สำนักข่าวกรองกลาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Central Intelligence Agency)
สำนักข่าวกรองกลาง
Central Intelligence Agency
Seal of the Central Intelligence Agency.svg
ตราประทับสำนักข่าวกรองกลาง
Flag of the U.S. Central Intelligence Agency.svg
ธงของสำนักข่าวกรองกลาง
ข้อมูลองค์กร
ก่อตั้ง 18 กันยายน พ.ศ. 2490
หน่วยงานก่อนหน้า สำนักบริการด้านยุทธศาสตร์[1]
สำนักงานใหญ่ ศูนย์กลางข่าวกรองจอร์จ บุช, รัฐเวอร์จิเนีย, สหรัฐอเมริกา
คำขวัญ "การทำงานเพื่อชาติ ศูนย์กลางแห่งข่าวกรอง."
และอย่างไม่เป็นทางการ: "และคุณจะได้รู้ความจริง และความจริงจะทำให้คุณได้เป็นอิสระ." (John 8:32)[2]
เจ้าหน้าที่ 21,575 (ประมาณการ)[3]
งบประมาณ 15 พันล้านเหรียญสหรัฐ (เมื่อปี พ.ศ. 2556)
ผู้บริหารองค์กร ไมค์ ปอมปิโอ, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง
จีน่า เฮสเปล, รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง
หน่วยงานแม่ ไม่มี (หน่วยงานอิสระ)
หน้าเว็บไซต์
www.CIA.gov

สำนักข่าวกรองกลาง (อังกฤษ: Central Intelligence Agency) หรือย่อว่า ซีไอเอ (อังกฤษ: CIA) เป็นหน่วยงานราชการด้านข่าวกรองต่างชาติพลเรือนของ รัฐบาลกลางสหรัฐ มีหน้าที่รวบรวม ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติจากทั่วโลก โดยผ่านการข่าวกรองทางมนุษย์ (อังกฤษ: Human Intelligence; HUMINT) เป็นส่วนใหญ่ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของชุมชนข่าวกรองสหรัฐ (อังกฤษ: U.S. Intelligence Community; IC) สำนักข่าวกรองรายงานต่อผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (อังกฤษ: Director of National Intelligence; DNI) และจะเน้นไปที่การหาข่าวกรองให้ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ คณะรัฐมนตรีสหรัฐ เป็นหลัก

ไม่เหมือนกับ สำนักงานสอบสวนกลาง ที่เป็นหน่วยงานราชการความมั่นคงภายใน สำนักข่าวกรองกลางไม่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเน้นการรวบรวมข่าวกรองในต่างประเทศ โดยมีข้อจำกัดเฉพาะในการที่จะหาข่าวกรองจากในประเทศ อย่างไรก็ตามสำนักข่าวกรองกลางไม่ได้เป็นแค่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯที่เชี่ยวชาญในด้านข่าวกรองทางมนุษย์เท่านั้น มันยังมีหน้าที่ในการเป็นผู้จัดการระดับชาติในการประสานงานกับหน่วนงานต่างๆที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการข่าวกรองทางมนุษย์ทั้งหมด ในชนชุมข่าวกรองสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น สำนักข่าวกรองกลางเป็นหน่วยงานเดียวที่ได้รับอนุญาตโดยกฎหมาย ในการดำเนินการและดูแลการปฏิบัติการณ์ซ่อนเร้น (อังกฤษ: Covert Action/Operation) โดยคำสั่งประธานาธิบดี สำนักข่าวกรองกลางสามารถคงบคุมอิทธิพลทางการเมืองของต่างประเทศได้โดยผ่านทางแผนกยุทธวิธีของตน อย่างเช่น แผนกปฏิบัติการณ์พิเศษ (อังกฤษ: Special Activities Division; SAD)

ก่อนจะมีรัฐบัญญัติการปฏิรูปการข่าวกรองและการป้องกันการก่อการร้าย (อังกฤษ: Intelligence Reform and Terrorism Prevention Act) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางยังทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการเป็นหัวหน้าชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ แต่ปัจจุบันสำนักข่าวกรองถูกจัดระเบียบภายใต้ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ แม้จะมีการถ่ายโอนอำนาจบางส่วนไปยังผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติก็ตาม สำนักข่าวกรองกลางได้มีขนาดเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจาก วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ในปี พ.ศ. 2556 หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้รายงานว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 สำนักข่าวกรองกลางมีงบประมาณมากที่สุดในบรรดาหน่วยงานของชุมชนข่าวกรอง ซึ่งเกินกว่าการประมาณไว้ก่อนหน้า

