ข้ามไปเนื้อหา

ประเทศเวเนซุเอลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เวเนซุเอลา)
สาธารณรัฐโบลีวาร์เวเนซุเอลา
República Bolivariana de Venezuela (สเปน)
คำขวัญ: "พระเจ้าและสหพันธ์"
(สเปน: Dios y Federación)
เพลงชาติ: "โกลเรียอัลบราโบปูเอโบล"
พื้นที่ที่ประเทศเวเนซุเอลาควบคุมแสดงในสีเขียวเข้ม บริเวณที่อ้างสิทธิ์แต่มิได้ควบคุมแสดงในสีเขียวอ่อน
พื้นที่ที่ประเทศเวเนซุเอลาควบคุมแสดงในสีเขียวเข้ม บริเวณที่อ้างสิทธิ์แต่มิได้ควบคุมแสดงในสีเขียวอ่อน
เมืองหลวง
และเมืองใหญ่สุด
การากัส
10°30′N 66°55′W / 10.500°N 66.917°W / 10.500; -66.917
ภาษาราชการสเปน[b]
ภาษาพื้นเมือง
กลุ่มชาติพันธุ์
(ค.ศ. 2011)[1]
ศาสนา
(ค.ศ. 2020)[2]
เดมะนิมชาวเวเนซุเอลา
การปกครองสหพันธ์สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดีภายใต้ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม[a][b]
เดลซิ โรดริเกซ (รักษาการ)[c]
ว่าง
สภานิติบัญญัติรัฐสภา
เอกราชจากสเปน
5 กรกฎาคม ค.ศ. 1811
13 มกราคม ค.ศ. 1830
 เป็นเอกราช
29 มีนาคม ค.ศ. 1845
20 ธันวาคม ค.ศ. 1999[18]
พื้นที่
 รวม
916,445 ตารางกิโลเมตร (353,841 ตารางไมล์) (อันดับที่ 32)
 แหล่งน้ำ (%)
3.2[d]
ประชากร
 ประมาณ ค.ศ. 2023
เพิ่มขึ้นเป็นกลาง 30,518,260[19] (อันดับที่ 53)
 ความหนาแน่น
32 ต่อตารางกิโลเมตร (82.9 ต่อตารางไมล์) (อันดับที่ 184)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ประมาณ ค.ศ. 2025
 รวม
เพิ่มขึ้น 234.340 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[20] (อันดับที่ 77)
 ต่อหัว
เพิ่มขึ้น 8,790 ดอลลาร์สหรัฐ[20] (อันดับที่ 133)
จีดีพี (ราคาตลาด)ประมาณ ค.ศ. 2025
 รวม
ลดลง 82.770 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[20] (อันดับที่ 69)
 ต่อหัว
ลดลง 3,100 ดอลลาร์สหรัฐ[20] (อันดับที่ 127)
จีนี (ค.ศ. 2013)Negative increase 44.8[21]
ความเหลื่อมล้ำปานกลาง
เอชดีไอ (ค.ศ. 2023)เพิ่มขึ้น 0.709[22]
สูง (อันดับที่ 121)
สกุลเงินโบลิบาร์เวเนซุเอลา (VED) (ทางการ)
เขตเวลาUTC−4 (VET)
รูปแบบวันที่วว/ดด/ปปปป (CE)
รหัสโทรศัพท์+58
โดเมนบนสุด.ve
  1. ^ "สาธารณรัฐโบลีวาร์เวเนซุเอลา" เป็นชื่อทางการและชื่อเต็มของประเทศตั้งแต่ได้ประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1999 เพื่อเป็นเกียรติแก่ซิมอน โบลิบาร์
  2. ^ รัฐธรรมนูญยังรับรองภาษาพื้นเมืองทั้งหมดที่พูดในประเทศด้วย
  3. ^ กลุ่มย่อยที่สำคัญบางกลุ่มรวมถึงเชื้อสายของชาวสเปน ชาวโปรตุเกส ชาวอิตาลี อินเดียนแดง ชาวแอฟริกา ชาวอาหรับ และชาวเยอรมัน
  4. ^ พื้นที่รวมนับเฉพาะอาณาเขตที่เวเนซุเอลาควบคุมเท่านั้น
  5. ^ วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2021 สกุลเงินโบลิบาร์เวเนซุเอลามีชื่อใหม่คือ โบลิบาร์ดิฮิตัล (ISO 4217 รหัส VED) มูลค่า 1,000,000 โบลิบาร์โซเบราโน

