พริษฐ์ วัชรสินธุ
พริษฐ์ วัชรสินธุ | |
|---|---|
พริษฐ์ใน พ.ศ. 2567 | |
| ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร | |
| เริ่มดำรงตำแหน่ง 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 (1 เดือน 2 วัน) | |
| ผู้นำฝ่ายค้าน | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ |
| ก่อนหน้า | ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล |
| ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน | |
| ดำรงตำแหน่ง 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566 – 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 (1 ปี 10 เดือน 16 วัน) | |
| ก่อนหน้า | ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ |
| ถัดไป | ฉัตร สุภัทรวณิชย์ |
| สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ | |
| เริ่มดำรงตำแหน่ง 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (3 ปี 1 เดือน 3 วัน) | |
| โฆษกพรรคประชาชน | |
| ดำรงตำแหน่ง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567 – 26 เมษายน พ.ศ. 2569 (1 ปี 8 เดือน 17 วัน) | |
| ก่อนหน้า | ตนเอง (พรรคก้าวไกล) |
| ถัดไป | ภคมน หนุนอนันต์ |
| โฆษกพรรคก้าวไกล | |
| ดำรงตำแหน่ง 23 กันยายน พ.ศ. 2566 – 7 สิงหาคม พ.ศ. 2567 (10 เดือน 15 วัน) | |
| ก่อนหน้า | รังสิมันต์ โรม |
| ถัดไป | ตนเอง (พรรคประชาชน) |
| รองหัวหน้าพรรคประชาชน | |
| เริ่มดำรงตำแหน่ง 26 เมษายน พ.ศ. 2569 (1 เดือน 22 วัน) | |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | ประชาธิปัตย์ (2561–2562) ก้าวไกล (2565–2567) ประชาชน (2567–ปัจจุบัน) |
| บุพการี |
|
| ญาติ | พศุตม์ วัชรสินธุ (พี่ชาย) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (น้าชาย) |
| ทรัพย์สินสุทธิ | 9.10 ล้านบาท (พ.ศ. 2568) |
พริษฐ์ วัชรสินธุ (เกิด 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535) ชื่อเล่น ไอติม เป็นนักการเมืองชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 27 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองห้วหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกิจการสภา อดีตโฆษกพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม NewDem ที่รวบรวมคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ แต่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ พ.ศ. 2562 พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พริษฐ์จึงลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแทน
ปฐมวัยและการศึกษา
[แก้]พริษฐ์ เกิดวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2535 เป็นบุตรของศาสตราจารย์ นาวาอากาศตรี นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับศาสตราจารย์แพทย์หญิง อลิสา วัชรสินธุ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพี่สาวของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พริษฐ์จึงมีศักดิ์เป็นหลานน้าของนายอภิสิทธิ์[1]
พริษฐ์จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่ออายุเก้าปี และเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพฯ และโรงเรียนเตรียมมัธยมศึกษาและวิทยาลัยอีตันที่ประเทศอังกฤษ ต่อมา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีควบปริญญาโทในสาขาวิชาปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics) เกียรตินิยมเหรียญทอง จากวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
ระหว่างที่ศึกษาในออกซ์ฟอร์ด เขาได้รับเลือกเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และประธานชมรมโต้วาทีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้[2] ในช่วงคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 59 ที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี พริษฐ์ก็กลับไทยมาฝึกงานเป็นระยะเวลาไม่นานที่สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2552 ซึ่งก็ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง[3]
การทำงานก่อนลงการเมือง
