ข้ามไปเนื้อหา

ประเทศอุซเบกิสถาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน
O‘zbekiston Respublikasi,
Ўзбекистон Республикаси
 (อุซเบก)
ธงชาติของUzbekistan
ธงชาติ
เพลงชาติ: 
O‘zbekiston Respublikasining Davlat madhiyasi,
Ўзбекистон Республикасининг Давлат мадҳияси

"เพลงชาติสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน"
ที่ตั้งของประเทศอุซเบกิสถาน (สีเขียว)
ที่ตั้งของประเทศอุซเบกิสถาน (สีเขียว)
เมืองหลวง
และเมืองใหญ่สุด
ทาชเคนต์
41°19′N 69°16′E / 41.317°N 69.267°E / 41.317; 69.267
ภาษาราชการอุซเบก[1][2]
ภาษาที่รับรองการากัลปัก
กลุ่มชาติพันธุ์
(ค.ศ. 2021)[3]
ศาสนา
(ค.ศ. 2020)[4]
เดมะนิม
การปกครองรัฐเดี่ยว สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดีและระบบพรรคเด่น
ชัฟแกต มือร์ซียอยิฟ
อับดุลลา อารีปัฟ
 ประธานวุฒิสภา
Tanzila Narbayeva
Nurdinjan Ismailov
สภานิติบัญญัติสภาสูงสุด
วุฒิสภา
สภานิติบัญญัติ
ก่อตั้ง
ค.ศ. 1370
27 ตุลาคม ค.ศ. 1924
 เป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต
1 กันยายน ค.ศ. 1991a
 ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
26 ธันวาคม ค.ศ. 1991
2 มีนาคม ค.ศ. 1992
8 ธันวาคม ค.ศ. 1992
พื้นที่
 รวม
448,978[6][7] ตารางกิโลเมตร (173,351 ตารางไมล์) (55)
 แหล่งน้ำ (%)
4.9
ประชากร
 ประมาณ 2025
เพิ่มขึ้นเป็นกลาง 38,256,514[8] (38)
 ความหนาแน่น
80.2 ต่อตารางกิโลเมตร (207.7 ต่อตารางไมล์) (138)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ประมาณ 2025
 รวม
เพิ่มขึ้น $5.078 แสนล้าน[9] (53)
 ต่อหัว
เพิ่มขึ้น $12,596[9] (114)
จีดีพี (ราคาตลาด)ประมาณ 2025
 รวม
เพิ่มขึ้น $1.40480 แสนล้าน[9] (60)
 ต่อหัว
เพิ่มขึ้น $3,945[9] (134)
จีนี (2022)positive decrease 31.2[10]
ความเหลื่อมล้ำปานกลาง
เอชดีไอ (2025)เพิ่มขึ้น 0.740[11]
สูง (107)
สกุลเงินโซมอุซเบกิสถาน (UZS)
เขตเวลาUTC+5 (เวลาอุซเบกิสถาน)
รหัสโทรศัพท์+998
รหัส ISO 3166UZ
โดเมนบนสุด.uz
  1. ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1991 สภาโซเวียตสูงสุดแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบกลงคะแนนเสียงให้ประเทศเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต วันถัดมาได้รับการประกาศเป็นวันหยุดแห่งชาติและกลายเป็นวันเอกราชอุซเบกิสถาน

อุซเบกิสถาน (อังกฤษ: Uzbekistan; อุซเบก: O'zbekiston) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน (อังกฤษ: Republic of Uzbekistan; อุซเบก: O‘zbekiston Respublikasi) เป็นประเทศในทวีปเอเชียกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตติดกับประเทศอัฟกานิสถานในทวีปเอเชียใต้ ประเทศคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน และมีชายฝั่งบนทะเลอารัล อุซเบกิสถานเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต มีภาษาอุซเบกเป็นภาษาราชการ และภาษารัสเซียถูกใช่อย่างแพร่หลายและเป็นที่เข้าใจในประชากรส่วนใหญ่ ศาสนาอิสลามมีบทบาทเป็นศาสนาหลักโดยพฤตินัยโดยเฉพาะนิกายซุนนี ประชากรชาวอุซเบกถูกจัดอยู่ในกลุ่มชนเตอร์กิกโดยอุซเบกิสถานถือเป็นสมาชิกขององค์การรัฐเตอร์กิก

ผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มแรกในดินแดนอุซเบกิสถานสมัยใหม่คือชนเผ่าเร่ร่อนจากตะวันออกของอิหร่าน หรือที่รู้จักกันในชื่อชาวซิทซึ่งมีบทบาทนำในการก่อตั้งอาณาจักรต่าง ๆ ในบริเวณคอรัสเมีย, แบกเตรีย และซอคเดียในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช รวมถึงภูมิภาคมาร์เกียนาและเฟอร์กานาในศตวรรษที่ 3–6 ก่อนคริสต์ศักราช[12] ดินแดนทั้งหมดถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอะคีเมนิด และกลายเป็นดินแดนของจักรวรรดิพาร์เธียและจักรวรรดิซาเซเนียนตามลำดับ ก่อนเกิดการพิชิตจักรวรรดิเปอร์เซียโดยมุสลิมในศตวรรษที่ 7 การพิชิตดินแดนโดยมุสลิมและการเรืองอำนาจของจักรวรรดิซามานิดส์ส่งผลให้ศาสนาอิสลามเข้ามามีบทบาทสำคัญในดินแดนทั้งหมด ในช่วงเวลาดังกล่าว เมืองต่าง ๆ เริ่มมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสืบเนื่องจากเส้นทางสายไหมและเข้าสู่ยุคทองของอิสลามในเวลาต่อมา การโค่นล้มราชวงศ์อะนุสเตกินซึ่งเป็นราชวงศ์มุสลิมเก่าแก่ในยุคนั้นจากการรุกรานควาราซเมียของมองโกลระหว่าง ค.ศ. 1219 ถึง 1221 นำไปสู่การครอบงำดินแดนโดยชาวเติร์ก จักรวรรดิเตมือร์ถูกก่อตั้งโดยเตมือร์ โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ซามาร์กันต์ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์ภายใต้ผู้ปกครองอย่างอูลุฆ เบกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองของอิสลาม ต่อมา ดินแดนของจักรวรรดิเตมือร์ถูกยึดครองโดยราชวงศ์เชแบนิดในศตวรรษที่ 16 และการพิชิตดินแดนโดยจักรพรรดิบาบูร์บริเวณภูมิภาคตะวันออกนำไปสู่การสถาปนาจักรวรรดิโมกุลในอินเดีย ต่อมา ดินแดนในภูมิภาคเอเชียกลางทั้งหมดได้ถูกรวมกลายเป็นจักรวรรดิรัสเซียในศควรรษที่ 19 โดยมีทาชเคนต์เป็นศูนย์กลางของเตอร์กิสถานของรัสเซีย การกำหนดเขตแดนในสหภาพโซเวียตในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อให้เกิดสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบกซึ่งมีฐานะเป็นสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต ก่อนที่ดินแดนทั้งหมดจะได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1991 และกลายเป็นสาธารณรัฐอุซเบกิสถานมาจวบจนปัจจุบัน

อุซเบกิสถานถือเป็นรัฐโลกวิสัยปกครองด้วยระบบประธานาธิบดีซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ อุซเบกิสถานประกอบด้วย 12 ภูมิภาค, ทาชเคนต์ (เมืองหลวง) และสาธารณรัฐปกครองตนเอง ได้แก่ สาธารณรัฐการากัลปักสถาน องค์การนอกภาครัฐนิยามการปกครองของอุซเบกิสถานว่าเป็นลัทธิอำนาจนิยมที่จำกัดสิทธิพลเมือง[13] การปฏิรูปครั้งสำคัญโดยประธาธิบดีคนปัจจุบันอย่างชัฟแกต มือร์ซียอยิฟ เกิดขึ้นภายหลังการเสียชีวิตของอิสลอม แกรีมัฟผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกยาวนานถึง 25 ปี การปฏิรูปดังกล่าวส่งผลให้ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างคีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน และอัฟกานิสถานพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ[14][15][16][17] ใน ค.ศ. 2020 สหประชาชาติรายงานว่าการพัฒนาประเทศมีความก้าวหน้าอย่างมาก และบรรลุเป้าหมายตามแผนการพัฒนายั่งยืนโดยสหประชาชาติ[18]

เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีนโยบายการค้าต่างประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2017 สกุลเงินของประเทศสามารถแปลงสภาพได้ตามอัตราความผันผวนของราคาตลาด อุซเบกิสถานเป็นผู้ผลิตและส่งออกฝ้ายรายใหญ่ และด้วยโรงงานผลิตไฟฟ้าจำนวนมากตั้งแต่สมัยโซเวียตกอปรกับการมีก๊าซธรรมชาติที่เพียงพอ อุซเบกิสถานจึงกลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง[19] ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 2018–2021 อุซเบกิสถานได้รับการจัดอันดับที่ดีตามความน่าเชื่อทางเศรษฐกิจโดยสองสถาบันชื่อดังอย่างสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์สและฟิทช์ เรทติ้งส์[20] สถาบันบรูคกิงส์อธิบายว่าอุซเบกิสถานมีทุนสภาพคล่องขนาดใหญ่ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง มีหนี้สาธารณะต่ำ และมีอัตราจีดีพีต่อหัวต่ำ[21] อุซเบกิสถานเป็นสมาชิกของเครือรัฐเอกราช, สหประชาชาติ และ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้

ภูมิศาสตร์

[แก้]
แผนที่ประเทศอุซเบกิสถาน

อุซเบกิสถานมีพื้นที่ 447,400 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลสองชั้นในโลก นั่นคือประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลล้อมรอบไปด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลอื่นอีก อุซเบกิสถานตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสายหลักสองสาย คือ แม่น้ำซีร์ดาร์ยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และแม่น้ำอามูดาร์ยา ในทางตะวันตกเฉียงใต้ อุซเบกิสถานมีพรมแดนติดกับคาซัคสถานทางตะวันตกเฉียงเหนือและเหนือคีร์กีซสถานและทาจิกิสถานทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ อัฟกานิสถานทางทิศใต้ และเติร์กเมนิสถานทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

จุดที่อยู่เหนือสุดของอุซเบกิสถานคือที่ราบสูงอุสตูร์ต ใกล้กับชายฝั่งตะวันตกของทะเลอารัล จุดที่อยู่ใต้สุดอยู่ที่ภูมิภาคซูร์คันดาร์ยา ใกล้กับเมืองเทอร์เมซ จุดที่อยู่ตะวันตกสุดอยู่บนที่ราบสูงอุสตูร์ต และจุดที่อยู่ตะวันออกสุดอยู่ในหุบเขาเฟอร์กานา บนชายแดนติดกับประเทศคีร์กีซสถาน[22]

ภูมิอากาศ

[แก้]

ทะเลทรายแบบภาคพื้นทวีป หน้าร้อน ๆ นาน หน้าหนาวอากาศเย็นสบาย

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

[แก้]
รูปหล่อเล็กหญิง ทำจากคลอไรและหินปูน จุดเริ่มต้นของสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้ยึดครองดินแดนของฮ่อเมื่อปี 367 ก่อนคริสตกาล ในภายหลังดินแดนนี้ได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซียในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 ก่อนจะถูกยึดครองโดยจักรวรรดิมองโกลของเจงกีส ข่าน เมื่อ ค.ศ. 1220

ยุคประวัติศาสตร์

[แก้]

ในศตวรรษที่ 13 ขุนศึกชื่อเตมือร์ได้มีอำนาจเหนือมองโกลและตั้งอาณาจักรของตนเองขึ้นที่เมืองซามาร์กันต์ เตมือร์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างชาติอุซเบกิสถานในยุคปัจจุบัน

ศตวรรษที่ 19

[แก้]

คริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อจักรวรรดิรัสเซียได้ขยายอำนาจมาในย่านเอเชียกลาง

ศตวรรษที่ 20

[แก้]

อุซเบกิสถานได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในสหภาพโซเวียต มีชื่อว่าสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบก ก่อนจะได้รับอิสรภาพหลังจากการล่มสลายของโซเวียตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1991

