ภาษาชวา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ จาวา (ภาษาโปรแกรม) หรือ จาวาสคริปต์
ภาษาชวา
Basa Jawa
ꦧꦱꦗꦮ
باسا جاوا
Aksara Jawa - basa.svg
บาซา (ภาษา) ในอักษรชวา
ออกเสียงbɔsɔ d͡ʒɔwɔ
ประเทศที่มีการพูดเกาะชวา (ประเทศอินโดนีเซีย)
ชาติพันธุ์
จำนวนผู้พูด82 ล้านคน  (2007)ne2007
ตระกูลภาษา
รูปแบบก่อนหน้า
ภาษาชวาเก่า
  • ภาษาชวากลาง
    • ภาษาชวา
รูปแบบมาตรฐาน
กาวี
(รูปแบบมาตรฐานแรก)
ชวาแบบซูราการ์ตา
(รูปแบบมาตรฐานปัจจุบัน)
ภาษาถิ่นสำเนียง
ระบบการเขียนอักษรลาติน
อักษรชวา
อักษรเปโกน
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการเขตพิเศษยกยาการ์ตา[1]
รหัสภาษา
ISO 639-1jv
ISO 639-2jav
ISO 639-3มีหลากหลาย:
jav — ชวา
jvn — ชวาแถบแคริบเบียน
jas — ชวาแถบนิวแคลิโดเนีย
osi — สำเนียงโอซิง
tes — สำเนียงเติงเกอร์
kaw — ภาษากาวี
Linguasphere31-MFM-a
Javanese language distribution.png
เขียวเข้ม: บริเวณที่ภาษาชวาเป็นภาษาของชนส่วนใหญ่ เขียวอ่อน: บริเวณที่ภาษาชวาเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อย
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากล หากระบบของคุณไม่รองรับการแสดงผลที่ถูกต้อง คุณอาจเห็นปรัศนี กล่อง หรือสัญลักษณ์อย่างอื่นแทนที่อักขระยูนิโคด
ผู้พูดภาษาชวาสองคน บันทึกในประเทศอินโดนีเซีย

ภาษาชวา (ชวา: ꦧꦱꦗꦮ หรือ باساجاوا, อักษรโรมัน: Basa Jawa, [bɔsɔ d͡ʒɔwɔ]; รู้จักในภาษาปากว่า ꦕꦫꦗꦮ หรือ ‏چارا جاوا; [t͡ʃɔrɔ d͡ʒɔwɔ]) เป็นภาษาของชาวชวาในภาคกลางกับตะวันออกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้พูดภาษานี้เป็นภาษาแม่มากกว่า 98 ล้านคน[2] (มากกว่าร้อยละ 42 ของประชากรทั้งประเทศ)

ภาษาชวาเป็นตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนที่มีผู้พูดตามจำนวนผู้พูดภาษาแม่มากที่สุด โดยมีสำเนียงท้องถิ่นหลายแห่ง และรูปแบบสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจำนวนหนึ่ง[3] ญาติที่ใกล้ชิดกับภาษานี้ที่สุดคือภาษาซุนดา, ภาษามาดูรา และภาษาบาหลี ผู้พูดภาษาชวาส่วนใหญ่พูดภาษาอินโดนีเซียในพิธีทางการกับการค้า และไว้สื่อสารชาวอินโดนีเซียที่ไม่พูดภาษาชวา

นอกจากนี้ยังมีผู้พูดภาษาชวาในประเทศมาเลเซีย (ชายฝั่งตะวันตกในรัฐเซอลาโงร์กับรัฐยะโฮร์) และสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมีผู้พูดในผู้สืบเชื้อสายชวาในประเทศซูรินาม, ศรีลังกา และนิวแคลิโดเนีย[4]

นอกจากภาษาอินโดนีเซียแล้ว ภาษาชวายังเป็นภาษาทางการในเขตพิเศษยกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย[1]

บทนำ[แก้]