[แก้]เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาโทแล้ว เขาต้องการทำงานการเมืองในประเทศไทย แต่ขณะนั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จึงตัดสินใจเข้าทำงานให้บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company[4] ทำให้มีโอกาสได้ไปทำงานหลายประเทศ และได้ช่วยคิดนโยบายแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การรณรงค์ให้คนขึ้นรถเมล์ หรือนโยบายการท่องเที่ยว จึงทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมจึงไม่กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ[5]
หลังจากที่เขาลาออกจากบริษัทที่ปรึกษาและเดินทางกลับประเทศไทย และได้ทำงานเป็นพิธีกรและโปรดิวเซอร์ของรายการ ‘เห็นกับตา’ ทางช่องพีพีทีวี ซึ่งเป็นรายการสารคดีตามติดดูอาชีพแต่ละอาชีพ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันของคนแต่ละอาชีพ[1][5][6] ออกอากาศเทปแรกเมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ทำให้ พริษฐ์ ได้เรียนรู้อุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลากหลายอาชีพ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์สำหรับเขาที่ต้องการทำงานการเมืองรับใช้ประชาชน
งานการเมือง
[แก้]พรรคประชาธิปัตย์
[แก้]ในปี พ.ศ. 2561 เขาได้ลาออกจากบริษัทที่ปรึกษาในต่างประเทศ และเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเริ่มต้นอาชีพการเมืองของเขากับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเขาได้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม NewDem ซึ่งเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับสุรบถ หลีกภัย บุตรชายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา, พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ บุตรชายพนิต วิกิตเศรษฐ์ และคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์
เมื่อ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เขาได้รับมอบหมายจาก พรรคประชาธิปัตย์ ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 13 บางกะปิ วังทองหลาง (แขวงพลับพลาเท่านั้น) ใน การเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562[7] ซึ่งเจ้าของที่นั่งก่อนหน้านี้คือนาย ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน (บุตรชายของนาย บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้สูญเสียที่นั่งทุกที่นั่งในกรุงเทพมหานคร โดยเขตเลือกตั้งที่ 13 พริษฐ์ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับที่ 4[8]
หลังการเลือกตั้งจบลงก็มีกระแสข่าวว่าสมาชิกรุ่นอาวุโสของ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ พริษฐ์ และสมาชิกกลุ่ม NewDem จำนวนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นจุดสิ้นสุดของกลุ่ม NewDem[9] พริษฐ์เคยให้เหตุผลในวงเสวนาที่ร้าน Cafe' Velo Dome มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเขาอยากจะลองเปลี่ยนแปลงแก้ไขพรรคนี้จากภายในด้วยตัวของเขาเอง กล่าวคือเปลี่ยนจากพรรคที่มีความเป็นอนุรักษย์นิยมมาเป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาเป็นได้แค่ฟันเฟืองเล็กๆที่มีสิ่งที่ใหญ่กว่าทำให้พรรคไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้[10]
ขับเคลื่อนกฎหมายภาคประชาชน
[แก้]แม้หลังลาออกจาก พรรคประชาธิปัตย์ พริษฐ์ ไม่ได้ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น และไปก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีการศึกษา แต่เขาก็ไม่ได้หันหลังให้กับการเมืองอย่างสิ้นเชิง โดยช่วงกันยายน 2562 พริษฐ์ได้เปิดตัวหนังสือ “Why So Democracy? ประชาธิปไตย มีดีอะไร?” โดยหวังว่าจะช่วยให้คนอ่านเข้าใจปรัชญาและรากฐานของประชาธิปไตยมากขึ้นผ่านการตั้งโจทย์และขยายความว่า ประชาธิปไตยคืออะไร และทำไมเราถึงอยากได้ประชาธิปไตย[11]
นอกจากนี้ พริษฐ์ ได้ร่วมก่อตั้ง รัฐธรรมนูญก้าวหน้า (CONLAB) โดยมีการจัดกิจกรรมห้องทดลองออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ กระตุ้นให้ประชาชนนึกถึงรัฐธรรมนูญที่ตัวเองต้องการ และแสวงหาแนวร่วมในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป[12]
