รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ทรงลงพระปรมาภิไธยรธน60.png
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม
ข้อมูลทั่วไป
ผู้ตรารัฐบาลไทย
ผู้ลงนามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
วันลงนาม6 เมษายน พ.ศ. 2560
ผู้ลงนามรับรองพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
(นายกรัฐมนตรี)
วันลงนามรับรอง6 เมษายน พ.ศ. 2560
วันประกาศ6 เมษายน พ.ศ. 2560
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134/ตอน 40 ก/หน้า 1/6 เมษายน 2560)
วันเริ่มใช้6 เมษายน พ.ศ. 2560
ท้องที่ใช้ ไทย
การร่าง
ชื่อร่างร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ผู้ยกร่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20 ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2558–2560 หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า ได้ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และออกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งบัญญัติให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การร่างรัฐธรรมนูญเริ่มขึ้นเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กยร.) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ประกอบด้วยสมาชิก 36 คน ทุกคนมาจากการแต่งตั้ง มีบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน[1] แต่ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ กยร.[2] ทำให้ต้องตั้ง กรธ. ขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เพื่อมาจัดทำร่างฉบับใหม่ ประกอบด้วยสมาชิก 21 คน มีมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน[3] เมื่อร่างเสร็จแล้ว ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติรับรอง ได้รับเสียงเห็นชอบ 16.8 ล้านเสียง และไม่เห็นชอบ 10.5 ล้านเสียง นับเป็นรัฐธรรมนูญไทยฉบับที่สองที่ผ่านประชามติ ฉบับก่อนหน้า คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550[4]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ลงนามรับสนองพระราชโองการ รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับทันที

ประวัติ[แก้]

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 คสช. กระทำรัฐประหาร และยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ต่อมาในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งกำหนดให้มี คยร. ประกอบด้วยสมาชิก 36 คน สรรหามาจาก สปช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), และ คสช. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ และกำหนดให้ กยร. ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจาก สปช. ต่อมาในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง กยร. ซึ่งมีบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน[1]

กยร. ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ตามที่มาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เดิมมี 315 มาตรา[5] หลังจากได้รับข้อเสนอของ สปช. แล้ว กยร. ได้ปรับแก้เนื้อหาให้เหลือ 285 มาตรา[6] แต่ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558 สปช. มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ กยร.[2] ส่งผลให้ สปช. และ กยร. สิ้นสุดลงในวันนั้น

รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 39/1 กำหนดว่า ภายใน 30 วันนับแต่ สปช. และ กยร. สิ้นสุดลง หรือนับแต่ กยร. สิ้นสุดลง หรือนับแต่ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ให้ คสช. ตั้ง กรธ. ขึ้น มีสมาชิกไม่เกิน 20 คน เพื่อมาจัดทำร่างฉบับใหม่ให้เสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง[7] ดังนั้น ในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จึงแต่งตั้ง กรธ. โดยมีมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน[3]

รายนาม กรธ.[แก้]

กรธ. ชุดนี้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 หลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็น 2 ฉบับสุดท้าย ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา[8][9]

เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ[แก้]

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดว่าด้วย
การเมืองการปกครองไทย
Emblem of Thailand.svg
Flag of Thailand.svg สถานีย่อยประเทศไทย

29 มกราคม พ.ศ. 2559 กรธ. ได้เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นผ่านเว็บไซต์ของรัฐสภา[10]

30 มีนาคม พ.ศ. 2559 หนังสือพิมพ์ สเตรดไทมส์ เขียนว่า ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะให้คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองมีอำนาจในรัฐสภาอีกห้าปี โดยจะได้แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้ง 250 คน โดยสงวนหกที่นั่งไว้ให้ผู้บัญชาการทหารและตำรวจ นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ ยังมีบทเฉพาะกาลให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง[11]

10 เมษายน พ.ศ. 2559 หนังสือพิมพ์ ประชาไท ลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวตัดสิทธิของบุคคลได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ "อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ" แต่กำหนดให้เป็น "หน้าที่ของรัฐ"[12]

เนื้อหาในรัฐธรรมนูญชุดนี้ที่เปลี่ยนไป มีการตัดมาตรา 5 องค์กรแก้วิกฤต แก้ไขมาตรา 12 คุณสมบัติองคมนตรีที่ต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 15 อำนาจการแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่งขึ้นอยู่กับพระราชอัธยาศัย มาตรา 16 มาตรา 17 การตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ เมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร มาตรา 19 ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิญาณตนมาแล้ว ไม่ต้องปฏิญาณตนที่รัฐสภาอีก และมาตรา 182 เกี่ยวกับเรื่องผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ[13]

การลงประชามติ[แก้]