ภาษาชวาอยู่ในกลุ่มย่อยซุนดาของภาษากลุ่มมาลาโย-โพลีเนเซียตะวันตก มีลักษณะทางภาษาศาสตร์ใกล้เคียงกับภาษามลายู ภาษาซุนดา ภาษามาดูรา ภาษาบาหลี และภาษากลุ่มสุมาตราและบอร์เนียวอื่นๆ รวมทั้งภาษามาลากาซีและภาษาฟิลิปิโน ภาษาชวาใช้พูดในบริเวณชวากลางและชวาตะวันออกและชายฝั่งทางเหนือของชวาตะวันตก ภาษาชวาได้ใช้เป็นภาษาเขียนควบคู่ไปด้วย เป็นภาษาในศาลที่ปาเล็มบัง สุมาตราใต้จนกระทั่งถูกดัตช์ยึดครองเมื่อพุทธศตวรรษที่ 23

ภาษาชวาจัดว่าเป็นภาษาคลาสสิกภาษาหนึ่งของโลก มีวรรณคดีมานามถึง 12 ศตวรรษ นักวิชาการแบ่งภาษาชวาออกเป็นสี่ยุคด้วยกันคือภาษาชวาโบราณ เริ่มจากพุทธศตวรรษที่ 14 ภาษาชวายุคกลางเริ่มจากพุทธศตวรรษที่ 18 ภาษาชวายุคใหม่เริ่มจากพุทธศตวรรษที่ 21 และภาษาชวาปัจจุบันเริ่มในพุทธศตวรรษที่ 25 ภาษาชวาเขียนด้วยอักษรชวาที่พัฒนามาจากอักษรพราหมี อักษรอาหรับ-ชวาที่เป็นอักษรอาหรับดัดแปลงสำหรับภาษาชวา และอักษรละติน

แม้ว่าจะไม่มีสถานะเป็นภาษาราชการ ภาษาชวาถือว่าเป็นภาษาในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนที่มีผู้พูดเป็นภาษาแม่มากประมาณ 80 ล้านคน อย่างน้อย 45% ของประชากรทั้งหมดในอินโดนีเซียเป็นผู้พูดภาษาชวาหรืออยู่ในบริเวณที่ใช้ภาษาชวาเป็นภาษาหลัก และมีอิทธิพลอย่างมากต่อภาษาอินโดนีเซียที่เป็นสำเนียงหนึ่งของภาษามลายู ภาษาชวามีสำเนียงหลักสามสำเนียงคือ ชวากลาง ชวาตะวันออก และชวาตะวันตก

ความสุภาพ[แก้]

กุลสตรี (ซ้าย) พูดกับบริวารด้วยคำพูดแบบหนึ่ง และพวกเขาจะตอบอีกรูปแบบหนึ่ง (ภาพถ่ายภรรยาและบริวารของศิลปิน ราเดิน ซาเลฮ์, บาตาเวียของอาณานิคม ค.ศ. 1860–1872)

การพูดภาษาชวาแตกต่างไปขึ้นกับบริบททางสังคมทำให้มีการแบ่งชั้นของภาษา แต่ละชั้นมีศัพท์ กฎทางไวยากรณ์ และฉันทลักษณ์เป็นของตนเอง การแบ่งชั้นนี้ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของภาษาชวา เพราะพบในภาษาในเอเชียหลายภาษา เช่น ภาษาเกาหลี และภาษาญี่ปุ่น แต่ละชั้นของภาษาชวามีชื่อเรียกดังนี้

  • โงโก (ꦔꦺꦴꦏꦺꦴ): รูปแบบพูดอย่างไม่เป็นทางการระหว่างเพื่อนและญาติสนิท และใช้โดยคนที่มีฐานะสูงกว่าเมื่อพูดกับคนที่มีฐานะต่ำกว่า เช่น ผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก
  • มัดยา (ꦩꦢꦾ): รูปแบบกลางๆระหว่างโงโกกับกรามา สำหรับในสถานะที่ไม่ต้องการทั้งความเป็นทางการและไม่เป็นทางการ คไนี้มาจากภาษาสันสกฤตว่า มัธยะ ("กลาง")[5]
  • กรามา (ꦏꦿꦩ): รูปแบบที่สุภาพและเป็นทางการ ใช้กับคนที่อยู่ในสถานะเดียวกัน เป็นรูปแบบที่ใช้พูดในที่สาธารณะ การประกาศต่างๆ ใช้โดยคนที่มีฐานะต่ำกว่าเมื่อพูดกับคนที่มีฐานะสูงกว่า เช่น เด็กพูดกับผู้ใหญ่ คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตว่า กรมา ("ตามลำดับ")[5]

