เตียวก๊ก
เตียวก๊ก (จาง เจฺว๋ / จาง เจี่ยว) 張角
| |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
ภาพวาดเตียวก๊กในยุตราชวงศ์ชิง | |||||||
| เกิด | ไม่ทราบ เมืองกิลกกุ๋น (อยู่ในมณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน) | ||||||
| เสียชีวิต | ป. ตุลาคม ค.ศ. 184[2][a] อำเภอกงจ๋ง เมืองกิลกกุ๋น (ปัจจุบันคืออำเภอกว่างจง มณฑลเหอเป่ย์) | ||||||
| อาชีพ | ขุนพล, กบฏ | ||||||
| ญาติ |
| ||||||
| ชื่อภาษาจีน | |||||||
| จีนตัวเต็ม | 張角 | ||||||
| จีนตัวย่อ | 张角 | ||||||
| |||||||
| ส่วนหนึ่งของชุดบทความ |
| ลัทธิเต๋า |
|---|
เตียวก๊ก[3] (เสียชีวิต ป. ตุลาคม ค.ศ. 184[a]) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า จาง เจฺว๋ หรือ จาง เจี่ยว (จีน: 張角; พินอิน: Zhāng Jué หรือ Zhāng Jiǎo) เป็นผู้นำลัทธิในจีนยุคโบราณผู้กลายเป็นขุนพลและก่อกบฏโพกผ้าเหลืองในข่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจีน[2] เตียวก๊กมีชื่อเสียงในฐานะผู้วิเศษในลัทธิเต๋าที่มีความสามารถในการแสดงปาฏิหาริย์จึงกลายเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม เตียวก๊กประกาศว่าราชสำนักฉ้อโกงและกดขี่ราษฎร แล้วเตียวก๊กกับผู้ติดตามจึงพยายามจะเข้ายึดครองนครหลวงแต่ไม่สำเร็จ[5] ชื่อในภาษาจีนกลางของเตียวก๊กคือ "จาง เจฺว๋" บางครั้งอ่านเป็น "จาง เจี่ยว" เพราะตัวอักษร 角 ซึ่งเป็นชื่อตัวของเตียวก๊กสามารถอ่านได้ทั้ง "เจฺว๋" และ "เจี่ยว" โดย "เจฺว๋" เป็นคำอ่านแบบดั้งเดิมหรือในเชิงวรรณกรรมและ "เจี่ยว" เป็นคำอ่านแบบสมัยใหม่หรือในเชิงภาษาพูด
ประวัติ
[แก้]เตียวก๊กเป็นชาวเมืองกิลกกุ๋น (鉅鹿郡 จฺวี้ลู่จฺวิ้น) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเหอเป่ย์ (河北) ในปัจจุบัน มีบทบาทในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เตียวก๊กเรียกตนเองว่าเป็น "มหาปรมาจารย์" (大賢良師 ต้าเสียนเหลียงชือ) นับถือคำสอนของสำนักคิดหฺวาง-เหล่า (黃老) และใช้คำสอนนี้ในการสั่งสอนลูกศิษย์ เตียวก๊กรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ราษฎร โดยเริ่มจากการให้คนป่วยคุกเข่าสารภาพความผิดของตน จากนั้นจึงให้น้ำมนต์หรือใช้เวทมนตร์คาถาในการรักษา คนป่วยบางคนหายจากอาการป่วย ทำให้ราษฎรค่อย ๆ เชื่อในคำสอนของเตียวก๊ก ซึ่งกลายมาเป็นขบวนการไท่ผิงเต้า (太平道; แปลตรงตัว "วิถีมหาสันติ")[6][7] จากนั้นเตียวก๊กจึงส่งลูกศิษย์หลายคนให้เดินทางไปทั่วทุกทิศเพื่อเผยแผ่คำสอน ภายในเวลาสิบกว่าปีก็ค่อย ๆ มีผู้ติดตามนับถือมากขึ้นจนมีจำนวนถึงหลายแสนคน ครอบคลุมพื้นที่ใน 8 มณฑล ได้แก่ เฉงจิ๋ว (青州 ชิงโจว), ชีจิ๋ว (徐州 สฺวีโจว), อิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว), กิจิ๋ว (冀州 จี้โจว), เกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว), ยังจิ๋ว (揚州 หยางโจว), กุนจิ๋ว (兗州 เหยี่ยนโจว) และอิจิ๋ว (豫州 ยฺวี่โจว)[8][9] บางคนถึงกับขายทรัพย์สินทั้งหมดของตนเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมกับเตียวก๊ก ท้องถนนแน่นขนัดจนแทบไม่มีช่องว่าง ผู้คนหลายหมื่นคนเสียชีวิตระหว่างทางก่อนที่จะเดินทางไปถึง[10] เหล่าข้าราชการระดับเมืองและอำเภอไม่ได้ใส่ใจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขบวนการไท่ผิงเต้า กลับแจ้งว่าเตียวก๊กเผยแผ่คำสอนที่ดีและได้รับการสนับสนุนจากราษฎร[11]
อิทธิพลของเตียวก๊กเฟื่องฟูถึงขีดสุด เตียวก๊กจึงได้แบ่งผู้ติดตามของตนออกเป็น 36 "ฟาง" (方; แปลตรงตัว "ทิศทาง") การจัดตั้งฟางมีลักษณะมีลักษณะคล้ายกองกำลังทหาร ฟางใหญ่มีจำนวนคนมากกว่า 10,000 คน ฟางเล็กมีจำนวนคน 6,000 ถึง 7,000 คน แต่ละฟางมีการแต่งตั้งหัวหน้าใหญ่เป็นผู้นำ[12] เตียวก๊กประกาศว่า "ฟ้าคราม[b]พินาศแล้ว ฟ้าเหลือง[c]จักผงาดขึ้น เมื่อถึงปีเจี๋ยจื่อ[d] (甲子) ใต้ฟ้ามหามงคล!" และให้ใช้ดินขาวเขียนอักษร 2 ตัวว่า "เจี๋ยจื่อ" ไว้ที่ประตูสำนักราชการในนครหลวงหรือที่ประตูของที่ว่าการมณฑลหรือเมืองต่าง ๆ เพื่อเป็นสัญญาณของการเริ่มลุกฮือ[13]
ฟางใหญ่ที่นำโดยม้าอ้วนยี่ (馬元義 หม่า ยฺเหวียนอี้) และคนอื่น ๆ ระดมคนได้หลายหมื่นคนจากมณฑลเกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว) และยังจิ๋ว (揚州 หยางโจว) 2 มณฑล และให้รวมอยู่ในอำเภอเงียบกุ๋น (鄴城 เย่เฉิง) เตรียมเริ่มก่อการ[14] ม้าอ้วนยี่ยังเดินทางเข้านครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) บ่อยครั้งเพื่อลอบตัดสินบนขุนนางขันทีตำแหน่งผู้ถวายงานกลาง (中常侍 จงฉางชื่อ) ได้แก่ ฮองสี (封諝 เฟิง ซฺวี), สฺวี เฟิ่ง (徐奉) และคนอื่น ๆ ให้เป็นไส้ศึกอยู่ภายใน นัดแนะวันก่อกบฏทั้งภายนอกและภายในเป็นวันที่ 5 เดือน 3[15] แต่ก่อนที่จะได้เริ่มการก่อกบฏ ตองจิ๋ว (唐周 ถาง โจว) ที่เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของเตียวก๊กถวายฎีกาเผยแผนการของเตียวก๊กให้ราชสำนักทราบ ม้าอ้วนยี่จึงถูกจับกุมในนครหลวงลกเอี๋ยงและถูกประหารชีวิตด้วยทัณฑ์รถม้าแยกร่าง[16] ราชสำนักยังเริ่มแผนจะจับกุมสาวกของขบวนการไท่ผิงเต้าทุกคนรวมถึงตัวเตียวก๊กด้วย ฝ่ายเตียวก๊กเมื่อรู้ว่าแผนการถูกเปิดเผยจึงเร่งออกคำสั่งให้ทุกฟางเริ่มก่อการลุกฮือตอบโต้ โดยกำหนดให้สวมผ้าโพกศีรษะสีเหลืองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพวกตน ด้วยเหตุนี้ผู้คนในเวลานั้นจึงเรียกเหล่าผู้ติดตามของเตียวก๊กว่า "โจรโพกผ้าเหลือง" (黃巾賊 หฺวางจินเจ๋ย์)
ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ. 184[e] เตียวก๊กตั้งตนเองเป็น "เทียนก๋งจงกุ๋น" (天公將軍 เทียนกงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้าสวรรค์" ตั้งเตียวโป้ (張寶 จาง เป่า) ผู้เป็นน้องชายเป็น "แตก๋งจงกุ๋น" (地公將軍 ตี้กงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้าแผ่นดิน" และตั้งเตียวเหลียง (張梁 จาง เหลียง) น้องชายอีกคนเป็น "ยินก๋งจงกุ๋น" (人公將軍 เหรินกงเจียงจฺวิน) หรือ "ขุนพลเจ้ามนุษย์" ถือเป็นการเริ่มต้นของการก่อกบฏโพกผ้าเหลือง ไม่ว่ากองกำลังของเตียวก๊กบุกไปที่ใด ก็จะเผาทำลายที่ว่าการของทางการและปล้นชิงทรัพย์สินในหมู่บ้านต่าง ๆ มณฑลและเมืองทุกแห่งไม่อาจต้านทานได้ ข้าราชการส่วนใหญ่ต่างพากันละทิ้งตำแหน่งหนีไป ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ราษฎรจากทุกหนทุกแห่งต่างก็ลุกฮือตอบรับ สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในนครหลวง[18]
หลังการก่อกบฏเริ่มต้นขึ้น ราชสำนักส่งโลติด (盧植 หลู จื๋อ) ขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายเหนือ (北中郎將 เป่ย์จงหลางเจี้ยง) ให้นำทัพไปปราบเตียวก๊ก โลติดรบชนะอย่างต่อเนื่อง สามารถสังหารและจับกุมข้าศึกได้หมื่นกว่าคน เตียวก๊กและคนอื่น ๆ จำต้องล่าถอยไปตั้งมั่นที่อำเภอกงจ๋ง (廣宗縣 กว่างจงเซี่ยน; ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอกว่างจง มณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน) โลติดสั่งให้ทหารสร้างกำแพงล้อมอำเภอกงจ๋ง ให้ขุดคูและทำบันไดพาดสำหรับโจมตีกำแพง โลติดเกือบจะยึดอำเภอกงจ๋งได้ แต่ในช่วงเวลานั้นเองโลติดก็ถูกขันทีราชสำนักชื่อจูฮง (左豐 จั่ว เฟิง) ใส่ร้าย โลติดจึงถูกคุมตัวกลับนครหลวง ราชสำนักตั้งให้ตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) ผู้เป็นขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายตะวันออก (東中郎將 ตงจงหลางเจี้ยง) ให้มาทำหน้าที่แทนโลติด แต่ตั๋งโต๊ะไม่สามารถเอาชนะเตียวก๊ก ราชสำนักจึงมีคำสั่งให้ฮองฮูสง (皇甫嵩 หฺวางฝู่ ซง) ขุนพลราชองครักษ์ฝ่ายซ้าย (左中郎將 จั่วจงหลางเจี้ยง) ซึ่งเพิ่งปราบกบฎโพกผ้าเหลืองในแถบเมืองเองฉวน (潁川郡 อิ่งชฺวานจฺวิ้น; อยู่บริเวณนครสฺวี่ชาง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) และตองกุ๋น (東郡 ตงจฺวิ้น; อยู่บริเวณอำเภอผูหยาง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) ได้สำเร็จ ให้มารับหน้าที่ปราบเตียวก๊กแทน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เตียวก๊กเสียชีวิตด้วยอาการป่วย หลังเตียวก๊กเสียชีวิตได้ไม่นาน ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ค.ศ. 184[a] ฮองฮูสงทำศึกครั้งใหญ่กับเตียวเหลียงที่อำเภอกงจ๋ง เตียวเหลียงพ่ายแพ้ยับเยินและเสียชีวิตในที่รบ ฮองฮูสงสั่งให้ขุดศพของเตียวก๊กขึ้นมาและตัดศีรษะ ส่งศีรษะนั้นไปวางประจานในนครหลวงลกเอี๋ยง[19] ส่วนเตียวโป้น้องชายอีกคนของเตียวก๊กก็ถูกปราบปรามและถูกสังหารโดยกองทัพหลวงที่นำโดยฮองฮูสงและกัว เตี่ยน (郭典) ที่อำเภอโฉเหียง (下曲陽縣 เซี่ยชวีหยางเซี่ยน; ทางทิศตะวันตกของเมืองจิ้นโจว นครฉือเจียจวง มณฑลเหอเป่ย์ในปัจจุบัน)[20] กบฏโพกผ้าเหลืองที่ขาดผู้นำก็แตกออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ จึงถูกราชสำนักของราชวงศ์ฮั่นตะวันออกปราบปรามได้ราบคาบ