เวเนซุเอลา (อังกฤษ: Venezuela; /ˌvɛnəˈzwlə/ VEN-ə-ZWAY-lə; สเปนแบบลาตินอเมริกา: [beneˈswela] ) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐโบลีวาร์เวเนซุเอลา (สเปน: República Bolivariana de Venezuela) เป็นประเทศบนชายฝั่งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วยพื้นที่แผ่นดินใหญ่และเกาะและหมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลแคริบเบียน มีพื้นที่ทั้งหมด 912,050 km2 (352,140 sq mi) และมีประชากรประมาณ 31.8 ล้านคนในปี ค.ศ. 2025[23] โดยมีการากัสเป็นเมืองหลวงและการรวมกลุ่มของเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุด อาณาเขตทางบกติดต่อกับทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแอตแลนติกทางทิศเหนือ ติดกับประเทศโคลอมเบียทางทิศตะวันตก ติดกับประเทศบราซิลทางทิศใต้ ติดกับประเทศตรินิแดดและโตเบโกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และติดกับประเทศกายอานาทางทิศตะวันออก เวเนซุเอลาประกอบด้วย 23 รัฐ, เขตเมืองหลวง (แคพิทัลดิสทริกต์) และเขตปกครองในกำกับของรัฐบาลกลางซึ่งครอบคลุมเกาะนอกชายฝั่งต่าง ๆ เวเนซุเอลาจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเป็นเมืองสูงที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา[24][25] โดยประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองทางตอนเหนือและในเมืองหลวง

ดินแดนของเวเนซุเอลาถูกอาณานิคมโดยสเปนในปี ค.ศ. 1522 ท่ามกลางการต่อต้านจากชนพื้นเมือง ในปี ค.ศ. 1811 เวเนซุเอลาได้กลายเป็นหนึ่งในดินแดนสเปน-อเมริกาแห่งแรกที่ประกาศเอกราชจากสเปน และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐโคลอมเบียยุคแรก (แกรนโคลอมเบีย) ก่อนจะแยกตัวเป็นประเทศเอกราชอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1830 ในช่วงศตวรรษที่ 19 เวเนซุเอลาต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมืองและระบอบเผด็จการ โดยถูกครอบงำโดยผู้นำเผด็จการทหารระดับภูมิภาคจนถึงกลางศตวรรษที่ 20 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ประเทศได้มีรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้นในขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ถูกปกครองโดยเผด็จการทหาร และเป็นยุคที่เศรษฐกิจมีความรุ่งเรือง อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในทศวรรษที่ 1980 และ 1990 นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่และความไม่สงบทางสังคมในวงกว้าง รวมถึงเหตุการณ์จลาจลคาราคาโซในปี ค.ศ. 1989, ความพยายามรัฐประหารสองครั้งในปี ค.ศ. 1992 และการถูกฟ้องร้องเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีในข้อหายักยอกเงินหลวงในปี ค.ศ. 1993 ความเชื่อมั่นในพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมล่มสลายลงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ. 1998 ซึ่ง อูโก ชาเบซ ได้รับเลือกตั้งและกลายเป็นชนวนเหตุของการปฏิวัติโบลีวาร์ โดยมีการเขียนและรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในระหว่างการประชุมสมัชชารัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1999[26]

นโยบายประชานิยมด้านสวัสดิการสังคมของรัฐบาลได้รับการสนับสนุนชั่วคราวจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น[27] ซึ่งส่งผลให้มีการใช้จ่ายด้านสังคมเพิ่มขึ้นและช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความยากจนในช่วงปีแรก ๆ ของรัฐบาลชาเบซ[28][29] อย่างไรก็ตาม ความยากจนเริ่มกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางถึงปลายปี ค.ศ. 2014[30][31] การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 2013, ปี ค.ศ. 2018 และปี ค.ศ. 2024 ล้วนถูกคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้สมัครฝ่ายค้านถูกจับกุมหรือต้องลี้ภัย[32] สิ่งนี้นำไปสู่การประท้วงวงกว้างและการประณามจากนานาชาติ ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ระดับชาติอีกครั้ง ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2026 สหรัฐอเมริกาได้เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร โดยรองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี[33]