26 มีนาคม พ.ศ. 2559 นรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ. ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเนื้อหา 16 หมวด 279 มาตรา

7 เมษายน พ.ศ. 2559 สนช. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... วาระ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่มีพลเอก สมเจตน์ บุญถนอม เป็นประธาน เสนอมา โดยมีสาระสำคัญ คือ เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ปิดกั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย การพิจารณาใช้เวลา 5 ชั่วโมงจึงผ่านร่างพระราชบัญญัติได้ และไม่ใช้เครื่องลงคะแนนเพื่อลงคะแนน[14]

9 เมษายน พ.ศ. 2559 สนช. เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้เพิ่มคำถามประชามติว่า จะให้รัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีใน 5 ปีหลังรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ได้หรือไม่[15]

19 เมษายน พ.ศ. 2559 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ[16]

แถบผลคะแนนจากการออกเสียงประชามติในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เห็นชอบ :
61.35 (16,820,402)
ไม่เห็นชอบ :
38.65 (10,598,037)
แถบผลคะแนนจากการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติมว่าด้วยบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ
เห็นชอบ :
58.07 (15,132,050)
ไม่เห็นชอบ :
41.93 (10,926,648)

7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ในการออกเสียงประชามติ ผลปรากฏว่า ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 15,562,027 คะแนน ขณะที่คำถามพ่วงว่าด้วยการกำหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรีภายในระยะเวลา 5 ปีแรกผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 13,969,594 คะแนน

จากนั้น กรธ. นำร่างรัฐธรรมนูญไปปรับปรุงในบางมาตราและในบทเฉพาะกาลเพื่อให้เข้ากับคำถามพ่วงเป็นเวลา 30 วัน หลังจากนั้น ส่งร่างคืนนายกรัฐมนตรีให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว กรธ. จะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญ 4 ฉบับจากทั้งหมด 10 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง, ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส., ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว., และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. โดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะส่งความคิดเห็นไปยัง กรธ. เพื่อประกอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จากนั้น จะส่งร่างไปยัง สนช. เพื่อพิจารณา ใช้เวลาทั้งสิ้น 8 เดือนหรือ 240 วัน จากนั้น สนช. จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอีก 6 ฉบับจนครบ 10 ฉบับเพื่อจะเข้าสู่การเลือกตั้งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 หรือต้นปี พ.ศ. 2561

การประกาศใช้[แก้]

ตามหมายกำหนดการ ที่ 9/2560 เรื่อง หมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งสำนักพระราชวังออกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จออกจากพระที่นั่งอัมพรสถานมายังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในวันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.00 น. และประทับพระราชอาสน์หน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์เพื่อลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญและประทับตราพระราชลัญจกร[17] พระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมีครั้งสุดท้ายในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 ประเทศไทยจึงว่างเว้นจากพระราชพิธีดังกล่าวมา 49 ปี[18] ครั้งนี้เป็นพระราชพิธีครั้งที่ 5[19]

ข้อวิจารณ์[แก้]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่พระมหากษัตริย์ทรงมอบ "ข้อสังเกตพระราชทาน" และให้รัฐบาลแก้ไขให้เป็นไปตามข้อสังเกตดังกล่าว[20]จำนวน 3 มาตรา ได้แก่มาตรา 5 มาตรา 17 และมาตรา 182[21] ซึ่งยังไม่เคยปรากฏมาก่อนที่พระมหากษัตริย์จะทรงประพฤติเช่นนั้น อีกทั้งการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามพระราชประสงค์ครั้งนี้ก็เกิดขึ้นหลังจากที่มีประชามติรับรองร่างแล้ว และเมื่อประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หัวหน้า คสช. ยังใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวอยู่อีก[22]

ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น จากภาควิชาการเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งมีผลงานเขียนเกี่ยวกับประเทศไทยในหลายประเด็น วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญชุดนี้ในทำนองว่า "ทำให้ทหารมีที่ยืนอย่างถาวรในรัฐบาล เพื่อให้การแทรกแซงกลายเป็นเรื่องปกติ"[23] รวมไปถึง ส.ว. มาจากการคัดเลือกของ คสช. และมีวาระ 5 ปี ซึ่งนานกว่าชุดอื่น ทั้งยังมีอำนาจร่วมออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจกำกับดูแลให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องทำตามยุทธศาสตร์ที่ คสช. จัดทำขึ้น[24] สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 1,164 คน ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ใหม่ โดยส่วนใหญ่มองว่า เป็นฉบับปราบโกง เน้นป้องกันทุจริต แต่จุดอ่อนเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช.[25]

ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่[แก้]

