ม้าเฉียว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ม้าเฉียว
MaChao.jpg
ภาพวาดม้าเฉียว สมัยราชวงศ์ชิง
แม่ทัพแห่งจ๊กก๊ก
เกิด พ.ศ. 719
สถานที่เกิด มณฑลซานซี
ถึงแก่กรรม พ.ศ. 765 (อายุ 46 ปี)
ชื่อ
อักษรจีนตัวเต็ม 馬超
อักษรจีนตัวย่อ 马超
พินอิน Mǎ Chāo
สำเนียงจีนฮกเกี้ยน ม้าเฉียว
สัทอักษรแบบเวด-ไจลส์ Ma Ch'ao
ชื่อรอง เหมิงฉี

ม้าเฉียว หรือหม่าเชา (ค.ศ. 176 - ค.ศ. 222) ชื่อรอง เหมิงฉี เป็นนายทหารและขุนศึกที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและช่วงต้นยุคสามก๊กของประเทศจีน ม้าเฉียวเป็นลูกชายคนโตของม้าเท้ง ขุนศึกผู้มีชื่อเสียงในมณฑลเหลียง (พื้นที่ส่วนหนึ่งในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน) ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากหม่าหยวน ในปี 211 ม้าเฉียวตั้งกลุ่มพันธมิตรกับหันซุยและและขุนศึกคนอื่น ๆ ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อก่อกบฏต่อรัฐบาลกลางของราชวงศ์ฮั่นที่นำโดยโจโฉ กลุ่มพันธมิตรแตกพ่ายหลังจากพ่ายแพ้ที่ยุทธการที่ด่านตงก๋วนให้กับทัพโจโฉ ม้าเฉียวถอยทัพก่อนจะกลับมาตีและยึดมณฑลเหลียงได้จากการที่ม้าเฉียวสังหารเหวยคังและบังคับให้คนของเหวยคังศิโรราบแก่เขา ประมาณหนึ่งปีหลังจากนั้น ม้าเฉียวก่อจลาจล พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงออกพระบรมราชโองการให้ประหารครอบครัวม้าเฉียวที่อาศัยในเมืองเย่ในขณะนั้น ในช่วงเวลาเดียวกัน จ้าวอ๋าง หยางฟู และลูกน้องเดิมของเหวยคังคนอื่น ๆ ก่อกบฏขึ้นและขับไล่ม้าเฉียวออกจากมณฑลเหลียง ม้าเฉียวหนีไปยังนครฮั่นจง ยืมทหารจากเตียวฬ่อเพื่อกลับไปบุกมณฑลเหลียงแต่ก็พ่ายแพ้และร่นถอยกลับมา ม้าเฉียวรับใช้เตียวฬ่ออยู่ช่วงหนึ่งจนกระทั่งประมาณปี 214 เมื่อม้าเฉียวได้ยินข่าวที่เล่าปี่กำลังทำศึกเพื่อแย่งชิงมณฑลอี้ (บางส่วนของมณฑลเสฉวนและเทศบาลนครฉงชิ่งในปัจจุบัน) จากเล่าเจี้ยง ม้าเฉียวแปรพักตร์ไปยังฝ่ายเล่าปี่และมีส่วนช่วยเหลือเล่าปี่ในการยึดครองมณฑลอี้ หลังจากนั้น ม้าเฉียวรับใช้เป็นแม่ทัพให้กับเล่าปี่ และเข้าร่วมศึกฮั่นจงในปี 219 ม้าเฉียวเสียชีวิตในปี 222

นักประวัติศาสตร์และผู้คนที่มีชีวิตในช่วงเดียวกับม้าเฉียวนั้นมีมุมมองเชิงลบต่อม้าเฉียว นอกจากก่อกบฏต่อรัฐบาลกลางของราชวงศ์ฮั่นแล้ว ม้าเฉียวก็กระทำการหยาบช้าสามานย์หลายอย่าง ทั้งทรยศบิดาเมื่อหว่านล้อมให้หันซุยมาร่วมก่อกบฏ ทิ้งภรรยาและบุตรเมื่อแปรพักตร์ไปหาเล่าปี่ ฆ่ามารดาของเจียงซูอย่างเลือดเย็นเมื่อถูกเธอตำหนิ และฆ่าลูกชายของจ้าวอ๋างและหวังยี่เมื่อพวกเขาก่อกบฏและขับไล่ม้าเฉียวออกจากมณฑลเหลียง

