จังหวัดบาหลี
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
บาหลี | |
|---|---|
| จังหวัดบาหลี Provinsi Bali | |
| การถอดเสียงภาษาท้องถิ่น | |
| • อักษรบาหลี | ᬩᬮᬶ |
| สมญา: | |
| คำขวัญ: | |
![]() แผนที่โต้ตอบของบาหลี | |
| พิกัด: 8°20′06″S 115°05′17″E / 8.33500°S 115.08806°E | |
| ประเทศ | |
| ภูมิภาค | หมู่เกาะซุนดาน้อย |
| อำเภอและเมือง | |
| ก่อตั้ง | 14 สิงหาคม ค.ศ. 1958[4] |
| เมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุด | เด็นปาซาร์ |
| การปกครอง | |
| • องค์กร | รัฐบาลจังหวัดบาหลี |
| • ผู้ว่าราชการ | I Wayan Koster (PDI-P) |
| • รองผู้ว่าราชการ | I Nyoman Giri Prasta |
| • สภานิติบัญญัติ | สภาผู้แทนราษฎรส่วนภูมิภาคบาหลี (DPRD) |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 5,590.15 ตร.กม. (2,158.37 ตร.ไมล์) |
| • อันดับ | อันดับที่ 36 ในอินโดนีเซีย |
| ความสูงจุดสูงสุด | 3,031 เมตร (9,944 ฟุต) |
| ประชากร (ประมาณกลางปี 2024)[5] | |
• ทั้งหมด | 4,461,260 คน |
| • อันดับ | อันดับที่ 16 ในอินโดนีเซีย |
| • ความหนาแน่น | 800 คน/ตร.กม. (2,100 คน/ตร.ไมล์) |
| เดมะนิม | ชาวบาหลี |
| ประชากร | |
| • กลุ่มชาติพันธุ์ (2010)[6] | |
| • ศาสนา (2024)[7] |
|
| • ภาษา[8] |
|
| เขตเวลา | UTC+08 (WITA) |
| รหัส ISO 3166 | ID-BA |
| ทะเบียนพาหนะ | DK |
| GDP (มูลค่าระบุ) | 2022 |
| - รวม[9] | Rp 245.2 ล้านล้าน (อันดับที่ 19) US$ 16.5 พันล้าน Int$ 51.5 พันล้าน (PPP) |
| - ต่อหัว[10] | Rp 55.5 ล้าน (อันดับที่ 20) US$ 3,741 Int$ 11,673 (PPP) |
| - การเติบโต[11] | |
| HDI (2024) | |
| เว็บไซต์ | baliprov.go.id |
| ชื่อทางการ | ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งจังหวัดบาหลี: ระบบชลประทานซูบักที่เป็นการแสดงออกของปรัชญาตรีหิตะการณะ |
| เกณฑ์พิจารณา | วัฒนธรรม: (iii), (v), (vi) |
| อ้างอิง | 1194 |
| ขึ้นทะเบียน | 2012 (สมัยที่ 36) |
| พื้นที่ | 19,519.9 ha (48,235 เอเคอร์) |
| พื้นที่กันชน | 1,454.8 ha (3,595 เอเคอร์) |
บาหลี (อังกฤษ: /ˈbɑːli/ ; อินโดนีเซีย: ['bali]; ภาษาบาหลี: ᬩᬮᬶ) เป็นเกาะและจังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย และเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตะวันตกสุดของหมู่เกาะซุนดาน้อย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวาและทางตะวันตกของเกาะลอมบอก จังหวัดนี้ประกอบด้วยตัวเกาะบาหลีและเกาะเล็ก ๆ รอบนอกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเกาะนูซาเปอนีดา, เกาะนูซาเลิมโบงัน และเกาะนูซาเชอนิงกันทางตะวันออกเฉียงใต้ เมืองหลวงของจังหวัดคือเด็นปาซาร์[13] ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในหมู่เกาะซุนดาน้อย และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองในอินโดนีเซียตะวันออกรองจากมากัสซาร์ โดยมีเขตมหานครเด็นปาซาร์เป็นพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ที่รายล้อมตัวเมือง เมืองอูบุดซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงในเขตเกาะบาหลีถือเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเกาะ จังหวัดบาหลีเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวหลักของอินโดนีเซีย โดยมีการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 จนกลายเป็นพื้นที่ที่เกิดภาวะการท่องเที่ยวล้นเกินของประเทศ[14] ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวคิดเป็น 80% ของเศรษฐกิจบาหลี[15]
