ลิโป้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ลิโป้ (ลฺหวี่ ปู้)
呂布
ภาพวาดของลิโป้สมัยราชวงศ์ชิง
ขุนพลขวา /
ขุนพลสยบบูรพา
(左將軍 / 平東將軍)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 197 – ค.ศ. 199
กษัตริย์ พระเจ้าเหี้ยนเต้
เฟิ่นเวยเจียงจวิน (奮威將軍)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 192 – ค.ศ. 197
กษัตริย์ พระเจ้าเหี้ยนเต้
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด อำเภอจิ่วยฺเหวียน เมืองอู่ยฺเหวียน (ปัจจุบันคือจิ่วยฺเหวียน เมืองเปาโถว เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน)
เสียชีวิต 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 199[a]
อำเภอแห้ฝือ เมืองแห้ฝือ
อาชีพ ขุนศึก, ขุนพล
ชื่อรอง เฟิ่งเซียน (奉先)
ฉายา "ขุนพลบิน" (飛將)
บรรดาศักดิ์ เวินโหฺว (溫侯)
ลิโป้
อักษรจีนตัวเต็ม呂布
อักษรจีนตัวย่อ吕布
ในบทความนี้นามสกุลคือ ลฺหวี่ (呂)

ลิโป้ (เสียชีวิต 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 199)[a] หรือชื่อในภาษาจีนกลางว่า ลฺหวี่ ปู้ (เกี่ยวกับเสียงนี้ การออกเสียง ; จีนตัวย่อ: 吕布; จีนตัวเต็ม: 呂布; พินอิน: Lǚ Bù; เวด-ไจลส์: 3 Pu4) มีชื่อรองว่า เฟิ่งเซียน (奉先) เป็นขุนพลและขุนศึกที่มีชีวิตในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจีนยุคราชวงศ์ เดิมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของขุนศึกเต๊งหงวน ลิโป้ทรยศและสังหารเต๊งหงวนแล้วแปรพักตร์ไปเข้าด้วยตั๋งโต๊ะ ขุนศึกผู้กุมอำนาจราชสำนักส่วนกลางของราชวงศ์ฮั่นในช่วงต้นทศวรรษ 190 ในปี ค.ศ. 192 ลิโป้กลับทรยศและสังหารตั๋งโต๊ะหลังถูกยุยงโดยอ้องอุ้นและซุนซุย แต่ภายหลังพ่ายแพ้ให้กับผู้ติดตามของตั๋งโต๊ะและถูกขับไล่ออกไป

ระหว่างปี ค.ศ. 192 ถึงช่วงกลางปี ค.ศ. 195 ลิโป้เดินทางเร่ร่อนไปทั่วแผ่นดินจีนตอนกลางและตอนเหนือ ไปขอเข้าพึ่งพักพิงกับขุนศึกต่าง ๆ ได้แก้ อ้วนสุด, อ้วนเสี้ยว และเตียวเอี๋ยง ในปี ค.ศ. 194 ลิโป้เข้ายึดแคว้นกุนจิ๋วจากขุนศึกโจโฉด้วยความช่วยเหลือจากผู้แปรพักตร์จากฝ่ายโจโฉ แต่โจโฉยึดแดนดินคืนมาได้ภายในสองปี ในปี ค.ศ. 196 ลิโป้ทรยศเล่าปี่ที่ให้ที่พักพิงแก่ตนในแคว้นชีจิ๋วและเข้ายึดแคว้นชีจิ๋วจากเล่าปี่ ลิโป้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับอ้วนสุด แต่ภายหลังก็ตัดสัมพันธ์กับอ้วนสุดหลังจากอ้วนสุดตั้งตนเป็นจักรพรรดิซึ่งถือเป็นกบฏต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ ลิโป้เข้าร่วมกับโจโฉและคนอื่น ๆ เข้าโจมตีอ้วนสุด ทว่าในปี ค.ศ. 198 ลิโป้กลับร่วมเป็นพันธมิตรกับอ้วนสุดอีกครั้งแล้วถูกโจมตีโดยกองกำลังร่วมของโจโฉและเล่าปี่ ทำพ่ายแพ้ในยุทธการที่แห้ฝือ ลิโป้ถูกจับและถูกประหารโดยคำสั่งของโจโฉ