สำนักข่าวกรองกลางได้ขยายบทบาทของตนเองมากขึ้น ซึ่งนั้นรวมไปถึงการปฏิบัติการณ์กึ่งทหารแบบซ่อนเร้น (อังกฤษ: Covert paramilitary operations) หนึ่งในแผนกที่ใหญ่ที่สุดของสำนักข่าวกรองกลางคือ ศูนย์ปฏืบัติการณ์ข้อมูล (อังกฤษ: Information Operations Center) ซึ่งได้เปลี่ยนหน้าที่จากการเน้นการต่อต้านการก่อการร้ายไปเป็นการปฏิบัติการณ์จู่โจมทางไซเบอร์ ในขณะที่สำนักข่าวกรองกลางได้มีความสำเร็จบางส่วนเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งรวมถึงการระบุตำแหน่งของ อุซามะฮ์ บิน ลาดิน และการมีส่วนร่วมในความสำเร็จของปฏิบัติการณ์เนปจูนสเปียร์ (อังกฤษ: Operation Neptune Spear) แต่สำนักข่าวกรองกลางเองก็มีข้อโต้เถียงในระเบียบงาน อย่างเช่น การกระทำการวิสามัญและการทรมาณ

หน้าที่[แก้]

เมื่อสำนักข่าวกรองกลางที่ก่อตั้งขึ้น หน้าที่ของมันก็คือการหาข่าวกรองและวิเคราะห์นโยบายของต่างประเทศ แต่ปัจจุบันหน้าที่ของสำนักข่าวกรองกลางคือรวบรวม วิเคราะห์ ประเมิน และเผยแพร่ข่าวกรองต่างประเทศ และการดำเนินการปฏิบัติการณ์ซ่อนเร้น

ตามปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 สำนักข่าวกรองกลางมีลำดับความสำคัญ 5 อย่างคือ:

  • การต่อต้านการก่อการร้าย
  • การป้องกันการแพร่กระจายของ อาวุธนิวเคลียร์ และ อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง อื่นๆ
  • แจ้งเตือน/รายงาน เหตุการณ์ที่สำคัญในต่างประเทศให้แก่ผู้นำของอเมริกา
  • ต่อต้านการข่าวกรองของต่างประเทศ
  • การข่าวกรองทางไซเบอร์

โครงสร้างองค์กร[แก้]

สำนักข่าวกรองกลางมีสำนักงานบริหารและ 5 กองอำนวยการหลัก คือ:

  • กองอำนวยการนวัตกรรมดิจิตอล
  • กองอำนวยการการวิเคราะห์
  • กองอำนวยการการปฏิบัติการณ์
  • กองอำนวยการสนับสนุน
  • กองอำนวยการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานบริหาร[แก้]

ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางรายงานโดยตรงต่อผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ในทางปฏิบัติแล้วผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางเป็นเพียงผู้ติดต่อกับผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ รัฐสภาสหรัฐ และ ทำเนียบขาว ในขณะที่รองผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารภายในของสำนักข่าวกรองกลาง

สำนักงานบริหารยังมีหน้าที่สนับสนุน กองทัพสหรัฐ ในการให้ข้อมูลที่ได้รวบรวมมาหรือได้มาจากหน่วยงานข่าวกรองทางทหาร และร่วมมือในการปฏิบัติการณ์ภาคสนาม ผู้อำนวยการบริหารมีหน้าที่คุมการปฏิบัติการณ์ของสำนักข่าวกรองกลางวันต่อวัน แต่ละสาขาของหน่วยงานราชการทางทหารมีผู้อำนวยการเป็นของตนเอง ผู้อำนวยการช่วยว่าการกิจการทางทหารหรือเจ้าหน้าที่ทางทหารอาวุโส มีหน้าที่ในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสำนักข่าวกรองกลางและกองสั่งการการรบร่วม (อังกฤษ: Unified Combatant Command; UCC) ซี่งเป็นผู้หาข่าวกรองในระดับภูมิภาค/การปฏิบัติการณ์ และใช้ข่าวกรองในระดับชาติที่สำนักข่าวกรองกลางเป็นผู้หา

กองอำนวยการการวิเคราะห์[แก้]

กองอำนวยการนี้มี 4 กลุ่มวิเคราะห์ระดับภูมิภาค 6 กลุ่มสำหรับการจัดการปํญหาข้ามชาติ และ 3 กลุ่มที่เน้นไปในเรื่องนโยบาย การรวมรวบและการสนับสนุนบุคลากร โดยมีสำนักงานที่ทำงานอย่างหนักใน อิรัก , สำนักงานวิเคราะห์ระดับภูมิภาคครอบคลุม ตะวันออกใกล้ และ เอเชียใต้ , สำนักงาน ประเทศรัสเซีย และ ทวีปยุโรป , สำนักงาน เอเชียแปซิฟิก ลาตินอเมริกา และ ทวีปแอฟริกา