แม้โดยนิตินัยแล้วเวเนซุเอลาจะเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐแบบประธานาธิบดี แต่ประเทศได้ประสบกับภาวะการถดถอยของประชาธิปไตยไปสู่รัฐอำนาจนิยมภายใต้รัฐบาลชาเบซและมาดูโร[11] ผลการจัดอันดับนานาชาติแสดงให้เห็นว่าเวเนซุเอลามีคะแนนต่ำในด้านเสรีภาพสื่อ, สิทธิพลเมือง และการควบคุมการทุจริตคอร์รัปชัน เวเนซุเอลาเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเคยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันชั้นนำของโลก ก่อนหน้านี้ประเทศเคยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่ยังไม่พัฒนา เช่น กาแฟและโกโก้ แต่น้ำมันได้กลายเป็นสินค้าหลักในการส่งออกและสร้างรายได้หลักแก่รัฐบาลอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเวเนซุเอลาต้องเผชิญกับเงินเฟ้อรุนแรง, การขาดแคลนสินค้าพื้นฐาน, การว่างงาน, ความยากจน, โรคระบาด, อัตราการตายของเด็กในระดับสูง, ภาวะทุพโภชนาการ, ปัญหาสิ่งแวดล้อม, อาชญากรรมรุนแรง และการทุจริตที่แพร่กระจาย รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ซึ่งเร่งให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยเวเนซุเอลา โดยมีประชาชนมากกว่า 7.9 ล้านคนลี้ภัยออกนอกประเทศ[34] วิกฤตการณ์เหล่านี้ได้ส่งผลให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว

ภูมิศาสตร์

[แก้]

ตามสภาพภูมิศาสตร์นั้น เวเนซุเอลาแบ่งออกได้เป็น 4 ตอน กล่าวคือ ตอนที่เป็นที่ราบต่ำรอบทะเลสาบมาราไกโบ (Maracaibo) ตอนที่ราบสูงทางเหนือ ตอนที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโอริโนโก (Orinoco) และที่ราบสูงเดียนา (Diana)

ประวัติศาสตร์

[แก้]

อาณานิคมสเปน

[แก้]

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสได้เดินทางมาถึงเวเนซุเอลาเมื่อ ค.ศ. 1498 พื้นที่ตรงนี้มีคนพื้นเมือง หลายเผ่า อาศัยอยู่ เช่นเผ่า อาราวัก คาริบ และชิบชา โคลัมบัสได้ยึดดินแดนแห่งนี้เป็นเมืองขึ้นของสเปนและตั้ง ชื่อดินแดน ที่เดินทาง มาถึงนี้ว่า เวเนซุเอลา ซึ่งแปลว่า เวนิสน้อยเพราะมีภูมิประเทศคล้ายกับเมืองเวนิส

เมืองหลวงการากัสได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1567 ซิมอน โบลิวาร์เกิดในเมืองหลวงนี้เมื่อ ค.ศ. 1783 และเขาเป็นบุคคลแรกในทวีปอเมริกาใต้ที่จับอาวุธลุกขึ้นสู้เพื่อกู้เอกราชของชาวลาตินอเมริกาจากแอกของนักล่าอาณานิคมชาวสเปนใน ค.ศ. 1818 และได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1821 โดยใช้เวลาเพียง 11 ปีเท่านั้น

ประกาศเอกราช

[แก้]

เมื่อได้รับเอกราชได้ประกาศเป็นประเทศกรันโคลอมเบียโดยรวมประเทศเข้ากับประเทศโคลอมเบีย และ เอกวาดอร์ แต่ต่อมาใน ค.ศ. 1830 ก็แยกประเทศออกมาเป็นประเทศสาธารณรัฐต่างหากมาจนถึงทุกวันนี้

การเมืองการปกครอง

[แก้]

รูปแบบการปกครอง สหพันธ์สาธารณรัฐ (Federal Republic) ประกอบด้วย 1 เขตนครหลวง (federal district) 2 federal territories และ 72 federal dependencies

บริหาร

[แก้]

ประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าคณะรัฐบาล รวมถึงเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี (ไม่กำหนดวาระ สามารถดำรงตำแหน่งได้หากได้รับการเลือกตั้งต่อไป)