แม้ว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์และนิยายจะบันทึกถึงลิโป้ในฐานะขุนศึกผู้เก่งกาจ แต่ลิโป้ก็ยังมีชื่อเสียงเรื่องพฤติกรรมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ลิโป้มักจะเปลี่ยนนายด้วยเหตุผลที่ไม่ปกติและทรยศพันธมิตรได้ง่าย ๆ และยังมีบันทึกว่าลิโป้ขาดทักษะการวางแผนและการจัดการ ลิโป้มักจะหวาดระแวงคนอื่นและไม่สามารถควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดนำไปสู่จุดจบของลิโป้ ในนิยายอิงประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 14 สามก๊ก รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของลิโป้ได้มีการเสริมเติมแต่ง และรายละเอียดที่แต่งเติมขึ้นบางอย่าง รวมถึงเรื่องความรักกับตัวละครเตียวเสียน ได้เสริมเข้าไปเพื่อสร้างภาพลิโป้ให้เป็นนักรบที่แทบจะไร้เทียมทาน และยังมีความโหดเหี้ยม หุนหันพลันแล่น และไร้คุณธรรม

แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชีวประวติของลิโป้[แก้]

ชีวประวัติอย่างเป็นทางการของลิโป้ปรากฏอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ 2 แหล่ง แหล่งแรกคือ จดหมายเหตุสามก๊ก (ซันกั๋วจื้อ) เขียนโดยตันซิ่วในศตวรรษที่ 3

ในศตวรรษที่ 5 เผย์ ซงจือ แทรกเชิงอรรถประกอบจดหมายเหตุสามก๊กโดยให้ข้อมูลจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากบันทึกที่ตันซิ่วเขียน รวมถึงเพิ่มข้อคิดเห็นของตนไปด้วย บันทึกบางฉบับที่ใช้ในเชิงอรรถของชีวประวัติลิโป้ ได้แก่ อิงสฺยงจี้ (พงศาวดารผู้กล้า) โดยอองซัน, เซี่ยนตี้ชุนชิว (พงศาวดารพระเจ้าเหี้ยนเต้) โดย ยฺเหวียน เหว่ย, เว่ย์ชื่อชุนชิว (พงศาวดารตระกูลวุย) โดย ซุน เซิ่ง, เฉาหมันจ้วน (ชีวประมาณเฉาหมัน) โดยนักเขียนไม่ทราบชื่อ

ชีวประวัติอย่างเป็นทางการของลิโป้แหล่งที่สองอยู่ใน พงศารดารฮั่นยุคหลัง (โฮ่วฮันชู) ซึ่งรวบรวมโดยฟั่น เย่ในศตวรรษที่ 5

ลักษณะภายนอก[แก้]

ไม่มีคำบรรยายลักษณะภายนอกของลิโป้ปรากฏในบันทึกทางประวัติศาสตร์ มีบันทึกเพียงว่าลิโป้เชี่ยวชาญการยิงเกาทัณฑ์และขี่ม้า และมีพลังกำลังมหาศาล มีฉายาว่า "ขุนพลบิน" (飛將 เฟยเจียง) จากความห้าวหาญในการรบ [ซันกั๋วจื้อ 1] ลิโป้ยังมีม้าทรงพลังที่มีชื่อเรียกว่า "เซ็กเธาว์" (ชื่อทู่; แปลว่า กระต่ายแดง)[ซันกั๋วจื้อ 2][โฮ่วฮันชู 1] ใน เฉาหมันจ้วน ได้บันทึกว่าในยุคนั้นมีคำกล่าวเกี่ยวกับลิโป้และม้าเซ็กเธาว์ว่า "ยอดคนคือลิโป้ ยอดม้าคือเซ็กเธาว์"[ซันกั๋วจื้อจู้ 1]

ในนิยายอิงประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 14 เรื่อง สามก๊ก ได้บรรยายลักษระของลิโป้ไว้ว่า:

[...] รูปลักษณ์สูงส่งงามสง่า มีท่วงท่าน่าเกรงขาม ถือทวนกรีดนภา[b] [...] ผมรวบไปด้านหลังและสวมรัดเกล้าทองคำ สวมเสื้อคลุมออกรบลายดอกไม้ สวมชุดเกราะที่ประดับด้วยรูปของตัวหนี[c] สวมเข็มขัดล้ำค่าที่ประดับด้วยรูปของสิงโต[...][3]

รับใช้เต๊งหงวนและแปรพักตร์เข้าด้วยตั๋งโต๊ะ[แก้]

ภาพจิตรกรรมแสดงเหตุการณ์ลิโป้สังหารเต๊งหงวน (呂布弒丁原) ในระเบียงยาวของพระราชวังฤดูร้อน กรุงปักกิ่ง