ในวรรณกรรมสามก๊ก ม้าเฉียวถูกมองในฐานะนักรบผู้กล้าหาญและเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ ในนิยาย คำอธิบายในอุปนิสัยของม้าเฉียวและหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเขาถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในนิยาย ม้าเฉียวทำศึกที่ด่านตงก๋วนเพื่อล้างแค้นที่โจโฉสั่งประหารครอบครัว แต่ตามประวัติศาสตร์แล้ว ม้าเฉียวเปิดศึกกับโจโฉก่อน ครอบครัวของม้าเฉียวจึงถูกประหารประมาณหนึ่งปีหลังจากนั้น ในนิยาย ม้าเฉียวรบตัวต่อตัวกับทั้งเคาทูที่ด่านตงก๋วน และเตียวหุยที่ด่านแฮบังก๋วน แต่ตามประวัติศาสตร์แล้ว การรบตัวต่อตัวไม่เคยเกิดขึ้น และยุทธการที่ด่านแฮบังก๋วนเป็นเพียงเรื่องแต่ง

พื้นหลังครอบครัว[แก้]

ม้าเฉียวมาจากเมืองเม่าหลิง (茂陵縣) นครโย่ฝูเฟิง (右扶風郡) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองชิ่งผิง มณฑลส่านซีในปัจจุบัน ม้าเฉียวเป็นลูกชายคนโตของม้าเท้ง ผู้สืบเชื้อสายมาจากหม่าหยวน แม่ทัพที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันออก หม่าผิง บิดาของม้าเท้ง ชื่อรอง สื่อชัว เป็นนายทหารในนครเทียนชุยในรัชสมัยของจักรพรรดิฮั่นหฺวัน หลังจากสูญเสียตำแหน่ง หม่าผิงไปอยู่อาศัยกับชนเผ่าเฉียง แต่งงานกับผู้หญิงในชนเผ่า และมีลูกชายคือม้าเท้ง ม้าเท้ง หันซุย และคนอื่น ๆ เป็นขุนศึกที่มีอิทธิพลในมณฑลเหลียง (บางส่วนของมณฑลส่านซีและมณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นและไม่อยากยอมรับคำสั่งจากรัฐบาลฮั่น ในปี 192 ม้าเท้งยอมรับตำแหน่ง General Who Attacks the West (征西將軍) จากราชสำนักฮั่นและนำทหารมารักษาการณ์ที่เมืองเหมย (郿縣) ถึงกระนั้น ม้าเท้งก่อกบฏต่อราชวงศ์ฮั่นในภายหลังและบุกโจมตีเมืองฉางอานแต่ไม่สามารถยึดเมืองได้จึงถอยกลับไปยังมณฑลเหลียง

ชีวิตในช่วงต้น[แก้]

ในปี 197 โจโฉที่กุมอำนาจรัฐบาลกลางไว้มอบหมายให้จงฮิวป้องกันพื้นที่กวนจง จงฮิวเขียนจดหมายถึงม้าเท้งและหันซุยเพื่ออธิบายประโยชน์ที่จะได้รับหากยอมรับรัฐบาลกลางและผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตาม เมื่อโจโฉขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี (丞相) โจโฉต้องการให้ม้าเฉียวมารับใช้ในรัฐบาลฮั่น แต่ม้าเฉียวปฏิเสธ