สถานะในสังคมที่มีผลต่อรูปแบบของภาษาชวากำหนดโดยอายุหรือตำแหน่งในสังคม การเลือกใช้ภาษาระดับใดนั้นต้องอาศัยความรอบรู้ในวัฒนธรรมชวาและเป็นสิ่งที่ยากสำหรับการเรียนภาษาชวาของชาวต่างชาติ

สำเนียงของภาษาชวาสมัยใหม่[แก้]

สำเนียงของภาษาชวาแบ่งได้เป็นสามกลุ่มตามบริเวณย่อยที่มีผู้พูดภาษาเหล่านี้อาศัยอยู่ คือ ภาษาชวากลาง ภาษาชวาตะวันออก และภาษาชวาตะวันตก ความแตกต่างระหว่างสำเนียงอยู่ที่การออกเสียงและคำศัพท์

  • ภาษาชวากลางเป็นสำเนียงที่ใช้พูดในสุรการ์ตา และยอร์กยาการ์ตา ถือเป็นสำเนียงมาตรฐานของภาษานี้ มีผู้พูดกระจายตั้งแต่เหนือถึงใต้ของจังหวัดชวากลาง
  • ภาษาชวาตะวันตกใช้พูดทางตะวันตกของจังหวัดชวากลางและตลอดทั้งจังหวัดชวาตะวันตก โดยเฉพาะชายฝั่งทางตอนเหนือ ได้รับอิทธิพลจากภาษาซุนดา และยังมีศัพท์เก่าๆอยู่มาก
  • ภาษาชวาตะวันออกเริ่มใช้พูดจากฝั่งตะวันออกของกาลี บรันตัส ในเกอร์โตโซโนไปจนถึงบาญูวังกี ครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของจังหวัดชวาตะวันออก รวมเกาะมาดูราด้วย สำเนียงนี้ได้รับอิทธิพลจากภาษามาดูรา สำเนียงตะวันออกสุดได้รับอิทธิพลจากภาษาบาหลี

การออกเสียง[แก้]

ชาวชวาส่วนใหญ่ยกเว้นในชวาตะวันตก ยอมรับการออกเสียง a เป็น /ออ/ เช่น apa ในภาษาชวาตะวันตกออกเสียงเป็นอาปา ส่วนภาษาชวากลางและภาษาชวาตะวันออกออกเสียงเป็นออปอ

เมื่อมีหน่วยเสียงที่มีโครงสร้างเป็นสระ-พยัญชนะ-สระ โดยสระทั้งสองเสียงเป็นเสียงเดียวกัน ภาษาชวางกลางลดเสียงสระตัวท้าย i เป็น e และ u เป็น o ภาษาชวาตะวันออกลดทั้งสองเสียงส่วนภาษาชวาตะวันตกคงเสียงเดิมไว้ เช่น cilik ภาษาชวากลางเป็น จิเละ ภาษาชวาตะวันออกเป็น เจะเละ ภาษาชวาตะวันตกเป็น จิลิก

คำศัพท์[แก้]

ภาษาชวามีคำศัพท์ที่ต่างกันไปในแต่ละสำเนียง เช่นคำว่าคุณ ชวากลางเป็น kowe ภาษาชวาตะวันออกเป็น kon ภาษาชวาตะวันตกเป็น rika

ประวัติ[แก้]

โดยทั่วไป ประวัติภาษาชวาแบ่งออกเป็นสองช่วง: 1) ชวาโบราณ และ 2) ชวาใหม่[6][7]

ภาษาชวาโบราณ[แก้]

หลักฐานการเขียนในเกาะชวาย้อนหลังไปได้ถึงยุคของจารึกภาษาสันสกฤต จารึกตรุมเนคระ ใน พ.ศ. 993 ส่วนการเขียนด้วยภาษาชวาที่เก่าที่สุดคือจารึกสุกภูมีซึ่งระบุวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 1346 จารึกนี้พบที่เกอดีรีในชวาตะวันออกและเป็นสำเนาของจารึกต้นฉบับที่น่าจะมีอายุ 120 ปีก่อนหน้านั้น แต่หลักฐานเหลือเพียงจารึกที่เป็นสำเนาเท่านั้น เนื้อหากล่าวถึงการสร้างเขื่อนใกล้กับแม่น้ำสรินยังในปัจจุบัน จารึกนี้เป็นจารึกรุ่นสุดท้ายที่ใช้อักษรปัลลวะ จารึกรุ่นต่อมาเริ่มใช้อักษรชวา

ในพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 เป็นยุคที่เริ่มมีวรรณคดีพื้นบ้านในภาษาชวา เช่น สัง ฮยัง กะมาฮะยานีกัน ที่ได้รับมาจากพุทธศาสนา และ กากาวัน รามายานา ที่มาจากรามายณะฉบับภาษาสันสกฤต แม้ว่าภาษาชวาจะใช้เป็นภาษาเขียนทีหลังภาษามลายู แต่วรรณคดีภาษาชวายังได้รับการสืบทอดจนถึงปัจจุบัน เช่นวรรณคดีที่ได้รับมาจากรามายณะและมหาภารตะยังได้รับการศึกษาจนถึงทุกวันนี้

การแพร่กระจายของวัฒนธรรมชวารวมทั้งอักษรชวาและภาษาชวาเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1836 ซึ่งเกิดจากการขยายตัวไปทางตะวันออกของราชอาณาจักรมัชปาหิตซึ่งเป็นอาณาจักรที่นับถือศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ ไปสู่เกาะมาดูราและเกาะบาหลี ภาษาชวาแพร่ไปถึงเกาะบาหลีเมื่อ พ.ศ. 1906 และมีอิทธพลอย่างลึกซึ้ง โดยภาษาชวาเข้ามาแทนที่ภาษาบาหลีในฐานะภาษาทางการปกครองและวรรณคดี ชาวบาหลีรักษาวรรณคดีเก่าที่เป็นภาษาชวาไว้มาก และไม่มีการใช้ภาษาบาหลีเป็นภาษาเขียนจนถึงพุทธศตวรรษที่ 24

ภาษามาดูราเขียนด้วยอักษรชวา

ภาษาชวายุคกลาง[แก้]

ในยุคของราชอาณาจักรมัชปาหิต ได้เกิดภาษาใหม่ขึ้นคือภาษาชวายุคกลางที่อยู่ระหว่างภาษาชวาโบราณและภาษาชวาสมัยใหม่ จริงๆแล้ว ภาษาชวายุคกลางมีความคล้ายคลึงกับภาษาชวาสมัยใหม่จนผู้พูดภาษาชวาสมัยใหม่ที่ศึกษาวรรณคดีสามารถเข้าใจได้ ราชอาณาจักรมัชปาหิตเสื่อมลงเนื่องจากการรุกรานของต่างชาติและอิทธิพลของศาสนาอิสลาม และการคุกคามของสุลต่านแห่งเดมักที่อยู่ทางชายฝั่งด้านเหนือของเกาะชวา ราชอาณาจักรมัชปาหิตสิ้นอำนาจลงเมื่อ พ.ศ. 2021

ภาษาชวาใหม่[แก้]

ภาษาชวาสมัยใหม่เริ่มปรากฏเมื่อพุทธศตวรรษที่ 21 พร้อมๆกับการเข้ามามีอิทธิพลของศาสนาอิสลาม และการเกิดรัฐสุลต่านมะตะรัม รัฐนี้เป็นรัฐอิสลามที่สืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมจากยุคราชอาณาจักรมัชปาหิต วัฒนธรรมชวาแพร่หลายไปทางตะวันตก เมื่อรัฐมะตะรัมพยายามแพร่อิทธิพลไปยังบริเวณของผู้พูดภาษาซุนดาทางตะวันตกของเกาะชวา ทำให้ภาษาชวากลายเป็นภาษาหลักในบริเวณนั้น เช่นเดียวกับภาษาบาหลี ไม่มีการใช้ภาษาซุนดาเป็นภาษาเขียนจนถึงพุทธศตวรรษที่ 24 และได้รับอิทธิพลจากภาษาชวามาก คำศัพท์ 40% ในภาษาซุนดาได้มาจากภาษาชวา

