ประเทศอินโดนีเซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก อินโดนีเชีย)
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
Republik Indonesia (อินโดนีเซีย)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญBhinneka Tunggal Ika
(ชวาเก่า/กาวี: "เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย")
เพลงชาติอินโดเนเซียรายา
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
จาการ์ตา
6°08′S 106°45′E / 6.133°S 106.750°E / -6.133; 106.750
ภาษาราชการ ภาษาอินโดนีเซีย
การปกครอง ประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี
 -  ประธานาธิบดี โจโก วีโดโด
 -  รองประธานาธิบดี Jusuf Kalla
เอกราช จาก เนเธอร์แลนด์ 
 -  ประกาศ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2488 
 -  เป็นที่ยอมรับ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2492 
พื้นที่
 -  รวม 1,904,569 ตร.กม. (16)
735,355 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 4.85tvvh
ประชากร
 -  2554 (ประเมิน) 248,216,193 (4)
 -  ความหนาแน่น 116 คน/ตร.กม. (84)
302 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2558 (ประมาณ)
 -  รวม 2.840 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (8)
 -  ต่อหัว 11,135 ดอลลาร์สหรัฐ (102)
HDI (2556) 0.684 (กลาง) (108)
สกุลเงิน รูเปียห์ (IDR)
เขตเวลา มีหลายเขต (UTC+7 to +9)
 -  (DST) not observed (UTC+7 to +9)
ระบบจราจร ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .id
รหัสโทรศัพท์ 62

อินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย: Indonesia) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย: Republik Indonesia) เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียวหรือกาลีมันตัน (Kalimantan), ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินีหรืออีเรียน (Irian) และประเทศติมอร์-เลสเตบนเกาะติมอร์ (Timor)

ภูมิศาสตร์[แก้]

ลักษณะอากาศแบบศูนย์สูตร ประกอบด้วย 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม-ตุลาคม) และฤดูฝน (พฤศจิกายน-เมษายน) อินโดนีเซียมีฝนตกชุกตลอดปี แต่อุณหภูมิไม่สูงมากนัก เพราะพื้นที่เป็นเกาะจึงได้รับอิทธิพลจากทะเลอย่างเต็มที่

ประวัติศาสตร์[แก้]

อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์อยู่ประมาณ 301 ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2.1 ญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย และทำการขับไล่เนเธอร์แลนด์เจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียออกไปได้สำเร็จ จึงทำให้ผู้นำอินโดนีเซียคนสำคัญในสมัยนั้นให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับญี่ปุ่นมากนัก เพราะมีเหตุเคลือบแคลงคือ เมื่อผู้รักชาติอินโดนีเซียจัดตั้งขบวนการต่างๆขึ้นมา ญี่ปุ่นจะขอเข้าร่วมควบคุมและดำเนินงานด้วย

เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและประกาศยอมจำนนต่อฝ่ายพันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือโอกาสประกาศเอกราชใน พ.ศ. 2488 แต่เนเธอร์แลนด์เจ้าของอาณานิคมเดิมไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย จึงยกกองทัพเข้าปราบปราม ผลจากการสู้รบปรากฏว่าเนเธอร์แลนด์ไม่สามารถปราบปรามกองทัพอินโดนีเซียได้ จากนั้นอังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรกับเนเธอร์แลนด์จึงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้ยุติความขัดแย้งกัน โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงลิงกัดยาติ (Linggadjati Agreement) เมื่อ พ.ศ. 2489 โดยเนเธอร์แลนด์ยอมรับอำนาจรัฐของรัฐบาลอินโดนีเซียในเกาะชวาและสุมาตรา ต่อมาภายหลังเนเธอร์แลนด์ได้ละเมิดข้อตกลงโดยได้นำทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซียทำให้ประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย และอินเดียได้ยื่นเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้าจัดการ สหประชาชาติได้เข้าระงับข้อพิพาทโดยตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ออสเตรเลีย เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมและได้เรียกร้องให้หยุดยิง แต่เนเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุมผู้นำคนสำคัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โนและฮัตตาไปกักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียสามารถช่วยเหลือนำตัวผู้นำทั้งสองออกมาได้ ในระยะนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างตำหนิการกระทำของเนเธอร์แลนด์อย่างยิ่งและคณะมนตรีความมั่นคงได้กดดันให้เนเธอร์แลนด์มอบเอกราชแก่อินโดนีเซีย

ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2492 อินโดนีเซียได้รับเอกราชแต่ความยุ่งยากยังคงมีอยู่เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ไม่ยินยอมให้รวมดินแดนอิเรียนตะวันตกเข้ากับอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายจึงต่างเตรียมการจะสู้รบกันอีก ผลที่สุดเนเธอร์แลนด์ก็ยอมโอนอำนาจให้สหประชาชาติควบคุมดูแลอิเรียนตะวันตกและให้ชาวอิเรียนตะวันตกแสดงประชามติว่าจะรวมกับอินโดนีเซียหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติปรากฏว่าชาวอิเรียนตะวันตกส่วนใหญ่ต้องการรวมกับอินโดนีเซีย สหประชาชาติจึงโอนอิเรียนตะวันตกให้อยู่ในความปกครองของอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2506

การเมืองการปกครอง[แก้]

ประเทศอินโดนีเซียมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและทำหน้าที่ปกครองประเทศ

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 31 จังหวัด (propinsi-propinsi), 2 เขตปกครองพิเศษ* (daerah-daerah istimewa) และ 1 เขตนครหลวงพิเศษ** (daerah khusus ibukota) โดยมีเมืองหลวงหรือเมืองหลักของแต่ละจังหวัด ได้แก่

เมืองที่จัดซีเกมส์ 2011[แก้]


นโยบายต่างประเทศ[แก้]

ความสัมพันธ์กับอาเซียน[แก้]

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพอินโดนีเซีย

กองทัพบก[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพบกอินโดนีเซีย

กองทัพอากาศ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพอากาศอินโดนีเซีย

กองทัพเรือ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพเรืออินโดนีเซีย

กองกำลังกึ่งทหาร[แก้]

คมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

ประชากร[แก้]

จำนวนประชากรทังหมด 251,170,193 คน โดยการประมาณการของสหประชาชาติ

เชื้อชาติ[แก้]

และภาษาในประเทศอินโดนีเซีย

ณ ที่นั้น ความแตกต่างของกลุ่มชาติพันธุ์ประมาณ 300 กว่ากลุ่มชาติพันธุ์ และภาษาพื้นเมือง และสำเนียงท้องถิ่น ที่แตกต่างกันถึง 742 ภาษา ชาวอินโดนีเซียส่วนมากสืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าทีพูดตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน ภาษาของกลุ่มชนดังกล่าวสามารถที่จะสืบค้นย้อนไปถึง ภาษาโปรโต-ออสโตรเนเชียน ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีต้นกำเนิดในไตหวัน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มชนเผ่าที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่ง คือ เผ่าเมลาเนเชียน ผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะปาปัว ภาคตะวันออก ของประเทศอินโดนีเซีย ชาวชวา คือ กลุ่มชนเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุด ซึ่งมีอยู่ราว 42% ของจำนวนประชากร เป็นกลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง และวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชนชาติหลักๆ ที่มีจำนวนพอๆกับชาวชวา เช่น ชาวซุนดา ชาวมาเล และชาวมาดูรา จิตสำนึกของความเป็น ชาวอินโดนิเซีย จะขนานควบคู่ไปกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตนเองอย่างเหนียวแน่น ความตึงเครียดทางสังคม ศาสนา และเชื้อชาติ เป็นสิ่งที่เคยกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง อันน่าสะพรึงกลัวมาแล้ว ชาวอินโดนิเซียเชื้อสายจีน เป็นชุนกลุ่มน้อยในประเทศ แต่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง มีจำนวนราวๆ 3-4 % ของจำนวนประชากรอินโดนีเซีย

ศาสนา[แก้]

อิสลาม ส่วนมาก

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ โดยชาวอินโดนีเซียร้อยละ 87 นับถือศาสนาอิสลาม และบางส่วนนับถือศาสนาฮินดู ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเกาะบาหลี

การศึกษา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

สถาปัตยกรรม[แก้]

วรรณกรรม[แก้]

ดนตรีและนาฏศิลป์[แก้]

อาหาร[แก้]

กาโด กาโด (Gado Gado) เป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของอินโดนีเซียคล้ายกับสลัดแขก ซึ่งจะประกอบด้วยถั่วเขียว มันฝรั่ง ถั่วงอก เต้าหู้ ไข่ต้มสุก กะหล่ำปลี ข้าวเกรียบกุ้ง รับประทานกับซอสถั่วที่มีลักษณะเหมือนซอสสะเต๊ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยเครื่องสมุนไพรในซอส อาทิ รากผักชี หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะไม่รู้สึกเลี่ยนกะทิมากจนเกินไป และยังเป็นเหมือนอาหารสำหรับคนรักสุขภาพได้อีกด้วย

กีฬา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

รัฐบาล
ข้อมูลทั่วไป
การศึกษา
สื่อสารมวลชน
การท่องเที่ยว