ข้ามไปเนื้อหา

เตียวก๊ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เตียวก๊ก (จาง เจฺว๋ / จาง เจี่ยว)
張角

  • มหาปรมาจารย์ (大賢良師 ต้าเสียนเหลียงชือ)
  • ขุนพลเจ้าสวรรค์ / เทียนก๋งจงกุ๋น[1]
    (天公將軍 เทียนกงเจียงจฺวิน)
ภาพวาดเตียวก๊กในยุตราชวงศ์ชิง
เกิดไม่ทราบ
เมืองกิลกกุ๋น (อยู่ในมณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน)
เสียชีวิตป. ตุลาคม ค.ศ. 184[2][a]
อำเภอกงจ๋ง เมืองกิลกกุ๋น (ปัจจุบันคืออำเภอกว่างจง มณฑลเหอเป่ย์)
อาชีพขุนพล, กบฏ
ญาติ
ชื่อภาษาจีน
จีนตัวเต็ม張角
จีนตัวย่อ张角
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินZhāng Jué / Zhāng Jiǎo

เตียวก๊ก[3] (เสียชีวิต ป. ตุลาคม ค.ศ. 184[a]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า จาง เจฺว๋ หรือ จาง เจี่ยว (จีน: 張角; พินอิน: Zhāng Jué หรือ Zhāng Jiǎo) เป็นผู้นำลัทธิในจีนยุคโบราณผู้กลายเป็นขุนพลและก่อกบฏโพกผ้าเหลืองในข่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจีน[2] เตียวก๊กมีชื่อเสียงในฐานะผู้วิเศษในลัทธิเต๋าที่มีความสามารถในการแสดงปาฏิหาริย์จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม เตียวก๊กประกาศว่าราชสำนักฉ้อโกงและกดขี่ราษฎร แล้วเตียวก๊กกับผู้ติดตามจึงพยายามจะเข้ายึดครองนครหลวงแต่ไม่สำเร็จ[5] ชื่อในภาษาจีนกลางของเตียวก๊กคือ "จาง เจฺว๋" บางครั้งอ่านเป็น "จาง เจี่ยว" เพราะตัวอักษร 角 ซึ่งเป็นชื่อตัวของเตียวก๊กสามารถอ่านได้ทั้ง "เจฺว๋" และ "เจี่ยว" โดย "เจฺว๋" เป็นคำอ่านแบบดั้งเดิมหรือในเชิงวรรณกรรมและ "เจี่ยว" เป็นคำอ่านแบบสมัยใหม่หรือในเชิงภาษาพูด

ประวัติ

[แก้]

เตียวก๊กเป็นชาวเมืองกิลกกุ๋น (鉅鹿郡 จฺวี้ลู่จฺวิ้น) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเหอเป่ย์ (河北) ในปัจจุบัน มีบทบาทในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เตียวก๊กเรียกตนเองว่าเป็น "มหาปรมาจารย์" (大賢良師 ต้าเสียนเหลียงชือ) นับถือคำสอนของสำนักคิดหฺวาง-เหล่า (黃老) และใช้คำสอนนี้ในการสั่งสอนลูกศิษย์ เตียวก๊กรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ราษฎร โดยเริ่มจากการให้คนป่วยคุกเข่าสารภาพความผิดของตน จากนั้นจึงให้น้ำมนต์หรือใช้เวทมนตร์คาถาในการรักษา คนป่วยบางคนหายจากอาการป่วย ทำให้ราษฎรค่อย ๆ เชื่อในคำสอนของเตียวก๊ก ซึ่งกลายมาเป็นขบวนการไท่ผิงเต้า (太平道; แปลตรงตัว "วิถีมหาสันติ")[6][7] จากนั้นเตียวก๊กจึงส่งลูกศิษย์หลายคนให้เดินทางไปทั่วทุกทิศเพื่อเผยแผ่คำสอน ภายในเวลาสิบกว่าปีก็ค่อย ๆ มีผู้ติดตามนับถือมากขึ้นจนมีจำนวนถึงหลายแสนคน ครอบคลุมพื้นที่ใน 8 มณฑล ได้แก่ เฉงจิ๋ว (青州 ชิงโจว), ชีจิ๋ว (徐州 สฺวีโจว), อิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว), กิจิ๋ว (冀州 จี้โจว), เกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว), ยังจิ๋ว (揚州 หยางโจว), กุนจิ๋ว (兗州 เหยี่ยนโจว) และอิจิ๋ว (豫州 ยฺวี่โจว)[8][9] บางคนถึงกับขายทรัพย์สินทั้งหมดของตนเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมกับเตียวก๊ก ท้องถนนแน่นขนัดจนแทบไม่มีช่องว่าง ผู้คนหลายหมื่นคนเสียชีวิตระหว่างทางก่อนที่จะเดินทางไปถึง[10] เหล่าข้าราชการระดับเมืองและอำเภอไม่ได้ใส่ใจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขบวนการไท่ผิงเต้า กลับแจ้งว่าเตียวก๊กเผยแผ่คำสอนที่ดีและได้รับการสนับสนุนจากราษฎร[11]