ลิโป้เป็นชาวอำเภอจิ่วยฺเหวียน (九原縣 จิ่วยฺเหวียนจฺวิ้น) เมืองอู่ยฺเหวียน (五原郡 อู่ยฺเหวียนจวิ้น) ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณเมืองเปาโถว เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มีชื่อเสียงในเรื่องการรบอย่างกล้าหาญในมณฑลเป๊งจิ๋ว (ปิ้งโจว) เมื่อเต๊งหงวน ข้าหลวง (刺史 ชื่อฉื่อ) ของมณฑลเป๊งจิ๋ว ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการทหารม้า (騎都尉 ฉีตูเว่ย) โดยราชสำนักฮั่นและได้รับมอบหมายให้ไปประจำที่เมืองโห้ลาย (เหอเน่ย) เต๊งหงวนได้รับลิโป้เป็นเสมียน (主簿 จู่ปู้) และปฏิบัติต่อลิโป้อย่างดี[ซันกั๋วจื้อ 3]

หลังการสวรรคตของพระเจ้าเลนเต้ในปี ค.ศ. 189 เต๊งหงวนนำทัพไปยังเมืองหลวงลกเอี๋ยง (ลั่วหยัง) เพื่อช่วยสนับสนุนขุนพลโฮจิ๋นในการกำจัดกลุ่มขันที โฮจิ๋นกลับถูกลอบสังหารโดยขันที หลังจากนั้นตั๋งโต๊ะจึงนำทัพเข้าเมืองลกเอี๋ยงและยึดเมืองหลวงไว้ ตั๋งโต๊ะต้องการกำจัดเต๊งหงวนและเข้าคุมกองกำลังของเต๊งหงวน จึงเกลี้ยกล่อมลิโป้ให้ทรยศเต๊งหงวนแล้วแปรพักตร์เข้าด้วยตน ลิโป้จึงสังหารเต๊งหงวนแล้วตัดศีรษะนำมามอบให้ตั๋งโต๊ะซึ่งเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนักฮั่นได้ในที่สุด ตั๋งโต๊ะแต่งตั้งลิโป้เป็นผู้บังคับการทหารม้า (騎都尉 ฉีตูเว่ย) และให้ความไว้วางใจเป็นอย่างมาก ตั๋งโต๊ะยังได้รับลิโป้เป็นบุตรบุญธรรม ภายหลังลิโป้ได้รับการเลื่อนตำนานจากผู้บังคับการทหารม้าเป็นขุนพลราชองครักษ์ (中郎將 จงหลังเจี้ยง) และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นตูถิงโหฺว (都亭侯)[ซันกั๋วจื้อ 4]

รับใช้ตั๋งโต๊ะ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: การทัพปราบตั๋งโต๊ะ
แผนที่แสดงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของลิโป้

ในปี ค.ศ. 190 แนวร่วมพันธมิตรขุนศึกนำโดยอ้วนเสี้ยวเริ่มการทัพต่อต้านตั๋งโต๊ะเพื่อโต้ตอบการปกครองแบบทรราชย์และการผูกขาดอำนาจในราชสำนักของตั๋งโต๊ะ ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกันตั๋งโต๊ะได้ปลดหองจูเปียน (เล่าเปียน) จักรพรรดิที่ครองราชย์สืบต่อจากพระเจ้าเลนเต้ แล้วสถาปนาพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นแทนที่ ซึ่งกลายเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดภายใต้การควบคุมของตั๋งโต๊ะ ลิโป้ทำหน้นาที่พิทักษ์ตั๋งโต๊ะและออกรบกับแนวร่วมพันธมิตร ในการศึกครั้งหนึ่งที่หยางเหริน (陽人; เชื่อว่าปัจจุบันคือบริเวณเทศบาลนครเวินเฉฺวียน เมืองหรู่โจว มณฑลเหอหนาน) ตั๋งโต๊ะมอบหมายให้ลิโป้และโฮจิ้นไปโจมตีซุนเกี๋ยน (หนึ่งในสมาชิกแนวร่วมพันธมิตร) แต่ลิโป้และโฮจิ้นต่างไม่ถูกกัน ส่งผลให้กองทัพเกิดความปั่นป่วน ซุนเกี๋ยนจึงใช้โอกาสนี้เข้าโจมตีและผลักดันจนล่าถอย[โฮ่วฮันชู 2][4] ภายในไม่กี่เดือน กองทัพแนวร่วมพันธมิตรได้ยกมาถึงเมืองหลวงลกเอี๋ยง ตั๋งโต๊ะยกทัพออกมาด้วยตนเองเข้ารบกับทัพหน้าของแนวร่วมพันธมิตรที่นำโดยซุนเกี๋ยนในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของสุสานหลวงของจักรพรรดิราชวงศ์ฮั่นในอดีต แต่ตั๋งโต๊ะถูกโจมตีแตกพ่ายและต้องล่าถอย ซุนเกี๋ยนจึงผ่านเข้าไปถึงประตูเซฺวียนหยัง (宣陽城門 เซฺวียนหยังเฉิงเหมิน) ของเมืองลกเอี๋ยง แล้วเข้าโจมตีลิโป้จนล่าถอย[โฮ่วฮันชู 3][5] ตั๋งโต๊ะตื่นกลัวจึงตัดสินใจทิ้งเมืองลกเอี๋ยงแล้วย้ายเมืองหลวงไปเมืองเตียงฮัน (ฉางอัน) ทางตะวันตก ตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะส่งกองกำลังไปปล้นในเมืองลกเอี๋ยงและบังคับราษฎรให้ย้ายไปอยู่เมืองเตียงฮันเช่นกัน แล้วจึงเผาทำลายเมืองลกเอี๋ยง แนวร่วมพันธมิตรไม่ได้ไล่ตามตีตั๋งโต๊ะและในที่สุดก็สลายตัวไปเองในปีถัดไป

