เกาะจาร์วิส
สมญา: เกาะบังเกอร์ | |
|---|---|
เกาะจาร์วิสในภาพถ่ายดาวเทียมของนาซา แสดงให้เห็นแนวปะการังใต้น้ำที่อยู่เลยปลายด้านตะวันออกไป | |
| ที่มาของชื่อ | เอ็ดเวิร์ด ทอมัส และวิลเลียม จาร์วิส |
| ภูมิศาสตร์ | |
| ที่ตั้ง | มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ |
| พิกัด | 0°22′19″S 159°59′46″W / 0.372°S 159.996°W |
| กลุ่มเกาะ | หมู่เกาะไลน์ |
| พื้นที่ | 4.5 ตารางกิโลเมตร (1.7 ตารางไมล์) |
| ความยาว | 3.26 กม. (2.026 ไมล์) |
| ความกว้าง | 2.22 กม. (1.379 ไมล์) |
| ความยาวชายฝั่ง | 8.54 กม. (5.307 ไมล์) |
| ระดับสูงสุด | 7 ม. (23 ฟุต) |
| การปกครอง | |
สหรัฐ | |
| สถานะ | ไม่มีการจัดระเบียบ |
| ประชากรศาสตร์ | |
| ประชากร | 0 |
| ข้อมูลอื่น ๆ | |
| เขตเวลา | |
| Jarvis Island National Wildlife Refuge | |
![]() | |
| ให้สมญานาม | 1974 |
| เว็บไซต์ | www |
เกาะจาร์วิส (อังกฤษ: Jarvis Island, /ˈdʒɑːrvɪs/; เดิมชื่อ เกาะบังเกอร์ (Bunker Island) หรือ ดอนทรายใต้น้ำของบังเกอร์ (Bunker's Shoal) ) เป็นเกาะปะการังที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ขนาด 4.5 ตารางกิโลเมตร (1.7 ตารางไมล์) ทางใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ประมาณครึ่งทางระหว่างเกาะฮาวายกับหมู่เกาะคุก[1] ถือเป็นดินแดนที่ไม่มีการจัดระเบียบของสหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารขององค์การบริหารปลาและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐจากกระทรวงมหาดไทยสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ[2] ลากูนของเกาะจาร์วิสแห้งสนิท ต่างจากอะทอลล์ปะการังส่วนใหญ่
เกาะจาร์วิสเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะไลน์ และจัดให้อยู่ในกลุ่มเกาะเล็กรอบนอกของสหรัฐ ด้วยเหตุผลทางสถิติ เกาะจาร์วิสเป็นดินแดนที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐในแถบเส้นศูนย์สูตร ซึ่งรวมถึงเกาะเบเกอร์และเกาะฮาวแลนด์[3]
ทางสหรัฐอ้างสิทธิ์พื้นที่นี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และขุดเอาปุ๋ยขี้นกมาใช้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ต่อมาถูกโจมตีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกอพยพออกไป เหลือไว้เพียงอาคารบางส่วนและกระโจมกลางวัน ปัจจุบัน พื้นที่นี้ได้รับการจัดการในฐานะเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ
ภูมิศาสตร์และนิเวศวิทยา
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ประวัติ
[แก้]ก่อนประวัติศาสตร์
[แก้]เป็นไปได้ยากที่เกาะจาร์วิสจะมีมนุษย์อาศัยอยู่ถาวรก่อนที่จะมีการใช้เป็นแหล่งขุดปุ๋ยขี้นก อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าเกาะนี้เคยถูกใช้เป็นจุดแวะพักหรือจุดพักระหว่างทางของชาวพอลินีเชียที่เดินทางผ่านทางทะเล ความห่างไกลของเกาะและการขาดแคลนแหล่งน้ำจืดทำให้ไม่สามารถทำการสำรวจทางโบราณคดีขนาดใหญ่ได้[4]

การค้นพบ
[แก้]เกาะนี้ถูกพบเห็นครั้งแรกโดยชาวอังกฤษเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1821 ด้วยเรือ Eliza Francis (หรือ Eliza Frances) ของอังกฤษที่เอ็ดเวิร์ด มอมัส และวิลเลียม จาร์วิสเป็นเจ้าของ[5][6] และบัญชาการโดยกัปตันบราวน์ เรือล่าวาฬแวะเวียนมายังเกาะนี้จนถึงช่วงคริสต์ทศวรรษ 1870
คณะสำรวจสหรัฐได้สำรวจเกาะนี้ใน ค.ศ. 1841[7] ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1857 สหรัฐอ้างสิทธิ์เกาะนี้ภายใต้รัฐบัญญัติหมู่เกาะกัวโน และผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหรัฐอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1858[8]