กลุ่ม รัฐธรรมนูญก้าวหน้า ยังได้ร่วมกับ iLaw คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวในนาม กลุ่ม Re – Solution เพื่อล่ารายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560[13] ปิดโอกาสการสืบทอดอำนาจของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการยกเลิก ส.ว. ให้เหลือสภาเดี่ยว และยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดย พริษฐ์ ได้เป็นตัวแทนผู้เสนอรายชื่อกล่าวรายงานหลักการและเหตุผลในการแก้ไข ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564[14] แต่สมาชิกรัฐสภาลงมติไม่รับหลักการในวาระ 1 แม้จะมีประชาชนร่วมเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มาถึง 150,921 รายชื่อ[13][15]
นอกจากนี้ เขายังได้เป็น 1 ใน 22 คนผู้ริเริ่มเชิญชวนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 เพื่อกระจายอำนาจ ปลดล็อกให้ประชาชนในพื้นที่สามารถบริการจัดการแก้ไขปัญหาและกำหนดอนาคตของตนเองได้[16][17]
ในฐานะที่สนใจด้านการศึกษาและทำธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา พริษฐ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการใน กมธ. วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อ 21 เมษายน 2565 หลัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ลาออกไปเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[18]
พรรคก้าวไกล
[แก้]ในปี พ.ศ. 2565 พริษฐ์เป็นผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล โดยเปิดตัวในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 ของพรรค ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 เขาลงสมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล ในลำดับที่ 11[19] และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก จากนั้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2566 พริษฐ์ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารพรรคให้เป็นโฆษกพรรคต่อจากรังสิมันต์ โรม และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
[แก้]พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคก้าวไกล → พรรคประชาชน
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาชน
บริษัทเทคโนโลยีการศึกษา
[แก้]ในปี 2563 พริษฐ์ ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งซีอีโอของ บริษัท เอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech) ที่มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แอปพลิเคชัน StartDee โดยมีเนื้อหาการเรียนการสอนครอบคลุมทุกวิชา ตั้งแต่ระดับชั้น ป.4-ม.6[20] โดยมาจากการที่ต้องการปลดล็อกข้อจำกัดการศึกษาไทยแบบเดิม ด้วยการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับการเรียนในโรงเรียน เนื่องจากเล็งเห็นถึง ความไม่เท่าเทียมในระบบการเรียนการสอน จึงตั้งเป้าให้แอปฯ ตอบโจทย์การให้ความรู้ที่มีคุณภาพ ราคาไม่สูง และเข้าถึงง่าย[21] และเขายังยืนยันว่า StartDee ไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยได้กล่าวว่า “การทำสตาร์ทอัพเป็นความต้องการส่วนตัวครับ ผมไม่เคยมองถึงประเด็นทางการเมือง ผมมีสองบทบาทและมีความพยายามอย่างเคร่งครัดที่จะทำให้สองบทบาทไม่กระทบกันและกัน”[22]
ข้อวิจารณ์และจุดยืนทางการเมือง
[แก้]เหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553
[แก้]เมื่อพริษฐ์เข้าสู่วงการการเมืองและแสดงจุดยืนอยู่ฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย เขาถูกตั้งคำถามจากสาธารณะค่อนข้างมากถึงความจริงใจต่ออุดมการณ์นี้ รวมถึงมีเสียงเรียกร้องจากสาธารณะให้เขาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 โดยรัฐบาลของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น้าชายของเขา
พริษฐ์เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในงานเสวนา "30 ปีพฤษภาประชาธรรม บทเรียน 17 พฤษภา 35 พัฒนาปชต." ว่าเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองใด ๆ รวมถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 การถอดบทเรียนเพื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกเป็นเรื่องสำคัญแต่การคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียก็มีความสำคัญเช่นกัน