บาหลีเป็นจังหวัดเดียวในอินโดนีเซียที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู โดย 86.40% ของประชากรนับถือศาสนาฮินดูแบบบาหลี เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านศิลปะที่มีการพัฒนาอย่างสูง ทั้งการเต้นรำแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ ประติมากรรม จิตรกรรม งานเครื่องหนัง งานโลหะ และดนตรี นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอินโดนีเซียเป็นประจำทุกปี และเคยเป็นสถานที่จัดงานระดับนานาชาติอื่น ๆ เช่น มิสเวิลด์ 2013, การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2018 และการประชุมผู้นำกลุ่มจี20 ประจำปี 2022 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017 เว็บไซต์ TripAdvisor ได้ยกให้บาหลีเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดในโลกจากการประกาศรางวัล Traveler's Choice ซึ่งบาหลีได้รับรางวัลนี้อีกครั้งในเดือนมกราคม ค.ศ. 2021[16][17] และ ค.ศ. 2026[18][19][20]
บาหลีเป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมปะการัง (Coral Triangle) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลสูง โดยเฉพาะปลาและเต่าทะเล[21] ในพื้นที่นี้เพียงแห่งเดียวมีปะการังที่สร้างแนวปะการังมากกว่า 500 สายพันธุ์ ซึ่งมากกว่าพื้นที่ทะเลแคริบเบียนทั้งหมดถึง 7 เท่า[22] บาหลียังเป็นที่ตั้งของระบบชลประทานซูบัก (Subak irrigation system) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก[23] นอกจากนี้ บาหลียังเป็นที่ตั้งของสมาพันธ์อาณาจักรที่รวมตัวกันจากราชวงศ์บาหลีดั้งเดิม 10 แห่ง โดยแต่ละราชวงศ์ปกครองพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง สมาพันธ์นี้เป็นผู้สืบทอดของอาณาจักรบาหลี ราชวงศ์เหล่านี้มีต้นกำเนิดมาก่อนการเข้ามาของอาณานิคมดัตช์ และไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลอินโดนีเซียในปัจจุบัน[24]
ประวัติศาสตร์
[แก้]ยุคเริ่มต้น
[แก้]
บาหลีเป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าออสโตรนีเชียน (Austronesian) ที่อพยพมาจากถิ่นฐานเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย โดยใช้เส้นทางเดินเรือผ่านภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล[25][26] วัฒนธรรมและภาษาของชาวบาหลีจึงเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดกับผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณหมู่เกาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และโอเชียเนีย[27]
มีการขุดพบเครื่องมือที่ทำจากหินมีอายุกว่า 3,000 ปีได้ที่หมู่บ้านเจอกิก (Cekik) ที่อยู่ทางตะวันตก รวมทั้งที่ตั้งถิ่นฐานและหลุมฝังศพของมนุษย์ในยุคหินใหม่ (Neolithic) ถึงยุคสำริด และโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายุกว่า 4,000 ปี จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ซีตุซปูร์บาลากา (Museum Situs Purbalaka) ที่เมืองกีลีมานุก์ (Gilimanuk) อีกด้วย[28][29] ประวัติของบาหลีก่อนการเผยแผ่ศาสนาฮินดูเข้ามายังหมู่เกาะอินโดนีเซียโดยพ่อค้าชาวอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 7 เป็นที่รู้กันน้อยมาก [28] อย่างไรก็ตามบาหลีเริ่มเป็นเมืองค้าขายที่คึกคักตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล[29] การบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับบาหลีที่เป็นลายลักษณ์อักษร ปรากฏในศิลาจารึกที่ขุดค้นพบใกล้หาดซานูร์ (Sanur) รวมทั้งจารึกบนแผ่นโลหะ เทวรูปสำริด และหินสลักที่แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพุทธและฮินดู บริเวณรอบ ๆ ภูเขากูนุงกาวี (Gunung Kawi) และถ้ำโกอากาจะฮ์ (Goa Gajah)
