ข้ามไปเนื้อหา

ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน
กลุ่มเชื้อชาติ:ชาวออสโตรนีเชียน
ภูมิภาค:เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร, มาดากัสการ์ และส่วนของอินโดจีน, โอเชียเนีย, ศรีลังกา, ไต้หวัน และมณฑลไหหลำ
การจําแนก
ทางภาษาศาสตร์
:
หนึ่งในตระกูลของภาษาหลักของโลก
ภาษาดั้งเดิม:ออสโตรนีเซียนดั้งเดิม
กลุ่มย่อย:
ISO 639-2 / 5:map
กลอตโตลอก:aust1307[1]
{{{mapalt}}}
ภาพบริเวณที่มีตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน

ตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน (อังกฤษ: Austronesian languages) เป็นตระกูลภาษาที่มีผู้พูดกระจายไปทั่วหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก มีจำนวนน้อยบนผืนแผ่นดินของทวีปเอเชีย อยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกับตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียนและตระกูลภาษายูรัลคือสามารถสืบหาภาษาดั้งเดิมของตระกูลได้

คำว่าออสโตรนีเซียนมาจากภาษาละติน austro (ลมใต้) รวมกับคำภาษากรีก nesos (เกาะ) ตระกูลภาษานี้ได้ชื่อนี้ เพราะส่วนมากใช้พูดในบริเวณหมู่เกาะ มีเพียงไม่กี่ภาษา เช่น ภาษามลายู ภาษาจาม ที่ใช้พูดบนผืนแผ่นดิน สมาชิกของตระกูลนี้มีถึง 1,268 ภาษา หรือประมาณ 1 ใน 5 ของภาษาที่รู้จักกันทั่วโลก การแพร่กระจายจากแหล่งกำเนิดของภาษาถือว่ากว้างไกล เริ่มตั้งแต่เกาะมาดากัสการ์ ไปจนถึงเกาะทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ภาษาราปานูอี ภาษามาลากาซี และ ภาษาฮาวาย เป็นภาษาที่ใช้พูดตามรอบนอกของขอบเขตที่มีการใช้ภาษาตระกูลนี้

ภาษาตระกูลนี้มีสาขามากมาย ส่วนมากพบในไต้หวัน ภาษากลุ่มเกาะฟอร์โมซาในไต้หวันเป็นสาขาหลักของภาษาในตระกูลนี้ มีถึง 9 สาขา ภาษาที่ใช้พูดนอกเกาะฟอร์โมซาทั้งหมด อยู่ในภาษากลุ่มมาลาโย-โพลีเนเซีย ซึ่งบางครั้งเรรียกว่าภาษานอกเกาะฟอร์โมซา

แหล่งกำเนิด

[แก้]

ประวัติศาสตร์เริ่มต้นของกลุ่มชนที่พูดภาษาออสโตรนีเซียนย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นภาษาออสโตรนีเซียนดั้งเดิม จุดเริ่มต้นของภาษานี้อยู่ในไต้หวัน เพราะบนเกาะนี้มีความแตกต่างของภาษาตระกูลนี้มาก โดยมีถึง 9 จากทั้งหมด 10 สาขา[2] ทั้งนี้นักภาษาศาสตร์ถือว่า จุดกำเนิดของภาษาจะอยู่ในที่ ๆ มีความแตกต่างของภาษากลุ่มนั้น ๆ มาก[3]

การศึกษาจุดเริ่มต้นของกลุ่มชนที่พูดภาษาตระกูลออสโตรนีเซียนโดยใช้หลักฐานทางพันธุศาสตร์พบว่าจุดกำเนิดนั้นน่าจะอยู่ในผืนแผ่นดินของทวีปเอเชีย หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่า ผู้พูดภาษานี้อพยพไปจากจีนตอนใต้ ไปสู่ไต้หวันเมื่อราว 8,000 ปีมาแล้ว จากนั้นจึงอพยพออกทางเรือไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ เมื่อราว 6,000 ปีมาแล้ว กระนั้นก็ตาม ยังมีช่องว่างในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่เพราะนักภาษาศาสตร์พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับภาษาออสโตรนีเซียนดั้งเดิมยุติแค่ชายฝั่งตะวันตกของไต้หวัน แต่ไม่มีความเชื่อมโยงกับภาษาบนแผ่นดินใหญ่ยกเว้นภาษากลุ่มจาม แต่ก็มีหลักฐานว่าเป็นภาษาของผู้อพยพเข้าไปใหม่