กองอำนวยการการปฏิบัติการณ์[แก้]

กองอำนวยการการปฏิบัติการณ์มีหน้าที่รวบรวมข่าวกรองต่างประเทศ (โดยส่วนใหญ่มาจากแหล่งข่าวกรองทางมนุษย์ที่เป็นความลับ) และการปฏิบัติการณ์ซ่อนเร้น ชื่อของกองอำนวยการสะท้อนถึงหน้าที่ในการประสานงานในการปฏิบัติการณ์ด้านข่าวกรองทางมนุษย์ระหว่างสำนักข่าวกรองกลางและหน่วยงานอื่นๆภายในชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ ซึ่งมีการปฏิบัติการณืด้านข่าวกรองทางมนุษย์เป็นของตนเอง กองอำนวยการนี้ถูกก่อตั้งขึ้นมาในความพยายามจบปีแห่งการแข่งขันในด้านอิทธิพล ปรัชญาและงบประมาณระหว่าง กระทรวงกลาโหมสหรัฐ และสำนักข่าวกรองกลาง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯก็ได้จัดตั้งหน่วยงานราชการด้านข่าวกรองลับระดับโลก ชือ หน่วยงานราชการลับกลาโหม (อังกฤษ: Defense Clandestine Service; DCS) ภายใต้องค์กรข่าวกรองกลาโหม (อังกฤษ: Defense Intelligence Agency; DIA)

กองอำนวยการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[แก้]

กองอำนวยการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อการวิจัย สร้าง และจัดการอุปกรณ์ในการรวบรวมข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพ หลายๆนวัตกรรมของสำนักข่าวกรองกลางได้ถูกแพร่ไปยังองค์กรข่าวกรองอื่นๆด้วย หรือไม่ก็เปิดเผยให้กับหน่วยงานราชการทางทหาร

ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาเครื่องบินสอดแนมระดับความสูง-สูง ล็อกฮีด ยู-2 ได้สำเร็จร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งภารกิจดั้งเดิมของมันก็คือ การหาข่าวกรองทางรูปภาพ (อังกฤษ: Imagery Intelligence; IMINT) อย่างลับๆเหนือพื้นที่ต้องห้าม เช่น สหภาพโซเวียต ต่อมาก็ได้มีหน้าที่หาข่าวกรองทางสัญญาณ (อังกฤษ: Signal Intelligence; SIGINT) , ข่าวกรองทางการวัดและลักษณะเฉพาะ (อังกฤษ: Measurement and Signature Intelligence; MASINT) และในตอนนี้ก็ได้ปฏิบัติการณ์ภายใต้กองทัพอากาศสหรัฐ

กองอำนวยการสนับสนุน[แก้]

กองอำนวยการสนับสนุนมีโครงสร้างและหน้าที่การจัดการหน่วยที่สำคัญ ดังนี้:

  • สำนักงานการรักษาความปลอดภัย
  • สำนักงานการสื่อสาร
  • สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

ประวัติ[แก้]

สหรัฐ ดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมข่าวกรองต่างประเทศตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรก ต่อมาเริ่มมีการประสานงานบนพื้นฐานระดับรัฐบาลอย่างกว้างขวางตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการพัฒนาโครงการที่โดดเด่นสามโครงการเพื่อการประสานงานข่าวกรองพื้นฐานคือ

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ข่าวกรองพื้นฐานจากหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีความซ้ำซ้อนและมีความขัดแย้งของข่าวสาร การโจมตีของญี่ปุ่นต่อเพิร์ลฮาร์เบอร์ ในปี พ.ศ. 2484 ทำให้ผู้นำในรัฐสภาและผู้บริหารสาขาต่าง ๆ ต้องการที่จะสรุปการรายงานต่าง ๆ ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายของชาติ รายละเอียดและการประสานงานข่าวสาร มีความต้องการไม่ได้เพียงแต่ประเทศที่มีมหาอำนาจเช่น เยอรมนี หรือญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงดินแดนต่าง ๆ ที่มีผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย เช่น ในสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก กองทัพเรือและนาวิกโยธินได้ปฏิบัติการยกพลขึ้นบกต่อเกาะจำนวนมากที่ซึ่งข่าวสารไม่ได้รับการยืนยันหรือไม่มีมาก่อน ผู้มีอำนาจการข่าวกรองได้แก้ปัญหาเช่นนั้นก็เพื่อไม่ต้องการให้สหรัฐถูกกระทำแบบที่ไม่มีการเตรียมตัวมาก่อนเกิดขึ้นอีก

