมษายน ค.ศ. 257 ในปฏิทินจูเลียส[20] ดังนั้น หลู ยฺวี่จึงมีอายุประมาณ 74 ปีขณะเสียชีวิต
- ↑ บทชีวประวัติหลู ยฺวี่ใน สามก๊กจี่ บันทึกว่าบรรดาศักดิ์ของหลู ถิ่งได้ตกทอดไปถึงหลู ฟาน (盧籓) ผู้เป็นหลานชาย แต่บทชีวประวัติไม่ได้ระบุว่าบิดาของหลู ฟานคือใคร[22]
- ↑ บทชีวประวัติฮฺว่า อี้ใน จิ้นชู เล่มที่ 44 บันทึกว่าหลู ยฺวี่เป็นพ่อตาของฮฺว่า อี้
- ↑ บทชีวประวัติของหลู เฉินใน จิ้นชู บันทึกว่าหลู เฉินเสียชีวิตขณะอายุ 67 ปี (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก) ในศักราชหย่งเหอ (永和) ปีที่ 6 ในรัชสมัยจักรพรรดิจิ้นมู่ตี้ (晉穆帝)[24] อย่างไรก็ตาม จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 99 ระบุว่าหลู เฉินเสียชีวิตในเดือน 3 ศักราชหย่งเหอปีที่ 7 เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 11 พฤษภาคม ค.ศ. 351 ในปฏิทินจูเลียส
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("เล่าปี่จึงว่า ได้ยินข่าวว่าโลติดผู้เปนตงลงเจียงเปนทหารเอกพระเจ้าเลนเต้รบกับเตียวก๊กนายโจรอยู่ตำบลเมืองกงจ๋ง ข้าพเจ้าจะขอทหารไปรบพวกโจร") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 22, 2026. เทียบกับ (玄德曰:「近聞中郎將盧植與賊首張角戰於廣宗,備昔曾師事盧植,欲往助之。」) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- ↑ (植有四子,毓最小。) อรรถาธิบายจากซฺวี่ฮั่นชูในสามก๊กจี่ เล่มที่ 22. หลู ยฺวี่มีบทชีวประวัติของตนเองในสามก๊กจี่เล่มเดียวกันนี้
- ↑ (祖植,汉侍中。父毓,魏司空。) จิ้นชู เล่มที่ 44.
- ↑ (钦弟珽) จิ้นชู เล่มที่ 44.
- ↑ ("เมื่อเล่าปี่อายุได้สิบห้าปี มารดาจึงให้ไปเรียนหนังสือกับเต้เหี้ยนผู้เปนครู เล่าปี่นั้นมีเพื่อนสองคน ชื่อโลติดหนึ่ง กองซุนจ้านหนึ่ง เรียนหนังสืออยู่ด้วยกันจนอายุได้ยี่สิบห้าปี") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 22, 2026. เทียบกับ (年十五歲,母使游學,嘗師事鄭玄、盧植,與公孫瓚等為友。及劉焉發榜招軍時,玄德年已二十八歲矣。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- ↑ ("โฮจิ๋นจึงเอาเนื้อความกราบทูลพระเจ้าเลนเต้ ๆ ให้มีตราไปทุกหัวเมืองว่า ถ้าผู้ใดมีฝีมือกล้าหาญให้ช่วยกันจับโจรโพกผ้าเหลือง ได้แล้วจะปูนบำเหน็จให้เปนขุนนาง แล้วสั่งจงลงเจียงทหารเอกหนึ่ง โลจิ๋นหนึ่ง ฮองฮูสงหนึ่ง จูฮีหนึ่ง ให้คุมทหารยกออกไปเปนสามด้าน ให้จับตัวเตียวก๊กจงได้") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 12, 2025. เทียบกับ (何進奏帝火速降詔,令各處備禦,討賊立功;一面遣中郎將盧植、皇甫嵩、朱雋,各引精兵,分三路討之。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- 1 2 ([建宁元年]六月....。癸巳,录定策功,封窦武为闻喜侯,武子机为渭阳侯,兄子绍为鄠侯,靖为西乡侯,中常侍曹节为长安乡侯,侯者凡十一人。涿郡卢植上书说武曰:“足下之于汉朝,犹旦、奭之在周室,建立圣主,四海有系,论者以为吾子之功,于斯为重。今同宗相后,披图案牒,以次建之,何勋之有!岂可横叨天功,以为己力乎!宜辞大赏,以全身名。”武不能用。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 56.