อิทธิพลของเตียวก๊กเฟื่องฟูถึงขีดสุด เตียวก๊กจึงได้แบ่งผู้ติดตามของตนออกเป็น 36 "ฟาง" (方; แปลตรงตัว "ทิศทาง") การจัดตั้งฟางมีลักษณะมีลักษณะคล้ายกองกำลังทหาร ฟางใหญ่มีจำนวนคนมากกว่า 10,000 คน ฟางเล็กมีจำนวนคน 6,000 ถึง 7,000 คน แต่ละฟางมีการแต่งตั้งหัวหน้าใหญ่เป็นผู้นำ[12] เตียวก๊กประกาศว่า "ฟ้าคราม[b]พินาศแล้ว ฟ้าเหลือง[c]จักผงาดขึ้น เมื่อถึงปีเจี๋ยจื่อ[d] (甲子) ใต้ฟ้ามหามงคล!" และให้ใช้ดินขาวเขียนอักษร 2 ตัวว่า "เจี๋ยจื่อ" ไว้ที่ประตูสำนักราชการในนครหลวงหรือที่ประตูของที่ว่าการมณฑลหรือเมืองต่าง ๆ เพื่อเป็นสัญญาณของการเริ่มลุกฮือ[13]

ฟางใหญ่ที่นำโดยม้าอ้วนยี่ (馬元義 หม่า ยฺเหวียนอี้) และคนอื่น ๆ ระดมคนได้หลายหมื่นคนจากมณฑลเกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว) และยังจิ๋ว (揚州 หยางโจว) 2 มณฑล และให้รวมอยู่ในอำเภอเงียบกุ๋น (鄴城 เย่เฉิง) เตรียมเริ่มก่อการ[14] ม้าอ้วนยี่ยังเดินทางเข้านครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) บ่อยครั้งเพื่อลอบตัดสินบนขุนนางขันทีตำแหน่งผู้ถวายงานกลาง (中常侍 จงฉางชื่อ) ได้แก่ ฮองสี (封諝 เฟิง ซฺวี), สฺวี เฟิ่ง (徐奉) และคนอื่น ๆ ให้เป็นไส้ศึกอยู่ภายใน นัดแนะวันก่อกบฏทั้งภายนอกและภายในเป็นวันที่ 5 เดือน 3[15] แต่ก่อนที่จะได้เริ่มการก่อกบฏ ตองจิ๋ว (唐周 ถาง โจว) ที่เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของเตียวก๊กถวายฎีกาเผยแผนการของเตียวก๊กให้ราชสำนักทราบ ม้าอ้วนยี่จึงถูกจับกุมในนครหลวงลกเอี๋ยงและถูกประหารชีวิตด้วยทัณฑ์รถม้าแยกร่าง[16] ราชสำนักยังเริ่มแผนจะจับกุมสาวกของขบวนการไท่ผิงเต้าทุกคนรวมถึงตัวเตียวก๊กด้วย ฝ่ายเตียวก๊กเมื่อรู้ว่าแผนการถูกเปิดเผยจึงเร่งออกคำสั่งให้ทุกฟางเริ่มก่อการลุกฮือตอบโต้ โดยกำหนดให้สวมผ้าโพกศีรษะสีเหลืองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพวกตน ด้วยเหตุนี้ผู้คนในเวลานั้นจึงเรียกเหล่าผู้ติดตามของเตียวก๊กว่า "โจรโพกผ้าเหลือง" (黃巾賊 หฺวางจินเจ๋ย์)

ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ. 184[e] เตียวก๊กตั้งตนเองเป็น "เทียนก๋งจงกุ๋น" (天公將軍 เทียนกงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้าสวรรค์" ตั้งเตียวโป้ (張寶 จาง เป่า) ผู้เป็นน้องชายเป็น "แตก๋งจงกุ๋น" (地公將軍 ตี้กงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้าแผ่นดิน" และตั้งเตียวเหลียง (張梁 จาง เหลียง) น้องชายอีกคนเป็น "ยินก๋งจงกุ๋น" (人公將軍 เหรินกงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้ามนุษย์" ถือเป็นการเริ่มต้นของการก่อกบฏโพกผ้าเหลือง ไม่ว่ากองกำลังของเตียวก๊กบุกไปที่ใด ก็จะเผาทำลายที่ว่าการของทางการและปล้นชิงทรัพย์สินในหมู่บ้านต่าง ๆ มณฑลและเมืองทุกแห่งไม่อาจต้านทานได้ ข้าราชการส่วนใหญ่ต่างพากันละทิ้งตำแหน่งหนีไป ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ราษฎรจากทุกหนทุกแห่งต่างก็ลุกฮือตอบรับ สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในนครหลวง[18]

หลังการก่อกบฏเริ่มต้นขึ้น ราชสำนักส่งโลติด (盧植 หลู จื๋อ) ขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายเหนือ (北中郎將 เป่ย์จงหลางเจี้ยง) ให้นำทัพไปปราบเตียวก๊ก โลติดรบชนะอย่างต่อเนื่อง สามารถสังหารและจับกุมข้าศึกได้หมื่นกว่าคน เตียวก๊กและคนอื่น ๆ จำต้องล่าถอยไปตั้งมั่นที่อำเภอกงจ๋ง (廣宗縣 กว่างจงเซี่ยน; ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอกว่างจง มณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน) โลติดสั่งให้ทหารสร้างกำแพงล้อมอำเภอกงจ๋ง ให้ขุดคูและทำบันไดพาดสำหรับโจมตีกำแพง โลติดเกือบจะยึดอำเภอกงจ๋งได้ แต่ในช่วงเวลานั้นเองโลติดก็ถูกขันทีราชสำนักชื่อจูฮง (左豐 จั่ว เฟิง) ใส่ร้าย โลติดจึงถูกคุมตัวกลับนครหลวง ราชสำนักตั้งให้ตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) ผู้เป็นขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายตะวันออก (東中郎將 ตงจงหลางเจี้ยง) ให้มาทำหน้าที่แทนโลติด แต่ตั๋งโต๊ะไม่สามารถเอาชนะเตียวก๊ก ราชสำนักจึงมีคำสั่งให้ฮองฮูสง (皇甫嵩 หฺวางฝู่ ซง) ขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายซ้าย (左中郎將 จั่วจงหลางเจี้ยง) ซึ่งเพิ่งปราบกบฎโพกผ้าเหลืองในแถบเมืองเองฉวน (潁川郡 อิ่งชฺวานจฺวิ้น; อยู่บริเวณนครสฺวี่ชาง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) และตองกุ๋น (東郡 ตงจฺวิ้น; อยู่บริเวณอำเภอผูหยาง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) ได้สำเร็จ ให้มารับหน้าที่ปราบเตียวก๊กแทน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เตียวก๊กเสียชีวิตด้วยอาการป่วย หลังเตียวก๊กเสียชีวิตได้ไม่นาน ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ค.ศ. 184[a] ฮองฮูสงทำศึกครั้งใหญ่กับเตียวเหลียงที่อำเภอกงจ๋ง เตียวเหลียงพ่ายแพ้ยับเยินและเสียชีวิตในที่รบ ฮองฮูสงสั่งให้ขุดศพของเตียวก๊กขึ้นมาและตัดศีรษะ ส่งศีรษะนั้นไปวางประจานในนครหลวงลกเอี๋ยง[19] ส่วนเตียวโป้น้องชายอีกคนของเตียวก๊กก็ถูกปราบปรามและถูกสังหารโดยกองทัพหลวงที่นำโดยฮองฮูสงและกัว เตี่ยน (郭典) ที่อำเภอโฉเหียง (下曲陽縣 เซี่ยชวีหยางเซี่ยน; ทางทิศตะวันตกของเมืองจิ้นโจว นครฉือเจียจวง มณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน)[20] กบฏโพกผ้าเหลืองที่ขาดผู้นำก็แตกออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ จึงถูกราชสำนักของราชวงศ์ฮั่นตะวันออกปราบปรามได้ราบคาบ