กลุ่มใหญ่หลายกลุ่มของกบฏโพกผ้าเหลืองยังคงร่อนเร่ไปทั่วจีนเป็นเวลาอีกหลายปีหลังกบฏถูกปราบปราม ในที่สุดส่วนใหญ่ก็ไปเข้าร่วมเป็นทหารของขุนศึกโจโฉ (曹操 เฉา เชา) ซึ่งมีนโยบายการปฏิรูปที่ดินคล้ายคลึงกับของเตียวก๊ก[21]
ในนวนิยาย สามก๊ก
[แก้]
เตียวก๊กปรากฏเป็นตัวละครในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 เรื่อง สามก๊ก (三國演義 ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในตอนที่ 1 ของนวนิยายตามความดังนี้:
ในเวลานั้นที่เมืองกิลกกุ๋นมีพี่น้องสามคน คนหนึ่งชื่อเตียวก๊ก คนหนึ่งชื่อเตียวโป้ คนหนึ่งชื่อเตียวเหลียง เตียวก๊กนั้นเดิมเป็นบัณฑิตสอบตก จึงขึ้นเขาเก็บสมุนไพร บังเอิญไปพบชายชราผู้หนึ่ง มีตาสีเขียว มีใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็ก มือถือไม้เท้าต้นหลี (藜) ชายชรานั้นเรียกเตียวก๊กเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง แล้วมอบตำราสวรรค์สามเล่มให้ โดยกล่าวว่า "ตำรานี้มีชื่อว่า ไทแผงเยาสุด (太平要術 ไท่ผิงเย่าชู่; แปลตรงตัว "มรรควิธีสู่มหาสันติ") เมื่อท่านได้ไปจงประกาศคำสอนสวรรค์ ช่วยเหลือมวลมนุษย์ทั้งปวง แต่หากท่านมีใจคิดเป็นอื่น จักได้รับผลร้ายตอบแทน" เตียวก๊กคำนับและถามชื่อ ชายชราตอบว่า "เราคือหนานหฺวาเหล่าเซียน (南華老仙; แปลตรงตัว "เซียนอาวุโสแห่งหนานหฺวา")[f]" พูดจบก็กลายเป็นลมหายไป เตียวก๊กเมื่อได้ตำรานี้มาก็ฝึกฝนทั้งวันทั้งคืน จนสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ ขนามนามตนว่า "ไทแผงโต๋หยิน" (太平道人 ไท่ผิงเต้าเหริน; แปลตรงตัว "นักพรตเต๋าแห่งมหาสันติ")[23]
ตรงกับความใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 1 ว่า:
ฝ่ายเมืองกิลกกุ๋นนั้น มีชายพี่น้องสามคน ชื่อเตียวก๊กหนึ่ง เตียวโป้หนึ่ง เตียวเหลียงหนึ่ง แลเตียวก๊กนั้นไปเที่ยวหายาบนภูเขา พบคนแก่คนหนึ่ง ผิวหน้านั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลืองมือถือไม้เท้า คนนั้นพาเตียวก๊กเข้าไปในถํ้าจึงให้หนังสือตำราสามฉบับ ชื่อไทแผงเยาสุด แล้วว่าตำรานี้ท่านเอาไปช่วยทำนุบำรุงคนทั้งปวงให้อยู่เย็นเปนสุข ถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว เตียวก๊กกราบไหว้แล้วจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใด คนแก่นั้นจึงบอกว่า เราเปนเทวดา บอกแล้วก็เปนลมหายไป ฝ่ายเตียวก๊กก็กลับมาบ้าน จึงเรียนตามตำราทั้งกลางวันกลางคืน ก็เรียกลมเรียกฝนได้สาระพัดทุกประการ จึงตั้งตัวเปนโต๋หยิน แปลภาษาไทยว่าพราหมณ์มีความรู้[24]
