บัตรกรุงไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ประเภทบริษัทมหาชน
การซื้อขาย(SET:KTC)
อุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน
เงินทุนและหลักทรัพย์
ก่อตั้ง4 ธันวาคม พ.ศ. 2539 (24 ปี)
สำนักงานใหญ่อาคารสมัชชาวาณิช 2 ชั้น 14, 591 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
บุคลากรหลัก
ปริญญา พัฒนภักดี (ประธานกรรมการ)
ระเฑียร ศรีมงคล (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)
รายได้เพิ่มขึ้น 18,979.96 ล้านบาท (2562)[1]
สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 85,409.26 ล้านบาท (2562)[1]
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 19,707.71 ล้านบาท (2562)[1]
อันดับTRIS: A+[2]
เว็บไซต์www.ktc.co.th

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ย่อ: KTC) เป็นบริษัททำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ธุรกิจบัตรเครดิต และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิตธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ ประเภทการให้บริการบัตรเครดิต ให้บริการแก่ผู้รับบัตรและบริการรับชำระเงินแทน[3] บริษัทมีพนักงาน 1,767 คน (ปี 2561) ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 49.45 (31 ธันวาคม 2561)[4]

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ภายใต้ชื่อ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2545 ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม 2545 และปี 2561 บริษัทได้รับเลือกเข้าเป็นหนึ่งใน 50 ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากข้อมูลสิ้นปี 2561 บริษัทมีมูลค่าการตลาดรวม 78,639 ล้านบาท บัตรกรุงไทยมีสมาชิกรวม 3.3 ล้านบัญชี โดยร้อยละ 50 อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล[5] จากข้อมูล 31 มีนาคม 2561 มีรายได้จากบัตรเครดิตร้อยละ 70 และอีกเกือบร้อยละ 30 มาจากสินเชื่อบุคคล[6]

ธุรกิจบัตรเครดิตแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ธุรกิจการออกบัตรเครดิตและธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิต โดยธุรกิจออกบัตรเครดิต เริ่มตั้งแต่จัดหาลูกค้าบัตรเครดิต อนุมัติวงเงินให้กับผู้ถือบัตร กำกับดูแลการใช้จ่ายบัตรเครดิต การรับชำระหนี้และการติดตามหนี้ โดยที่ธนาคารและบริษัทผู้ออกบัตรมีรายได้ค่าธรรมเนียมการทำรายการและดอกเบี้ยรับ โดยบัตรกรุงไทยได้รับอนุญาตให้ออกบัตรโดยมีตราสัญลักษณ์ วีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเจซีบี ยังมีการออกบัตรประเภทบัตรร่วมกับพันธมิตรการค้า และบัตรออกร่วมกับสถาบันศิษย์เก่าและองค์กรที่มิได้แสวงหากำไร เช่น สมาคมนักการบินไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการบัตรเงินสดล่วงหน้า ส่วนธุรกิจร้านค้ารับบัตรเครดิต เกี่ยวข้องกับร้านค้าที่รับชำระสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต โดยบริษัทจะคัดเลือกและติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้ร้านค้าเพื่อกำกับดูแลการอนุมัติ การรับชำระสินค้าหรือบริการจากผู้ถือบัตร โดยบริษัทได้รายได้จากค่าธรรมเนียม[5]

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่[แก้]

ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564[7]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 1,270,908,500 49.29%
2 นาย มงคล ประกิตชัยวัฒนา 388,669,300 15.07%
3 นาย สถาพร งามเรืองพงศ์ 128,509,000 4.98%
4 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 121,809,471 4.72%
5 น.ส. ฉันทนา จิรัฐิติภัทร์ 109,247,000 4.24%
6 UOB KAY HIAN PTE LTD A/C - RC 50,000,000 1.94%
7 SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 36,955,531 1.43%
8 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 25,018,300 0.97%
9 นาง มณีรัตน์ งามเรืองพงศ์ 17,079,200 0.66%
10 UBS AG SINGAPORE BRANCH 15,300,000 0.59%

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 งบการเงิน/ผลประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. อันดับเครดิต ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  3. สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน
  4. แบบฟอร์ม 56-1 (2561)
  5. 5.0 5.1 รายงานประจำปี 2561
  6. "ถอดสมการ 'เคทีซี' ใช้แบรนด์สร้างโอกาสบนอุปสรรค สู่ "แจ๊ค" ผู้ล้มยักษ์ หักปากกาเซียน". marketingoops. 22 พฤษภาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2562. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  7. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย