สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์
Republic of the Marshall Islands (อังกฤษ)
Aolepān Aorōkin M̧ajeļ (มาร์แชลล์)
คำขวัญJepilpilin ke ejukaa
เพลงชาติ"ฟอร์เอฟเวอร์มาร์แชลไอส์แลนด์! Invalid language code."

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
มาจูโร
7°7′N 171°4′E / 7.117°N 171.067°E / 7.117; 171.067
ภาษาราชการ ภาษามาร์แชลล์ และ ภาษาอังกฤษ
การปกครอง สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 -  ประธานาธิบดี Christopher Loeak
เอกราช
 -  จาก สหรัฐอเมริกา 21 ตุลาคม พ.ศ. 2529 
พื้นที่
 -  รวม 181 ตร.กม. (213)
69.8 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
 -  ก.ค. 2548 (ประเมิน) 61,963 (205)
 -  2546 (สำมะโน) 56,429 
 -  ความหนาแน่น 326 คน/ตร.กม. (28)
846 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2544 (ประมาณ)
 -  รวม 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (220)
 -  ต่อหัว 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ (195)
สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
เขตเวลา (UTC+ 12)
โดเมนบนสุด .mh
รหัสโทรศัพท์ 692

หมู่เกาะมาร์แชลล์ (อังกฤษ: Marshall Islands; มาร์แชลล์: Aelōn̄ in M̧ajeļ) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ (Republic of the Marshall Islands; มาร์แชลล์: Aolepān Aorōkin M̧ajeļ) เป็นประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศนาอูรูและประเทศคิริบาส ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศไมโครนีเซียและอยู่ทางใต้ของเกาะเวกของสหรัฐอเมริกา

เนื้อหา

ภูมิศาสตร์[แก้]

ประเทศประกอบด้วย 29 หมู่เกาะ และ 5 เกาะเดี่ยว หมู่เกาะและเกาะเดี่ยวที่สำคัญที่สุดแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ แนวเกาะราตัก (Ratak Chain) และ แนวเกาะราลิก (Ralik Chain) (หมายถึงแนวเกาะ "ดวงอาทิตย์ขึ้น" และ "ดวงอาทิตย์ตก") 2 ใน 3 ของประชากรอาศัยบนมาจูโร (เมืองหลวง) และ เอเบเย (Ebeye) หมู่เกาะทางด้านนอกมีคนอาศัยอยู่น้อย เนื่องจากไม่มีโอกาสทางการงานและการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ

ภูมิอากาศ[แก้]

ภูมิอากาศร้อนชื้น มีฤดูฝนช่วงพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน มีไต้ฝุ่นเป็นครั้งคราว

ภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

ภายใต้การปกครองของสเปน[แก้]

ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิเยอรมัน[แก้]

ดินแดนในอาณัติของญี่ปุ่น[แก้]

ดูบทความหลักที่: แปซิฟิตใต้ในอาณัติ

สงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

กองกำลังสหรัฐกำลังตรวจหาเชลยมี่หลบในหลุมบังเกอร์, Kwajalein Atoll. 1944.

ดินแดนในภาวะทรัสตี[แก้]

การทดลองนิวเคลียร์ภายหลังสงครามโลก[แก้]

Mushroom cloud from the largest nuclear test the United States ever conducted, Castle Bravo.

ประกาศอิสรภาพ[แก้]

ภายใต้ความตกลงร่วมกับสหรัฐอเมริกา (Compact of Free Association) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2529 ทำให้สหรัฐฯ ยุติการปกครองหมู่เกาะมาร์แชลล์ในฐานะเป็นดินแดนในอารักขาของสหประชาชาติ โดยมีสถานะเป็นรัฐอิสระที่มีอธิปไตยปกครองตนเองในปี พ.ศ. 2529 สามารถกำหนดนโยบายภายในและต่างประเทศ ยกเว้นด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงที่ยังอยู่ภายใต้อำนาจของสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ หมู่เกาะมาร์แชลล์เป็นสมาชิกสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2534

การเมืองการปกครอง[แก้]

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา รัฐธรรมนูญเป็นแบบ Semi - Westminster โดยรวมเอา หลักการของทั้งรัฐธรรมนูญประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา รัฐสภามีสองสภา