อิทธิพลของศาสนาฮินดู
[แก้]
ในช่วงศตวรรษที่ 9 สังคมของชาวบาหลีเริ่มเฟื่องฟูขึ้น ราว ค.ศ. 900 ชาวบาหลีเริ่มพัฒนาระบบชลประทาน การปลูกข้าว รวมทั้งวัฒนธรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง หลักฐานเกี่ยวกับราชวงศ์บาหลีเริ่มปรากฏในเวลานั้นเช่นกัน โดยมีภาพแกะสลักหินแสดงพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์บาหลีทรงพระนามว่าพระเจ้าอุทยานา (Udayana) กับ เจ้าหญิงชวาตะวันออก ทรงพระนามว่าเจ้าหญิงมเหนทราตตะ (Mahendratta) ที่วัดปูราโกระฮ์เตอกีปัน (Pura Korah Tegipan) ที่อยู่บริเวณภูเขากูนุงบาตูร์ (Gunung Batur) ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสทรงพระนามว่า เจ้าชายไอร์ลังกา (Airlangga) ประสูติเมื่อ ค.ศ. 991 ในเวลาเดียวกัน ชวาเริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามายังบาหลี เมื่อพระองค์พระชันษาได้ 16 ปี ทรงหนีไปยังชวาตะวันตกและทรงได้รับการสนับสนุนจากชาวชวาในเวลาต่อมา เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ชวา จึงทรงรวมบาหลีและชวาให้เป็นปึกแผ่นจนกระทั่งเสด็จสวรรคต เมื่อ ค.ศ. 1049[28][29]
ภาษาชวาที่เรียกว่าภาษากาวี (Kawi) ได้นำมาใช้ในหมู่ราชวงศ์บาหลี หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างบาหลีกับเกาะชวาในช่วงศตวรรษที่ 11 อยู่ที่หินสลักที่ภูเขากุนุง คาวี ใกล้กับเมืองตัมปักซีริง (Tampaksiring) หลังจากนั้นบาหลีอยู่ในสถานภาพกึ่งเอกราช จนกระทั่ง ค.ศ. 1284 พระเจ้าเกอรตานาการาหรือเกียรตินคร (Kertanagara) กษัตริย์ชวาแห่งอาณาจักรสิงหะส่าหรี (Singasari) ได้รุกรานบาหลี แต่หลังจากนั้น 8 ปี อาณาจักรสิงหะส่าหรีล่มสลาย พระราชโอรสของพระเจ้าเกอรตานาการาพระนามว่าเจ้าชายวิจายาหรือวิชัย (Vijaya) ได้ตั้งอาณาจักรมัชปาหิต (Majapahit) ซึ่งนับถือศาสนาฮินดูขึ้น ช่วงเวลานี้เอง บาหลีถือโอกาสแยกตัวเป็นเอกราช ปกครองโดยราชวงศ์ปาเจ็ง (Pajeng) มีศูนย์กลางใกล้กับเมืองอูบุด (Ubud) แต่กะจะห์ มาดา (Gajah Mada) เสนาบดีแห่งอาณาจักรมัชปาหิตเข้ารุกรานบาหลีในรัชสมัยของพระเจ้าดาเล็ม เบอเดาลู (Dalem Bedaulu) แห่งราชวงศ์ปาเจ็งในปี ค.ศ. 1343 และได้รวมบาหลีเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมัชปาหิต
หลังจากนั้นบาหลีได้ย้ายศูนย์กลางไปอยู่ที่เกลเกล (Gelgel) ใกล้กับเมืองเสมาระปุระ (Semarapura) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 โดยมีกษัตริย์ปกครองซึ่งชาวบาหลีเรียกว่าเทวะ อากุง (Dewa Agung) พระนามว่าพระเจ้าบาตูร์ เร็งก็อง (Batur Renggong) ครองราชย์ในปีค.ศ.1550[28][29] ก่อนหน้านั้นไม่นานอาณาจักรมัชปาหิตได้ล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1515 ลงจากการขยายอิทธิพลของชาวมุสลิม บรรดานักปราชญ์ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักบวชฮินดูชื่อนิราร์ธา (Nirartha) ได้อพยพข้ามมายังบาหลี โดยนำศิลปวัตถุ ช่างศิลป์ นางรำ นักดนตรี และนักแสดงประจำราชสำนักมัชปาหิตเข้ามาด้วย และได้สร้างวัดปูราลูฮูร์อูลูวาตู (Pura Luhur Ulu Watu) และวัดปูราตานะห์ลต (Pura Tanah Lot) ขึ้น การอพยพครั้งใหญ่ของชาวฮินดูจากชวาได้สิ้นสุดลงราวศตวรรษที่ 16[28][29] [30] การอพยพครั้งนี้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อสังคมบาหลี สังคมฮินดูในบาหลีเริ่มซับซ้อนขึ้น มีการนำระบบวรรณะเข้ามาใช้ ชาวบาหลีที่อยู่ดั้งเดิมจึงอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณภูเขาทางตอนใน ซึงปัจจุบันนี้ผู้สืบเชื้อสายของคนเหล่านี้เรียกว่าบาหลีอากา (Bali Aga) หรือบาหลีมูลา (Bali Mula) ยังคงอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเตองานัน (Tenganan) ใกล้กับวัดปูราดาซา (Pura Dasa) และหมู่บ้านตรูญัน (Trunyan) บริเวณทะเลสาบบาตูร์[29]