จากนั้นเตียวก๊กจึงเริ่มการก่อกบฏโพกผ้าเหลืองร่วมกับน้องชายทั้งสอง ในนวนิยายกล่าวถึงเตียวก๊กเพียงไม่กี่ครั้ง การเสียชีวิตของเตียวก๊กถูกกล่าวถึงในข้อความในตอนที่ 2 ของนวนิยายว่า "เมื่อฮองฮูสงมาถึง เตียวก๊กก็ตายไปก่อนแล้ว"[25] ตรงกับความใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 2 ว่า "บัดนี้ฮองฮูสงยกพลไปรบกับเตียวก๊ก ๆ ตายก่อนแล้ว"[26] หลังเตียวก๊กเสียชีวิต ศพของเตียวก๊กถูกตัดศีรษะและส่งไปนครหลวงลกเอี๋ยง[27][28] ในนวนิยาย เตียวโป้น้องชายของเตียวก๊กไม่ได้เสียชีวิตในการรบกับกองทัพหลวง แต่ถูกลอบสังหารโดยผู้ใต้บังคับบัญชาชื่อลำแจ้ง (嚴政 เหยียน เจิ้ง) ซึ่งตัดศีรษะของเตียวโป้แล้วไปสวามิภักดิ์ต่อกองทัพหลวง[29][30]
ในวัฒนธรรมประชานิยม
[แก้]เตียวก๊กปรากฏในฐานะตัวละครที่เล่นได้ในซีรีส์วิดีโอเกม ไดนาสตีวอริเออร์ (Dynasty Warriors) และ วอริเออร์โอโรจิ (Warriors Orochi) ของโคเอ รวมถึงรับบทตัวละครปฏิปักษ์ในเกม เดสตินีออฟแอนเอมเพอเรอร์ (Destiny of an Emperor) ของแคปคอม สำหรับเครื่องเล่นแฟมิคอม เตียวก๊กถูกระบุด้วยชื่อ "จาง เจี่ยว" (Zhang Jiao) ในเกมเหล่านี้ นอกจากนี้เตียวก๊กยังปรากฏเป็นหนึ่งในตัวละครปฏิปักษ์ของเกมยิงปืน เซกาโกลเดนกัน (SEGA Golden Gun)
ในเนื้อหาที่ดาวน์โหลดได้ (DLC) ลำดับที่ 4 "แมนเดตออฟเฮฟเวน" ("Mandate of Heaven"; แปลตรงตัว "อาณัตสวรรค์") ของเกม โททัลวอร์: ทรีคิงดัมส์ (Total War: Three Kingdoms) เตียวก๊กและน้องชายทั้งสองคนเป็นผู้นำของฝ่ายกบฏโพกผ้าเหลืองที่สามารถเล่นได้ โดยเตียวก๊กหาทางจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นที่กำลังเสื่อมถอยและก่อตั้งระบบระเบียบใหม่ในแผ่นดินจีน
ในเกมแอ็กชันเล่นตามบทบาท วั่วหลง: ฟอลเลนไดนาสตี (Wo Long: Fallen Dynasty) เตียวก๊กและน้องชายทั้งสองในฐานะบอสแยก
ในเกมกาชามือถือญี่ปุ่น เฟต/แกรนด์ออร์เดอร์ (Fate/Grand Order) เตียวก๊กเป็นตัวละครอัญเชิญได้ที่ผู้เล่นสามารถใช้ในการต่อสู้ เนื้อเรื่องของเกมระบุว่าเตียวก๊กเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่รับใช้สิ่งมีชีวิตต่างดาวในแอเรีย 51
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- 1 2 3 บทพระราชประวัติพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) ใน โฮ่วฮั่นชู (後漢書) บันทึกว่าเตียวเหลียงถูกฮองฮูสงจับกุมในเดือน 10 ของศักราชจงผิง (中平) ปีที่ 1 และระบุว่าเวลานั้นเตียวก๊กเสียชีวิตไปแล้ว เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายนถึง 20 ธันวาคม ค.ศ. 184 ในปฏิทินจูเลียส[4] ดังนั้นเตียวก๊กน่าจะเสียชีวิตในเดือนตุลาคม ค.ศ. 184
- ↑ หมายถึงการปกครองของราชวงศ์ฮั่น
- ↑ หมายถึงกบฏโพกผ้าเหลือง
- ↑ ปีเจี๋ยจื่อ (甲子) เป็นปีเริ่มต้นของวงรอบ 60 ปี ในที่นี้คือ ค.ศ. 184