- 1 2 3 4 Knoblock & al. (2000), p. 671.
- ↑ (身长八尺二寸,音声如钟。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ (盧植字子幹,涿郡涿人也。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ Coblin (1983).
- ↑ (少與鄭玄俱事馬融,能通古今學,好研精而不守章句。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ (融外戚豪家,多列女倡歌舞于前。植侍讲积年,未尝转眄,融以是敬之。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ (熹平四年,九江蛮反,四府选植才兼文武,拜九江太守,蛮寇宾服。以疾去官。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- 1 2 3 ตันซิ่ว, "ชีวประวัติเจ้านายองค์แรก", สามก๊กจี่. (ในภาษาจีน)
- ↑ (帝遣小黄门左丰诣军观贼形埶,或劝植以赂送丰,植不肯。丰还言于帝曰:“广宗贼易破耳。卢中郎固垒息军,以待天诛。”帝怒,遂槛车征植,减死罪一等。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ (及车骑将车皇甫嵩讨平黄巾,盛称植行师方略,嵩皆资用规谋,济成其功。以其年复为尚书。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64
- ↑ (植以老病求归,惧不免祸,乃诡道从轘辕出。卓果使人追之,到怀,不及。遂隐于上谷,不交人事。冀州牧袁绍请为军师。初平三年卒。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 64.
- ↑ (毓十岁而孤,...) สามก๊กจี่ เล่มที่ 22.
- ↑ ([甘露]二年....三月,司空卢毓薨。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 4.
- ↑ ([咸宁四年]三月甲申,尚书左仆射卢钦卒。) จิ้นชู เล่มที่ 3.
- ↑ (孙籓嗣。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 22.
- ↑ (成都王颖之镇邺也,爱其才量,委以心膂,遂为谋主。) จิ้นชู เล่มที่ 44
- ↑ (属冉闵诛石氏,谌随闵军,于襄国遇害,时年六十七,是岁永和六年也。) จิ้นชู เล่มที่ 44.
- ↑ ([义熙七年]夏四月,田子引兵救番禺,击循,破之,所杀万馀人。循走,田子与处共追之,又破循于危梧、郁林、宁浦。会处病,不能进,循奔交州。....庚子,循晨至龙编南津;慧度悉散家财以赏军士,与循合战,掷雉尾炬焚其舰,以步兵夹岸射之,循从舰俱然,兵众大溃。循知不免,先鸩妻子,召妓妾问曰:“谁能从我死者?”多云;“雀鼠贪生,就死实难。”或云:“官尚当死,某岂愿生!”乃悉杀诸辞死者,因自投于水。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 116. อรรถาธิบายในบทชีวประวัติหลู ยฺวี่ใน สามก๊กจี่ ก็บันทึกว่าหลู เฉินเป็นทวดของหลู สฺวิน (妖贼帅卢循,谌之曾孙。) อรรถาธิบายจาก เฉินเปี๋ยจฺว้าน ใน สามก๊กจี่ เล่มที่ 22. หมายเหตุ: เผย์ ซงจิอ (裴松之) เป็นคนร่วมสมัยกับหลู สฺวิน
- ↑ จิ้นชู เล่มที่ 100.
บรรณานุกรม
[แก้]- ตันซิ่ว (คริสต์ศตวรรษที่ 3). สามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อ).
- เผย์ ซงจือ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). อรรถาธิบายสามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อจู้).
- ฟ่าน เย่ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). โฮ่วฮั่นชู.
- ล่อกวนตง (คริสต์ศตวรรษที่ 14). สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้).
- Coblin, W. South (1983), "Gao You", A Handbook of Eastern Han Sound Glosses, Hong Kong: Chinese University Press, p. 30, ISBN 9789622012585.
- Lü Buwei & al., 《呂氏春秋》, in Knoblock, John; และคณะ, บ.ก. (2000), The Annals of Lü Buwei, Stanford: Stanford University Press, ISBN 0-8047-3354-6.