ตั๋งโต๊ะมักประพฤติหยาบคายต่อหน้าผู้อื่นจึงกลัวว่าอาจถูกลอบสังหาร ตั๋งโต๊ะจึงให้ลิโป้ติดตามอยู่ข้างกายในฐานะองครักษ์ ตั๋งโต๊ะมักอารมณ์เสียและรู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย ครั้งหนึ่งอารมณ์ของตั๋งโต๊ะปะทุถึงกับขว้างทวนจี่สั้นใส่ลิโป้ ลิโป้ตอบสนองไวจึงหลบอาวุธได้ทัน อารมณ์โกรธของตั๋งโต๊ะก็บรรเทาลงหลังจากนั้น ลิโป้รู้สึกไม่เป็นสุขและน้อยใจตั๋งโต๊ะที่เป็นบิดาบุญธรรม เวลาเดียวกันนั้นลิโป้ได้รับมอบหมายให้พิทักษ์จวนที่พักส่วนกลางของตั๋งโต๊ะ และได้ลอบมีสัมพันธ์กับสาวใช้คนหนึ่งของตั๋งโต๊ะ ลิโป้กลัวว่าตั๋งโต๊ะจะรู้เข้าจึงรู้สึกไม่บายใจเป็นอย่างมาก[ซันกั๋วจื้อ 5]

ก่อนหน้านี้ลิโป้ได้รับการเชิญอย่างเป็นมิตรจากอ้องอุ้น เสนาบดีมหาดไทย (司徒 ซือถู) ลิโป้จึงไปพบอ้องอุ้นและพร่ำบ่นเรื่องที่ตั๋งโต๊ะเกือบฆ่าตน เวลานั้นอ้องอุ้นและขุนนางอีกคนชื่อซุนซุย (士孫瑞 ชื่อซุนรุ่ย) กำลังคิดการจะโค่นล้มตั๋งโต๊ะ จึงได้บอกลิโป้เกี่ยวกับแผนการของพวกตนและขอให้ลิโป้มาร่วมช่วยในแผนการ ลิโป้พูดว่า "แต่เราเป็นพ่อลูกกัน" อ้องอุ้นตอบว่า "ท่านมีแซ่ลิ (ลฺหวี่) จึงไม่ได้ร่วมสายเลือดกัน เขาไม่นึกถึงท่านเลยเมื่อท่านเกือบตาย ไหนล่ะคือสายสัมพันธ์ของพ่อลูก" ลิโป้จึงตกลงเข้าร่วมแผนการและกลายเป็นผู้สังหารตั๋งโต๊ะด้วยตนเองในภายหลัง หลังตั๋งโต๊ะเสียชีวิต อ้องอุ้นและลิโป้เข้าควบคุมราชสำนักส่วนกลาง ลิโป้ได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนพลเฟิ่นเวย์ (奮威將軍 เฟิ่ยเวย์เจียงจฺวิน) และได้รับเกียรติเทียบเท่ากับซันกง ตำแหน่งขุนนางชั้นเสนาบดีสูงสุดในระบบการบริหารราชการของราชวงศ์ฮั่น พระเจ้าเหี้ยนเต้ยังได้ตั้งให้ลิโป้มีบรรดาศักดิ์เป็นเวินโหฺว (溫侯)[ซันกั๋วจื้อ 6]

ถูกขับไล่จากเตียงฮัน[แก้]