ในปี 202 ขณะที่โจโฉกำลังบุกเหนือหลังจากเอาชนะอ้วนเสี้ยวที่ศึกกัวต๋อเมื่อสองปีก่อน โจโฉสั่งให้จงฮิวบุกโจมตีโกกันและโกหยวน พันธมิตรของอ้วนเสี้ยว ที่เมืองผิงหยาง (平陽; อยู่ในเมืองหลินเฝิน มณฑลชานซีในปัจจุบัน) ม้าเท้งส่งม้าเฉียวไปสนับสนุนจงฮิว ม้าเฉียวทำหน้าที่เป็น Assistant Officer Who Supervises the Army (督軍從事) ภายใต้จงฮิว ระหว่างการต่อสู้ ม้าเฉียวถูกลูกธนูยิงเข้าที่เท้า แต่ก็พันเท้าไว้ในกระเป๋าและสู้ต่อ คนของม้าเฉียว บังเต๊ก สังหารโกหยวน และทัพจงฮิวรบชนะ

ภายหลัง ม้าเฉียวทะเลาะกับหันซุย จึงขอออกจากมณฑลเหลียงเพื่อไปทำงานในเมืองหลวง ม้าเฉียวได้รับอนุญาตและถูกแต่งตั้งเป็น Minister of the Guards (衞尉) โดยราชสำนักฮั่น ม้าเฉียวได้รับตำแหน่งทางทหารเป็น Lieutenant-General (偏將軍) และได้รับยศขุนนางเป็น Marquis of a Chief Village (都亭侯) และได้รับคำสั่งให้ดูแลกองทหารของบิดาในมณฑลเหลียง น้องชายของม้าเฉียว หม่าซิว (馬休) และหม่าที (馬鐵) ถูกแต่งตั้งเป็น Commandant of Equipage (奉車都尉) และ Commandant of Iron Cavalry (鐵騎都尉) ตามลำดับ และได้รับคำสั่งให้ย้ายครอบครัวไปอาศัยในเมืองเย่ (อยู่ในนครหานตาน มณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน) มีเพียงแค่ม้าเฉียวที่ยังอยู่ในมณฑลเหลียง

การจลาจลต่อต้านราชวงศ์ฮั่น[แก้]

ศึกตงก๋วน[แก้]

ในปี 211 โจโฉส่งจงฮิวและแฮหัวเอี๋ยนไปบุกตีเตียวฬ่อในฮั่นจง พวกเขาเดินทางผ่านกวนจง ม้าเฉียวระแวงว่าโจโผวางแผนจะบุกโจมตี จึงติดต่อหันซุยเพื่อก่อตั้งพันธมิตร ม้าเฉียวบอกหันซุย "ก่อนหน้านี้ จงฮิวสั่งให้ข้าทำร้ายท่าน ตอนนี้ ข้ารู้ว่าคนของกวนดง (ด้านตะวันออกของตงก๋วน) ไม่น่าเชื่อถือ ตอนนี้ ข้าทิ้งพ่อของข้า และข้าเต็มใจที่จะยอมรับท่านเป็นพ่อ ท่านก็ควรทิ้งลูกชายของท่าน และปฏิบัติต่อข้าดั่งลูกชาย" เหยียนชิง คนของหันซุย แนะนำให้หันซุยไม่ร่วมมือกับม้าเฉียว แต่หันซุยก็เข้าร่วมกับม้าเฉียวอยู่ดี ม้าเฉียวติดต่อหยางเชียว หลี่คาน (李堪) เฉิงหยี (成宜) โหเฉวียน (侯選) เฉิงหยีน (程銀) จ้างเหิง (張橫) เหลียงชิง (梁興) หม่าหวัน (馬玩) และคนอื่น ๆ รวมแล้วได้ทหาร 100,000 นายเพื่อโจมตีด่านตงก๋วน (ปัจจุบันคือเมืองตงก๋วน มณฑลส่านซี) เล่าเจี้ยง เจ้าเมืองอี้ ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับม้าเฉียว แต่หวังชาง (王商) ผู้บัญชาการภายใต้เล่าเจี้ยง ไม่เห็นด้วยและกล่าวว่าม้าเฉียวมีความกล้าหาญแต่ไม่มีมนุษยธรรมและไว้วางใจไม่ได้