การเมืองการปกครอง

[แก้]

รัฐธรรมนูญปี 1993 กำหนดให้อุซเบกิสถานมีการปกครองแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตย

สถานการณ์การเมือง

[แก้]

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2548 ได้มีการประท้วงรัฐบาลที่เมือง Andijan ราว 200 กิโลเมตรจากกรุงทาชเคนต์ และต่อมาที่เมือง Korasuv ในเขตหุบเขา Ferghana ทางภาคตะวันออกใกล้พรมแดนคีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นเขตที่ถูกจับตามองจากทางการอุซเบกิสถาน เนื่องจากรัฐบาลเชื่อว่ามีกลุ่มมุสลิมที่ต่อต้านรัฐบาลและมีแนวความคิดที่จะแยกตัวเป็นอิสระ แหล่งข่าวต่าง ๆ เชื่อว่าการประท้วงมีสาเหตุจากความไม่พอใจการบริหารประเทศของประธานาธิบดี ที่ละเลยต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ในการปะทะกันของกองทัพของรัฐบาลและผู้ชุมนุมประท้วงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 750 คน และบาดเจ็บอีกนับพันคน (ตัวเลขทางการมีผู้เสียชีวิต 187 คน) ซึ่งรัฐบาลอุซเบกิสถานได้กล่าวหากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง (Hizb ut-Tahrir) ว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุจลาจลดังกล่าว และเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 ศาลสูงสุดของอุซเบกิสถานได้ตัดสินจำคุกผู้ต้องหา 15 คน ซึ่งรัฐบาลกล่าวหาว่ามีส่วนก่อเหตุความไม่สงบที่เมือง Andijan ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การสารภาพ โดยแหล่งข่าวต่าง ๆ เชื่อว่ากระบวนการตัดสินไม่โปร่งใส และน่าจะเป็นเพียงการจัดฉากของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น

หลังจากที่สหรัฐฯ ลังเลที่จะแสดงท่าทีในเรื่องนี้ เนื่องจากความร่วมมือด้านการทหารที่มีอยู่ แต่ต่อมาสหรัฐฯ EU และ OSCE ได้เรียกร้องให้องค์การนานาชาติเข้าไปสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดี Karimov ปฏิเสธและยืนยันไม่ให้มีการสอบสวนดังกล่าว เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากองค์การสหประชาชาติที่สหรัฐฯ เป็นแกนนำได้ช่วยเหลือนำผู้ลี้ภัยชาวอุซเบกที่ลี้ภัยไปยังประเทศคีร์กีซสถานส่งต่อไปยังประเทศโรมาเนีย รัฐบาลของประธานาธิบดีคารีมอฟได้ออกคำสั่งให้ถอนฐานทัพของสหรัฐที่ประจำอยู่ที่เมือง Karshi-Khanabad ซึ่งเป็นเมือง หน้าด่านชายแดนติดกับประเทศอัฟกานิสถานออกจากเทศอุซเบกิสถานภายในสิ้นปี 2548 เมื่อเดือนตุลาคม 2548 ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ EU ได้มีมติให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอุซเบกิสถาน โดยจะงดค้าอาวุธ ลดเงินทุนช่วยเหลือและระงับโครงการบางส่วนของ The EU - Uzbek Partnership and Cooperation Agreement (PAC) รวมทั้งงดการตรวจลงตราแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอุซเบกิสถานอีก 12 คนด้วย ล่าสุด ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 มีมติให้ยกเลิกการระงับการให้วีซ่าเข้าสหภาพยุโรปแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอุซเบกิสถานจำนวน 4 คน จาก 12 คนที่สหภาพยุโรปเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์รุนแรงที่ Andijan

สำหรับรัสเซียได้แสดงการสนับสนุนอุซเบกิสถานในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเชื่อว่าการจลาจลที่เมือง Andijan มีผู้อยู่เบื้องหลังไม่ใช่เกิดขึ้นจากความไม่พอใจต่อรัฐบาลต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างที่ประเทศส่วนใหญ่เข้าใจกัน โดยเมื่อวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2548 ประธานาธิบดีคารีมอฟเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ โดยได้มีการลงนามความร่วมมือทางการทหารร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ใช้อาวุธของตนในเขตแดนของกันและกัน และการช่วยเหลือทางการทหารต่อกันในกรณีที่ถูกรุกราน

