สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
Emblem of Agricultural Land Reform Office.png
ตราสำนักงาน
ALRO headquarter Ratchadamnoen Nok.jpg
ที่ทำการ ส.ป.ก.ถนนราชดำเนินนอก
ที่ทำการ
1 ถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

166 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

ภาพรวม
วันก่อตั้ง 6 มีนาคม พ.ศ. 2518
ผู้บริหารหลัก ดร.​วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข, เลขาธิการ
สุริยน พัชรครุกานนท์, รองเลขาธิการ
วุฒิพงศ์ เนียมหอม, รองเลขาธิการ
เอกพงศ์ น้อยสร้าง, รองเลขาธิการ
ต้นสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เว็บไซต์
http://www.alro.go.th

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อังกฤษ: Agricultural Land Reform Office) หรือย่อว่า ส.ป.ก. เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่จัดการจัดการที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรและเพิ่มศักยภาพให้กับพื้นที่เกษตรกรรมให้เกษตรกรสามารถทำกินบนพื้นที่นั้นได้ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า "องค์การด้านการบริหารจัดการพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน เพิ่มศักยภาพพื้นที่เกษตรกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร สู่ความผาสุก" ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2518

ประวัติ[แก้]

ในอดีตเกิดปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินและการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 จึงมีกลุ่มเกษตรกร นักศึกษา นักการเมือง เดินขบวนเรียกร้องหลายครั้ง รัฐบาลในสมัย นายสัญญา ธรรมศักดิ์ จึงได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2518[1]

ความหมายของสัญลักษณ์[แก้]

เครื่องหมายเป็นรูปกลม ลายกลางเป็นภาพพระวรุณถือพระขรรค์ หมายถึง อำนาจบริหารอันทรงไว้ซึ่งความสุจริตยุติธรรม และการตัดสินแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ เสด็จลีลามาบนหลังพญานาค หมายถึง สังกัดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านขวาเป็นภาพเกษตรกรชายกำลังขุดดินเพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสม ด้านซ้ายเป็นภาพเกษตรกรหญิงถือรวงข้าวอันเป็นผลิตผลทางเกษตรกรรม และมีลายเมฆกับระลอกน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ประกอบอยู่ด้วย เบื้องล่างนอกขอบเครื่องหมายมีอักษรข้อความชื่อสำนักงานเป็นวงโค้งรองรับ[2]

ภารกิจ[แก้]

ส.ป.ก.กำหนดภารกิจการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้ 3 ประการ ประกอบไปด้วย [3]

รถยนต์ที่มีตราสัญลักษณ์และอักษร ส.ป.ก. ใช้สำหรับปฏิบัติหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  1. งานจัดที่ดิน
    1. ที่ดินของรัฐ เจ้าหน้าที่จะสำรวจและสอบสวนสิทธิในที่ดิน กระจายสิทธิและแบ่งแยกที่ดินเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรได้เข้าประโยชน์ตามที่ได้ยืนคำรองไว้ที่ ส.ป.ก. จังหวัด จากนั้นจะได้รับหนังสือรับมอบที่ดิน (ส.ป.ก. 4-28) และหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และมีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินต่อไป ซึ่งที่ดินของรัฐประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมสภาพ ที่จำแนกเป็นที่จัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรี ที่สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรเลิกใช้ร่วมกัน ที่สาธารณสมบัติแผ่นดิน และที่รกร้างว่างเปล่าที่อยู่นอกเขตป่าไม้ถาวร
    2. ที่ดินเอกชน ได้จากการเวนคืนหรือซื้อมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกิน ผู้เช่า หรือผู้มีที่ดินไม่เพียงพอแก่การครองชีพตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ที่ ส.ป.ก. จังหวัดที่อาศัยอยู่
  2. งานพัฒนา เข้าไปดำเนินการในส่วนที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งด้านสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกในการประกอบการเกษตร
  3. งานเพิ่มรายได้ ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ตามสภาพพื้นที่ของท้องถิ่นนั้นๆ ช่วยเหลือในการจัดตั้งสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน จัดหาสินเชื่อและปัจจัยการผลิตต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบและมติของ คปก. ด้วยการดำเนินการเองและประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยพัฒนาในพื้นที่

