ธนาคารออมสิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธนาคารออมสิน
Government Savings Bank
Gsbthai.jpg
ตราประจำธนาคารออมสินในปัจจุบัน
ที่ทำการ
470 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 1 เมษายน พ.ศ. 2456
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
สืบทอดจาก แบงก์ลีฟอเทีย
คลังออมสิน
งบประมาณ 1,392.601 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร กุลิศ สมบัติศิริ (อธิบดีกรมศุลกากร), ประธานกรรมการ
ชาติชาย พยุหนาวีชัย[2], ผู้อำนวยการ
ธัชพล กาญจนกูล, รองผู้อำนวยการอาวุโส
บุญสน เจนชัยมหกุล, รองผู้อำนวยการอาวุโส
นงเยาว์ พาชีรัตน์, รองผู้อำนวยการอาวุโส
พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา, รองผู้อำนวยการอาวุโส
ในกำกับดูแลของ กระทรวงการคลัง
เว็บไซต์
www.gsb.or.th

ธนาคารออมสิน (อังกฤษ: Government Savings Bank; ชื่อย่อ: GSB) มีสถานะรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง เป็นธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย เน้นการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท พัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย โดยมีรูปแบบของสินเชื่อและชนิดการฝากเงินรายย่อยมากมาย อีกทั้งยังสร้างเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มชุมชน โครงการธนาคารเพื่อประชาชน โดยให้สินเชื่อระยะสั้น แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (ให้ประชาชนมาเป็นหนี้ในระบบ ที่สามารถตรวจสอบได้ และการเก็บดอกเบี้ยตามความเป็นจริง) เป็นช่องทางการรับและจ่ายเงินกู้ จากโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง อีกทั้งยังลงทุนในการพัฒนาประเทศ ของหน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ให้บริการรูปแบบเงินฝากที่หลากหลาย เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย รวมทั้งมีการให้บริการตามหลักศาสนาอิสลาม ปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งหมด 1,039 แห่งทั่วประเทศ

ประวัติ[แก้]

ธนาคารออมสิน กำเนิดขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงริเริ่มนำกิจการด้านการออมสินมาใช้เป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยได้ทดลองตั้งธนาคารรับฝากเงินขึ้นเรียกว่า "แบงก์ลีฟอเทีย" ณ พระตำหนักสวนจิตรลดา (ในบริเวณวังปารุสกวัน) สำหรับให้มหาดเล็กและข้าราชบริพารของพระองค์ได้เรียนรู้วิธีการดำเนินงานของธนาคาร และส่งเสริมนิสัยรักการออม

ในปี พ.ศ. 2456 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติคลังออมสินขึ้น และประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยให้เรียกว่า "คลังออมสิน" ขึ้นตรงต่อกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ[3]

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริจะขยายกิจการคลังออมสินให้กว้างขวางขึ้น จึงโอนกิจการคลังออมสิน จากกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ไปสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข (ปัจจุบันเป็น สำนักงาน กสทช. แต่ก่อนจะแปรสภาพ ส่วนหนึ่งแยกไปจัดตั้งเป็น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด) กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม (ปัจจุบันคือกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม) มีสถานะเป็นแผนกคลังออมสินในกองบัญชี เมื่อปี พ.ศ. 2472 เป็นผลให้ราษฎรสามารถฝากและถอนเงิน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ได้ เช่นเดียวกับบริการออมสิน ของกรมไปรษณีย์ประเทศญี่ปุ่น และกรมไปรษณีย์ประเทศเยอรมนี

กระทั่งปี พ.ศ. 2489 รัฐบาลในสมัยที่ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี ยกระดับให้คลังออมสิน เปลี่ยนสถานะเป็น "ธนาคารออมสิน" มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2490[4] เพื่อทำหน้าที่การธนาคาร และเป็นสถาบันการออมทรัพย์ที่สมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับธนาคารนานาประเทศ

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ตราประจำธนาคารออมสินเมื่อแรกเริ่มใช้

ตราสัญลักษณ์ของธนาคารออมสิน เป็นรูปวงกลม ภายในแบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนประกอบด้วย วชิราวุธ เบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรห้าชั้น) และต้นไทร อันมีความหมายดังต่อไปนี้

  • วชิราวุธ เป็นเครื่องหมายประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดคลังออมสินขึ้นในประเทศไทย
  • เบญจปฎลเศวตฉัตร เป็นเครื่องหมายประจำพระองค์ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้ทรงวางรากฐาน และทำนุบำรุงกิจการธนาคารออมสิน ให้มีความเจริญก้าวหน้า
  • ต้นไทร หมายถึงความร่มเย็น ความมั่นคง และความเจริญงอกงามตลอดกาล

สลากออมสิน[แก้]

สลากออมสิน เป็นรูปแบบหนึ่งของการออมทรัพย์ที่มีลักษณะพิเศษ ผลตอบแทนที่ผู้ฝากได้รับนอกจากดอกเบี้ยแล้วยังสามารถทวีเงินออมโดยผู้ฝากมีสิทธิถูกรางวัลตามที่ธนาคารกำหนด โดยทั้งดอกเบี้ยและเงินรางวัลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งธนาคารมักจะโฆษณาด้วยข้อความที่ว่า สลากออมสินไม่กินทุน

สลากออมสินนี้เป็นสลากที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนอกเหนือจากสลากกินแบ่งรัฐบาล และสลากที่ออกโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ซึ่งยังไม่มีธนาคารเอกชนรายใดได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในลักษณะนี้ได้

วันออมสิน[แก้]

วันออมสิน ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงการตั้งธนาคารออมสินโดยจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการรักนิสัยการออมเงินสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป โดยธนาคารออมสินทั่วประเทศได้จัดให้มีการรับฝากเงิน โดยผู้ที่ฝากเงินตั้งแต่ 50 บาท ขึ้นไป จะได้รับการแจกของขวัญ เป็นประจำทุกปี[5]

โครงการธนาคารประชาชน

กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน[แก้]

ครั้งที่ ชื่อ ชนิดกีฬา กีฬา
1
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552
"กรุงเทพมหานคร"
4 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, กรีฑา
2
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553
"เชียงใหม่"
4 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, กรีฑา
3
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 3 ประจำปี 2554
"นครราชสีมา"
9 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล,
กรีฑา, เซปักตะกร้อ, เปตอง,
เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, แบดมินตัน
4
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 4 ประจำปี 2555
"นครสวรรค์"
9 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล,
กรีฑา, เซปักตะกร้อ, เปตอง,
เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, แบดมินตัน
5
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 5 ประจำปี 2556
1 ชนิดกีฬา
ฟุตซอล
6
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 6 ประจำปี 2557
"ขอนแก่น"
3 ชนิดกีฬา
ฟุตซอล, วอลเลย์บอล, เทเบิลเทนนิส
7
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 7 ประจำปี 2558
2 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, วอลเลย์บอล
8
กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ครั้งที่ 8 ประจำปี 2559
3 ชนิดกีฬา
ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, บาสเกตบอล

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]