การยึดครองของฮอลันดา
[แก้]

ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมายังบาหลีคือชาวฮอลันดา ซึ่งนำโดยกัปตันโกเลอนียึส เดอ เฮาต์มัน (Colenius de Houtman) เมื่อค.ศ.1597 และเริ่มเจริญความสัมพันธ์กับราชวงค์บาหลี ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกทางฝากหนึงของบาหลี ชาวฮอลันดาได้ทำสนธิสัญญาการค้าหลายฉบับกับชวา และเส้นทางการค้าเครื่องเทศส่วนใหญ่ได้ตกอยู่ในความควบคุมของชาวฮอลันดาแล้ว[28] เมื่อค.ศ.1710 ศูนย์กลางของบาหลีได้ย้ายไปอยู่ที่กลุงกุง (Klungkung) ปัจจุบันคือเมืองเสมาระปุระ[28][30] เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ชนชั้นปกครองในบาหลีเริ่มแตกแยกและแบ่งออกเป็นอาณาจักรย่อย ๆ ส่วนชาวฮอลันดาเริ่มเข้ามามีอิทธิพลโดยใช้วิธีแบ่งแยกและปกครอง[28]
การเข้าควบคุมบาหลีทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจเริ่มต้นเมื่อราวค.ศ.1840 โดยในปี ค.ศ. 1846 ชาวฮอลันดาได้อ้างการกู้เรือจมบริเวณชายฝั้งทางด้านเหนือ ใกล้กับเมืองสิงคราช (Singaraja) ในปัจจุบัน นำกำลังทหารเข้ามาและยึดอาณาจักรบูเลเล็ง (Buleleng) และเจ็มบรานา (Jembrana) ไว้ได้[30][31] เมื่อยึดอาณาจักรทางตอนเหนือได้แล้ว จึงเริ่มเข้ารุกรานอาณาจักรทางตอนใต้ ในปี ค.ศ. 1904 ฮอลันดาได้อ้างการร่วมกู้ซากเรือจีนนอกชายฝั่งหาดซานูร์ เรียกร้องให้อาณาจักรบาดุงจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวนเงิน 3,000 เหรียญเงิน แต่ได้รับการปฏิเสธ
ในปี ค.ศ. 1906 ฮอลันดาจึงได้ยกกำลังทหารเข้ามาบริเวณหาดซานูร์ โดย 4 วันหลังจากนั้น ได้บุกเข้ามาถึงชานเมืองเด็นปาซาร์ (Denpasar) วันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1906 ฮอลันดาจึงเริ่มยิงถล่มเมืองเด็นปาซาร์ แต่ฝ่ายบาดุงใช้วิธีการพลีชีพของนักรบที่เรียกว่าปูปูตัน (Puputan) โดยบรรดาเชื้อพระวงค์ทรงเผาพระราชวังและแต่งพระองค์เต็มพระยศพร้อมทรงกริช ทรงดำเนินพร้อมกับเหล่านักบวชและข้าราชบริพารเข้าต่อสู้ แต่ทั้งหมดไม่ยอมจำนน กลับแทงตัวตายด้วยกริชแทน เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีชาวบาหลีเสียชีวิตประมาณ 4,000 คน เมื่อยึดอาณาจักรบาดุงได้แล้ว ฮอลันดาจึงเข้ายึดอาณาจักรตาบานัน (Tabanan) จับกษัตริย์เป็นเชลย แต่ทรงไม่ยอมจำนนและทรงกระทำอัตนิวิบาตกรรม จากนั้นฮอลันดาได้เข้ายึดครองอาณาจักรการังอะเซ็ม (Karangasem) และเกียญาร์ (Gianyar) แต่อนุญาตให้ราชวงค์ยังทรงปกครองได้ต่อไป ส่วนอาณาจักรอื่น ๆ ฮอลันดาได้ขับไล่เจ้าเมืองออกทั้งหมด
ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1908 เมื่อฮอลันดาบุกยึดอาณาจักรเสมาระปุระ เช่นเดียวกับกษัตริย์ตาบานัน กษัตริย์เสมาระปุระทรงไม่ยอมจำนนและทรงกระทำอัตนิวิบาตกรรมเช่นกัน การบุกยึดครั้งนั้นทำให้พระราชวังตามันเกอร์ตาโกซา (Taman Gertha Gosa) ได้รับความเสียหายเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ตั้งแต่ ค.ศ.1911 ฮอลันดาได้ครอบครองดินแดนของบาหลีได้ทั้งหมดและได้รวมบาหลีเข้าเป็นส่วนหนึงของอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (Dutch East Indies)[28][30][32]
สงครามโลกครั้งที่สองและการประกาศเอกราช