อำนาจและหน้าที่[แก้]

อำนาจและหน้าที่ของ ส.ป.ก. ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาจาก 2 คณะกรรมการด้วยกันคือ

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม[แก้]

มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย มาตรการ ข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานการปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ตลอดจนการควบคุมการบริหารงานของ ส.ป.ก. รวมทั้งอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ [4]

  1. จัดหาที่ดินของรัฐเพื่อนำมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
  2. พิจารณากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินตามมาตรา ๒๕ การจัดซื้อหรือเวนคืนที่ดินตามมาตรา ๒๙ และการกำหนดเนื้อที่ที่ดินที่จะให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรเช่าระยะยาว หรือเช่าซื้อตามมาตรา ๓๐
  3. พิจารณาการกำหนดแผนผังและการจัดแบ่งแปลงที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
  4. พิจารณาอนุมัติแผนงานและโครงการการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตลอดจนงบค่าใช้จ่ายของ ส.ป.ก. เสนอรัฐมนตรี
  5. พิจารณากำหนดแผนการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อยกระดับรายได้ และคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกร
  6. พิจารณากำหนดแผนการส่งเสริม และบำรุงเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตและคุณภาพผลิตผลเกษตรกรรม ตลอดจนสวัสดิการ การสาธารณูปโภค การศึกษาและการสาธารณสุขของเกษตรกร
  7. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตลอดจนแบบสัญญาเช่าและเช่าซื้อที่จะทำกับเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน
  8. กำหนดระเบียบการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินและปฏิบัติตามแผนการผลิต และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม
  9. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินกู้ยืมจาก ส.ป.ก. ตลอดจนเงื่อนไขของการกู้ยืมโดยอนุมัติรัฐมนตรี
  10. กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตลอดจนการควบคุมดูแลกิจการอื่น ๆ ภายในเขตปฏิรูปที่ดิน
  11. ติดตามการปฏิบัติงานของ ส.ป.ก. ให้เป็นไปตามแผนงานและโครงการที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
  12. กำหนดกิจการและระเบียบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ส.ป.ก. หรือสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด[แก้]

มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติงานของสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินจังหวัด และให้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ [5]

  1. พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการและค่าใช้จ่ายของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด เพื่อเสนอคณะกรรมการ
  2. ติดตามการปฏิบัติงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ให้เป็นไปตามแผนงานและโครงการที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
  3. พิจารณาผลการปฏิบัติงาน เพื่อปรับปรุงแผนงาน โครงการ งบค่าใช้จ่ายและวิธีปฏิบัติงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด
  4. จัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายตามโครงการการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแต่ละโครงการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
  5. ดำเนินการเกี่ยวกับเงินและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามระเบียบหรือข้อบังคับหรือมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
  6. วางระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ หรือข้อบังคับหรือมติของคณะกรรมการ

หน่วยงานในสังกัด[แก้]

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมดำเนินงานปฏิรูปที่ดินภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ในส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และในส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาค บริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) กำกับดูแลการปฏิบัติงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) แต่ละจังหวัด ประกอบไปด้วย[6]

หนังสือแสดงสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดิน[แก้]

ส.ป.ก. 4-01[แก้]

หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01)[7] เป็นหนังสือแสดงสิทธิให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เริ่มขึ้นเมื่อมีพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มีหลักการสำคัญว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปนั้นใช้ทำเกษตรกรรมได้อย่างเดียวเท่านั้น ทำประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้ และผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 จะต้องมีฐานะยากจน [8] เขตปฏิรูปที่ดินหมายถึง ที่ดินที่เป็นชุมชนเต็มรูปแบบมาก่อน ที่ดินที่เป็นไร่สวนทำกินของราษฎรตั้งแต่บรรพบุรุษ และที่ดินป่าเสื่อมโทรม หมดสภาพป่าและไม่สามารถฟื้นสภาพป่าได้อีก ไม่รวมถึงป่าในเขตอนุรักษ์เช่นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ หรือเขตต้นน้ำลำธาร [8]

เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ไม่อนุญาตให้ทำการซื้อขายที่ดิน หากมีการซื้อขายในขณะที่เอกสารสิทธินี้ยังมีผลอยู่จะเป็นโมฆะ [9] แต่สามารถโอน แบ่งแยก และตกทอดทางมรดกให้แก่บุคคลในครอบครัวได้แก่ สามีภรรยา บุตร บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา และหลาน สามารถเช่าหรือเช่าซื้อเพื่อเกษตรกรรม (ไม่อนุญาตให้เช่าเพื่อจุดประสงค์อื่น) ไม่สามารถจดทะเบียนจำนองได้ เว้นแต่เป็นโครงการของรัฐบาลที่อนุญาตให้ใช้เอกสารสิทธิเป็นประกัน สิทธิในที่ดินยังคงเป็นของรัฐ ประชาชนสามารถคืนที่ดินให้รัฐหากไม่ต้องการ และรัฐสามารถเรียกคืนที่ดินได้หากตรวจสอบพบว่าประชาชนมิได้ใช้ทำการเกษตร

โครงการในพระราชดำริ[แก้]

พื้นที่ตั้งของโฉนดหมายเลข 1 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นส่วนนึงของที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 9 เพื่อปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกร[10]

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ[แก้]

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ส.ป.ก. ในชื่อ ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2523[11] ตามพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในขณะนั้น ที่ต้องการจัดสร้างศูนย์ศิลปาชีพเพิ่มขึ้นจากแห่งแรกที่พระตำหนักจิตรลดา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการศึกษาวิชาชีพและทักษะต่าง ๆ นอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรรม อีกทั้งยังอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมจากทุกภาคไว้เพื่อไม่ให้องค์ความรู้ต่าง ๆ สูญหายไป ซึ่งทรงคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ส.ป.ก. เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ รวมถึงดูแลรักษา และเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์

ปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เปิดฝึกอบรมศิลปาชีพรวมกว่า 30 แผนก มุ่งเน้นทักษะผ่าน 4 หลักสูตรฝึกอบรม คือ ศิลปกรรม คหกรรม อุตสาหกรรมศิลป์ และช่างอุตสาหกรรม อบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังได้รับเบี้ยเลี้ยงตลอดหลักสูตรวันละ 130 บาทต่อคน[12] โดยเปิดคัดเลือกบุคคลเข้ารับการฝึกอบรม 2 รูปแบบ[13] ประกอบด้วย

  • การฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อวิสหากิจชุมชน พิจารณาจากวิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน ฝึกฝนทักษะด้านศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ตรงกับความต้องการเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน
  • ารฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อบุคคลทั่วไป พิจารณาคัดเลือกจากบุตรหลานของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และผู้ยากไร้[14] ฝึกอบรมพัฒนาทักษะและอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ปีละ 2 รุ่น รุ่นที่ 1 เริ่มเดือนตุลาคมของทุกปี และรุ่นที่ 2 เริ่มเดือนเมษายนของทุกปี

ที่ดินพระราชทาน[แก้]

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รับพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรภายหลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรมในปี พ.ศ. 2518 เป็นพื้นที่จำนวน 8 จังหวัด ต่อมาได้กันพื้นที่ที่มีผลพูกพันธ์กับหน่วยงานอื่นและไม่มีศักยภาพในการทำเกษตรกรรมออก คงเหลือเพียงพื้นที่ 5 จังหวัด เนื้อที่ 44,321 - 0 - 39.46 ไร่ ประกอบไปด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพื้นที่อีกส่วนกันไว้สำหรับพัฒนาโครงสร้างและสาธารณูปโภค[15]