โจโฉนำทัพบุกตงก๋วนด้วยตัวเอง เกิดเป็นศึกตงก๋วน หลังจากรบกันไม่กี่ครั้ง โจโฉพูดคุยกับม้าเฉียวและหันซุย ม้าเฉียวแอบมีความคิดที่จะจับตัวโจโฉเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรหลังจากถูกเคาทูขึงตาใส่ หลังจากนั้น โจโฉทำตามแผนของกาเซี่ยงทำให้ม้าเฉียวและหันซุยไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน จากนั้น โจโฉบุกโจมตีขุนศึกที่มาจากตะวันตกเฉียงเหนือและเอาชนะไปได้

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ทัพโจโฉอยู่ที่โผบัน (蒲阪; ทางตะวันออกของเมืองต้าหลี่ มณฑลส่านซีในปัจจุบัน) และวางแผนที่จะข้ามแม่น้ำเว่ยและมุ่งหน้าไปทางตะวันตก ม้าเฉียวบอกหันซุยว่า "พวกเราควรจะต้านพวกมันที่ทางเหนือของแม่น้ำเว่ย ภายใน 20 วัน เสบียงที่เก็บไว้ที่ทางตะวันออกของแม่น้ำจะหมดไป พวกมันจะถอยทัพอย่างแน่นอน" อย่างไรก็ตาม หันซุยปฏิเสธแผนนี้และกล่าวว่า "พวกเราควรส่งทหารไปรบกับศัตรูบนแม่น้ำ อย่างนั้นไม่เด็ดขาดกว่ารึ?" เมื่อโจโฉทราบถึงแผนของม้าเฉียว โจโฉเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าเจ้าอาชาหนุ่มนั่นไม่ตาย ข้าคงไม่มีที่ฝังศพที่ดี"

ศึกในกวนจง[แก้]

ม้าเฉียวถอยไปทางตะวันตกหลังพ่ายแพ้ที่ศึกตงก๋วน โจโฉไล่ม้าเฉียวไปยังอันดิง (安定; แถว ๆ เมืองเผียงหลิง มณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) แต่ก็ถอยทัพและมุ่งไปทางตะวันออกหลังได้ยินข่าวความไม่สงบในภาคเหนือ หยางฟูเตือนโจโฉว่า "ม้าเฉียวกล้าหาญเหมือนหานซิ่นและยิ้งบู และยังมีกำลังสนับสนุนจากชาวเผ่าเฉียงและชนเผ่าหรงถ้าพวกเราถอยกลับตอนนี้และไม่ตั้งแนวรับไว้ พวกเราจะสูญเสียดินแดนบริเวณนี้" หลังจากโจโฉได้จากไปแล้ว หยางฟูทำนายถูกต้อง ม้าเฉียวนำทัพหลายชนเผ่ามาบุกกวนจง และผู้คนก็ร่วมด้วย ม้าเฉียวฆ่าเหวยคัง ผู้ตรวจการ (刺史) มณฑลเหลียง ยึดเมืองหลวงจี้เฉิง (兾城; อยู่ในเมืองกั้นกู่ มณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) และบังคับให้ลูกน้องของเหวยคังยอมแพ้ ม้าเฉียวตั้งตัวเองเป็น General Who Attacks the West (征西將軍) และ Governer (牧) ของมณฑลบิ้ง และดูแลการทหารในมณฑลเหลียง

ลูกน้องของเหวยคัง - หยางฟู เจียงชู เหลียงควน (梁寬) จ้าวฉวี (趙衢) และคนอื่น ๆ - ไม่สบอารมณ์ม้าเฉียวจึงวางแผนที่จะกำัด หยางฟูและเจียงชูก่อกบฏในหลู่เฉิง (鹵城; อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงของมณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) ขณะที่คนอื่น ๆ แสร้งแนะนำให้ม้าเฉียวปราบปราม ม้าเฉียวทำตามและบุกหลู่เฉิงแต่ไม่สามารถยึดเมืองได้ เมื่อกลับมาจี้เฉิง ม้าเฉียวเห็นเหลียงควนและจ้าวฉวีปิดประตูเมืองและห้ามไม่ให้เข้า จ้าวฉวีและคนอื่น ๆ ได้ฆ่าภรรยาและลูกของม้าเฉียวในจี้เฉิง