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

ประเทศอุซเบกิสถานแบ่งออกเป็น 12 แคว้น (viloyat), 1 สาธารณรัฐปกครองตนเอง* (avtonom respublikasi) และ 1 นครอิสระ** (shahar) ได้แก่

ชื่อหน่วยการปกครองเมืองหลักเนื้อที่
(ตร.กม.)
จำนวนประชากรรหัส
ไอเอสโอ 3166-2
แผนที่
การ์ชือ28,4002,029,000UZ-QAแผนที่
เนอกึส160,0001,200,000UZ-QR
อูร์แกนช์6,300 1,200,000UZ-XO
จึซซัฆ20,500910,500UZ-JI
ซามาร์กันต์16,4002,322,000UZ-SA
กือลึสตอน5,100648,100UZ-SI
เตร์มึส20,8001,676,000UZ-SU
นูรัฟชอน15,3004,450,000UZ-TO
UZ-TK
นามังแกน7,9001,862,000UZ-NG
นาวออีย์110,800767,500UZ-NW
บูฆอรอ39,4001,384,700UZ-BU
ฟาร์ฆอนา6,8002,597,000UZ-FA
อันดือจอน4,2001,899,000UZ-AN

เศรษฐกิจ

[แก้]

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ

[แก้]
ทาชเคนต์
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ 13.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)
  • การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.2 (2549)
  • มูลค่าการส่งออก 5.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สินค้าส่งออกสำคัญ ฝ้าย 41.5 % ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ถ่านหิน โลหะ ทองและเงิน เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ
  • ตลาดส่งออกสำคัญ รัสเซีย จีน ยูเครน ตุรกี ทาจิกิสถาน บังคลาเทศ
  • มูลค่าการนำเข้า 4.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สินค้านำเข้าสำคัญ เครื่องจักรและชิ้นส่วน (50%) ผลิตภัณฑ์อาหาร (16%) เคมีภัณฑ์ โลหะ
  • แหล่งนำเข้าสำคัญ รัสเซีย เกาหลีใต้ เยอรมนี จีน คาซัคสถาน ตุรกี
  • ทรัพยากร ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ถ่านหิน ทองคำ ยูเรเนียม เงิน ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ทังสเตน
  • อุตสาหกรรมหลัก สิ่งทอ อาหารแปรรูป เครื่องจักรกล อุตสาหกรรมโลหะ ก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

[แก้]

อุซเบกิสถานมีจุดแข็งที่สำคัญคือเป็นตลาดขนาดใหญ่เป็นลำดับ 3 ของประเทศ CIS และมีความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจ ได้แก่ เมือง Samarkand , Bukara และ Khiva ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมบนเส้นทางสายไหมในอดีต

รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ การปฏิรูปการเกษตร การเปิดเสรีทางการค้าต่างประเทศและการเงิน การปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศเป็นธุรกิจผูกขาดที่ดำเนินการโดยเครือข่ายของบุคคลในตระกูลและกลุ่มผลประโยชน์ของบุคคลในรัฐบาล อีกทั้งระบบการจัดเก็บภาษียังไม่โปร่งใส ตลอดจนการกระจายรายได้ไม่ถึงประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ประชากรยังประสบกับปัญหาความยากจน

ประชากรศาสตร์

[แก้]

เชื้อชาติ

[แก้]
เด็กๆ ชาวอุซเบก

ประชากร 27.7 ล้านคน (2549) ประกอบด้วยชาวอุซเบกร้อยละ 80 รัสเซียร้อยละ 5.5 ทาจิกร้อยละ 5 คาซัคร้อยละ 3 คาราคาลปักร้อยละ 2.5 ตาตาร์ร้อยละ 1.5 อื่น ๆ ร้อยละ 2.5 รวมถึงชนกลุ่มน้อยมากมายหลายกลุ่ม แต่ที่มีจำนวนมาก คือ พวกคีร์ คาซัค อุซเบก ทาจิก เติร์กเมน รัสเซียน อาเซอรี และเคิร์ด