รัฐธรรมนูญดังกล่าวกำหนดการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตรเลือกตั้งสามารถเลือกได้เพียงตัวเลือกเดียวเพื่อเลือกทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง มีการแถลงความมุ่งหมายของระบบดังกล่าวไว้ว่า เพื่อให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครที่ดีที่สุด ไม่ใช่ส่ง "เสาโทรเลข" อย่างไรก็ตาม ความมุ่งหมายแฝงเร้น คือ ป้องกันพรรคการเมืองขนาดใหญ่เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 จึงเกิดยุทธศาสตร์ "พรรคแบงก์ย่อย" ซึ่งพรรคการเมืองพันธมิตรของทักษิณ ชินวัตร มีการตั้งพรรคการเมืองหลายพรรคแล้วส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อแยกกัน นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ครึกโครมที่พรรคพลังประชารัฐดึงตัวผู้สมัครในช่วง พ.ศ. 2561[26]

นอกจากนี้ แม้รัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคการเมืองเปิดเผยชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 88 แต่มาตรา 272 เปิดช่องให้รัฐสภาพิจารณาบุคคลนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอมาได้ อีกทั้ง ส.ว. ชุดแรกซึ่งมีวาระ 5 ปียังมีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ได้ หมายความว่า ส.ว. ดังกล่าวจะมีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 2 คน (หากคิดวาระคนละ 4 ปี)[26]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ประกาศสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ, ราชกิจจานุเบกษา, สืบค้นวันที่ 30 มกราคม 2559
  2. 2.0 2.1 มติ "สปช." 135 เสียงคว่ำร่างรธน. - ยุบ กมธ.ชุด "บวรศักดิ์", ข่าวสด, 6 ตุลาคม 2558
  3. 3.0 3.1 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, ราชกิจจานุเบกษา, สืบค้นวันที่ 6 ตุลาคม 2558
  4. กว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20
  5. ร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติศึกษา และเปิดอภิปราย) , รัฐสภา, สืบค้นวันที่ 6 กันยายน 2558
  6. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ล่าสุด (ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อลงมติ), รัฐสภา, สืบค้นวันที่ 6 กันยายน 2558
  7. ราชกิจจานุเบกษา, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558, เล่ม 132, ตอนที่ 64 ก, หน้า 1. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ: 12 ธันวาคม 2559
  8. "มีชัย"เปิดใจหลังยุบ กรธ.พ้นตำแหน่ง
  9. เปิดใจภารกิจสุดท้ายมือกฎหมาย มีชัย ฤชุพันธุ์
  10. เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับปราบโกง) เบื้องต้น 270 มาตรา, ไทยรัฐ, สืบค้นวันที่ 30 มกราคม 2559
  11. Thailand's new draft Constitution unveiled. The Strait Times.
  12. ร่างรัฐธรรมนูญ 2559: ตัดข้อความ “สิทธิเสมอกัน” ในการรับบริการสาธารณสุข “ที่ได้มาตรฐาน”
  13. รัฐธรรมนูญ 2560 แก้ 8 มาตราจากร่างฯประชามติ-ตัดองค์กรแก้วิกฤต-เพิ่มส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ
  14. สนช.ลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ประชามติ รุมค้าน ก.ม.ห้ามชวนโหวตโน ละเมิดสิทธิ์ปชช. ไทยรัฐ
  15. สนช.เคาะตั้งคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาฯโหวตเลือกนายกฯ โพสต์ทูเดย์.
  16. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ ราชกิจจานุเบกษา.
  17. หมายกำหนดการ ที่ 9/2560 เรื่อง หมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอน 16 ข หน้า 1 3 เมษายน 2560
  18. พิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ ธรรมเนียมปฏิบัติ 3 รัชกาล
  19. มีชัย ฤชุพันธุ์ เปิดหัวใจ กรธ. ผ่าน ‘บันทึกไว้กันลืม’
  20. รัฐบาลแก้ไข รธน. ตามข้อสังเกตพระราชทานเสร็จแล้ว
  21. 5-17-182 รธน.ใหม่ ก่อนนายกฯสั่งแก้ให้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่ง
  22. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/176/18.PDF
  23. รัฐธรรมนูญใหม่ กับ ความไม่แน่นอนใหม่
  24. 7 เรื่องต้องรู้: อ่าน “รัฐธรรมนูญ 2560” ฉบับเร่งรัด
  25. โพลชี้รธน.ปี60เป็นฉบับปราบโกง แต่มองจุดอ่อนสืบทอดอำนาจ
  26. 26.0 26.1 2 ปีประกาศใช้ รธน. : สำรวจสิ่งที่ กรธ. คิด กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสนามเลือกตั้ง 2562

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ถัดไป
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว)

(22 กรกฎาคม 2557 - 6 เมษายน 2560)
2leftarrow.png รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(6 เมษายน พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ยังไม่มี