ดูบทความหลักที่: ยุทธการที่เตียงฮัน

หลังตั๋งโต๊ะเสียชีวิต ผู้ติดตามของตั๋งโต๊ะในมณฑลเลียงจิ๋ว (เหลียงโจว) นำโดยลิฉุย กุยกี และคนอื่น ๆ ร่วมทัพเข้าโจมตีเมืองเตียงฮัน ในขณะที่อ้องอุ้นปฏิเสธที่จะให้มีการนิรโทษกรรมพวกลิฉุยจากกการกระทำภายใต้การบัญชาของตั๋งโต๊ะในอดีต[โฮ่วฮั่นชู 1] กุยกีนำทหารเข้าโจมตีประตูเมืองด้านเหนือแล้วพบกับลิโป้ กุยกีบอกว่าลิโป้ว่า "อย่าส่งทหารมารบกันเลย เรามารบกันตัวต่อตัวดีกว่า" จากนั้นลิโป้จึงเอาชนะกุยกีได้ในการรบตัวต่อตัวและทำให้กุยกีบาดเจ็บสาหัส ทหารของกุยกีมาช่วยชีวิตกุยกีไว้ได้ ทั้งสองฝ่ายต่างถอนกำลังถอยไป[ซันกั๋วจื้อจู้ 2] ลิโป้ไม่สามารถต้านทานข้าศึกไว้ได้ ท้ายที่สุดจึงทิ้งเมืองเตียงฮันหนีไป การพ่ายแพ้และหลบหนีของลิโป้เกิดขึ้นหลังตั๋งโต๊ะเสียชีวิตได้ 60 วัน[ซันกั๋วจื้อ 7]

เผย์ ซงจือให้ความเห็นว่า "60 วัน" ที่อ้างในจดหมายเหตุสามก๊กต้นฉบับเป็นการระบุที่คลาดเคลื่อน จากข้อมูลในหลักฐานอื่น ลิโป้สังหารตั๋งโต๊ะเมื่อวันที่ 23 เดือน 4 ของรัชศกชูผิงปีที่ 3 (ค.ศ. 190–193) ในรัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้ และลิโป้หนีจากเมืองเตียงฮันเมื่อวันที่ 1 เดือน 6 ลิโป้จึงอยู่ในเมืองเตียงฮันไม่ถึง 60 วันหลังการเสียชีวิตของตั๋งโต๊ะ[ซันกั๋วจื้อจู้ 3]

ขอพึ่งอ้วนสุด[แก้]

หลังจากหนีออกจากเมืองเตียงฮัน ลิโป้พร้อมด้วยทหารม้าที่ติดตามไม่กี่ร้อยนายกับศีรษะของตั๋งโต๊ะที่ผูกกับอานม้า ได้เดินทางผ่านด่านอู่กวันและไปเข้าร่วมด้วยอ้วนสุดที่เมืองลำหยง (หนันหยัง) จดหมายเหตุสามก๊กและ พงศาวดารฮั่นยุคหลัง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับท่าทีของอ้วนสุดต่อลิโป้ที่แตกต่างกัน จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่าลิโป้คาดหวังการต้อนรับอย่างดีเพราะลิโป้คิดว่าตนมีบุญคุณกับอ้วนสุดที่ช่วยแก้แค้นโดยการสังหารตั๋งโต๊ะ แต่อ้วนสุดกลับเกลียดชังลิโป้เพราะนิสัยชอบทรยศของลิโป้จึงปฏิเสธที่จะรับลิโป้มาเข้าด้วย[ซันกั๋วจื้อ 8] พงศาวดารฮั่นยุคหลัง ระบุว่าอ้วนสุดปฏิบัติต่อลิโป้อย่างเอื้อเฟื้อ แต่ลิโป้กลับประพฤติตนเย่อหยิ่งจากการที่รู้สึกว่าตนควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้เพราะเขาได้สร้างบุญคุณให้ตระกูลอ้วนในการสังหารตั๋งโต๊ะ ลิโป้ยังปล่อยให้ทหารของตนเข้าบุกรุกพื้นที่ อ้วนสุดกังวลว่าลิโป้ที่ท่าทีคุกคาม และลิโป้เองก็รู้สึกไม่สบายใจหลังได้ยินว่าอ้วนสุดไม่ไว้วางใจตน ลิโป้จึงตัดสินใจจากไป[โฮ่วฮันชู 4]

เข้าร่วมอ้วนเสี้ยวและเตียวเอี๋ยง[แก้]

หลังจากตีจากอ้วนสุด ลิโป้มุ่งหน้าขึ้นทางเหนือของจีนเพื่อไปเข้าร่วมกับอ้วนเสี้ยวที่เป็นญาติของอ้วนสุด ลิโป้ได้ช่วยอ้วนเสี้ยวในการโจมตีเตียวเอี๋ยนที่เมืองเสียงสัน (ฉังชัน) เตียวเอี๋ยนมีทหารเดินเท้าและทหารม้าฝีมือดีหลายพันนาย ลิโป้นำผู้ใต้บังคับบัญชาคือเฉิง เหลียน (成廉) และเว่ย์ เยฺว่ (魏越) กับทหารม้าหลายสิบนายเข้าปล้นค่ายของเตียวเอี๋ยน สังหารข้าศึกไปหลายคนและไล่ต้อนที่ข้าศึกเหลือถอยไป ทำเช่นนี้วันละ 3-4 ครั้งต่อเนื่องเป็นเวลาสิบกว่าวัน ในที่สุดจึงสามารถปราบกองกำลังของเตียวเอี๋ยนได้[ซันกั๋วจื้อ 9][โฮ่วฮั่นชู 2]