ศาสนา

[แก้]

อิสลามนิกายซุนนี ร้อยละ 88 คริสต์ นิกายอีสเทิร์นออร์ทอด็อกซ์ร้อยละ 9 และอื่นๆ ร้อยละ 3

ภาษา

[แก้]

อุซเบก 74.3% รัสเซีย 14.2% ทาจิก 4.4%

วันหยุด

[แก้]

วันหยุดนอกเหนือจากทางราชการ

  • End of Ramazon Ramazon Hayit Eid al-Fitr
  • 70 days later Qurbon Hayit Eid al-Adha

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "Uzbekistan: Law "On Official Language"". Refworld. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 May 2019. สืบค้นเมื่อ 26 November 2022.
  2. "Constitution of the Republic of Uzbekistan". constitution.uz. สืบค้นเมื่อ 1 September 2020.
  3. "Permanent population by national and / or ethnic group, urban / rural place of residence". Data.egov.uz. 2-001-1779. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 February 2023. สืบค้นเมื่อ 16 September 2022.
  4. "National Profiles | World Religion". The Association of Religion Data Archives (the ARDA). สืบค้นเมื่อ 20 November 2025.
  5. "Constitution of the Republic of Uzbekistan". constitution.uz. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 December 2015. สืบค้นเมื่อ 26 November 2022.
  6. "Territory of the republic of Uzbekistan". The Government Portal Of The Republic Of Uzbekistan. สืบค้นเมื่อ 8 July 2025.
  7. "Uzbekistan". Central Intelligence Agency. 27 February 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 January 2021. สืบค้นเมื่อ 24 February 2023 โดยทาง CIA.gov.
  8. "Demographic situation in the Republic of Uzbekistan - 28/08/2025". Statistics Agency of Uzbekistan. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 December 2020. สืบค้นเมื่อ 9 May 2024.
  9. 1 2 3 4 "World Economic Outlook Database, April 2025" (ภาษาอังกฤษ).
  10. "Gini index (World Bank estimate)". World Bank Group. สืบค้นเมื่อ 26 December 2024.
  11. "Human Development Report 2023/24" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 13 March 2024. p. 275. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 March 2024. สืบค้นเมื่อ 9 May 2024.
  12. "Uzbek, "the penguin of Turkic languages"". Languages Of The World (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2011-02-25.
  13. "Uzbekistan". U.S. Department of State.
  14. Rapoza, Kenneth. "Eurasia's Latest Economic Reboot Can Be Found In Uzbekistan". Forbes (ภาษาอังกฤษ).
  15. Lillis, Joanna (2017-10-03). "Are decades of political repression making way for an 'Uzbek spring'?". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2023-12-21.
  16. Foundation, Observer Research (2017-12-08). "Uzbekistan: A Quiet Revolution Taking Place – Analysis". Eurasia Review (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  17. "CSRS En – مرکز مطالعات استراتژيک ومنطقوی د ستراتېژيکو او سيمه‌ييزو څېړنو مرکز" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2023-12-19. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-21. สืบค้นเมื่อ 2023-12-21.
  18. "Uzbekistan | Department of Economic and Social Affairs". sdgs.un.org.
  19. "International legal business solutions | GLI". GLI - Global Legal Insights - International legal business solutions (ภาษาอังกฤษ).
  20. "Uzbekistan Sovereign credit ratings - data, chart". TheGlobalEconomy.com (ภาษาอังกฤษ).
  21. "Uzbekistan's star appears in the credit rating universe". Brookings (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  22. "Uzbekistan Nature and Geography: Mountains, Rivers, Lakes and Deserts". www.advantour.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-12-01.

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • Nahaylo, Bohdan and Victor Swoboda. Soviet Disunion: A History of the Nationalities problem in the USSR (1990) excerpt
  • Rashid, Ahmed. The Resurgence of Central Asia: Islam or Nationalism? (2017)
  • Smith, Graham, ed. The Nationalities Question in the Soviet Union (2nd ed. 1995)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

ข้อมูลทั่วไป

สื่อ

42°N 64°E / 42°N 64°E / 42; 64