- ↑ บทพระราชประวัติพระเจ้าเลนเต้ใน โฮ่วฮั่นชู บันทึกว่าเตียวก๊กเริ่มก่อกบฏโพกผ้าเหลืองในเดือน 2 ของศักราชจงผิง (中平) ปีที่ 1 เดือนนี้เทียบได้กับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ถึง 29 มีนาคม ค.ศ. 184 ในปฏิทินจูเลียส[17]
- ↑ เป็นอีกชื่อหนึ่งของจฺวางจื่อ (莊子) หลังจฺวางจื่อเสียชีวิตก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพโดยเหล่าลูกศิษย์ เหล่าลูกศิษย์กล่าวกันว่าภายหลังจฺวางจื่อเดินทางไปทางทิศเหนือแล้วขึ้นสู่สวรรค์ในฐานะเซียนท่ามกลางเปลวเพลิง ภายหลังเมื่อศักราชเทียนเป่า (天寶) ปีที่ 1 (ค.ศ. 742) จักรพรรดิถังเสฺวียนจง (唐玄宗) พระราชทานฉายาให้จฺวางจื่อเป็น หนานหฺวาเจินเหริน (南華真人; แปลตรงตัว "ชนแท้แห่งหนานหฺวา")[22]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("ฝ่ายเตียวก๊กครั้นรู้ข่าวก็ไปเตรียมทหารไว้พร้อม แล้วจึงตั้งตัวเปนเทียนก๋งจงกุ๋นแปลว่าเปนเจ้าพระยาสวรรค์ แล้วตั้งเตียวโป้ผู้น้องเปนแตก๋งจงกุ๋น แปลว่าเจ้าพระยาแผ่นดิน ตั้งเตียวเหลียงน้องผู้น้อยเปนยินก๋งจงกุ๋น แปลว่าเจ้าพระยามนุษย์ เตียวก๊กป่าวประกาศแก่ทหารแลไพร่พลทั้งปวงว่า เมืองพระเจ้าเลนเต้จะสาบสูญฉิบหายแล้ว ผู้มีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม่ คนทั้งปวงจงทำตามคำเทวดาทำนายเถิด จะได้อยู่เย็นเปนสุขพร้อมมูลกัน") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ October 20, 2025. เทียบกับ (張角聞知事露,星夜舉兵,自稱「天公將軍」,張寶稱「地公將軍」,張梁稱「人公將軍」;申言於眾曰:「今漢運將終,大聖人出。汝等皆宜順天從正,以樂太平。」) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- 1 2 de Crespigny (2007), p. 1058.
- ↑ ("ฝ่ายเมืองกิลกกุ๋นนั้น มีชายพี่น้องสามคน ชื่อเตียวก๊กหนึ่ง เตียวโป้หนึ่ง เตียวเหลียงหนึ่ง แลเตียวก๊กนั้นไปเที่ยวหายาบนภูเขา พบคนแก่คนหนึ่ง ผิวหน้านั้นเหมือนทารก จักษุนั้นเหลืองมือถือไม้เท้า คนนั้นพาเตียวก๊กเข้าไปในถํ้าจึงให้หนังสือตำราสามฉบับ ชื่อไทแผงเยาสุด แล้วว่าตำรานี้ท่านเอาไปช่วยทำนุบำรุงคนทั้งปวงให้อยู่เย็นเปนสุข ถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว เตียวก๊กกราบไหว้แล้วจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใด คนแก่นั้นจึงบอกว่า เราเปนเทวดา บอกแล้วก็เปนลมหายไป") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 10, 2025. เทียบกับ (時鉅鹿郡有兄弟三人:一名張角,一名張寶,一名張梁。那張角本是個不第秀才,因入山採藥,遇一老人,碧眼童顏,手執藜杖,喚角至一洞中,以天書三卷授之,曰:「此名太平要術。汝得之,當代天宣化,普救世人。若萌異心,必獲惡報。」角拜問姓名。老人曰:「吾乃南華老仙也。」言訖,化陣清風而去。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- ↑ ([中平元年]冬十月,皇甫嵩与黄巾贼战于广宗,获张角弟梁。角先死...) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 8.
- ↑ Wong, Eva (2007). Tales of the dancing dragon: stories of the Tao (1st Shambhala ed.). Boston London: Shambhala. pp. 53. ISBN 978-1-59030-523-2.