แม้ว่าจะเป็นจักรวรรดิอิสลาม แต่ราชอาณาจักรมะตะรัมก็ยังรักษาหน่วยเดิมที่มาจากวัฒนธรรมเก่าไว้และพยายามรวมเข้ากับศาสนาใหม่ จึงเป็นเหตุผลที่ยังคงมีการใช้อักษรชวาอยู่ ในขณะที่อักษรดั้งเดิมของภาษามลายูเลิกใช้ไปตั้งแต่เหลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยหันไปใช้อักษรที่มาจากอักษรอาหรับแทน ในยุคที่ศาสนาอิสลามกำลังรุ่งเรืองราวพุทธศตวรรษที่ 21 ได้เกิดภาษาชวาใหม่ขึ้น มีเอกสารทางศาสนาอิสลามฉบับแรกๆ ที่เขียนด้วยภาษาชวาใหม่ ซึ่งมีคำศัพท์และสำนวนที่ยืมมาจากภาษาอาหรับมาก ต่อมาเมื่อได้รับอิทธิพลจากภาษาดัตช์และภาษาอินโดนีเซีย ทำให้ภาษาชวาพยายามปรับรูปแบบให้ง่ายขึ้น และมีคำยืมจากต่างชาติมากขึ้น

ภาษาชวาสมัยใหม่[แก้]

นักวิชาการบางคนแยกภาษาชวาที่ใช้พูด ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 25 ว่าเป็นภาษาชวาสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงถือว่าเป็นภาษาเดียวกับภาษาชวาใหม่

อักษรชวา[แก้]

ป้ายสองภาษา (โปรตุเกสและชวา) ในยกยาการ์ตา
ดูบทความหลักที่: อักษรชวา

แต่เดิมภาษาชวาเขียนด้วยอักษรพื้นเมืองคืออักษรชวา ต่อมาจึงเขียนด้วยอักษรอาหรับและอักษรโรมัน ปัจจุบัน รูปแบบอักษรลาตินเป็นไปตามนี้:

ตัวพิมพ์ใหญ่
A B C D Dh E É È F G H I J K L M N Ng Ny O P Q R S T Th U V W X Y Z
ตัวพิมพ์เล็ก
a b c d dh e é è f g h i j k l m n ng ny o p q r s t th u v w x y z

อักษรที่เอียง ใช้เฉพาะคำยืมจากภาษาอาหรับและภาษาในยุโรปเท่านั้น

อักษรชวา:

ฐานพยัญชนะ
ha na ca ra ka da ta sa wa la pa dha ja ya nya ma ga ba tha nga

การแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์[แก้]

ภาษาที่ใช้พูดในเกาะชวา

ภาษาชวาเป็นภาษาที่ใช้พูดทั่วอินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนเธอร์แลนด์ ซูรีนาเม นิวแคลิโดเนีย และประเทศอื่น ๆ ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของผู้พูดภาษานี้ อยู่ในชวา 6 จังหวัดและจังหวัดลัมปุงบนเกาะสุมาตรา จากข้อมูล พ.ศ. 2523 ชาวอินโดนีเซีย 43% ใช้ภาษาชวาในชีวิตประจำวัน โดยมีผู้พูดภาษาชวาได้ดีมากกว่า 60 ล้านคน ในแต่ละจังหวัดของอินโดนีเซียมีผู้พูดภาษาชวาได้ดีอย่างน้อย 1%

ในชวาตะวันออก มีผู้พูดภาษาชวาในชีวิตประจำวัน 74.5% ภาษามาดูรา 23% และภาษาอินโดนีเซีย 2.2% ในจังหวัดลัมปุง มีผู้พูดภาษาชวาในชีวิตประจำวัน 62.4% ภาษาลัมปุง 16.4% ภาษาซุนดา 10.5% และภาษาอินโดนีเซีย 9.4% ส่วนในจาการ์ตา มีจำนวนผู้พูดภาษาชวาเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เท่า ในเวลา 25 ปี แต่ในอาเจะฮ์กลับลดจำนวนลง ในบันเต็น ชวาตะวันตก ผู้สืบทอดมาจากรัฐสุลต่านมะตะรัมในชวากลาง ยังใช้รูปแบบโบราณของภาษาชวา มีผู้พูดภาษาซุนดาและภาษาอินโดนีเซียตามแนวชายแดนติดกับจาการ์ตา