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

หมู่เกาะมาร์แชลล์แบ่งเป็นเขตทางนิติบัญญัติ 24 เขต ซึ่งเป็นไปตามเกาะและหมู่เกาะที่มีคนอาศัยอยู่ รายละเอียดอยู่ในภูมิศาสตร์

อะทอลล์ (Atoll) = หมู่เกาะปะการัง

เศรษฐกิจ[แก้]

ความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เป็นหลักสำคัญของเศรษฐกิจ ศักยภาพทางเศรษฐกิจของหมู่เกาะมาร์แชลล์ ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรในทะเล แร่ธาตุ และแหล่งท่องเที่ยว แต่เนื่องจากขาดแคลนเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีคุณภาพ หมู่เกาะมาร์แชลล์จึงยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้เต็มที่

แรงงาน[แก้]

ภาษี[แก้]

หมู่เกาะมาร์แชลล์ประสบปัญหาด้านการเงินมาตั้งแต่ปี 2534 รัฐบาลได้แก้ไขโดยออกพันธบัตรเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและชำระหนี้สินซึ่งมีสูงถึง 143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ทำให้เกิดภาวะวิกฤตขึ้นในปี 2539 รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และ โครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนรักษาเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน

เกษตรกรรม[แก้]

ในภาคเกษตรกรรม ผลผลิตทางเกษตรมักอยู่ที่ไร่ขนาดเล็ก มีบริเวณเพาะปลูกน้อย ดินไม่มีคุณภาพ และขาดเกษตรกรที่มีความชำนาญ ทำให้การเกษตรไม่พัฒนาเท่าที่ควร พืชผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ มะพร้าว มะเขือเทศ แตง ฯลฯ อุตสาหกรรมขนาดเล็ก คือ งานหัตถกรรม ปลาที่ผ่านกระบวนการแปรรูป และ เนื้อมะพร้าวแห้ง

อุตสาหกรรม[แก้]

การประมง[แก้]

ด้านการประมง หมู่เกาะมาร์แชลล์มีทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาทูน่า เปลือกหอย และไข่มุกดำ ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา บริษัทของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เข้าไปจับปลาทูน่าเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ แต่หมู่เกาะมาร์แชลล์ก็ยังมีความต้องการที่จะนำเข้าปลากระป๋องเป็นจำนวนมากเช่นกัน

พลังงาน[แก้]

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

คมนาคม และ โทรคมนาคม[แก้]

คมนาคม[แก้]

โทรคมนาคม[แก้]

การศึกษา[แก้]

สาธารณสุข[แก้]

สวัสดิการสังคม[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

เชื้อชาติ[แก้]

ส่วนใหญ่เป็นชาวไมโครนีเซียมีประมาณเท่ากับไมโครนีเซีย 0.1เช่นกัน

ศาสนา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

สถาปัตยกรรม[แก้]

เครื่องดนตรีพื้นเมือง[แก้]

วัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

สื่อมวลชน[แก้]

วันหยุด[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

นามานุกรม[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Barker, H. M. (2004). Bravo for the Marshallese: Regaining Control in a Post-nuclear, Post-colonial World. Belmont, California: Thomson/Wadsworth.
  • Rudiak-Gould, P. (2009). Surviving Paradise: One Year on a Disappearing Island. New York: Union Square Press.
  • Niedenthal, J. (2001). For the Good of Mankind: A History of the People of Bikini and Their Islands. Majuro, Marshall Islands: Bravo Publishers.
  • Carucci, L. M. (1997). Nuclear Nativity: Rituals of Renewal and Empowerment in the Marshall Islands. DeKalb: Northern Illinois University Press.
  • Hein, J. R., F. L. Wong, and D. L. Mosier (2007). Bathymetry of the Republic of the Marshall Islands and Vicinity [Miscellaneous Field Studies; Map-MF-2324]. Reston, VA: U.S. Department of the Interior, U.S. Geological Survey.
  • Woodard, Colin (2000). Ocean's End: Travels Through Endangered Seas. New York: Basic Books. (Contains extended account of sea-level rise threat and the legacy of U.S. Atomic testing.)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

รัฐบาล

ข้อมูลทั่วไป

สื่อสารมวลชน

อื่นๆ