กลุ่มใหญ่หลายกลุ่มของกบฏโพกผ้าเหลืองยังคงร่อนเร่ไปทั่วจีนเป็นเวลาอีกหลายปีหลังกบฏถูกปราบปราม ในที่สุดส่วนใหญ่ก็ไปเข้าร่วมเป็นทหารของขุนศึกโจโฉ (曹操 เฉา เชา) ซึ่งมีนโยบายการปฏิรูปที่ดินคล้ายคลึงกับของเตียวก๊ก[21]

ในนวนิยาย สามก๊ก

[แก้]
ภาพวาดในหนังสือ เอฮงสึโซกุซังโงกูชิ (絵本通俗三国志) ที่ตีพิมพ์ในยุคเอโดะของญี่ปุ่น ในภาพแสดงเหตุการณ์ที่เตียวก๊กได้รับตำรา ไทแผงเยาสุด จากหนานหฺวาเหล่าเซียน (เซียนอาวุโสแห่งหนานหฺวา)

เตียวก๊กปรากฏเป็นตัวละครในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 เรื่อง สามก๊ก (三國演義 ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในตอนที่ 1 ของนวนิยายตามความดังนี้:

ในเวลานั้นที่เมืองกิลกกุ๋นมีพี่น้องสามคน คนหนึ่งชื่อเตียวก๊ก คนหนึ่งชื่อเตียวโป้ คนหนึ่งชื่อเตียวเหลียง เตียวก๊กนั้นเดิมเป็นบัณฑิตสอบตก จึงขึ้นเขาเก็บสมุนไพร บังเอิญไปพบชายชราผู้หนึ่ง มีตาสีเขียว มีใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็ก มือถือไม้เท้าต้นหลี (藜) ชายชรานั้นเรียกเตียวก๊กเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง แล้วมอบตำราสวรรค์สามเล่มให้ โดยกล่าวว่า "ตำรานี้มีชื่อว่า ไทแผงเยาสุด (太平要術 ไท่ผิงเย่าชู่; แปลตรงตัว "มรรควิธีสู่มหาสันติ") เมื่อท่านได้ไปจงประกาศคำสอนสวรรค์ ช่วยเหลือมวลมนุษย์ทั้งปวง แต่หากท่านมีใจคิดเป็นอื่น จักได้รับผลร้ายตอบแทน" เตียวก๊กคำนับและถามชื่อ ชายชราตอบว่า "เราคือหนานหฺวาเหล่าเซียน (南華老仙; แปลตรงตัว "เซียนอาวุโสแห่งหนานหฺวา")[f]" พูดจบก็กลายเป็นลมหายไป เตียวก๊กเมื่อได้ตำรานี้มาก็ฝึกฝนทั้งวันทั้งคืน จนสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ ขนามนามตนว่า "ไทแผงโต๋หยิน" (太平道人 ไท่ผิงเต้าเหริน; แปลตรงตัว "นักพรตเต๋าแห่งมหาสันติ")[23]

ตรงกับความใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 1 ว่า:

ฝ่ายเมืองกิลกกุ๋นนั้น มีชายพี่น้องสามคน ชื่อเตียวก๊กหนึ่ง เตียวโป้หนึ่ง เตียวเหลียงหนึ่ง แลเตียวก๊กนั้นไปเที่ยวหายาบนภูเขา พบคนแก่คนหนึ่ง ผิวหน้านั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลืองมือถือไม้เท้า คนนั้นพาเตียวก๊กเข้าไปในถํ้าจึงให้หนังสือตำราสามฉบับ ชื่อไทแผงเยาสุด แล้วว่าตำรานี้ท่านเอาไปช่วยทำนุบำรุงคนทั้งปวงให้อยู่เย็นเปนสุข ถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว เตียวก๊กกราบไหว้แล้วจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใด คนแก่นั้นจึงบอกว่า เราเปนเทวดา บอกแล้วก็เปนลมหายไป ฝ่ายเตียวก๊กก็กลับมาบ้าน จึงเรียนตามตำราทั้งกลางวันกลางคืน ก็เรียกลมเรียกฝนได้สาระพัดทุกประการ จึงตั้งตัวเปนโต๋หยิน แปลภาษาไทยว่าพราหมณ์มีความรู้[24]