ที่ทำการประธานาธิบดี : ทำเนียบประธานาธิบดีมิราโฟลเรส (Miraflores Palace)

นิติบัญญัติ

[แก้]

ระบบสภาเดียว (Unicameral National Assembly หริอ Asamblea Nacional) จำนวน 165 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งระบบคะแนนนิยม วาระ 5 ปี อีก 3 ที่นั่งสำหรับชนพื้นเมืองของประเทศ)

ตุลาการ

[แก้]

ศาลสูงสุดเรียกว่า Supreme Tribunal of Justice หรือ Tribunal Supremo de Justicia มีผู้พิพากษา 32 คน มาจากการเลือกตั้งโดยรัฐสภา (National Assembly) วาระการดำรงตำแหน่ง 12 ปี

การบังคับใช้กฎหมาย

[แก้]

ระบบกฎหมาย : ระบบประมวลกฎหมาย ที่มีรากฐานมาจากระบบกฎหมายของสเปน

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

เวเนซุเอลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น

  • 23 รัฐ (estado)
  • ดิสตริโตกาปิตัล (Distrito Capital) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงการากัส และ
  • เดเปนเดนเซียสเฟเดราเลส (Dependencias Federales)
    แผนที่เขตการปกครองของเวเนซุเอลา
เทือกเขาแอนดีสของเวเนซุเอลา
เขตการปกครองเมืองหลวงเขตการปกครองเมืองหลวง
1) รัฐอามาโซนัสปวยร์โตอายากูโช13) รัฐเมริดาเมรีดา
2) รัฐอันโซอาเตกิบาร์เซโลนา14) รัฐมิรันดาโลสเตเกส
3) รัฐอาปูเรซานเฟร์นันโดเดอาปูเร15) รัฐโมนากัสมาตูริน
4) รัฐอารากวามาราไก16) รัฐนวยบาเอสปาร์ตาลาอาซุนซิออน
5) รัฐบารินัสบารินัส17) รัฐโปร์ตูเกซากวานาเร
6) รัฐโบลิบาร์ซิวดัดโบลิบาร์18) รัฐซูเกรกูมานา
7) รัฐการาโบโบบาเลนเซีย19) รัฐตาชิราซานกริสโตบัล
8) รัฐโกเฮเดสซานการ์โลส20) รัฐตรูฮิโยตรูฮีโย
9) รัฐเดลตาอามากูโรตูกูปิตา21) รัฐยารากุยซานเฟลิเป
10) รัฐฟัลกอนโกโร22) รัฐลากวยราลากวยรา
11) รัฐกวาริโกซานฮวนเดโลสโมร์โรส23) รัฐซูเลียมาราไกโบ
12) รัฐลาราบาร์กิซิเมโต24) เดเปนเดนเซียสเฟเดราเลสไม่ปรากฏ

เศรษฐกิจ

[แก้]

โครงสร้างเศรษฐกิจ

[แก้]
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) : 402.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • GDP รายบุคคล : 13,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • อัตราการเจริญเติบโต GDP : 5.7% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • GDP แยกตามภาคการผลิต : ภาคการเกษตร 3.7%, ภาคอุตสาหกรรม 35.3%, ภาคการบริการ 61.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • อัตราการว่างงาน : 8% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices) : 20.9% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • ผลผลิตทางการเกษตร : ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ข้าว กล้วย ผัก กาแฟ เนื้อวัว เนื้อหมู นม ไข่ ปลา
  • อุตสาหกรรม : ปิโตรเลียม วัสดุก่อสร้าง อาหาร สิ่งทอ เหมืองแร่เหล็ก เหล็ก อะลูมิเนียม ชิ้นส่วนมอเตอร์ยานพาหนะ
  • อัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรม : 3.4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2554)
  • หนี้สาธารณะ : 49% ของ GDP (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • ดุลบัญชีเดินสะพัด : 20.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • มูลค่าการส่งออก : 96.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • สินค้าส่งออก : ปิโตรเลียม บอคไซต์แลtอะลูมิเนียม เหล็ก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เกษตร สิ่งประดิษฐ์ง่าย ๆ
  • ประเทศคู่ค้า (ส่งออก)ที่สำคัญ : สหรัฐอเมริกา 40.2% จีน 10.5% อินเดีย 5.5% คิวบา 4% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2554)
  • มูลค่าการนำเข้า : 56.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าประมาณ พ.ศ. 2555)
  • สินค้านำเข้า : วัสดุที่ยังไม่ได้แปรรูป เครื่องจักรและอุปกรณ์ อุปกรณ์การขนส่ง วัสดุก่อสร้าง
  • ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สำคัญ : สหรัฐอเมริกา 28.6% บราซิล 10.6% จีน 15.1% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2554)
  • สกุลเงิน : โบลีวาร์ (bolivars) , สัญลักษณ์เงิน : VEB

อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

[แก้]

สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต (manufacturing) (คิดเป็นร้อยละ 17 ของ GDP ของเวเนซุเอลา) ยังไม่อยู่ในสภาพแข่งขันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตเพื่อการส่งออก ยกเว้นอุตสาหกรรมการลงทุนภาครัฐที่ใช้เงินทุนสูง แม้ว่าในปี ค.ศ. 2005 มีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 9 แต่ยังคงขาดแคลนการลงทุนจากภาคเอกชน ทั้งนี้ ผลิตผลที่สำคัญ ได้แก่ เหล็กกล้า อลูมินั่ม สิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องดื่ม และอาหาร สำหรับภาคอุตสาหกรรมการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 5 ของ GDP และร้อยละ 10 ของการจ้างงาน โดยผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญได้แก่ ข้าว ยาสูบ ปลา ผลไม้เมืองร้อน (tropical fruits) กาแฟ โกโก้ (ในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970 เวเนซุเอลาเคยเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟ และโกโก้รายใหญ่ของโลก แต่ในปัจจุบันเวเนซุเอลาผลิตกาแฟเพียงประมาณร้อยละ 1 ของปริมาณกาแฟโลก และส่วนมากเพื่อการบริโภคภายในประเทศ) ทั้งนี้ เนื่องจากการหันเหความสนใจมายังอุตสาหกรรมน้ำมันที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะฟื้นฟูการปลูกและผลิตโกโก้ในเวเนซุเอลา (โกโก้ของเวเนซุเอลาบางชนิดได้ชื่อว่าเป็นโกโก้ที่ดีและมีกลิ่นหอมที่สุดในโลก และใช้สำหรับการผลิตช็อคโกแลตแท้ชั้นดีเท่านั้น) เวเนซุเอลายังไม่สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้พอเพียงกับความต้องการภายในประเทศ ยังคงต้องนำเข้าสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง ฝ้าย ไขมันจากสัตว์ น้ำมันพืช ส่วนใหญ่นำเข้าจากสหรัฐ ฯ และโคลอมเบีย นอกจากนั้น การพึ่งพาการส่งออกน้ำมันทำให้เวเนซุเอลาได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก หากราคาน้ำมันสูง นโยบายการใช้จ่ายงบประมาณจะมากขึ้นด้วย

รัฐบาลเวเนซุเอลามีนโยบายไม่เห็นด้วยกับการจัดทำ Free Trade Area of the Americas (FTAA) แต่มีนโยบายส่งเสริมบูรณาการภายในภูมิภาคอเมริกาใต้ ทั้งนี้ เวเนซุเอลาได้ลงนามในความตกลง Agreement for the Application of the Bolivarian Alternative for the Peoples of Our America and the Peoples’ Trade Agreements (ALBA) กับคิวบาและโบลิเวียเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2005 และเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2006 ตามลำดับ โดยหวังว่า ความตกลง ALBA จะเป็นแนวทางการรวมตัวทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในภูมิภาคตามแนวความคิดแบบสังคมนิยมและจะเป็นทางเลือกแทนการจัดทำความตกลงการค้าเสรีของภูมิภาคอเมริกาใต้ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญ

โครงสร้างพื้นฐาน

[แก้]

การคมนาคม และ โทรคมนาคม

[แก้]

เส้นทางคมนาคม

[แก้]
  • เส้นทางรถไฟ : ระยะทางรวม 682 กิโลเมตร
  • ระยะทางเส้นทางรถไฟความกว้างมาตรฐาน (Standard Gauge) : ความกว้าง 1.435 เมตร : 682 กิโลเมตร
  • เส้นทางรถยนต์ : รวม 96,155 กิโลเมตร
  • เส้นทางปรับพื้นผิวถนนแล้ว  : 32,308 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่ไม่ได้ปรับพื้นผิวถนน : 63,847 กิโลเมตร
  • เส้นทางน้ำ : 7,100 กิโลเมตร