[แก้]
กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่หาดซานูร์ ในปี ค.ศ. 1942 และได้ตั้งกองบัญชาการที่เมืองเด็นปาซาร์ และเมืองสิงคราช และขับไล่ชาวฮอลันดาออกไป เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1945 เมื่อฮอลันดาต้องการกลับเข้ามายึดครองบาหลีอีก ขบวนการต่อต้านฮอลันดาเริ่มก่อตั้งขึ้น วันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1945 นายซูการ์โน (Soekarno) ถือโอกาสประกาศเอกราชแก่ดินแดนที่เคยอยู่ภายใต้การยึดครองของฮอลันดาทั้งหมดและก่อตั้งสาธารณรัฐอินโดนีเซียขึ้น แต่ฝ่ายฮอลันดาไม่รับรอง ขบวนการต่อต้านฮอลันดาในบาหลีชื่อเต็นตรา เกออามันอัน รักยัต (Tentra Keamanan Rakyat) หรือกองกำลังความมั่นคงแห่งประชาชน (People's Security Force) ลุกฮือขึ้นต่อต้านฮอลันดาที่เมืองมาร์กา (Marga) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 นำโดยอี กุซตี งูระฮ์ ไร (I Gusti Ngurah Rai) โดยเป็นการต่อสู้เพื่อพลีชีพของนักรบหรือปูปูตันอีกครั้ง ในที่สุดฮอลันดาประกาศรับรองเอกราชของอินโดนีเซียเมื่อปีค.ศ.1949 และบาหลีจึงเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซียในปัจจุบัน[28][30][33]
การปกครอง
[แก้]
หลังจากได้รับเอกราช บาหลีได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดนูซาเติงการา (Nusa Tenggara) จนกระทั่ง ค.ศ. 1958 รัฐบาลกลางได้ประกาศแยกบาหลีออกเป็นจังหวัดหนึ่งของอินโดนีเซีย[28]
พื้นที่จังหวัดบาหลีแบ่งออกเป็น 8 อำเภอหรือกาบูปาเต็น 1 นครหรือโกตา และ 57 ตำบลหรือเกอจามาตัน[34][35]
- อำเภอ
- อำเภอกลุงกุง (Kabupaten Klungkung)
- อำเภอการังอาเซิม (Kabupaten Karangasem)
- อำเภอกียาญาร์ (Kabupaten Gianyar)
- อำเภอเจิมบรานา (Kabupaten Jembrana)
- อำเภอตาบานัน (Kabupaten Tabanan)
- อำเภอบังลี (Kabupaten Bangli)
- อำเภอบาดุง (Kabupaten Badung)
- อำเภอบูเลเล็ง (Kabupaten Buleleng)
- นคร
- เด็นปาซาร์ (Denpasar; เมืองหลัก)
ประชากร
[แก้]เชื้อชาติ เป็นชาวบาหลีร้อยละ 89 ที่เหลือเป็นชาวชวาและอื่น ๆ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูร้อยละ 93.18, ศาสนาอิสลามร้อยละ 4.79, ศาสนาคริสต์ร้อยละ 1.38, ศาสนาพุทธร้อยละ 0.64
เศรษฐกิจ
[แก้]ในอดีต สังคมบาหลีเป็นสังคมเกษตรกรรม เป็นแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัด[37] จนกระทั่งราวคริสต์ทศวรรษที่ 1970 การท่องเที่ยวเริ่มกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญ จนในปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้เดียวของจังหวัด ซึ่งมากพอที่ทำให้บาหลีกลายเป็นจังหวัดที่มั่งคั่งที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศ ในปี 2003 เศรษฐกิจของบาหลีคิดเป็นภาคการท่องเที่ยวมากถึง 80% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด[15] อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของบาหลีซบเซาลงมากจากเหตุก่อการร้ายรุนแรงหลายครั้ง ในช่วงปี 2002 - 2005 หลังเหตุระเบิดในบาหลี พ.ศ. 2545 และ เหตุระเบิดในบาหลี พ.ศ. 2548 บาหลีในปัจจุบันสามารถฟื้นตัวและเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยวของโลก
วัฒนธรรม
[แก้]ส่วนใหญ่ชาวบาหลีได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเป็นอันมาก เช่นศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ รามายณะ ตลอดจนอักษร ภาษา ฯลฯ นั้นล้วนมาจากอินเดีย นำมารวมกับวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น และนำใช้อย่างแพร่หลาย
ศาสนาฮินดูแบบบาหลี