ในฤดูร้อนปี 212 ประมาณหนึ่งปีหลังม้าเฉียวก่อกบฏ พระเจ้าเหี้ยนเต้มีพระบรมราชโองการให้ประหารม้าเท้งและครอบครัวที่อยู่ในเมืองเย่ ณ ขณะนั้น

ม้าเฉียวหนีไปฮั่นจง ยืมกองกำลังจากเตียวฬ่อ และกลับมาโจมตีคนที่ไล่ม้าเฉียวออกจากกวนจง ม้าเฉียวนำทัพล้อมเจียงชู จ้าวอ๋าง และคนอื่น ๆ ที่เขากิสาน (祁山; พื้นที่ภูเขาแถว ๆ เมืองหลี่ มณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) อยู่ประมาณ 30 วันก่อนแฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับนำกองกำลังเสริมมาช่วย

รับใช้เตียวฬ่อ[แก้]

ม้าเฉียวกลับไปยังฮั่นจงหลังพ่ายแพ้ที่เขากิสานและรับใช้เตียวฬ่อ เตียวฬ่อมีแผนจะให้ลูกสาวแต่งงานกับม้าเฉียว แต่หนึ่งในเสนาธิการของเตียวฬ่อคัดค้านและพูดว่า "หากบุคคลนั้นยังไม่รักคนในครอบครัว เขาจะไปรักคนนอกได้อย่างไร?" เตียวฬ่อจึงล้มเลิกแผนดังกล่าว

ในวันขึ้นปีใหม่ปีหนึ่ง ญาติของม้าเฉียวที่หนีออกมาจากฮั่นจงเหมือนกันเข้ามาเยี่ยม ม้าเฉียวทุบอก ไอเป็นเลือด และพูดว่า "ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกกว่าร้อยคนได้รับชะตากรรมเดียวกันในวันเดียว ตอนนี้ มีเพียงแค่พวกเราสองคนที่ทักทายกันอย่างนั้นรึ?"

ม้าเฉียวขอให้เตียวฬ่อมอบกำลังทหารเพื่อไปบุกมณฑลเหลียงอยู่บ่อยครั้ง เตียวฬ่อตกลง แต่ม้าเฉียวก็ไม่ได้รับอะไรจากการรบเลย หยางไป๋ (楊白) คนของเตียวฬ่อ รู้สึกอิจฉาในความสามารถของม้าเฉียวและต้องการจะทำอันตราย เมื่อม้าเฉียวรู้ข่าว จึงหนีออกจากอู่ดู๊ (武都; แถว ๆ เมืองหลงหนาน มณฑลกานซู่ในปัจจุบัน) และไปอยู่อาศัยกับชนเผ่าตี๊ในพื้นที่

รับใช้เล่าปี่[แก้]

ในปี 214 เล่าปี่ทำศึกแย่งชิงมณฑลอี้จากเล่าเจี้ยง ม้าเฉียวคลางแคลงในตัวเตียวฬ่อและรู้สึกว่าเตียวฬ่อคงไม่สามารถประสบความสำเร็จอะไรได้ จึงวางแผนที่จะแปรพักตร์ไปหาเล่าปี่ เมื่อม้าเฉียวได้ข่าวว่าเล่าปี่กำลังล้อมเฉิงตู (เมืองหลวงของอี้) ม้าเฉียวจึงเขียนจดหมายลับไปยังเล่าปี่ มีความว่าปรารถนาจะรับใช้ เล่าปี่รู้สึกยินดีที่ได้รับจดหมายและพูดว่า "มณฑลอี้เป็นของข้า" เล่าปี่ส่งลิอิ๋นไปพบม้าเฉียวพร้อมทั้งมอบเสบียงและทหารให้ หลังจากนั้นม้าเฉียวเดินทางขึ้นเหนือและไปร่วมล้อมเมืองด้วย ภายในสิบวันนับจากที่ม้าเฉียวมาถึง เล่าเจี้ยงเลิกรบและยอมแพ้แก่เล่าปี่