ความสัมพันธ์กับระยะทาง

[แก้]

ได้มีการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนเข้ากับภาษาตระกูลอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมมติฐานที่ดูสอดคล้องที่สุดคือสมมติฐานออสโตร-ไท ซึ่งเชื่อมโยงตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนเข้ากับตระกูลภาษาขร้า-ไท Roger Blench (2004)[4] เสนอว่าตระกูลภาษาขร้า-ไทอาจเป็นสาขาของภาษากลุ่มบอร์เนียว-ฟิลิปปินส์ แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากนักภาษาศาสตร์มากนัก

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอว่าภาษาญี่ปุ่นอาจมีความเกี่ยวพันกับภาษาตระกูลออสโตรนีเซียน โดยได้รับอิทธิพลจากภาษาตระกูลนี้ โดยผู้ที่เสนอทฤษฎีนี้กล่าวว่าภาษาตระกูลออสโตรนีเซียนเคยครอบคลุมทางเหนือของเกาะฟอร์โมซา (ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เช่นหมู่เกาะริวกิว และคิวชู) เช่นเดียวกับทางใต้ ไม่มีหลักฐานทางพันธุศาสตร์แสดงถึงความเกี่ยวพันระหว่างผู้พูดภาษาญี่ปุ่นกับผู้พูดภาษาตระกูลออสโตรนีเซียน เว้นแต่จะมีการติดต่อในยุคก่อนประวัติศาสตร์ระหว่างผู้พูดภาษาญี่ปุ่นโบราณกับผู้พูดภาษาออสโตรนีเซียนดั้งเดิม ซึ่งน่าจะเป็นการติดต่อสัมพันธ์กันธรรมดาที่ไม่มีผลต่อการหลอมรวมทางวัฒนธรรม การวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ของชาวริวกิว เทียบกับชาวญี่ปุ่นและชาวพื้นเมืองของไต้หวัน พบว่าใกล้เคียงกับชาวญี่ปุ่นมากกว่า ดังนั้น หากจะมีการเกี่ยวข้องกันจริง จะต้องเกิดในจีนแผ่นดินใหญ่ก่อนที่ผู้พูดภาษาออสโตรนีเซียนจะอพยพไปไต้หวัน และผู้พูดภาษาญี่ปุ่นจะอพยพไปญี่ปุ่น

โครงสร้าง

[แก้]

การกำหนดลักษณะทั่วไปของตระกูลภาษาออสโตรนีเซียนทำได้ยากเพราะเป็นตระกูลที่กว้างมาก และมีความหลากหลาย โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นสามกลุ่มย่อยคือ[5]

  • ภาษาแบบฟิลิปปินส์ เรียงประโยคโดยให้คำกริยามาก่อน และมีการกำหนดจุดเน้นของกริยา
  • ภาษาแบบอินโดนีเซีย
  • ภาษาแบบหลังอินโดนีเซีย

ภาษาตระกูลนี้มีแนวโน้มจะใช้การซ้ำคำ เป็นภาษารูปคำติดต่อ พยางค์เป็นแบบพยัญชนะ-สระ

การนับเลข

[แก้]