จังหวัดชวาตะวันออกยังเป็นบ้านเกิดของผู้พูดภาษามาดูรา แต่ชาวมาดูราส่วนใหญ่พูดภาษาชวาได้ด้วย ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา มีการเขียนภาษามาดูราด้วยอักษรชวา ในลัมปุง มีชนพื้นเมืองที่พูดภาษาลัมปุงเพียง 15% ที่เหลือเป็นผู้อพยพมาจากส่วนอื่นๆของอินโดนีเซีย ซึ่งผู้อพยพเข้ามาส่วนใหญ่เป็นผู้พูดภาษาชวา ในสุรินาเมซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของดัตช์ ในอเมริกาใต้ มีผู้ที่เป็นลูกหลานของชาวชวา และยังพูดภาษาอยู่ราว 75,000 คน

ภาษาชวาวันนี้[แก้]

ภาษาชวาไม่ใช่ภาษาประจำชาติโดยมีสถานะเป็นแค่ภาษาประจำถิ่นในจังหวัดที่มีชาวชวาอยู่เป็นจำนวนมาก มีการสอนภาษาชวาในโรงเรียน และมีการใช้ในสื่อต่างๆ ไม่มีหนังสือพิมพ์รายวันเป็นภาษาชวา แต่มีนิตยสารภาษาชวา ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของชวาตะวันออกออกอากาศเป็นภาษาชวาด้วยสำเนียงชวากลางและภาษามาดูราด้วย ใน พ.ศ. 2548 มีการออกนิตยสารภาษาชวา Damar Jati ในจาการ์ตา

สัทวิทยา[แก้]

สัทอักษรตามภาษาชาวมาตรฐานเป็นไปตามนี้[8][9]

สระ[แก้]

หน้า กลาง หลัง
ลิ้นสูง i     u
กลางสูง e ə o
กึ่งต่ำ (ɛ)   (ɔ)
ต่ำ   a  

ในพยางค์ปิด สระ /i u e o/ ออกเสียงตามลำดับเป็น [ɪ ʊ ɛ ɔ][8][10] ในพยางค์เปิด สระ /e o/ ออกเสียงเป็น [ɛ ɔ] เมื่อตามหลังเสียงสระ /i u/ ในพยางค์เปิด ไม่เช่นนั้นก็จะออกเสียงเป็น /ə/ หรือเหมือนกัน (/e...e/, /o...o/) ในสำเนียงมาตรฐานซูรากาตา /a/ ออกเสียงในพยางค์เปิดสุดท้ายเป็น [ɔ] และในส่วนอื่นก่อนหน้าพยางค์สุดท้ายที่เปิดอยู่ก่อนหน้านั้นคือ [ɔ]

พยัญชนะ[แก้]

ริมฝีปาก ฟัน/
ถุงลม
ปลายลิ้นม้วน เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
นาสิก m n ɲ ŋ
หยุด/ข้างลิ้น p b d̪̥ ʈ ɖ k g ʔ
เสียดแทรก s h
เปิด
(ข้างลิ้น)
j w
l
โรติก r

หน่วยเสียง "ออกเสียง" ในภาษาชวาไม่ได้เปล่งเสียงแต่ไร้เสียง โดยมีเสียงลมหายใจตามเสียงสระ[8] นอกจากภาษามาดูราแล้ว ภาษาชวาเป็นแค่ภาษาเดียวในอินโดนีเซียตะวันตกที่มีการแยกเสียงระหว่างหน่วยเสียงฟันและปลายลิ้นม้วน[8]

ไวยากรณ์[แก้]

การเรียงประโยค[แก้]

ภาษาชวาสมัยใหม่เรียงประโยคแบบ ประธาน-กริยา-กรรม ในขณะที่ภาษาชวาโบราณเรียงประโยคแบบ กริยา-ประธาน-กรรม หรือ กริยา-กรรม-ประธาน ตัวอย่างเช่น ประโยค "เขาเข้ามาในพระราชวัง" เขียนได้ดังนี้

  • ชวาโบราณ: Těka (กริยา) ta sira (ประธาน) ri ng (คำชี้เฉพาะ) kadhatwan (กรรม)
  • ชวาสมัยใหม่: Dheweke (ประธาน) těka (กริยา) neng kĕdhaton (กรรม)

คำกริยา[แก้]