หลังจากยึดเมืองอี้ เล่าปี่แต่งตั้งม้าเฉียวเป็น General Who Pacifies the West (平西將軍) และให้ดูแลหลินจู (臨沮; ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหยวนอัน มณฑลหูเป่ย์ในปัจจุบัน) เล่าปี่เอาชนะโจโฉในศึกฮั่นจงในปี 219 และสถาปนาตนเองเป็นฮั่นจงอ๋อง (漢中王) หลังจากนั้นจึงแต่งตั้งม้าเฉียวเป็น General of the Left (左將軍)

ในปี 221 เล่าปี่สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิและสร้างจ๊กก๊กขึ้นมา พระเจ้าเล่าปี่ทรงตั้งม้าเฉียวเป็น General of Agile Cavalry (驃騎將軍) และผู้ว่า (牧) มณฑลเหลียง ม้าเฉียวได้รับยศขุนนางเป็น Marquis of Tai District (斄鄉侯) พระบรมราชโองการของพระเจ้าเล่าปี่เขียนไว้ดังนี้:

"ข้าไม่มีความสามารถ แต่ข้าขึ้นครองบัลลังก์เพื่อดำรงราชวงศ์ฮั่นเอาไว้ โจโฉและโจผีจะถูกจดจำในสิ่งเลวร้ายที่กระทำไว้ ข้ารู้สึกเสียใจกับการกระทำผิดของพวกมัน ผู้คนต่างเกลียดชังพวกมันและหวังว่าราชวงศ์ฮั่นจะได้รับการฟื้นฟู เนื่องด้วยชนเผ่าตี๊ ชนเผ่าเฉียง ชนเผ่าชุ่นหยู่ และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ เต็มใจยอมรับในการปกครองของเรา ชาวเหนือชื่นชมในตัวเจ้า และความกล้าหาญของเจ้าก็เป็นที่รู้กันดี ข้ามีงานสำคัญให้กับเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้อานุภาพของเจ้าในการปกครองชายแดนทางเหนือและสร้างความเจริญให้กับผู้คนที่นั่น เจ้าต้องแสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการปกครองของเรา และต้องมีใจเป็นธรรมในการให้รางวัลคนดีและลงโทษคนชั่ว เจ้าได้รับคำอวยพรจากจักรพรรดิราชวงศ์ฮั่น และเจ้าต้องไม่ทำให้ผู้คนผิดหวัง"

กรณีเผิงหยาง[แก้]

เมื่อเผิงหยาง คนของเล่าปี่ ที่กำลังจะออกเฉิงตูเพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ในเจียงยาง เข้าพบม้าเฉียวและบอกว่า "ท่านเป็นคนนอก ในขณะที่ข้าเป็นคนใน จักรวรรดิสามารถทำให้สงบลงได้" ม้าเฉียวพึ่งเข้าร่วมกับทัพเล่าปี่และบ่อยครั้งที่กลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้น หลังจากได้ยินที่เผิงหยางพูด ม้าเฉียวตกใจและคิดว่าเผิงหยางต้องการให้เขาเข้าร่วมการทำรัฐประหารเล่าปี่ อย่างไรก็ตาม ม้าเฉียวนิ่งเงียบและไม่ได้พูดตอบ หลังจากเผิงหยางออกไป ม้าเฉียวรายงานให้เล่าปี่ทราบ เผิงหยางถูกจับและประหาร

เสียชีวิต[แก้]

ม้าเฉียวเสียชีวิตในปี 222 สิริอายุได้ 47 ปี (นับแบบจีน) สาเหตุการตายไม่ได้ถูกระบุไว้ในประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะเสียชีวิต ม้าเฉียวเขียนจดหมายถึงเล่าปี่ ความว่า "ครอบครัว 200 กว่าคนของข้าถูกโจโฉประหาร ข้ามีเพียงม้าต้ายผู้เป็นญาติเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ เขาจะเป็นคนที่สืบทอดตระกูลของข้า ข้าขอฝากฝังให้ท่านช่วยดูแล ข้าต้องการบอกเพียงเท่านี้" ในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนของปี 260 พระเจ้าเล่าเสี้ยนอวยยศย้อนหลังแก่ม้าเฉียวเป็น "Marquis Wei" (威侯)

ดูเพิ่ม[แก้]