วงเวียน 22 กรกฎาคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วงเวียน 22 กรกฎาคม
วงเวียน 22.jpg
ชื่ออักษรไทย22 กรกฎาคม
ชื่ออักษรโรมัน22 Karakadakhom
รหัสทางแยกN112
ที่ตั้งแขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ทิศทางการจราจร
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ถนนมิตรพันธ์
» แยกนพวงศ์
ทิศตะวันออก
ถนนสันติภาพ
» ถนนกรุงเกษม
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
ถนนไมตรีจิตต์
» แยกไมตรีจิตต์
ทิศตะวันตกเฉียงใต้
ถนนมิตรพันธ์
» แยกหมอมี
ทิศตะวันตก
ถนนสันติภาพ
» ถนนพลับพลาไชย
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ถนนไมตรีจิตต์
» แยกพลับพลาไชย

วงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นวงเวียนน้ำพุเกิดจากถนน 3 สายตัดกัน คือ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ถนนรอบวงเวียนมีชื่อว่า ถนนวงเวียน 22 กรกฎาคม

วงเวียน 22 กรกฎาคม สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตัดสินพระทัยนำประเทศไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 โดยประกาศสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายมหาอำนาจกลาง ส่งผลให้เมื่อสิ้นสุดสงคราม ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร รวมทั้งสามารถเรียกร้องแก้ไขและยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ของชาติมหาอำนาจที่เคยทำไว้กับประเทศไทย

ประวัติ[แก้]

ในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร บริเวณจุดบรรจบของถนน ๓ สาย ได้แก่ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ เป็นที่ตั้งของ “วงเวียน ๒๒ กรกฎาคม” ซึ่งหลายคนคงสงสัย และเกิดคำถามว่าวันที่ ๒๒ กรกฎาคม มีความสำคัญอย่างไร จึงได้นำมาใช้เป็นนามของวงเวียนแห่งนี้

ย้อนไปนับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ในทวีปยุโรป ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งมีประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เป็นผู้นำ กับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งมีผู้นำได้แก่ เยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๗ ประเทศสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ดำเนินนโยบายรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

จนกระทั่งพุทธศักราช ๒๔๖๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าฝ่ายมหาอำนาจกลางได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และปราศจากมนุษยธรรม กับทรงตระหนักด้วยพระปรีชาญาณทางทหาร ว่าฝ่ายสัมพันธมิตรน่าจะได้รับชัยชนะในสงคราม ซึ่งเมื่อสงครามสงบลงแล้ว หากสยามเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ย่อมได้ประโยชน์ในการเจรจากับนานาประเทศ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทั้งในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และการแก้พิกัดภาษีศุลกากร

ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๖๐ จึงได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร นอกจากนี้ ยังทรงส่งกองทหารอาสาไปร่วมรบ ณ สมรภูมิทวีปยุโรปอีกด้วย

ภายหลังจากสงครามโลก ครั้งที่ ๑ สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๑ ฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งหมายรวมถึงประเทศสยาม ได้รับชัยชนะในมหาสงคราม

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่าควรจะสร้างถาวรวัตถุ เป็นอนุสรณ์ถึงวันที่ประเทศสยามประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวงเวียน พร้อมกับถนน ๓ สาย ณ บริเวณที่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ในตำบลหัวลำโพง ซึ่งอยู่ท้องที่อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวงเวียนและถนนรวมกันว่า “๒๒ กรกฎาคม”

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามถนนใหม่ให้จำแนกแต่ละสายว่า “ถนนไมตรีจิตต์” “ถนนมิตรพันธ์” และ “ถนนสันติภาพ” ส่วนวงเวียนยังคงใช้นามพระราชทานเดิม คือ “วงเวียน ๒๒ กรกฎาคม” มาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันบริเวณวงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นแหล่งขายยางรถยนต์ มีร้านขายยางรถยนต์ทั้งใหม่และเก่าจำนวนหลายร้าน และร้านผลิตป้ายโฆษณา รวมถึงเป็นแหล่งค้าบริการทางเพศอีกด้วย และใช้เป็นที่สังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบไม่เต็มดวงที่เห็นได้ในประเทศไทยในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เนื่องจากชื่อสถานที่ตรงกับวันเกิดปรากฏการณ์นี้ ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′31″N 100°30′51″E / 13.741912°N 100.514195°E / 13.741912; 100.514195