ไม่มีการผันคำกริยาตามบุคคลหรือจำนวน ไม่มีการแสดงกาลแต่ใช้การเติมคำช่วย เช่น "เมื่อวานนี้" "แล้ว" แบบเดียวกับภาษาไทย ระบบของคำกริยาในการแสดงความแตกต่างของประธานและกรรมค่อนข้างซับซ้อน

คำศัพท์[แก้]

ภาษาชวามีศัพท์มากมายที่เป็นคำยืมและคำดั้งเดิมของภาษาตระกูลออสโตรนีเซีย ภาษาสันสกฤตมีอิทธิพลต่อภาษาชวามาก คำยืมจากภาษาสันสกฤตมักเป็นคำที่ใช้ในวรรณคดี และยังคงใช้อยู่ คำยืมจากภาษาอื่นๆมี ภาษาอาหรับ ภาษาดัตช์ และภาษามลายู

ภาษาชวามีคำยืมจากภาษาอาหรับน้อยกว่าภาษามลายู โดยมากเป็นคำที่ใช้ในศาสนาอิสลาม เช่นpikir ("คิด" มาจากภาษาอาหรับfikr), badan ("ร่างกาย"), mripat ("ตา" คาดว่ามาจากภาษาอาหรับ ma'rifah, หมายถึง "ความรู้" หรือ "วิสัยทัศน์"). คำยืมจากภาษาอาหรับนี้มีศัพท์พื้นเมืองและคำยืมจากภาษาสันสกฤตที่มีความหมายเหมือนกันใช้อยู่ด้วย เช่น pikir = galih, idhĕp (ออสโตรนีเซีย), manah, cipta, หรือ cita (ภาษาลันสกฤต), badan = awak (ออสโตรนีเซีย), slira, sarira, หรือ angga (ภาษาสันสกฤต), และ mripat = mata (ออสโตรนีเซีย), soca, หรือ netra (ภาษาสันสกฤต)

ต่อไปนี้เป็นตารางเปรียบเทียบศัพท์จากภาษาต่างๆ

ภาษาชวา ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาดัตช์ ภาษาไทย
pit sepeda fiets จักรยาน
pit montor sepeda motor motorfiets จักรยานยนต์
sepur kereta api spoor, i.e. (rail)track รถไฟ

อ้างอิง[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Peraturan Daerah Daerah Istimewa Yogyakarta Nomor 2 Tahun 2021 tentang Pemeliharaan dan Pengembangan Bahasa, Sastra, dan Aksara Jawa".
  2. Kewarganegaraan, Suku Bangsa, Agama dan Bahasa Sehari-hari Penduduk Indonesia - Hasil Sensus Penduduk 2010. Badan Pusat Statistik. 2011. ISBN 978-979-064-417-5. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2017-07-10.
  3. "Javanese language". britannica.com. Encyclopedia Britannica. 2010. สืบค้นเมื่อ 17 March 2021.
  4. Akhyari Hananto (December 8, 2017). "121 Years of Javanese People in New Caledonia". Seasia: Good News from Southeast Asia.
  5. 5.0 5.1 Wolff, John U.; Soepomo Poedjosoedarmo (1982). Communicative Codes in Central Java. Cornell Southeast Asia Program. p. 4. ISBN 0-87727-116-X.
  6. Ogloblin 2005, p. 590.
  7. Wedhawati et al. 2006, p. 1.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 Brown, Keith; Ogilvie, Sarah (2008). Concise encyclopedia of languages of the world. Elsevier. p. 560. ISBN 9780080877747. สืบค้นเมื่อ 2010-05-24. Madurese also possesses aspirated phonemes, including at least one aspirated retroflex phoneme.
  9. Suharno, Ignatius (1982). A Descriptive Study of Javanese. Canberra: ANU Asia-Pacific Linguistics / Pacific Linguistics Press. pp. 4–6. doi:10.15144/PL-D45. hdl:1885/145095.
  10. Perwitasari, Arum; Klamer, Marian; Witteman, Jurriaan; Schiller, Niels O. (2017). "Quality of Javanese and Sundanese Vowels". Journal of the Southeast Asian Linguistics Society. 10 (2): 1–9. hdl:10524/52406.

ข้อมูล[แก้]

อ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิพีเดีย
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ในภาษาชวา

Wikivoyage-Logo-v3-icon.svg ภาษาชวา ข้อมูลการท่องเที่ยวจาก วิกิท่องเที่ยว