[แก้]
บนเกาะบาหลีมีผู้นับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก แตกต่างจากบริเวณอื่นของประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก ศาสนาฮินดูแบบบาหลีได้รับอิทธิพลจากความเชื่อพื้นเมือง วิญญาณนิยม (แอนิมิซึม) และศาสนาพุทธ ความแตกต่างจากศาสนาฮินดูสายหลักที่พบได้ทั่วไปจากอนุทวีปอินเดียคือมีการสักการะผีพื้นเมือง บูชาผีบรรพบุรุษ และเคารพพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นของคติทางศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดูแบบบาหลีมีเทพเจ้าสูงสุดพระองค์เดียว คล้ายกับแนวคิดของคริสต์ศาสนา คือเทพอจินไตย ส่วนเทพฮินดูองค์อื่น ๆ และเทพพื้นเมือง ก็ยังคงได้รับการเคารพอย่างทั่วไปเช่นกัน
สถาปัตยกรรม
[แก้]
สถาปัตยกรรมบาหลี เป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของชาวบาหลีซึ่งพบได้ทั่วไปบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความเก่าแก่หลายศตวรรษ ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมบาหลี โดยเฉพาะศาสนาฮินดูแบบบาหลี แนวคิดจากเกาะชวา และความเชื่อพื้นเมืองของชาวบาหลีดั้งเดิม[38] ตัวอย่างที่สำคัญ เช่น รูมะฮ์อาดัต (บ้านพื้นเมือง) ที่เรียกว่า บ้านพื้นเมืองบาหลี, ปูรา (โบสถ์พราหมณ์แบบบาหลี), บาเล (ศาลา) และ หอเมรู (หอคอยคล้ายเจดีย์) เป็นต้น
สถาปัตยกรรมบาหลีมักยึดตามหลักที่เรียกว่า ไตรแมนเดลา คือการแบ่งอาณาเขตเป็นสามอาณาเขต (แมนเดลา) ลักษณะนี้พบได้ทั่วไปในสถาปัตยกรรมของปูรา แต่ละแมนเดลาจะมีประตูกั้นอาณาเขต ซึ่งแบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ จันดีเบินตาร์ ซึ่งแบ่งแมนเดลาแรกและกลางออกจากกัน และ ปาดูรักซา แบ่งแมนเดลากลางและชั้นในออกจากกัน
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ อื่น ๆ เช่น เกาะสวรรค์[2]
และ สวรรค์แห่งสุดท้าย[3] - ↑ เขียนด้วยภาษาผสมระหว่างภาษาสันสกฤตและภาษาสันสกฤตแบบบาหลี Dvīpa —> Dwipa ('เกาะ')
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Nickname Bali Island Of The Gods Guide Your Travel 2 March 2023
- ↑ https://balisuta.com/articles
- ↑ https://balithelastparadise.com/
- ↑ "Pembentukan Daerah-daerah Tingkat I Bali, Nusa Tenggara Barat Dan Nusa Tenggara Timur". dpr.go.id. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 October 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
- ↑ Badan Pusat Statistik, Jakarta, 28 February 2025, Provinsi Bali Dalam Angka 2025 [Bali Province In Numbers 2025] (Katalog-BPS 1102001.51)
- ↑ "Citizenship, Tribes, Religions, and Everyday Languages of the Indonesian Population" (pdf). www.bps.go.id. pp. 36–41. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-03-25. สืบค้นเมื่อ 22 September 2021.
- ↑ https://gis.dukcapil.kemendagri.go.id/peta/ เก็บถาวร 5 กรกฎาคม 2022 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (visual)
- ↑ bali.com. "Languages Spoken in Bali". bali.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 December 2013. สืบค้นเมื่อ 16 September 2018.
- ↑ Badan Pusat Statistik (2023). "Produk Domestik Regional Bruto (Milyar Rupiah), 2022" (ภาษาอินโดนีเซีย). Jakarta: Badan Pusat Statistik.
- ↑ Badan Pusat Statistik (2023). "Produk Domestik Regional Bruto Per Kapita (Ribu Rupiah), 2022" (ภาษาอินโดนีเซีย). Jakarta: Badan Pusat Statistik.