ยุทธการที่กุนจิ๋ว[แก้]

ยึดชีจิ๋วจากเล่าปี่[แก้]

เป็นพันธมิตรกับโจโฉต่อต้านอ้วนสุด[แก้]

ทำศึกกับอ้วนสุด[แก้]

ขัดแย้งกับจงป้า[แก้]

ยุทธการที่แห้ฝือ[แก้]

พ่ายแพ้และเสียชีวิต[แก้]

ข้อวิจารณ์[แก้]

ลิโป้รับบทโดยนักแสดงงิ้วเสฉวนในปี ค.ศ. 2018

ครอบครัว[แก้]

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของลิโป้มากนัก ทราบเพียงว่าลิโป้มีภรรยาและบุตรสาวที่ไม่มีชื่อบันทึกในประวัติศาสร์ ลิโป้ทิ้งภรรยาไว้เมื่อหนีออกจากเมืองเตียงฮัน แต่บังสี (龐舒 ผัง ชู) เข้าไปช่วยปกป้องคุ้มครองภรรยาของลิโป้ไว้ และส่งคืนให้ลิโป้ในภายหลัง ภรรยาของลิโป้มีบทบาทโดดเด่นในช่วงยุทธการที่แห้ฝือ เมื่อนางเตือนลิโป้ไม่ให้เชื่อใจตันก๋งมากเกินไป ตอนแรกลิโป้จัดการตบแต่งจะให้บุตรสาวไปแต่งงานกับบุตรชายของอ้วนสุดเพื่อเชื่อมความเป็นพันธมิตรระหว่างลิโป้และอ้วนสุด แต่ลิโป้กลับคำและชิงบุตรสาวกลับไประหว่างที่บุตรสาวเดินทางไปแต่งงาน เมื่อเมืองแห้ฝือถูกกองกำลังของโจโฉล้อมไว้ ลิโป้พยายามนำบุตรสาวออกจากเมืองเพื่อไปส่งให้อ้วนสุด หวังจะให้อ้วนสุดนำกำลังเสริมมาช่วยหลังรับตัวบุตรสาวไปแล้ว แต่ลิโป้ฝ่าวงล้อมไม่สำเร็จจึงพาบุตรสาวกลับเมืองแห้ฝือ ท้ายที่สุดก็ไม่ทราบชะตาของภรรยาและบุตรสาวของลิโป้

ในนิยายอิงประวัติศาสตร์สามก๊ก ลิโป้มีภรรยา 2 คน อนุภรรยา 1 คนและบุตรสาว 1 คน อนุภรรยาคือเตียวเสียน ตัวละคนที่แต่งเสริมในนิยายและเป็นธิดาบุญธรรมของอ้องอุ้น เตียวเสียนมาอยู่ด้วยลิโป้หลังจากลิโป้สังหหารตั๋งโต๊ะ และมีการกล่าวถึงเตียวเสียนในระหว่างยุทธการที่แห้ฝือ ภรรยาคนแรกของลิโป้คือเหงียมซี (嚴氏 เหยียนชื่อ) ผู้ซึ่งอิงมาจากภรรยาตัวจริงของลิโป้ที่มีบันทึกในหลักฐานประวัติศาสตร์ ภรรยาคนที่สองของลิโป้มีการกล่าวถึงเฉพาะในนิยาย เป็นบุตรสาวของโจป้า ส่วนบุตรสาวของลิโป้ในนิยายมีบทบาทที่เหมือนกับบุตรสาวของลิโป้ในบันทึกประวัติศาสตร์ ในนิยายก็ไม่ปรากฏชื่อของบุตรสาวลิโป้ แต่ถูกเรียกด้วยชื่อ "ลฺหวี่ หลิงฉี่" (吕玲绮; 呂玲綺; Lǚ Língqǐ) ในวิดีโอเกมและวัฒนธรรมร่วมสมัย

ในนิยายสามก๊ก[แก้]

