พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระยาเฉลิมอากาศ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาเฉลิมอากาศ
(สุณี สุวรรณประทีป)
พระยาเฉลิมอากาศ.gif
เกิด26 เมษายน พ.ศ. 2430
เสียชีวิต14 กันยายน พ.ศ. 2498 (68 ปี)
บิดามารดาหลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง สุวรรณประทีป)
นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป)

พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป) (26 เมษายน พ.ศ. 2430 - 14 กันยายน พ.ศ. 2498) เป็นนักบินคนแรกของประเทศไทยและเป็นผู้ให้กำเนิดกองทัพอากาศไทย

ประวัติ[แก้]

พระยาเฉลิมอากาศ มีนามเดิมว่า สุณี สุวรรณประทีป เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๐ ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก ได้คะแนนดีเยี่ยม จากนั้นเข้ารับราชการทหาร

ท่านได้รับทุนไปศึกษาวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส ขณะมียศเป็น นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เป็นนักบินรุ่นแรก คนหนึ่งในจำนวน ๓ คน ซึ่งประกอบด้วย นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) (ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์) และนายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต (ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต)

ท่านรับราชการเป็นนักบินในกองทัพจนมียศเป็นนายพลโท บรรดาศักดิ์เป็นพระยาเฉลิมอากาศ เมื่อ พ.ศ. 2463 เป็นผู้ริเริ่มหน่วยบินซึ่งเดิมมีเครื่องบินเพียง ๘ ลำ จนพัฒนามาเป็น กรมอากาศยานทหารบก และกลายเป็นกองทัพอากาศไทย ในเวลาต่อมา

นายพลโท พระยาเฉลิมอากาศ พ้นจากหน้าที่ "เจ้ากรมอากาศยาน" เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2475[1] ภายหลังมีการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 ซึ่งได้มีคำสั่ง "ยกเลิกชั้นนายพลในกองทัพไทย" และกลับเข้าทำหน้าที่ ผู้กำกับการบินพลเรือน เป็นนายทหารนอกราชการ ในปี พ.ศ. 2481 ภายหลังได้รับพระราชทานยศ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ และลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. 2486

นายพลโท พระยาเฉลิมอากาศ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ ๖๘ ปี ๖ เดือน

ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์

  • ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๓ เป็น “หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ”[2]
  • ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๗ เป็น “พระเฉลิมอากาศ”[3]
  • ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ เป็น “พระยาเฉลิมอากาศ”[4]

ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรยศทหาร

  • สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ เป็นนักเรียนนายร้อย
  • มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็นว่าที่นายร้อยตรี
  • ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็นนายร้อยตรี [5]
  • ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ เป็นนายร้อยโท [6]
  • ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ เป็นนายร้อยเอก [7]
  • ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นนายพันตรี [8]
  • ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ เป็นนายพันโท[9]
  • ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๙ เป็นนายพันเอก [10]
  • ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นนายพลตรี [11]
  • ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ เป็นนายพลโท [12]
  • พ.ศ. ๒๔๗๕ ยกเลิกยศนายทหารชั้นนายพล ใน กองทัพบก
  • ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นนายนาวาอากาศเอก [13]
  • ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นพลอากาศโท[14]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง นายทหารออกจากประจำการ
  2. ส่งสัญญาบัตรขุนนางไปพระราชทาน (หน้า ๒๔๔๐)
  3. ตั้งและเลื่อนบรรดาศักดิ์ (หน้า ๗๓๗)
  4. พระราชทานบรรดาศักดิ์ (หน้า ๔๒๖)
  5. พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก
  6. พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก (หน้า ๗๗๓)
  7. พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก (หน้า ๑๙๙)
  8. ตั้งตำแหน่งยศนายทหารบก
  9. ตั้งตำแหน่งยศนายทหารบก (หน้า ๔๑๔)
  10. พระราชทานยศนายทหารบก (หน้า ๙๒)
  11. พระราชทานยศทหารและข้าราชการในกระทรวงกลาโหม
  12. พระราชทานยศ (หน้า ๔๕๙๒)
  13. ประกาศ เรื่อง พระราชทานยศทหารอากาศ (หน้า ๒๕๕๙)
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  15. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  16. พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ (หน้า ๓๑๒๘)

บรรณานุกรม[แก้]