- ↑ Badan Pembangunan Nasional (2023). "Capaian Indikator Utama Pembangunan" (ภาษาอินโดนีเซีย). Jakarta: Badan Pembangunan Nasional.
- ↑ "Indeks Pembangunan Manusia 2024" (ภาษาอินโดนีเซีย). Statistics Indonesia. 2024. สืบค้นเมื่อ 15 November 2024.
- ↑ "Denpasar | Indonesia". Encyclopædia Britannica (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 18 September 2021.
- ↑ Vickers, Adrian (13 August 2013). Bali: A Paradise Created (ภาษาอังกฤษ). Tuttle Publishing. ISBN 978-1-4629-0008-4.
- 1 2 Desperately Seeking Survival เก็บถาวร 2013-08-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Time. 25 November 2002.
- ↑ "Bali named as best destination in the world by TripAdvisor". The New Zealand Herald. 22 March 2017. สืบค้นเมื่อ 30 April 2017.
- ↑ "Bali named most popular destination on Tripadvisor's 2021 Travelers' Choice Awards". Coconuts Bali. 28 January 2021. สืบค้นเมื่อ 1 February 2021.
- ↑ "Bali Is World's Top Travel Destination For 2026, Says TripAdvisor". NDTV Lifesyle. 19 January 2026. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
- ↑ "Bali Named No.1 Travel Destination In The World For 2026 By TripAdvisor". The Bali Sun. 15 January 2026. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
- ↑ "Bali High: TripAdvisor Names 'Best of the Best' Destinations for 2026". Travel Market Report. 15 January 2026. สืบค้นเมื่อ 19 January 2026.
- ↑ Dudley, Nigel; Stolton, Sue (12 August 2010). Arguments for Protected Areas: Multiple Benefits for Conservation and Use (ภาษาอังกฤษ). Routledge. ISBN 978-1-136-54292-3.
- ↑ "Species diversity by ocean basin". NOAA Coral Reef Conservation Program. 9 May 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 May 2014.
- ↑ Evans, Kate (27 June 2012). "World heritage listing for Bali's 'Subak' tradition" (ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย). ABC News. สืบค้นเมื่อ 14 September 2017.
- ↑ Robinson, Geoffrey (1995). The Dark Side of Paradise: Political Violence in Bali (ภาษาอังกฤษ). Cornell University Press. ISBN 0-8014-8172-4.
- ↑ Hinzler, Heidi. (1995). Artifacts and early foreign influences. In Eric Oey (Ed.), Bali (pp. 24-25). Singapore: Periplus Editions. ISBN 962-593-028-0.
- ↑ Taylor, Jean Gelman. (2003). Indonesia: Peoples and histories. New Haven and London: Yale University Press. ISBN 0-300-10518-5.
- ↑ Op. cit., Hinzler, Heidi. (1995), pp. 24-25.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 Ver Berkmoes, Ryan, Skolnick, Adam & Caroll, Marian. (2009). Lonely planet: Bali & Lombok. (12th ed.). Melbourne: Lonely Planet. ISBN 978-1-74104-864-3.
- 1 2 3 4 5 6 "History of Bali". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-02-06. สืบค้นเมื่อ 2009-06-24.
- 1 2 3 4 5 History for Bali
- ↑ Vickers, Adrian. (1995). In Eric Oey (Ed.), Bali (pp. 26-35). Singapore: Periplus Editions. ISBN 962-593-028-0.
- ↑ "History of Bali by Amanda Byron". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-05-10. สืบค้นเมื่อ 2009-07-02.
- ↑ "I Gusti Ngurah Rai; Balinese National Hero". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-06-04. สืบค้นเมื่อ 2009-06-30.
- ↑ Statistik Indonesia 2021 (ภาษาอินโดนีเซีย). สำนักงานสถิติแห่งประเทศอินโดนีเซีย. 2021-02-26. pp. 45–47. สืบค้นเมื่อ 2021-12-05.
- ↑ "Peraturan Kepala Badan Pusat Statistik Nomor 120 Tahun 2020 Tentang Klasifikasi Desa Perkotaan dan Perdesaan di Indonesia Tahun 2020" (PDF) (ภาษาอินโดนีเซีย). สำนักงานสถิติแห่งประเทศอินโดนีเซีย. สืบค้นเมื่อ 2021-12-05.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "census2010" - ↑ Brown, Iem (2004-06-17). The Territories of Indonesia (ภาษาอังกฤษ). Routledge. p. 149. ISBN 9781135355418.