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

  • ลิโป้ ถูกใช้เป็นตัวละครในเกมส์ 360mobi Palace สงครามวังหลัง ค่าย VNG Games Studio สายองครักษ์
  • เป็นตัวละครใ่นรัเิอนเกมส์ Arena of Valor ( ROV ) ค่าย Garena (การีน่า) ใช้ชื่อว่า Lu Bu (ลิโป้)
  • Lu Bu ถูกใช้เป็นตัวละครในเกมส์ ซีรีส์ Dynasty Warriors
  • เป็นตัวละครในเกมส์ Seven Knight [7K] ค่าย Netmarble (เน็ตมาเบิล) ใช้ชื่อว่า Lu Bu (ลิโป้)
  • เป็นตัวละครในเกมส์ Heroes Evolved ค่าย Reality Squared Games ใช้ชื่อว่า Lu Bu (ลิโป้)
  • เป็นตัวละครในเกมส์ Romance of the three kingdom ภาค 1 -13

ใช้ชื่อว่า Lu Bu

  • เป็นตัวละครในเกมส์ Fate/Grand Order ในคลาส Berserker
  • เป็นตัวละครในเกมส์ ตำนานซีเฟยสู้ศึกวังหลัง สายองครักษ์
  • เป็น Skin ในเกมส์ Overwatch ชื่อ Lu Bu
  • เป็นขุนพลในเกมส์ TS online
  • เป็นขุนพลในเกมส์ total war three kingdoms
  • เป็นขุนพลในเกม Sankok Arena
  • เป็นขุนพลสุดเท่ในเกม SAMKOK MOE

หมายเหตุ[แก้]

  1. 1.0 1.1 Rafe de Crespigny นักจีนวิทยาชาวออสเตรเลียเขียนในหนังสือ A Biographical Dictionary of Later Han to the Three Kingdoms 23–220 AD ว่าลิโป้เสียชีวิตในปี ค.ศ. 198[1] วันที่นี้ไม่ถูกต้องแม้ว่ารัชศกเจี้ยนอันปีที่ 3 ในรัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้จะเทียบได้กับปี ค.ศ. 198 ในปฏิทินจูเลียน ทั้งนี้เพราะเดือน 11 ของรัชศกเจี้ยนอันปีที่ 3 คือระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 198 ถึง 14 มกราคม ค.ศ. 199 ในปฏิทินจูเลียน ดังนั้นเดือนสิบสองจึงอยู่ในปี ค.ศ. 199 แล้ว จือจื้อทงเจี้ยนบันทึกว่าลิโป้ยอมจำนนต่อโจโฉในวันกุ๋ยโหย่ว (วันที่ 24) เดือน 12 รัชศกเจี้ยนอันปีที่ 3 และถูกประหารในวันเดียวกัน[2] วันที่นี้ตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 199 ตามปฏิทินจูเลียน
  2. ทวนกรีดนภา หรือ ฟังเทียนฮฺว่าจี่ (方天畫戟; 方天画戟; fāngtiān huàjǐ) เป็นชื่อที่ตั้งให้กับอาวุธของลิโป้ที่เป็นทวนจี่ในนิยายสามก๊ก
  3. หนี (; ) เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายสิงโตในเทพนิยายจีน

อ้างอิง[แก้]

อ้างอิงจากจดหมายเหตุสามก๊ก (ซันกั๋วจื้อ)[แก้]

  1. (布便弓馬,膂力過人,號為飛將。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  2. (北詣袁紹,紹與布擊張燕於常山。燕精兵萬餘,騎數千。布有良馬曰赤兎。) จดหมายเหตุวามก๊ก เล่มที่ 7.
  3. (呂布字奉先,五原郡九原人也。 ... 以驍武給并州。刺史丁原為騎都尉,屯河內,以布為主簿,大見親待。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  4. (靈帝崩,原將兵詣洛陽。與何進謀誅諸黃門,拜執金吾。進敗,董卓入京都,將為亂,欲殺原,并其兵衆。卓以布見信於原,誘布令殺原。布斬原首詣卓,卓以布為騎都尉,甚愛信之,誓為父子。 ... 稍遷至中郎將,封都亭侯。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  5. (卓自以遇人無禮,恐人謀己,行止常以布自衞。然卓性剛而褊,忿不思難,嘗小失意,拔手戟擲布。布拳捷避之,為卓顧謝,卓意亦解。由是陰怨卓。卓常使布守中閤,布與卓侍婢私通,恐事發覺,心不自安。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  6. (先是,司徒王允以布州里壯健,厚接納之。後布詣允,陳卓幾見殺狀。時允與僕射士孫瑞密謀誅卓,是以告布使為內應。布曰:「柰如父子何!」允曰:「君自姓呂,本非骨肉。今憂死不暇,何謂父子?」布遂許之,手刃刺卓。語在卓傳。 ... 允以布為奮威將軍,假節,儀比三司,進封溫侯,共秉朝政。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  7. (布自殺卓後,畏惡涼州人,涼州人皆怨。由是李傕等遂相結還攻長安城。 ... 布不能拒,傕等遂入長安。卓死後六旬,布亦敗。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  8. (將數百騎出武關,欲詣袁術。布自以殺卓為術報讎,欲以德之。術惡其反覆,拒而不受。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  9. (常與其親近成廉、魏越等陷鋒突陣,遂破燕軍。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.