ปี พ.ศ. 2486 นายพล จอร์จ สตรอง และนายพลเรือ เทรน (สำนักงานข่าวกรองกองทัพเรือ) และ นายพล วิลเลี่ยม โดโนแวน (ผู้อำนวยการสำนักงานบริการยุทธศาสตร์) มึความตกลงร่วมกันที่จะสถาปนาหน่วยงานความพยายามร่วม คณะกรรมาธิการได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2486 โดยได้เสนอแนะการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาและเผยแพร่ข่าวกรองร่วม เพื่อก่อตัว แก้ไข ประสานงาน และตีพิมพ์ การศึกษาข่าวกรองร่วมกองทัพบกและกองทัพเรือ (JANIS : เจนิส) เจนิส จึงเป็นโครงการข่าวกรองพื้นฐานระหว่างกระทรวงหน่วยแรกที่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาลสหรัฐ สำหรับการประเมินการประสานงานและการแบ่งมอบอำนาจของข่าวกรองยุทธศาสตร์พื้นฐาน ในระหว่างเดือนเมษายน ค.ศ. 1943 – กรกฎาคม ค.ศ. 1947 คณะกรรมการได้ตีพิมพ์ การศึกษาของเจนิสจำนวน 34 ฉบับ เจนิสได้ปฏิบัติงานได้ดีระหว่างสงคราม และความต้องการข่าวกรองพื้นฐานที่ละเอียดซับซ้อนมีสูงขึ้นหลังสงครามโลก

ซีไอเอได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 และเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2490 ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลางเริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2490 โดยรับมอบความรับผิดชอบงานต่อจาก เจนิส เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2491 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้ออกคำสั่ง กำหนดการปฏิบัติการข่าวกรอง หมายเลข 3 ที่มอบอำนาจให้ โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติทำหน้าที่ระหว่างช่วงสันติแทนช่วงสงครามของโครงการเจนิส ก่อนแผนกประเทศ ของ โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ จะผลิตข่าวกรองได้อย่างเพียงพอ หน่วยงานของรัฐบาลจะต้องพัฒนาอักขรานุกรมภูมิศาสตร์และแผนที่ที่ดีขึ้น คณะกรรมการสหรัฐเรื่องชื่อภูมิศาสตร์รวบรวมรายชื่อ กระทรวงมหาดไทยผลิตอักขรานุกรมภูมิศาสตร์และ หน่วยข่าวกรองกลางผลิตแผนที่

ทางเข้าสำนักงานซีไอเอ

คณะกรรมการฮูเวร์ของคณะกรรมมาธิการคล้าก ถูกตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2497 เพื่อศึกษาโครงสร้างและระบบการบริหารของหน่วยข่าวกรองกลาง และได้รายงานต่อรัฐสภาในปี พ.ศ. 2498 ว่า “โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ เป็นสิ่งตีพิมพ์ที่หาค่ามิได้ซึ่งให้ข้อมูลข่าวกรองพื้นฐานที่จำเป็นของทุกพื้นที่ทั่วโลก ดังนั้นจึงมีความต้องการดังกล่าวยังคงมีอยู่ต่อไปเพื่อรักษาให้การสำรวจข้อมูลมีความทันสมัยตลอดไป” หนังสือความจริงของโลก ได้จัดทำขึ้นเป็นสรุปรายงานประจำปีและปรับปรุงให้เป็นสารานุกรมของการศึกษาโครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ หนังสือความจริงของโลกฉบับมีชั้นความลับเล่มแรกจัดทำขึ้นในปี พ.ศ. 2505 และฉบับไม่จำกัดชั้นความลับพิมพ์ในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2514 โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติได้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2516 ยกเว้นส่วนของ หนังสือความจริงของโลก แผนที่ และอักรานุกรมภูมิศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1975 หนังสือความจริงแห่งโลกได้รับการจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรกต่อสาธารณาชนโดยผ่านสำนักพิมพ์รัฐบาล ในปี พ.ศ. 2547 เป็นปีที่ 57 ของการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองกลาง และปีที่ 61 ของความต่อเนื่องข่าวกรองพื้นฐานที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลสหรัฐโดยการจัดทำ หนังสือความจริงของโลก

อ้างอิง[แก้]

  1. "History of the CIA, CIA official Web site". Cia.gov. สืบค้นเมื่อ March 28, 2014. 
  2. "CIA Observes 50th Anniversary of Original Headquarters Building Cornerstone Laying – Central Intelligence Agency". Central Intelligence Agency. สืบค้นเมื่อ September 18, 2012. 
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ wp20130829

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]