- ↑ "Architecture in Bali". Bali Paradise online. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-08-05. สืบค้นเมื่อ December 9, 2013.
- Foley, Kathy; Sedana, I Nyoman; Sedana, I Nyoman (Autumn 2005). "Mask Dance from the Perspective of a Master Artist: I Ketut Kodi on "Topeng"". Asian Theatre Journal. University of Hawaiʻi Press. 22 (2): 199–213 (208). doi:10.1353/atj.2005.0031. S2CID 162336494.
- Greenway, Paul; Lyon, James; Wheeler, Tony (1999). Bali and Lombok. Melbourne: Lonely Planet. p. 15. ISBN 0-86442-606-2.
- Herbst, Edward (1997). Voices in Bali: Energes and Perceptions in Vocal Music and Dance Theater. Hanover: University Press of New England. pp. 1–2. ISBN 0-8195-6316-1.
- Hinzler, Heidi (1995) Artifacts and Early Foreign Influences. From Oey, Eric, บ.ก. (1995). Bali. Singapore: Periplus Editions. pp. 24–25. ISBN 962-593-028-0.
- Ricklefs, M. C. (1993). A History of Modern Indonesia Since C. 1300, Second Edition. MacMillan. p. 289. ISBN 978-0-333-57689-2.
- Sanger, Annette (1988). "Blessing or Blight? The Effects of Touristic Dance-Drama on village Life in Singapadu, Bali". Come Mek Me Hol' Yu Han': The Impact of Tourism on Traditional Music. Berlin: Jamaica Memory Bank: 89–104 (90–93).
- Vickers, Adrian (1995), From Oey, Eric, บ.ก. (1995). Bali. Singapore: Periplus Editions. pp. 26–35. ISBN 962-593-028-0.
<ref> ชื่อ "Foley" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Lonely" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Herbst" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Hinzler" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Ricklefs" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "Sanger" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้าอ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ctpqur" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
บรรณานุกรม
[แก้]- Andy Barski, Albert Beaucort; Bruce Carpenter, Barski (2007). Bali and Lombok. Dorling Kindersley, London. ISBN 978-0-7566-2878-9.
- Haer, Debbie Guthrie; Morillot, Juliette & Toh, Irene (2001). Bali, a traveller's companion. Editions Didier Millet. ISBN 978-981-4217-35-4.
- Gold, Lisa (2005). Music in Bali: Experiencing Music, Expressing Culture. New York: Oxford University Press. ISBN 0-19-514149-0.
- Taylor, Jean Gelman (2003). Indonesia: Peoples and Histories. New Haven and London: Yale University Press. ISBN 0-300-10518-5.
- Pringle, Robert (2004). Bali: Indonesia's Hindu Realm; A short history of. Short History of Asia Series. Allen & Unwin. ISBN 1-86508-863-3.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Black, Robert (2012). Bali Fungus. Snake Scorpion Press. ISBN 978-1-4775-0824-4.
- Copeland, Jonathan (2010). Secrets of Bali: Fresh Light on the Morning of the World. Orchid Press. ISBN 978-974-524-118-3.
- Cotterell, Arthur (2015). Bali: A cultural history, Signal Books ISBN 9781909930179
- Covarrubias, Miguel (1946). Island of Bali. ISBN 9625930604
- Klemen, L (1999–2000). "Forgotten Campaign: The Dutch East Indies Campaign 1941–1942". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 July 2011.
- McPhee, Colin (2003). A House in Bali. Tuttle Publishing; New edition, 2000 (first published in 1946 by J. Day Co). ISBN 978-962-593-629-1.
- Shavit, David (2006). Bali and the Tourist Industry: A History, 1906–1942. McFarland & Co Inc. ISBN 978-0-7864-1572-4.
- Vickers, Adrian (1994). Travelling to Bali: Four Hundred Years of Journeys. Oxford University Press. ISBN 978-967-65-3081-3.
- Vickers, Adrian (2012). Bali: A Paradise Created. Tuttle. ISBN 978-0-8048-4260-0.
- Whitten, Anthony J.; Roehayat Emon Soeriaatmadja; Suraya A. Afiff (1997). The Ecology of Java and Bali. Hong Kong: Periplus Editions Ltd. ISBN 978-962-593-072-5.
- Wijaya, Made (2003). Architecture of Bali: A Source Book of Traditional and Modern Forms. Thames & Hudson Ltd. ISBN 978-0-500-34192-6. }}
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- . สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ). Vol. 3 (11th ed.). 1911.
- Bali provincial government official website
ดูข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ จังหวัดบาหลี ที่โอเพินสตรีตแมป