จากนั้นเตียวก๊กจึงเริ่มการก่อกบฏโพกผ้าเหลืองร่วมกับน้องชายทั้งสอง ในนวนิยายกล่าวถึงเตียวก๊กเพียงไม่กี่ครั้ง การเสียชีวิตของเตียวก๊กถูกกล่าวถึงในข้อความในตอนที่ 2 ของนวนิยายว่า "เมื่อฮองฮูสงมาถึง เตียวก๊กก็ตายไปก่อนแล้ว"[25] ตรงกับความใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 2 ว่า "บัดนี้ฮองฮูสงยกพลไปรบกับเตียวก๊ก ๆ ตายก่อนแล้ว"[26] หลังเตียวก๊กเสียชีวิต ศพของเตียวก๊กถูกตัดศีรษะและส่งไปนครหลวงลกเอี๋ยง[27][28] ในนวนิยาย เตียวโป้น้องชายของเตียวก๊กไม่ได้เสียชีวิตในการรบกับกองทัพหลวง แต่ถูกลอบสังหารโดยผู้ใต้บังคับบัญชาชื่อลำแจ้ง (嚴政 เหยียน เจิ้ง) ซึ่งตัดศีรษะของเตียวโป้แล้วไปสวามิภักดิ์ต่อกองทัพหลวง[29][30]

ในวัฒนธรรมประชานิยม

[แก้]

เตียวก๊กปรากฏในฐานะตัวละครที่เล่นได้ในซีรีส์วิดีโอเกม ไดนาสตีวอริเออร์ (Dynasty Warriors) และ วอริเออร์โอโรจิ (Warriors Orochi) ของโคเอ รวมถึงรับบทตัวละครปฏิปักษ์ในเกม เดสตินีออฟแอนเอมเพอเรอร์ (Destiny of an Emperor) ของแคปคอม สำหรับเครื่องเล่นแฟมิคอม เตียวก๊กถูกระบุด้วยชื่อ "จาง เจี่ยว" (Zhang Jiao) ในเกมเหล่านี้ นอกจากนี้เตียวก๊กยังปรากฏเป็นหนึ่งในตัวละครปฏิปักษ์ของเกมยิงปืน เซกาโกลเดนกัน (SEGA Golden Gun)

ในเนื้อหาที่ดาวน์โหลดได้ (DLC) ลำดับที่ 4 "แมนเดตออฟเฮฟเวน" ("Mandate of Heaven"; แปลตรงตัว "อาณัตสวรรค์") ของเกม โททัลวอร์: ทรีคิงดัมส์ (Total War: Three Kingdoms) เตียวก๊กและน้องชายทั้งสองคนเป็นผู้นำของฝ่ายกบฏโพกผ้าเหลืองที่สามารถเล่นได้ โดยเตียวก๊กหาทางจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นที่กำลังเสื่อมถอยและก่อตั้งระบบระเบียบใหม่ในแผ่นดินจีน

ในเกมแอ็กชันเล่นตามบทบาท วั่วหลง: ฟอลเลนไดนาสตี (Wo Long: Fallen Dynasty) เตียวก๊กและน้องชายทั้งสองในฐานะบอสแยก

ในเกมกาชามือถือญี่ปุ่น เฟต/แกรนด์ออร์เดอร์ (Fate/Grand Order) เตียวก๊กเป็นตัวละครอัญเชิญได้ที่ผู้เล่นสามารถใช้ในการต่อสู้ เนื้อเรื่องของเกมระบุว่าเตียวก๊กเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่รับใช้สิ่งมีชีวิตต่างดาวในแอเรีย 51

