การเคหะแห่งชาติ (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การเคหะแห่งชาติ
National Housing Authority
โลโก้การเคหะแห่งชาติ พร้อมชื่อภาษาไทย.jpeg
ที่ทำการ
905 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 (44 ปี)
งบประมาณ 351.8742 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร นายไมตรี อินทุสุต, ประธานกรรมการ
ดร. ธัชพล กาญจนกูล, ผู้ว่าการ [2]
นายนพดล ว่องเวียงจันทร์, รองผู้ว่าการ
นายบัญชา บัญชาดิฐ, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นายสัญญา หวะสุวรรณ, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นางวิไล มณีประสพโชค, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นายวิญญา สิงห์อินทร์, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นายระวิน สุพพัตกุล, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์, ผู้ช่วยผู้ว่าการ
นางวิภา พลพรรัตน์, นักบริหาร ระดับ 11
ในกำกับดูแลของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เว็บไซต์
http://www.nha.co.th

การเคหะแห่งชาติ (อังกฤษ: National Housing Authority) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516

ประวัติ[แก้]

สืบเนื่องจากปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลจึงได้จัดตั้งกองเคหสถาน กรมประชาสงเคราะห์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2483 หลังจากเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี พ.ศ. 2504 ปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักงานอาคารสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ (ในปี พ.ศ. 2493) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ในปี พ.ศ. 2496) และสำนักงานปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรมเทศบาลนครกรุงเทพ (ปี พ.ศ. 2503) จนในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 จึงมีการกำหนดนโยบายให้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านที่อยู่อาศัยขึ้น และได้จัดตั้ง “การเคหะแห่งชาติ” ขึ้นเมื่อ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 [3] โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. จัดให้มีเคหะเพื่อประชาชน เช่า หรือเช่าซื้อ
  2. จัดหาเงินกู้มาสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชนเช่าซื้อหรือให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่บุคคลที่จะสร้างที่อยู่อาศัย
  3. ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดสรรที่ดิน

ต่อมาในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2517 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ที่ให้อำนาจการเคหะแห่งชาติออกพันธบัตรหรือตราสารการลงทุนได้ [4]

ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2522 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ฉบับที่ 2 ที่ได้ให้อำนาจการเคหะแห่งชาติเวนคืนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินการปรับปรุงหรือรื้อถอนแหล่งเสื่อมโทรมได้ [5]

ในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และคณะกรรมาธิการได้นำเข้าสู่ที่ประชุมสภาในวาระที่ 2 และ 3 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 แต่ที่ประชุมสภาไม่เห็นชอบร่างทำให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันตกไป [6]

และต่อมาในปีพ.ศ. 2537 ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งใหม่ตามพระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 [7] ดังนี้

  1. จัดให้มีเคหะเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย
  2. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะของตนเอง หรือแก่บุคคลผู้ประสงค์ จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช.ในการจัดให้มีเคหะขึ้น เพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อหรือซื้อ
  3. ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดหาที่ดิน
  4. ปรับปรุงรื้อหรือย้ายแหล่งเสื่อมโทรมเพื่อให้มีสภาพการอยู่อาศัยสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น
  5. ประกอบธุรกิจการอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น

ผลการดำเนินงาน[แก้]

นับแต่ปี พ.ศ. 2516 ถึงปี พ.ศ. 2553 การเคหะแห่งชาติ ได้ดำเนินงานพัฒนาและจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 732,249 หน่วย

โครงการบ้านเอื้ออาทร[แก้]

เป็นโครงการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ด้อยโอกาสให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเป็นที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและอยู่ในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีระดับราคาที่กลุ่มเป้าหมายสามารถรับภาระการผ่อนชำระได้ โดยกำหนดที่จะจัดทำที่อยู่อาศัยให้สำหรับกลุ่มป้าหมายกลุ่มเดียวคือกลุ่มที่มีรายได้ครัวเรือนไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท (รายได้ปี 2546) และปรับเป็นรายได้ครัวเรือนไม่เกินเดือนละ 40,000 บาท ในปัจจุบัน มีเป้าหมายดำเนินการทั้งสิ้น 281,556 หน่วย ซึ่งในปี 2553 ก่อสร้างแล้วเสร็จ 240,186 หน่วย ส่งมอบให้กับผู้ได้สิทธิแล้ว 174,545 หน่วย

คณะกรรมการ[แก้]

  1. นาย ไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการ
  2. พลเอก สุชาติ หนองบัว กรรมการ
  3. พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร กรรมการ
  4. พลเอก วัลลภ รักเสนาะ กรรมการ
  5. พลตำรวจโท ดร. ปิยะ อุทาโย กรรมการ
  6. ดร. จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ กรรมการ
  7. นาย ธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมการ
  8. นาง ชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ กรรมการ[8]

ต่อมาวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติสืบแทนนายพิชิตโดยให้มีผลทันที

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  2. ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง "ธัชพล กาญจนกูล" เป็นผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 25 ตุลาคม 2559
  3. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ (มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ให้จัดตั้งการเคหะแห่งชาติ) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอน ๑๙๐ ก พิเศษ หน้า ๕๓ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
  4. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑ ตอน ๑๐๙ ก พิเศษ หน้า ๑ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗
  5. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖ ตอน ๓๖ ก พิเศษ หน้า ๙ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2536/D/066/69.PDF
  7. พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑ ตอน ๑๔๐ ก หน้า ๒๐ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/249/3.PDF

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]