อ้างอิงจากอรรถาธิบายจดหมายเหตุสามก๊ก (ซันกั๋วจื้อจู้)[แก้]

  1. (曹瞞傳曰:「時人語曰:『人中有呂布,馬中有赤菟。』」) อรรถาธิบายจาก เฉาหมันจ้วน ใน จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7
  2. (英雄記曰:郭汜在城北。布開城門,將兵就汜,言「且却兵,但身決勝負」。汜、布乃獨共對戰,布以矛刺中汜,汜後騎遂前救汜,汜、布遂各兩罷。) อรรถาธิบายจาก อิงสฺยงจี้ ใน จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.
  3. (臣松之案英雄記曰:諸書,布以四月二十三日殺卓,六月一日敗走,時又無閏,不及六旬。) อรรถาธิบายของเผย์ ซงจือ ใน จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 7.

อ้างอิงจากพงศาวดารฮั่นยุคหลัง (โฮ่วฮันชู)[แก้]

  1. (布常御良馬,號曰赤菟,能馳城飛塹, ...) พงศาวดารฮั่นยุคหลัง เล่มที่ 75.
  2. (明年,孫堅收合散卒,進屯梁縣之陽人。卓遣將胡軫、呂布攻之,布與軫不相能,軍中自驚恐,士卒散亂。堅追擊之,軫、布敗走。) พงศาวดารฮั่นยุคหลัง เล่มที่ 72.
  3. (卓自出與堅戰於諸陵墓閒,卓敗走,灠屯黽池,聚兵於陝。堅進洛陽宣陽城門,更擊呂布,布復破走。) โฮ่วฮันชู เล่มที่ 72.
  4. (布與傕戰,敗,乃將數百騎,以卓頭繫馬鞌,走出武關,奔南陽。袁術待之甚厚。布自恃殺卓,有德袁氏,遂恣兵鈔掠。術患之。布不安,復去從張楊於河內。) พงศาวดารฮั่นยุคหลัง เล่มที่ 75.

รายการอ้างอิงอื่น ๆ[แก้]

  1. de Crespigny 2007, pp. 624–625.
  2. ([侯]成忿懼,十二月,癸酉,成與諸將宋憲、魏續等共執陳宮、高順,率其衆降。[呂]布與麾下登白門樓。兵圍之急,布令左右取其首詣[曹]操,左右不忍,乃下降。 ... 宮請就刑,遂出,不顧,操為之泣涕,幷布、順皆縊殺之,傳首許市。操召陳宮之母,養之終其身,嫁宮女,撫視其家,皆厚於初。) Zizhi Tongjian vol. 62.
  3. (時李儒見丁原背後一人,生得器字軒昂,威風凜凜,手執方天畫戟,怒目而視。 ... 兩陣對圓,只見呂布頂束髮金冠,披百花戰袍,擐唐猊鎧甲,繫獅蠻寶帶,縱馬挺戟,隨丁建陽出到陣前。) สามก๊ก ตอนที่ 3.
  4. (孫堅移屯梁東,為卓將徐榮所敗,復收散卒進屯陽人。卓遣東郡太守胡軫督步騎五千擊之,以呂布為騎督。軫與布不相得,堅出擊,大破之,梟其都督華雄。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 60.
  5. (卓自出,與堅戰於諸陵間。卓敗走,卻屯澠池,聚兵於陝。堅進至雒陽,擊呂布,復破走。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 60.

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Chen Shou (2002). San Guo Zhi. Yue Lu Shu She. ISBN 7-80665-198-5.
  • Luo Guanzhong (1986). San Guo Yan Yi. Yue Lu Shu She. ISBN 7-80520-013-0.
  • Lo Kuan-chung; tr. C.H. Brewitt-Taylor (2002). Romance of the Three Kingdoms. Tuttle Publishing. ISBN 0-8048-3467-9.
ก่อนหน้า ลิโป้ ถัดไป
เล่าปี่ 2leftarrow.png เจ้าเมืองชีจิ๋ว
(พ.ศ. 739 - พ.ศ. พ.ศ. 741)
2rightarrow.png กีเหมา



อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "โฮ่วฮั่นชู" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="โฮ่วฮั่นชู"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>