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. 1 2 3 บทพระราชประวัติพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) ใน โฮ่วฮั่นชู (後漢書) บันทึกว่าเตียวเหลียงถูกฮองฮูสงจับกุมในเดือน 10 ของศักราชจงผิง (中平) ปีที่ 1 และระบุว่าเวลานั้นเตียวก๊กเสียชีวิตไปแล้ว เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายนถึง 20 ธันวาคม ค.ศ. 184 ในปฏิทินจูเลียส[4] ดังนั้นเตียวก๊กน่าจะเสียชีวิตในเดือนตุลาคม ค.ศ. 184
  2. หมายถึงการปกครองของราชวงศ์ฮั่น
  3. หมายถึงกบฏโพกผ้าเหลือง
  4. ปีเจี๋ยจื่อ (甲子) เป็นปีเริ่มต้นของวงรอบ 60 ปี ในที่นี้คือ ค.ศ. 184
  5. บทพระราชประวัติพระเจ้าเลนเต้ใน โฮ่วฮั่นชู บันทึกว่าเตียวก๊กเริ่มก่อกบฏโพกผ้าเหลืองในเดือน 2 ของศักราชจงผิง (中平) ปีที่ 1 เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ถึง 29 มีนาคม ค.ศ. 184 ในปฏิทินจูเลียส[17]
  6. เป็นอีกชื่อหนึ่งของจฺวางจื่อ (莊子) หลังจฺวางจื่อเสียชีวิตก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพโดยเหล่าลูกศิษย์ เหล่าลูกศิษย์กล่าวกันว่าภายหลังจฺวางจื่อเดินทางไปทางทิศเหนือแล้วขึ้นสู่สวรรค์ในฐานะเซียนท่ามกลางเปลวเพลิง ภายหลังเมื่อศักราชเทียนเป่า (天寶) ปีที่ 1 (ค.ศ. 742) จักรพรรดิถังเสฺวียนจง (唐玄宗) พระราชทานฉายาให้จฺวางจื่อเป็น หนานหฺวาเจินเหริน (南華真人; แปลตรงตัว "ชนแท้แห่งหนานหฺวา")[22]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("ฝ่ายเตียวก๊กครั้นรู้ข่าวก็ไปเตรียมทหารไว้พร้อม แล้วจึงตั้งตัวเปนเทียนก๋งจงกุ๋นแปลว่าเปนเจ้าพระยาสวรรค์ แล้วตั้งเตียวโป้ผู้น้องเปนแตก๋งจงกุ๋น แปลว่าเจ้าพระยาแผ่นดิน ตั้งเตียวเหลียงน้องผู้น้อยเปนยินก๋งจงกุ๋น แปลว่าเจ้าพระยามนุษย์ เตียวก๊กป่าวประกาศแก่ทหารแลไพร่พลทั้งปวงว่า เมืองพระเจ้าเลนเต้จะสาบสูญฉิบหายแล้ว ผู้มีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม่ คนทั้งปวงจงทำตามคำเทวดาทำนายเถิด จะได้อยู่เย็นเปนสุขพร้อมมูลกัน") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ October 20, 2025. เทียบกับ (張角聞知事露,星夜舉兵,自稱「天公將軍」,張寶稱「地公將軍」,張梁稱「人公將軍」;申言於眾曰:「今漢運將終,大聖人出。汝等皆宜順天從正,以樂太平。」) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
  2. 1 2 de Crespigny (2007), p. 1058.
  3. ("ฝ่ายเมืองกิลกกุ๋นนั้น มีชายพี่น้องสามคน ชื่อเตียวก๊กหนึ่ง เตียวโป้หนึ่ง เตียวเหลียงหนึ่ง แลเตียวก๊กนั้นไปเที่ยวหายาบนภูเขา พบคนแก่คนหนึ่ง ผิวหน้านั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลืองมือถือไม้เท้า คนนั้นพาเตียวก๊กเข้าไปในถํ้าจึงให้หนังสือตำราสามฉบับ ชื่อไทแผงเยาสุด แล้วว่าตำรานี้ท่านเอาไปช่วยทำนุบำรุงคนทั้งปวงให้อยู่เย็นเปนสุข ถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว เตียวก๊กกราบไหว้แล้วจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใด คนแก่นั้นจึงบอกว่า เราเปนเทวดา บอกแล้วก็เปนลมหายไป") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 10, 2025. เทียบกับ (時鉅鹿郡有兄弟三人:一名張角,一名張寶,一名張梁。那張角本是個不第秀才,因入山採藥,遇一老人,碧眼童顏,手執藜杖,喚至一洞中,以天書三卷授之,曰:「此名太平要術。汝得之,當代天宣化,普救世人。若萌異心,必獲惡報。」拜問姓名。老人曰:「吾乃南華老仙也。」言訖,化陣清風而去。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
  4. ([中平元年]冬十月,皇甫嵩与黄巾贼战于广宗,获张角弟梁。角先死...) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 8.