หมายเหตุ : แม่น้ำโอริโนโค (Rio Orinoco) และทะเลสาบ เลค เด มาราไคโบ (Lake de Maracaibo) สามารถใช้เป็นเส้นทางลำเลียงทางน้ำไปสู่มหาสมุทรได้ แม่น้ำโอริโนโคยาว 400 กิโลเมตร

  • การค้าทางทะเล : เรือสินค้า 59 ลำ, เรือต่างชาติ 12 ลำ, เรือจดทะเบียนในต่างประเทศ 12 ลำ
  • ท่าอากาศยาน 375 แห่ง

การศึกษา

[แก้]

ก่อนยุคชาเวซจะขึ้นสู่อำนาจ การศึกษาในประเทศเวเนซุเอลานั้นด้อยมาตรฐาน ประชากรส่วนใหญ่แทบอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เพราะรัฐบาลในขณะนั้นมีการทุจริตคอรัปชั่นสูงมาก หลังฮูโก ชาเวซขึ้นสู่อำนาจ เขาได้ทุ่มงบนโยบายการศึกษาด้วยงบจากการขายนํ้ามันมาพัฒนาการศึกษาในประเทศ ทำให้ชาวเวเนซุเอลาสามารถอ่านออกเขียนออกได้และรู้หนังสือมากขึ้น