การทำเหมืองปุ๋ยขี้นกในคริสต์ศตวรรษที่ 19
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
การเดินทาง
[แก้]![]() | |
| ที่ตั้ง | เกาะจาร์วิส Line Islands สหรัฐอเมริกา |
|---|---|
| พิกัด | 0°22′14″S 160°00′24″W / 0.37044°S 160.00669°W |
| หอคอย | |
| สร้างขึ้น | 2477 หรือ 2478 |
| การก่อสร้าง | วัสดุก่อ |
| ความสูง | 5 m (16 ft) |
| รูปร่าง | หอคอยทรงกลมตัดยอด ไม่มีโคมไฟ[9] |
| เครื่องหมาย | stripe (สีแดง, สีขาว, horizontal direction) |
| แสงไฟ | |
| ปิดการใช้งาน | พ.ศ. 2485 |
บนเกาะนี้ไม่มีสนามบิน และไม่มีท่าเรือหรือสถานีขนส่งขนาดใหญ่ กระโจมกลางวันใกล้บริเวณกลางชายฝั่งตะวันตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมและไม่ได้ทาสีแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดจอดเรือนอกชายฝั่งอยู่บ้าง[10]
ทหาร
[แก้]เนื่องจากเกาะจาร์วิสเป็นดินแดนของสหรัฐ การป้องกันเกาะจึงเป็นความรับผิดชอบของประเทศสหรัฐ และกฎหมายสหรัฐจะมีผลบังคับใช้เมื่อเหมาะสม[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Darwin, Charles; Bonney, Thomas George (1897). The structure and distribution of coral reefs. New York: D. Appleton and Company. p. 207. ISBN 978-0-520-03282-8.
- ↑ "Jarvis Island". DOI Office of Insular Affairs. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 7, 2012. สืบค้นเมื่อ มกราคม 26, 2007.
- ↑ Rauzon, Mark J. (2016). Isles of Amnesia: The History, Geography, and Restoration of America's Forgotten Pacific Islands. University of Hawai'i Press, Latitude 20. Page 38. ISBN 9780824846794.
- ↑ Jarvis Island National Wildlife Refuge: Comprehensive Conservation Plan (Report). U.S. Fish & Wildlife Service. 24 September 2008. สืบค้นเมื่อ 1 June 2022.
- ↑ "North Pacific Pilot page 282". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (png)เมื่อ กุมภาพันธ์ 11, 2008. สืบค้นเมื่อ มกราคม 26, 2007.
- ↑ "R. v. Higgins, Fuller, Anderson, Thomas, Belford and Walsh". legal proceeding. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 15, 2015. สืบค้นเมื่อ January 25, 2007.
- ↑ Stanton, William (1975). The Great United States Exploring Expedition. Berkeley: University of California Press. pp. 232. ISBN 978-0520025578.
- ↑ Orent, Beatrice; Reinsch, Pauline (1941). "Sovereignty over Islands in the Pacific". American Journal of International Law (ภาษาอังกฤษ). 35 (3): 443–461. doi:10.2307/2192452. ISSN 0002-9300. JSTOR 2192452.
- ↑ แม่แบบ:Cite rowlett
- 1 2 "The World Factbook — Central Intelligence Agency". www.cia.gov (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-09-06.
หล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Jarvis Island Home Page Website with photos, weather, and more.
- Jarvis Island information website Has several photos of the old Millersville settlement, together with more modern photos of the island.
- WorldStatesmen Offers brief data on Jarvis Island.
- U.S. Fish & Wildlife Service Jarvis Island National Wildlife Refuge The Jarvis Island refuge site.