  5. Wong, Eva (2007). Tales of the dancing dragon: stories of the Tao (1st Shambhala ed.). Boston London: Shambhala. pp. 53. ISBN 978-1-59030-523-2.
  6. (初,鉅鹿張角自稱「大賢良師」,奉事黃老道,畜養弟子,跪拜首過。符水呪說以療病,病者頗愈,百姓信向之。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  7. (初,巨鹿張角奉事黃、老,以妖術教授,號「太平道」。呪符水以療病,令病者跪拜首過,或時病癒,眾共神而信之。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  8. (角因遣弟子八人使於四方,以善道教化天下,轉相誑惑。十餘年閒,衆徒數十萬,連結郡國,自青、徐、幽、冀、荊、楊、兗、豫八州之人,莫不畢應。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  9. (角分遣弟子周行四方,轉相誑誘,十餘年間,徒眾數十萬,自青、徐、幽、冀、荊、揚、兗、豫八州之人,莫不畢應。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  10. (或棄賣財產、流移奔赴,填塞道路,未至病死者亦以萬數。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  11. (郡縣不解其意,反言角以善道教化,為民所歸。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  12. (遂置三十六方。方猶將軍號也。大方萬餘人,小方六七千,各立渠帥。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  13. (訛言「蒼天已死,黃天當立,歲在甲子,天下大吉」。以白土書京城寺門及州郡官府,皆作「甲子」字。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  14. (中平元年,大方馬元義等先收荊、楊數萬人,期會發於鄴。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  15. (元義數往來京師,以中常侍封諝、徐奉等為內應,約以三月五日內外俱起。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  16. (未及作亂,而張角弟子濟南唐周上書告之,於是車裂元義於洛陽。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  17. (中平元年春二月,鉅鹿人張角自稱「黃天」,其部師有三十六萬,皆著黃巾,同日反叛。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 8.
  18. (角稱「天公將軍」,角弟寶稱「地公將軍」,寶弟梁稱「人公將軍」,所在燔燒官府,劫略聚邑,州郡失據,長吏多逃亡。旬日之閒,天下向應,京師震動。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  19. (時北中郎將盧植及東中郎將董卓討張角,並無功而還,乃詔嵩進兵討之。嵩與角弟梁戰於廣宗。〈今貝州宗城縣。〉梁衆精勇,嵩不能克。明日,乃閉營休士,以觀其變。知賊意稍懈,乃潛夜勒兵,雞鳴馳赴其陳,戰至晡時,大破之,斬梁,獲首三萬級,赴河死者五萬許人,焚燒車重三萬餘兩,悉虜其婦子,繫獲甚衆。角先已病死,乃剖棺戮屍,傳首京師。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  20. (嵩復與鉅鹿太守馮翊郭典攻角弟寶於下曲陽,又斬之。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  21. Pletcher, Kenneth (2010). The History of China. New York: Rosen Publishing. ISBN 9781615301096.
  22. ซานกั๋วเหยี่ยนอี้เจี้ยวจู้ (三國演義校注), หน้า 10, หมายเหตุ 24, ISBN 978-957-9113-05-2)
  23. (時鉅鹿郡有兄弟三人:一名張角,一名張寶,一名張梁。那張角本是個不第秀才,因入山採藥,遇一老人,碧眼童顏,手執藜杖,喚角至一洞中,以天書三卷授之,曰:「此名太平要術。汝得之,當代天宣化,普救世人。若萌異心,必獲惡報。」角拜問姓名。老人曰:「吾乃南華老仙也。」言訖,化陣清風而去。角得此書,曉夜功習,能呼風喚雨,號為「太平道人」。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
  24. "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
  25. (嵩到時,張角已死...) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
  26. "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
  27. (發張角之棺,戮屍梟首,送往京師。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
  28. ("ฮองฮูสงจึงคุมเอาพรรคพวกเตียวก๊กกับศพเตียวก๊กขึ้นไปถวายพระเจ้าเลนเต้") "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
  29. (賊勢危急,賊將嚴政,刺殺張寶,獻首投降。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
  30. ("ลำแจ้งนายทหารโจรจึงคิดอ่านกับพวกโจรทั้งปวงลอบฆ่าเตียวโป้ผู้นายเสีย แล้วตัดสีสะออกมาให้จูฮีเล่าปี่ถึงนอกเมือง ตัวนั้นก็ยอมเข้าเกลี้ยกล่อมทำราชการด้วย") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.

บรรณานุกรม

[แก้]