ประเทศกาบอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก กาบอง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สาธารณรัฐกาบอง
République Gabonaise (ฝรั่งเศส)
ธงชาติ
เพลงชาติลากงกอร์ด (La Concorde)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ลีเบรอวีล
0°23′N 9°27′E / 0.383°N 9.450°E / 0.383; 9.450
ลีเบรอวีล
ลีเบรอวีล
ลีเบรอวีล
ลีเบรอวีล (ประเทศกาบอง)
ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส
การปกครอง สาธารณรัฐ
•  ประธานาธิบดี อาลี บองโก ออนดิมบา
•  นายกรัฐมนตรี Julien Nkoghe Bekale
เอกราช
•  จากฝรั่งเศส 17 สิงหาคม พ.ศ. 2503 
พื้นที่
•  รวม 267,668 ตร.กม. (75)
103,347 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
•  พ.ศ. 2560 (ประเมิน) 1,979,786[1] (150)
•  ความหนาแน่น 5.5 คน/ตร.กม. (216)
14.3 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม 36.751 พันล้านดอลลาร์ 
•  ต่อหัว 19,266 ดอลลาร์ 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม 14.467 พันล้านดอลลาร์ 
•  ต่อหัว 7,583 ดอลลาร์ 
จีนี (2548) 42.2[2] 
HDI (2559) Increase 0.697 (ปานกลาง) (109th)
สกุลเงิน ฟรังก์ซีเอฟเอ (XAF)
เขตเวลา WAT (UTC+1)
 •  ฤดูร้อน (DST) ไม่มี (UTC+1)
โดเมนบนสุด .ga
รหัสโทรศัพท์ 241

กาบอง (ฝรั่งเศส: Gabon) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐกาบอง (ฝรั่งเศส: République Gabonaise) เป็นประเทศในตอนกลางของภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับอิเควทอเรียลกินี แคเมอรูน สาธารณรัฐคองโก และอ่าวกินี

กาบองปกครองโดยประธานาธิบดีที่สถาปนาตนเองขึ้นสู่อำนาจนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2503 กาบองได้นำระบบหลายพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญใหม่มาใช้ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ที่ทำให้เกิดกระบวนการการเลือกตั้งที่โปร่งใสยิ่งขึ้น รวมทั้งเกิดการปฏิรูปสถาบันต่าง ๆ ของรัฐ กาบองมีจำนวนประชากรไม่มาก แต่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนเอกชนต่างชาติ ทำให้กาบองกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในภูมิภาคนี้

ภูมิศาสตร์[แก้]

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

ลักษณะภูมิอากาศ[แก้]

อากาศร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร อุณหภูมิสูงและฝนตกชุก มีฤดูแล้งยาวนานตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน หลังจากนั้นเป็นฤดูฝนช่วงสั้น ๆ และจะเป็นฤดูแล้งอีกครั้งตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และเป็นฤดูฝนอีกครั้งฝนตกโดยเฉลี่ยประมาณ 510 มิลลิเมตรต่อปี

ประวัติศาสตร์[แก้]

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์กาบอง

เดิมดินแดนกาบองในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส เป็นส่วนหนึ่งในดินแดนอิเควทอเรียลแอฟริกาของสหพันธ์แอฟริกาตะวันตก ในปี พ.ศ. 2501 กาบองได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง และ ได้ประกาศเอกราชเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2504 โดยมีนาย ลียง เอ็มบา เป็นประธานาธิบดีคนแรก ในปี พ.ศ. 2507 ได้เกิดการรัฐประหารขึ้น แต่ด้วยความช่วยเหลือของฝรั่งเศส โดยได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามเดิมจนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2510

นาย Albert-Bernard Bongo (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น โอมา บองโก อนดิมบา) รองประธานาธิบดี ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสให้เข้ารับตำแหน่งแทน และจัดตั้งระบบการปกครองแบบพรรคการเมืองเดียว โดยมีพรรคประชาธิปไตยกาบอง (PDG : Parti democratique gabonais) เป็นพรรครัฐบาล ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอมา บองโก อนดิมบา ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งซ้ำในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2522 และ พ.ศ. 2529 โดยไม่มีคู่แข่ง

ในปี พ.ศ. 2533 ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มต่าง ๆ ภายในประเทศ รัฐบาลกาบองได้จัดให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นระบบการเมืองแบบหลายพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปไตยกาบองของประธานาธิบดีบองโก ยังคงได้รับเสียงข้างมากในสภาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีขึ้นในปี พ.ศ. 2536 นายบองโก ยังคงได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งซ้ำในปี พ.ศ. 2541

ในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มระยะเวลาให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งจากเดิมวาระละ 5 ปี เป็นวาระละ 7 ปี และมีการแต่งตั้งตำแหน่งรองประธานาธิบดีขึ้นมาอีกครั้ง และในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งโดยยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี ซึ่งทำให้นายบองโก มีสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 และชนะการเลือกตั้ง โดยนับเป็นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 6 และถือเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในแอฟริกา

ปัจจุบัน ประธานาธิบดีโอมา บองโก ออนดิมบา เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ที่คลิกนิกแห่งหนึ่งในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในวัย 73 ปี โดยทางการกาบองได้ประกาศไว้อาลัยแก่การเสียชีวิตของนายบองโก เป็นเวลา 30 วัน และกำหนดให้ประธานวุฒิสภานาง Rose Francine Rogombe ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีและจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน ในชั้นนี้ สถานการณ์ในกรุงลิเบรวิลล์ยังอยู่ในความสงบไม่เกิดเหตุวุ่นวายตามที่มีการคาดไว้แต่อย่างใด

ความพยายามรัฐประหารในประเทศกาบอง พ.ศ. 2562[แก้]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 ได้มีความพยายามรัฐประหารที่นำโดยทหาร เพื่อต่อต้านประธานาธิบดี อาลี บองโก ออนดิมบา[3]

การเมืองการปกครอง[แก้]

บริหาร[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐบาลกาบอง

กาบองมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และ เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลและเป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยการหารือกับประธานาธิบดี โดยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองมากที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกาตะวันตก

นิติบัญญัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาแห่งกาบอง

ในปี พ.ศ. 2533 กาบองเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้มีระบบการเมืองหลายพรรค รัฐสภาของกาบองเป็นระบบสภาคู่ โดยสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 120 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งทั่วไป และอยู่ในตำแหน่งวาระละ 5 ปี ในส่วนของวุฒิสภาจำนวน 91 ที่นั่ง (ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538) เลือกจากสมาชิกสภาท้องถิ่น และอยู่ในตำแหน่งวาระละ 5 ปี

ตุลาการ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ระบบกฎหมายกาบอง

ต่างประเทศ[แก้]

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพกาบอง

สิทธิมนุษยชน[แก้]

ดูบทความหลักที่: สิทธิมนุษยชนในกาบอง

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

โครงสร้าง[แก้]

ภาพรวม[แก้]

เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญประเทศหนึ่งของไทยในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก โดยระหว่างปี 2537–2540 ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า และไทยเพิ่งจะมาได้เปรียบดุลการค้าในช่วงปี 2541–2542

สินค้าออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว ปูนซิเมนต์ รองเท้าและชิ้นส่วน เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน ผ้าปักและลูกไม้ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก และสินค้าเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เส้นใยใช้ในการทอ ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

การท่องเที่ยว[แก้]

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

การคมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี[แก้]

การศึกษา[แก้]

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในประเทศกาบอง

สาธารณสุข[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

จำนวนประชากร 1,485,832 คน[ต้องการอ้างอิง]

เชื้อชาติ[แก้]

ได้แก่ เผ่า Bantu เผ่าต่าง ๆ ที่สำคัญ 4 เผ่า คือ Fang Eshira Bapounou และ Bateke นอกจากนี้ มีชาวอัฟริกันอื่น ๆ และชาว ยุโรปประมาณ 154,000 คน ซึ่งรวมทั้งชาวฝรั่งเศส 10,700 คน และมีผู้ถือสองสัญชาติ 11,000 คน

ศาสนา[แก้]

ศาสนาคริสต์ 55%-75% ความเชื่อดั้งเดิม และศาสนาอิสลามน้อยกว่า 1%

ภาษา[แก้]

กีฬา[แก้]

ฟุตบอล[แก้]

ดูบทความหลักที่: ฟุตบอลในประเทศกาบอง

มวยสากล[แก้]

ดูบทความหลักที่: มวยสากลในประเทศกาบอง

วัฒนธรรม[แก้]

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมกาบอง

สถาปัตยกรรม[แก้]

อาหาร[แก้]

ดนตรี[แก้]

สื่อสารมวลชน[แก้]

วันหยุด[แก้]

ดูบทความหลักที่: รายชื่อวันสำคัญของกาบอง

เชิงอรรถ[แก้]

แม่แบบ:Notelist-ur

อ้างอิง[แก้]

  1. "การประเมินประชากรโลก พ.ศ. 2560". ESA.UN.org (custom data acquired via website). United Nations Department of Economic and Social Affairs, Population Division. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2560. Check date values in: |access-date= (help)
  2. "Gabon". World Bank.
  3. "Soldiers in Gabon try to seize power in failed coup attempt". Bnonews.com. January 7, 2019. สืบค้นเมื่อ January 7, 2019.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Ghazvinian, John (2008). Untapped: The Scramble for Africa's Oil. Orlando: Harcourt. ISBN 0-15-101138-9.
  • Petringa, Maria (2006). Brazza, A Life for Africa. Bloomington, IN: AuthorHouse. ISBN 1-4259-1198-6.
  • Rich, Jeremy (2007). A Workman Is Worthy of His Meat: Food and Colonialism in the Gabon Estuary. Lincoln: University of Nebraska Press. ISBN 0-8032-0741-7.
  • Shaxson, Nicholas (2007). Poisoned Wells: The Dirty Politics of African Oil. New York: Palgrave Macmillan. ISBN 1-4039-7194-3.
  • Warne, Sophie (2003). Bradt Travel Guide: Gabon and São Tomé and Príncipe. Guilford, CT: Chalfont St. Peter. ISBN 1-84162-073-4.
  • Yates, Douglas A. (1996). The Rentier State in Africa: Oil Rent Dependency and Neo-colonialism in the Republic of Gabon. Trenton, NJ: Africa World Press. ISBN 0-86543-520-0.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]