ประเด็นทางการเมือง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2537 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้มอบเอกสารสิทธิตามนโยบายในขณะนั้น และเกิดกรณีการมอบเอกสารสิทธิให้กับบุคคลใกล้ชิตของนายสุเทพ รวมถึงบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติในการได้รับการจัดที่ดิน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้ฝ่ายค้านได้ยืนญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ยื่นลาออกจากตำแหน่ง[16]

ในปี พ.ศ. 2562 นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ได้ถือครองที่ดินของ ส.ป.ก. จำนวน 682 ไร่[17] ประกอบกิจการฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ในบริเวณพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ในชื่อของนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของนางสาวปารีณา และเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี[18] และยังตรวจพบว่ารุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และแนวเขตตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 รวม 46 ไร่[17] ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่าพื้นที่ 682 ไร่ของ ส.ป.ก. เป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวหลังจากกรมป่าไม้ได้กันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวรที่เสื่อมสภาพให้ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ ส.ป.ก. ยังไม่ได้เข้าดำเนินการเข้าพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน ทำให้ไม่มีผลในการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ จึงเป็นอำนาจกรมป่าไม้ในการดำเนินคดี[19]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2518/A/054/10.PDF
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ฉบับที่ ๗๘) เล่ม 98 ตอนที่ 31 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524 หน้า 8 - 9
  3. https://www.alro.go.th/alro_th/ewt_news.php?nid=193
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เล่ม 92 ตอนที่ 54 วันที่ 5 มีนาคม 2518 หน้า 20 - 22
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เล่ม 92 ตอนที่ 54 วันที่ 5 มีนาคม 2518 หน้า 22 - 23
  6. https://www.alro.go.th/alro_th/ewt_news.php?nid=4235
  7. คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน [1] หน้า 7
  8. 8.0 8.1 ส.ป.ก.4-01 ผิดที่คนหรือกฎหมาย ?, ผู้จัดการออนไลน์.
  9. อ้างตัวกฎหมายใน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2419/2552.
  10. ชอุ่มผล, มัณฑนา (2021-04-14). "เจ้าของ "โฉนดที่ดิน" ฉบับแรกของไทย กับจุดเริ่มต้นการทำแผนที่และโฉนดแบบใหม่". ศิลปวัฒนธรรม.
  11. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ กับงานปฏิรูปที่ดิน http://www.alro.go.th/alro_th/download/1-51.pdf
  12. "ศิลปาชีพบางไทร..สานงานศิลป์แผ่นดิน ปั้นเกษตรกรเขตปฏิรูปที่ดินทำกินยั่งยืน". www.thairath.co.th. 2018-08-10.
  13. "ประวัติความเป็นมา". www.alro.go.th.
  14. http://www.chaiburi.go.th/files/com_networknews/2019-12_630e26bb27e02c7.pdf
  15. "ที่ดินพระราชทาน 5 จังหวัด". www.alro.go.th.
  16. "ย้อนรอยที่ดินส.ป.ก.4-01 สะเทือนถึงล้มรัฐบาล 15 พ.ย.62 (คลุกข่าวเล่าประเด็น)". สำนักข่าวไทย อสมท. 2019-11-15.
  17. 17.0 17.1 "ส.ป.ก. พบ "ปารีณา" ถือครองที่ดินโดยมิชอบ ขอให้คืนภายใน 7 วัน แต่ยังไม่ดำเนินคดี". BBC News ไทย. สืบค้นเมื่อ 2021-08-26.
  18. "ฟาร์มไก่'ปารีณา'รุกที่ส.ป.ก. หากชี้แจงไม่ขึ้นยึดคืนหลวง!". dailynews. 2019-11-12.
  19. matichon (2020-02-11). ""กฤษฎีกา" สรุปความเห็นปม "ที่ดินปารีณา" แล้ว ระบุชัด "ยังเป็นพื้นที่ป่า"". มติชนออนไลน์.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′28″N 100°30′22″E / 13.757833°N 100.506170°E / 13.757833; 100.506170