หมายเหตุ

[แก้]
  1. เวเนซุเอลามีลักษณะเป็นรัฐเผด็จการจากแหล่งข้อมูลดังนี้: [3][4][5][6][7][8][9][10]
  2. เวเนซุเอลามีลักษณะเป็นรัฐอำนาจนิยมจากแหล่งข้อมูลดังนี้: [11][12][13][14][15]
  3. ตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐในเวเนซุเอลาเมื่อ ค.ศ. 2026 ซึ่งมาดูโรถูกจับกุมและส่งตัวไปยังสหรัฐ เดลซิ โรดริเกซได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีรักษาการ ตามคำสั่งของศาลยุติธรรมสูงสุดโดยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยพฤตินัยไปแล้วทันทีหลังจากมาดูโรถูกจับกุม ทั้งโรดริเกซและมาดูโรต่างยืนยันว่ามาดูโรยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่[16][17]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Resultado Básico del XIV Censo Nacional de Población y Vivienda 2011 (Mayo 2014)" (PDF). ine.gov.ve. p. 29. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 5 August 2019. สืบค้นเมื่อ 8 September 2014.
  2. Aguire, Jesus Maria (June 2012). "Informe Sociográfico sobre la religión en Venezuela" (PDF) (ภาษาสเปน). El Centro Gumilla. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 24 September 2015. สืบค้นเมื่อ 5 April 2015.
  3. Turkewitz, Julie (30 July 2024). "What Happened to Venezuela's Democracy?". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 July 2024. สืบค้นเมื่อ 2 August 2024.
  4. Roy, Diana; Cheatham, Amelia (31 July 2024). "Venezuela: The Rise and Fall of a Petrostate". Council on Foreign Relations (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 August 2024. สืบค้นเมื่อ 8 August 2024. The reforms paved the way for Maduro to establish a dictatorship years after Chávez's death.
  5. Corrales, Javier. "Venezuela's Odd Transition to Dictatorship". Americas Quarterly. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 December 2016. สืบค้นเมื่อ 10 December 2016.
  6. Brodzinsky, Sibylla (21 October 2016). "Venezuelans warn of 'dictatorship' after officials block bid to recall Maduro". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 December 2016. สืบค้นเมื่อ 10 December 2016.
  7. "Almagro: Maduro se transforma en dictador por negarles a venezolanos derecho a decidir su futuro". CNN en Español (ภาษาสเปน). 24 August 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 December 2016. สืบค้นเมื่อ 10 December 2016.
  8. "Delcy Rodriguez formally sworn in as Venezuela's interim president". Reuters. 5 January 2026. สืบค้นเมื่อ 24 January 2026.
  9. "World Report 2022: Rights Trends in Venezuela". Human Rights Watch. 10 December 2021. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 January 2023. สืบค้นเมื่อ 24 January 2026.
  10. "Venezuela's political crisis and the role of Nicolás Maduro". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 24 January 2026.
  11. 1 2 Isidoro Losada, Ana María; Bitar Deeb, Rita (January 2022). "Introduction: Authoritarianism and Violence in Venezuela". Bulletin of Latin American Research. 41 (1): 102–104. doi:10.1111/blar.13316.
  12. Corrales, Javier (2020). "Authoritarian Survival: Why Maduro Hasn't Fallen". Journal of Democracy. Project Muse. 31 (3): 39–53. doi:10.1353/jod.2020.0044. ISSN 1086-3214. S2CID 226738491.
  13. "The Path Toward Authoritarianism in Venezuela", Political Science, Oxford University Press, 30 October 2019, doi:10.1093/obo/9780199756223-0286, ISBN 978-0-19-975622-3
  14. Corrales, J. (2022). Autocracy Rising: How Venezuela Transitioned to Authoritarianism. G - Reference, Information and Interdisciplinary Subjects Series. Brookings Institution Press. p. intro. ISBN 978-0-8157-3807-7.
  15. "Battling Authoritarian Regimes in Venezuela and Beyond: A Conversation with Venezuelan Opposition Leader Leopoldo López". David Rockefeller Center for Latin American Studies. 25 April 2022. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 January 2023. สืบค้นเมื่อ 13 January 2023.
  16. "Live Updates: U.S. Captures Venezuelan Leader, Trump Says". The New York Times. January 3, 2026. สืบค้นเมื่อ January 3, 2026.
  17. "Maduro is Venezuela's only president, says VP Delcy Rodriguez". BBC News. January 3, 2026. สืบค้นเมื่อ January 3, 2026.
  18. "Venezuela (Bolivarian Republic of)'s Constitution of 1999 with Amendments through 2009" (PDF). constituteproject.org. สืบค้นเมื่อ 21 October 2020.
  19. "Venezuela - The World Factbook". Central Intelligence Agency (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 24 January 2026.
  20. 1 2 3 4 "World Economic Outlook Database, October 2025: Edition (Venezuela)" (ภาษาอังกฤษ). October, 14 2025.
  21. "Income Gini coefficient". undp.org. United Nations Development Programme. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 June 2010. สืบค้นเมื่อ 21 September 2015.
  22. "Human Development Report 2025" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 6 May 2025. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 6 May 2025. สืบค้นเมื่อ 6 May 2025.
  23. "Population Clock: World". Census.gov. 1 July 2025. สืบค้นเมื่อ 9 January 2026.
  24. "South America". Encarta. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 April 2007. สืบค้นเมื่อ 13 March 2007.
  25. "Annex tables" (PDF). World Urbanization Prospects: The 1999 Revision. United Nations. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 28 August 2003. สืบค้นเมื่อ 13 March 2007.
  26. Van Cott, Donna Lee (2003). "Andean Indigenous Movements and Constitutional Transformation: Venezuela in Comparative Perspective". Latin American Perspectives. 30 (1): 49–69. doi:10.1177/0094582X02239144. ISSN 0094-582X. JSTOR 3184965.
  27. "The Legacy of Hugo Chavez and a Failing Venezuela". publicpolicy.wharton.upenn.edu. Wharton Public Policy Initiative, University of Pennsylvania. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-04-24. สืบค้นเมื่อ 2020-05-16.
  28. Beeton, Dan; Sammut, Joe (2013-12-06). "Venezuela Leads Region in Poverty Reduction in 2012, ECLAC Says". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-04-20. สืบค้นเมื่อ 2014-04-05.
  29. Voigt, Kevin (2013-03-06). "Chavez leaves Venezuelan economy more equal, less stable". สืบค้นเมื่อ 2026-01-20.
  30. Nagel, Juan Cristóbal (2014-06-04). "Poverty Shoots Up in Venezuela". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-03-20. สืบค้นเมื่อ 2023-07-10.
  31. "The World Bank In Venezuela". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 29, 2018. Economic growth and redistribution policies led to a significant decline in poverty, from 50 percent in 1998 to approximately 30 percent in 2013, according to official figures.
  32. "Venezuela: A Democratic Crisis".
  33. "Delcy Rodriguez formally sworn in as Venezuela's interim president". Reuters. 2026-01-05.
  34. "Venezuela situation". สืบค้นเมื่อ 2024-07-26.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

7°N 65°W / 7°N 65°W / 7; -65