โทรคมนาคมแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
National Telecom Public Company Limited
ที่ทำการ
ภาพรวม
วันก่อตั้ง มกราคม พ.ศ. 2564 (-1 ปี)
ผู้ก่อตั้ง รัฐบาลไทย
สืบทอดจาก ทีโอที (24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 - ปัจจุบัน)
กสท โทรคมนาคม (14 สิงหาคม พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน)
ในกำกับดูแลของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: National Telecom Public Company Limited; ชื่อย่อ: NT) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลการสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศไทยในรูปบริษัทมหาชน สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง กสท โทรคมนาคม และทีโอที ตามมติของคณะรัฐมนตรี โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด[1]

ประวัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม

ก่อนการควบรวมกิจการ[แก้]

แนวคิดในการควบรวมทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เข้าด้วยกัน เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ในสมัยที่ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ปัจจุบันคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยเห็นควรให้ทั้ง 2 หน่วยงานควบรวมกันเพื่อความอยู่รอด แต่ถูกคัดค้านอย่างหนักจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจของทั้ง 2 หน่วยงาน ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทั้ง 2 หน่วยงานจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อแยกธุรกิจบางส่วนที่ทั้ง 2 หน่วยงานลงทุนและดำเนินงานซ้ำซ้อนกันออกมาต่างหาก ดังนี้

  • ทีโอที จัดตั้ง บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (National Broadband Network; NBN) เพื่อให้บริการค้าส่งบรอดแบนด์และโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมภายในประเทศเป็นหลัก โดยมีสินทรัพย์ ได้แก่ โครงข่ายหลัก ระบบสื่อสัญญาณ จนถึงโครงข่ายสายตอนนอก และเคเบิลใยแก้วนำแสง
  • กสท โทรคมนาคม จัดตั้ง บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (Neutral Gateway & Data Center; NGDC) เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ระหว่างประเทศเป็นหลัก รวมทั้งศูนย์บริการข้อมูล โดยมีสินทรัพย์ที่อยู่นอกประเทศ ได้แก่ สถานีเคเบิลใยแก้วใต้น้ำทั้งในและระหว่างประเทศ เคเบิลภาคพื้นดินระหว่างประเทศ รวมทั้งโครงข่ายขนส่งข้อมูลทั้งในและระหว่างประเทศ[2]

แต่มติดังกล่าวก็กลับถูกคัดค้านจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจของทั้ง 2 หน่วยงานเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่าจะมีผลกระทบหลายด้าน และไม่ได้แก้ปัญหาของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 หน่วยงานอย่างจริงจัง รวมถึงเป็นการเพิ่มบริษัทสำหรับดำเนินงานโทรคมนาคมของรัฐโดยไม่จำเป็น[3] แต่ต่อมา ทั้งทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม ก็ได้ทยอยโอนย้ายพนักงานไปทำงานที่บริษัทลูก

การควบรวมกิจการ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการเสนอให้กลับมาใช้แนวทางเดิมของปี พ.ศ. 2545 โดยการควบรวมรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 หน่วยงานเข้าด้วยกัน[4] ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานก็เห็นตรงกันกับข้อเสนอดังกล่าว แต่ก็ยังมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับวิธีการควบรวมและระยะเวลา จนกระทั่งวันที่ 12 กันยายน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้มีมติให้ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ควบรวมกิจการกันแล้วตั้งเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และทั้ง 2 หน่วยงาน จัดทำรายละเอียดในการควบรวมกิจการให้ครบถ้วนเพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป พร้อมทั้งให้ยุบบริษัทลูกทั้ง NBN และ NGDC และให้พนักงานของทั้ง 2 บริษัทกลับเข้าทำงานที่ต้นสังกัดเดิม[5]

ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเห็นชอบในหลักการควบรวมกิจการของทีโอที และ กสท โทรคมนาคม และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป[6] และในที่สุด วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563 คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ควบรวมกิจการเป็นบริษัทเดียวในชื่อ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (National Telecom; NT) และมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด และให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ซึ่งถือเป็นการยุบบริษัทลูกทั้ง NBN และ NGDC อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำกับดูแลดำเนินการควบรวมกิจการของทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่กำหนด คือภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ ครม. มีมติ คือวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563[7] แต่ต่อมาก็มีแนวโน้มที่จะขอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ขยายเวลาควบรวมออกไปอีก 6 เดือน คือเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้กระบวนการเอกสารบางอย่างที่จำเป็นต้องจัดส่งไปยังต่างประเทศ เช่น การแจ้งหนังสือถึงเจ้าหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร เกิดการติดขัด เป็นต้น[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. ฐานเศรษฐกิจ (14 มกราคม 2563). "ครม.ไฟเขียวควบรวม"ทีโอที-แคท"". www.thansettakij.com. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  2. กรุงเทพธุรกิจ (13 มิถุนายน 2560). "ครม.เห็นชอบ 'TOT-CAT' ตั้งบริษัทลูก". www.bangkokbiznews.com. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  3. ประชาชาติธุรกิจ (1 สิงหาคม 2560). "สหภาพทีโอที-แคท ค้านมติครม. ตั้งบริษัทร่วมทุน NBN – NGDC". www.prachachat.net. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  4. ไทยรัฐ (1 กรกฎาคม 2561). "ปัดฝุ่นแผนควบรวมทีโอที-แคท". www.thairath.co.th. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  5. ประชาชาติธุรกิจ (15 กันยายน 2561). "นับหนึ่งควบรวม"ทีโอที-แคท"". www.prachachat.net. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  6. ประชาชาติธุรกิจ (15 พฤษภาคม 2562). "คนร.ไฟเขียวตั้งบริษัทลูกของ รฟท. 2 บริษัท เพื่อบริหารสินทรัพย์และเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง". www.prachachat.net. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  7. สนุก.คอม (14 มกราคม 2563). "ครม.ไฟเขียว ควบรวม "CAT-TOT" เป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติภายใน 6 เดือน". www.sanook.com. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.
  8. กรุงเทพธุรกิจ (7 พฤษภาคม 2563). "โควิดพ่นพิษทำควบรวม'ทีโอที-กสท'สะดุด". www.bangkokbiznews.com. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2563.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]