- ↑ (初,鉅鹿張角自稱「大賢良師」,奉事黃老道,畜養弟子,跪拜首過。符水呪說以療病,病者頗愈,百姓信向之。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (初,巨鹿張角奉事黃、老,以妖術教授,號「太平道」。呪符水以療病,令病者跪拜首過,或時病癒,眾共神而信之。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
- ↑ (角因遣弟子八人使於四方,以善道教化天下,轉相誑惑。十餘年閒,衆徒數十萬,連結郡國,自青、徐、幽、冀、荊、楊、兗、豫八州之人,莫不畢應。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (角分遣弟子周行四方,轉相誑誘,十餘年間,徒眾數十萬,自青、徐、幽、冀、荊、揚、兗、豫八州之人,莫不畢應。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
- ↑ (或棄賣財產、流移奔赴,填塞道路,未至病死者亦以萬數。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
- ↑ (郡縣不解其意,反言角以善道教化,為民所歸。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
- ↑ (遂置三十六方。方猶將軍號也。大方萬餘人,小方六七千,各立渠帥。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (訛言「蒼天已死,黃天當立,歲在甲子,天下大吉」。以白土書京城寺門及州郡官府,皆作「甲子」字。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (中平元年,大方馬元義等先收荊、楊數萬人,期會發於鄴。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (元義數往來京師,以中常侍封諝、徐奉等為內應,約以三月五日內外俱起。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (未及作亂,而張角弟子濟南唐周上書告之,於是車裂元義於洛陽。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (中平元年春二月,鉅鹿人張角自稱「黃天」,其部師有三十六萬,皆著黃巾,同日反叛。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 8.
- ↑ (角稱「天公將軍」,角弟寶稱「地公將軍」,寶弟梁稱「人公將軍」,所在燔燒官府,劫略聚邑,州郡失據,長吏多逃亡。旬日之閒,天下向應,京師震動。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (時北中郎將盧植及東中郎將董卓討張角,並無功而還,乃詔嵩進兵討之。嵩與角弟梁戰於廣宗。〈今貝州宗城縣。〉梁衆精勇,嵩不能克。明日,乃閉營休士,以觀其變。知賊意稍懈,乃潛夜勒兵,雞鳴馳赴其陳,戰至晡時,大破之,斬梁,獲首三萬級,赴河死者五萬許人,焚燒車重三萬餘兩,悉虜其婦子,繫獲甚衆。角先已病死,乃剖棺戮屍,傳首京師。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ (嵩復與鉅鹿太守馮翊郭典攻角弟寶於下曲陽,又斬之。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
- ↑ Pletcher, Kenneth (2010). The History of China. New York: Rosen Publishing. ISBN 9781615301096.
- ↑ ซานกั๋วเหยี่ยนอี้เจี้ยวจู้ (三國演義校注), หน้า 10, หมายเหตุ 24, ISBN 978-957-9113-05-2)
- ↑ (時鉅鹿郡有兄弟三人:一名張角,一名張寶,一名張梁。那張角本是個不第秀才,因入山採藥,遇一老人,碧眼童顏,手執藜杖,喚角至一洞中,以天書三卷授之,曰:「此名太平要術。汝得之,當代天宣化,普救世人。若萌異心,必獲惡報。」角拜問姓名。老人曰:「吾乃南華老仙也。」言訖,化陣清風而去。角得此書,曉夜功習,能呼風喚雨,號為「太平道人」。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- ↑ "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
- ↑ (嵩到時,張角已死...) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
- ↑ "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
- ↑ (發張角之棺,戮屍梟首,送往京師。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
- ↑ ("ฮองฮูสงจึงคุมเอาพรรคพวกเตียวก๊กกับศพเตียวก๊กขึ้นไปถวายพระเจ้าเลนเต้") "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
- ↑ (賊勢危急,賊將嚴政,刺殺張寶,獻首投降。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
- ↑ ("ลำแจ้งนายทหารโจรจึงคิดอ่านกับพวกโจรทั้งปวงลอบฆ่าเตียวโป้ผู้นายเสีย แล้วตัดสีสะออกมาให้จูฮีเล่าปี่ถึงนอกเมือง ตัวนั้นก็ยอมเข้าเกลี้ยกล่อมทำราชการด้วย") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 28, 2025.
บรรณานุกรม
[แก้]- ตันซิ่ว (คริสต์ศตวรรษที่ 3). สามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อ).
- เผย์ ซงจือ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). อรรถาธิบายสามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อจู้).
- ฟ่าน เย่ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). โฮ่วฮั่นชู.
- ล่อกวนตง (คริสต์ศตวรรษที่ 14). สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้).
- de Crespigny, Rafe (2007). A biographical dictionary of Later Han to the Three Kingdoms (23–220 AD). Leiden: Brill. ISBN 978-90-04-15605-0.