เปรียบเทียบการนับเลขของภาษาต่าง ๆ ในตระกูลนี้ได้ดังนี้

ภาษา12345678910
ภาษาออสโตรนีเซียนดั้งเดิม*esa/isa*duSa*telu*Sepat* lima*enem*pitu*walu*Siwa*sa-puluq
ภาษาไปวันitadusacelusepaclimaunempicualusivata-puluq
ภาษาตากาล็อกisádalawátatlóápatlimáánimpitówalósiyámsampû
ภาษามังยันIsa'ruehteloepatdimeenempituBalu'sueisapuluh
ภาษามาลากาซีiráyróatéloéfatradímyéninafítoválosívyfólo
ภาษาอาเจะฮ์saduwalheepeuetlimöngnamtujôhlapansikureuengplôh
ภาษาบาตักโตบาsadaduwatoluopatlimaonompituuwalusiasampulu
ภาษาบาหลีsaduateluempatlimaenempituakutussiadasa
ภาษาซาซักesadueteluempatlimeenempitu’balu’siwa’sepulu
ภาษาชวา กูนาsarwatelupatlimanempituwwalusangasapuluh
ภาษาชวาsijilorotelupapatlimanempituwolusangasepuluh
ภาษาซุนดาhijiduatiluopatlimageneptujuhdalapansalapansapuluh
ภาษามาดูราsettongdhuatello'émpa'léma'énnémpétto'ballu'sanga'sapolo
ภาษามลายูsatuduatigaempatlimaenamtujuhlapansembilansepuluh
ภาษามีนังกาเบาciékduotigoampéklimoanamtujuahdalapansambilanpuluah
ภาษาราปานูอีtahiruatoruharimaonohituva'uiva'ahuru
ภาษาฮาวาย`ekahi`elua`ekolu`eha:`elima`eono`ehiku`ewalu`eiwa`umi

ภาษาหลัก

[แก้]

ภาษาในตระกูลนี้ที่มีผู้พูดมากกว่า 4 ล้านคนได้แก่ ภาษาชวา ภาษามลายู ภาษาซุนดา ภาษาตากาล็อก ภาษาเซบัวโน ภาษามาลากาซี ภาษามาดูรา ภาษาอีโลกาโน ภาษาฮิลิกายนอน ภาษามินังกาเบา ภาษาบาตัก ภาษาบิโกล ภาษาบันจาร์ ภาษาบาหลี

ภาษาในกลุ่มนี้ที่เป็นภาษาราชการได้แก่ ภาษาอินโดนีเซีย (ประเทศอินโดนีเซีย) ภาษาตากาล็อก (หรือภาษาฟิลิปิโน ประเทศฟิลิปปินส์) ภาษามลายู (มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน) ภาษามาลากาซี (มาดากัสการ์) ภาษาเตตุน (ติมอร์-เลสเต) ภาษาฟิจิ (ฟิจิ) ภาษาซามัว (ซามัว) ภาษาตาฮีตี (เฟรนช์โปลินีเซีย) ภาษาตองงา (ตองงา) ภาษากิลเบิร์ต (คิริบาส) ภาษามาวรี (นิวซีแลนด์) ภาษาชามอร์โร (กวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา) ภาษามาร์แชลล์ (หมู่เกาะมาร์แชลล์) ภาษานาอูรู (นาอูรู) ภาษาฮาวาย (รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา)

อ้างอิง

[แก้]
  1. Nordhoff, Sebastian; Hammarström, Harald; Forkel, Robert; Haspelmath, Martin, บ.ก. (2013). "Austronesian". Glottolog 2.2. Leipzig: Max Planck Institute for Evolutionary Anthropology.
  2. Blust, R. (1999). "Subgrouping, circularity and extinction: some issues in Austronesian comparative linguistics" in E. Zeitoun & P.J.K Li (Ed.) 'Selected papers from the Eighth International Conference on Austronesian Linguistics' (pp. 31-94). Taipei: Academia Sinica
  3. Sapir, Edward. (1968). Time perspective in aboriginal American culture: a study in method. In Selected writings of Edward Sapir in language, culture and personality (D.G. Mandelbaum ed.), 389- 467. Berkeley: University of California Press.
  4. Blench, Roger (2004). Stratification in the peopling of China: how far does the linguistic evidence match genetics and archaeology? (PDF) Paper for the Symposium : Human migrations in continental East Asia and Taiwan: genetic, linguistic and archaeological evidence. Geneva, June 10-13.
  5. Ross, 2002