การประปาส่วนภูมิภาค
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
ตราสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงพระแม่ธรณีและแผนที่ประเทศไทยในพื้นหลัง | |
ชื่อท้องถิ่น | Provincial Waterworks Authority |
|---|---|
ชื่อโรมัน | Kan Prapa Suan Prumiphak |
| ประเภท | รัฐวิสาหกิจ |
| อุตสาหกรรม | การจ่ายน้ำประปาในส่วนภูมิภาค |
| ก่อนหน้า |
|
| ก่อตั้ง | 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| สำนักงานใหญ่ | เลขที่ 72 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 |
| จำนวนที่ตั้ง |
|
| พื้นที่ให้บริการ | 74 จังหวัดของไทย (ยกเว้นอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) |
| บุคลากรหลัก |
|
| ผลิตภัณฑ์ | น้ำดื่ม |
| บริการ | |
| รายได้ | (พ.ศ. 2566)[1] |
รายได้จากการดำเนินงาน | (พ.ศ. 2566)[1] |
รายได้สุทธิ | (พ.ศ. 2566)[1] |
| ทรัพย์สินสุทธิ | (พ.ศ. 2566)[1] |
| สินทรัพย์ | (พ.ศ. 2566)[1] |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | (พ.ศ. 2566)[1] |
พนักงาน | 9,067 คน (พ.ศ. 2566)[1] |
| บริษัทแม่ | กระทรวงมหาดไทย |
| บริษัทในเครือ | จัดหาและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก |
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ |
| เชิงอรรถ / อ้างอิง การประปาส่วนภูมิภาคได้ของบประมาณในปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 6,082,254,800 บาท[a] | |
การประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ. (อังกฤษ: Provincial Waterworks Authority) เป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2522 มีหน้าที่ผลิตและให้บริการเกี่ยวกับน้ำประปาในทุกพื้นที่ของประเทศไทย (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี) อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก
ประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง "กรมสุขาภิบาล" เพื่อบริหารจัดการน้ำมาใช้ในพระนคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2496 รัฐบาลในขณะนั้นได้อนุมัติให้ กรมโยธาธิการ ดำเนินการก่อสร้างการประปาขึ้น ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ โคกกระเทียม ใช้ชื่อว่า "การประปาพิบูลสงคราม" เพื่อผลิตและจำหน่ายน้ำให้ประชาชน และได้ขยายไปยังต่างจังหวัดในปี พ.ศ. 2497 รวม 6 แห่ง คือ ขอนแก่น ราชบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และ ภูเก็ต
การผลิตและจำหน่ายน้ำสำหรับประชาชน เดิมแบ่งออกเป็น 2 หน่วยงาน คือ
- กองประปาภูมิภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบระบบประปาในเขตชุมชนที่มีจำนวนประชากรตั้งแต่ 5,000 คน ขึ้นไป
- กองประปาชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบระบบประปาในหมู่บ้าน
ต่อมาได้มีการศึกษาวิธีการจัดรูปแบบการบริหารจัดการประปาภูมิภาค โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์และมีการตราพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 มีผลให้กิจการประปาของกรมโยธาธิการ และกรมอนามัย ถูกโอนมารวมกันเป็น "การประปาส่วนภูมิภาค" ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522[2]
คณะกรรมการ
คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค จำนวน 8 คน ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ดังรายชื่อต่อไปนี้
- นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ประธานกรรมการ
- นางธาราพร สิงหพันธุ์ มหิทธาฟองกุล กรรมการ
- นางปาณิสรา ดวงสอดศรี กรรมการ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์เผ่าภัค ศิริสุข กรรมการ
- นายหลักชัย พัฒนเจริญ กรรมการ
- นายคธาทิพย์ เอี่ยมกมลา กรรมการ
- รองศาตราจารย์ชัยวัฒน์ อุตตมากร กรรมการ
- นายอธิป ตันติวรวงศ์ กรรมการ
พื้นที่บริการ
การประปาส่วนภูมิภาค มีเขตพื้นที่บริการแบ่งออกเป็น 10 เขต ได้แก่[3]
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 1 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด และระยอง
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี ลพบุรี นครราชสีมา นครนายก ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 3 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 4 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต พังงา ระนอง และชุมพร
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 5 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล ตรัง และพัทลุง
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 6 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และลำพูน
- การประปาส่วนภูมิภาคเขต 10 รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร และกำแพงเพชร
อ้างอิง
- 1 2 3 4 5 6 7 การประปาส่วนภูมิภาค, รายงานประจำปี 2566 การประปาส่วนภูมิภาค, สืบค้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567
- ↑ พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522
- ↑ "การแบ่งเขตการบริหารของ กปภ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-11-27. สืบค้นเมื่อ 2010-12-23.
- ↑ เป็นงบประมาณทั้งหมดของการประปาส่วนภูมิภาค ในหมวด 4 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569