เขาได้กล่าวถึงการคืนความยุติธรรมสำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองว่าจะต้องทำ 3 ขั้นตอน ได้ 1. ปฏิเสธนิรโทษกรรมให้การกระทำผิดที่เกิดขึ้น 2. มีกระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย 3. ยุติวัฒนธรรม ‘ลอยนวลพ้นผิด’ ต้องนำผู้กระทำผิดขู่กระบวนยุติธรรม[23]
พริษฐ์เคยเขียนถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงปี 2553 ว่าเป็น “อีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ผู้เกี่ยวข้องกับความสูญเสียยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม” เพราะไม่มีกระบวนค้นหาความจริงที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงในเหตุการณ์ ถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้อแตกต่างกับรายงานของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย. – พ.ค. 53 (ศปช.) ทำให้สังคมมี ‘ความจริง’ 2 ชุดที่แตกต่างกันในหลายประเด็น
เมื่อมีกระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายแล้ว พริษฐ์เห็นว่า จะต้องมีนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ไม่ทำตามคำสั่งและใช้ความรุนแรงเกินขอบเขตขัดกับหลักสากล หรือเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับบัญชาที่ออกคำสั่งอนุมัติให้ใช้มาตรการที่รุนแรงเกินขอบเขตและขัดกับหลักสากล หรือปัจเจกบุคคลอื่นที่มีการพิสูจน์ว่าได้ใช้ความรุนแรงในเหตุการณ์ เพื่อกำจัดวัฒนธรรม ‘ลอยนวลพ้นผิด’ ที่เกิดขึ้นหลังความรุนแรงทางการเมืองตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย “ไม่ใช่แค่เพื่อสะสางสิ่งที่ยังค้างคาจากอดีต แต่เพื่อสร้างบรรทัดฐานสำหรับการชุมนุมทางการเมืองของทุกฝ่ายในอนาคต"[24]
การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
[แก้]เมื่อเรียนจบกลับมาประเทศไทย พริษฐ์ได้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารด้วยตัวเอง ทำให้เกิดกระแสตอบรับในสื่อสังคมออนไลน์อย่างหลากหลาย[1] เรื่องนี้ยังถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นน้าของเขา เคยมีปมฟ้องร้องคดี ‘พล.อ.อ.สุกำพล’ ปลดจากราชการทหาร โดยกล่าวหาว่าอภิสิทธิ์ไม่ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหาร[25]
พริษฐ์ชี้แจงว่า เขามีหน้าที่มาเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย จึงตัดสินใจเป็นทหารเกณฑ์ เพราะเป็นวิธีการที่ตรงไปตรงมาที่สุด และรู้สึกว่าได้ตัดสินใจด้วยตัวเองมากกว่าต้องเสี่ยงดวง[1] และเขาสนับสนุนให้ 'ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร' และเปลี่ยนไปใช้ระบบสมัครใจ ปฏิรูปหลักสูตร จปร. และอบรมและฝึกฝนบุคลากรเรื่องสิทธิมนุษยชน ลดความรุนแรงทั้งทางร่างกาย[26]
ชีวิตส่วนตัว
[แก้]การเป็นหลานของอภิสิทธิ์ จึงมักทำให้คนชอบหรือไม่ชอบเขาตั้งแต่แรก แต่เขากล่าวเสมอว่า เขาต้องการให้คนจำเขาในฐานะ พริษฐ์ วัชรสินธุ มากกว่าการจำว่าเป็นลูกหลานของใคร[5]
นอกจากนี้ พริษฐ์เป็นที่รู้จักจากความสัมพันธ์ของเขากับนักแสดงสาวสังกัดช่อง 3 ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ พวกเขาคบหากันเป็นเวลาสามปีก่อนที่พวกเขาจะเลิกกันในปี พ.ศ. 2560[27]
พริษฐ์ ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลอย่างมากมาตั้งแต่เด็ก ทั้งชอบเตะฟุตบอล ชอบดูบอล และเป็นผู้สนับสนุนสโมสรลิเวอร์พูล อีกทั้งยังเล่นเกมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีก ติดอันดับ 200 ของประเทศด้วย เขาเคยระบุว่า ถ้าไม่ทำงานด้านการเมือง ก็อยากไปสมัครทำงานเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล[1]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 "10 รู้จัก ไอติม พริษฐ์ ไฮโซหนุ่มไฟแรง ถอดแบบน้ามาเป๊ะๆ". ไทยรัฐ. 10 April 2018.
- ↑ BUDSARAKHAM SINLAPALAVAN, KOR (28 April 2014). "Abhisit's nephew 'Itim' first Thai to lead top Oxford society". The Nation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-06-21. สืบค้นเมื่อ 2020-08-18.
- ↑ "ทำเนียบคึกคัก ไอติม หลานนายกฯ หวนฝึกงานรอบ 2". Kapook.com. 14 July 2009.
- ↑ Countdown 11: Itim Parit Wacharasindhu, สืบค้นเมื่อ 16 March 2019
- 1 2 3 "อย่าจำผมหลานอภิสิทธิ์ เปลือยใจไอติม ทิ้งเงินเดือน 3 แสน มาพลิกโฉม ปชป. (คลิป)". www.thairath.co.th. 2018-12-14.
- ↑ ""ไอติม พริษฐ์" นั่งแท่นพิธีกร "เห็นกับตา" เจาะลึกอาชีพในมุมที่คุณไม่เคยรู้". PPTV HD. 3 May 2018.
- ↑ "รับฟังทำได้จริง 'ไอติม' ขันอาสา!ปชป.ไฟเขียวลงเขตบางกะปิ-วังทองหลาง". Thaipost. 26 December 2018.
- ↑ Thaitrakulpanich, Asaree; Reporter, Staff (25 March 2019). "Surprises, Snubs of Thailand's 2019 Election". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 11 April 2019.
- ↑ ""ไอติม" หลาน "อภิสิทธิ์" โบกมือลาประชาธิปัตย์ หลังจับขั้วพลังประชารัฐ". www.thairath.co.th. 2019-06-05.
- ↑ "'จากประชาธิปัตย์ สู่ก้าวไกล' เส้นทางการเมืองที่ไม่ง่าย ของ 'ไอติม' - พริษฐ์ วัชรสินธุ" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-06-30.
- ↑ หนังสือเล่มแรกในชีวิต – Why So Democracy? ประชาธิปไตย - เฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ "เข้าสู่ระบบ Facebook". Facebook.
- ↑ "CONstitution LAB - ห้องออกแบบรัฐธรรมนูญ". conlab.conlabth.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-03-08. สืบค้นเมื่อ 2022-04-29.
- 1 2 SUB_TIK (2021-11-29). ""ไอติม พริษฐ์" เปิดสูตรรื้อระบอบประยุทธ์ ร่วมวงการเมืองก้าวไกล-ก้าวหน้า". ประชาชาติธุรกิจ.
- ↑ "เดือด! "ไอติม-ปิยบุตร" แท็กทีมลุยเสนอรื้อ รธน.60 กวาดล้าง "ไวรัสประยุทธ์" อ้อนขอโหวตผ่านวาระแรก". mgronline.com. 2021-11-16.
- ↑ matichon (2021-11-13). "'ไอติม' หวัง ส.ว.ถอดสลัก ยุติความขัดแย้ง เปิดทางสภาเดี่ยว ประหยัดงบปีละพันล้าน". มติชนออนไลน์.
- ↑ ""ไอติม พริษฐ์" ชู ปลดล็อกท้องถิ่น ชี้ ไม่ใช่ปชช.ไม่รู้ปัญหาแต่ไม่มีอำนาจ". NationTV. 2022-04-24.
- ↑ "ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น". คณะก้าวหน้า.
- ↑ "ประกาศตั้ง "ไอติม - พริษฐ์" เป็นกรรมาธิการ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ". pptvhd36.com.
- ↑ "เช็ค 92 รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรียงตามลำดับ". prachatai.com.
- ↑ "StartDee – คืออะไร". www.startdee.com.
- ↑ Prachachat, I. C. T. (2020-05-11). "18 พ.ค. นี้ 'StartDee' เรียนฟรีพร้อมกันทั่วประเทศ". ประชาชาติธุรกิจ.
- ↑ "เปิดโลกอีกใบของ "ไอติม พริษฐ์" ซีอีโอ StartDee การศึกษาคือรากฐานการพัฒนาประเทศ". www.thairath.co.th. 2021-05-09.
- ↑ "รวมความเห็นการเมือง 12 ปี 10 เมษา 2553". workpointTODAY.
- ↑ "6 บทเรียน จาก 6 ตุลา ต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย - The 101 World Politics". The 101 World (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2021-10-06.
- ↑ "'อภิสิทธิ์' ชนะคดี 'พล.อ.อ.สุกำพล' ปลดจากราชการทหาร ย้อนหลัง 23 ปี". workpointTODAY.
- ↑ Ltd.Thailand, VOICE TV (2020-11-13). "อดีตพลทหารไอติม ยก 3 เหตุผล เลิกเกณฑ์ทหาร-ปฏิรูปหลักสูตร จปร". VoiceTV.
- ↑ "'ณิชา'น้ำตาคลอเบ้า ยอมรับเลิก'ไอติม'แล้ว". 12 September 2017.