ข้ามไปเนื้อหา

พระราชวังสราญรมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชวังสราญรมย์

พระราชวังสราญรมย์เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566
แผนที่
แผนที่โต้ตอบของพระราชวังสราญรมย์
ประเภทพระราชวัง
ที่ตั้งแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ประวัติ
สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
การใช้งานดั้งเดิมสถานที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์
เหตุกาณ์สำคัญการลงนามก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อมูลพื้นที่
สถาปนิกเฮนรี อาลาบาศเตอร์
สถาปัตยกรรม
โคโลเนียล
สถานะยังมีอยู่
ผู้ดูแลสำนักพระราชวัง
ชื่อที่ขึ้นทะเบียนพระราชวังสราญรมย์ (กระทรวงการต่างประเทศเดิม)
ขึ้นเมื่อ28 ธันวาคม พ.ศ. 2545
เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร
เลขอ้างอิง0000072

พระราชวังสราญรมย์ เป็นวังที่ตั้งอยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวังกับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ทางทิศตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะ

ประวัติ

[แก้]

แรกสร้าง

[แก้]

พระราชวังสราญรมย์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น ออกแบบโดยเฮนรี อาลาบาศเตอร์ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2409 โดยมีพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (เพ็ง) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับ พระราชทานนามว่า สราญรมย์ แต่เสด็จสวรรคตก่อนที่จะสร้างเสร็จ

ในช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานวังสราญรมย์ให้เป็นที่ประทับชั่วคราวของเจ้านายเมื่อแรกออกจากพระบรมมหาราชวัง ก่อนที่วังประทับถาวรจะก่อสร้างแล้วเสร็จ อาทิเช่น สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชทรงประทับเมื่อ พ.ศ. 2419–2424 ระหว่างก่อสร้างวังบูรพาภิรมย์ เป็นต้น

การใช้งานด้านการต่างประเทศ

[แก้]
ภาพถ่ายวังสราญรมย์เมื่อ พ.ศ. 2497 ขณะที่เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ

ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้วังสราญรมย์เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ เช่น เจ้าชายแห่งญี่ปุ่น ซาเรวิชหรือมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย (ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดินีโคไลที่ 2 แห่งรัสเซีย) เจ้าชายจอร์จแห่งกรีซ โดยพระราชอาคันตุกะพระองค์แรกที่เข้ามาประทับภายในวังสราญรมย์คือ เจ้าชายออสการ์ เมื่อ พ.ศ. 2427

เมื่อ พ.ศ. 2428 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ทรงขอพระราชทานวังสราญรมย์ให้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาจึงย้ายไปที่ตึกราชวัลลภ ในพระบรมมหาราชวัง ใน พ.ศ. 2430 วังสราญรมย์ จึงใช้เป็นบ้านพักรับรองพระราชอาคันตุกะเรื่อยมา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียก "วังสราญรมย์" เป็น "พระราชวังสราญรมย์" ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2459[1]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสราญรมย์ให้เป็นที่ทำการของกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากตึกราชวัลลภในพระบรมมหาราชวังชำรุดทรุดโทรมลงมาก เมื่ออาคารดังกล่าวกลายเป็นที่ทำการสำนักงานกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ก็กลับเรียกชื่อว่า "วังสราญรมย์" อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมิได้มีเจ้านายประทับเป็นการประจำ และได้ใช้วังสราญรมย์เป็นที่ทำการถาวรของกระทรวงการต่างประเทศสืบมา โดยวังสราญรมย์แห่งนี้เคยเป็นที่ที่ชาติสมาชิกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ลงนามในปฏิญญากรุงเทพ (หรือปฏิญญาอาเซียน) ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน อย่างเป็นทางการ โดยผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ พ.อ. ถนัด คอมันตร์

หลังกระทรวงการต่างประเทศย้ายออก

[แก้]

จนกระทั่งประมาณช่วง พ.ศ. 2535 จึงมีการย้ายสำนักงานส่วนใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศออกไปที่อาคารถนนศรีอยุธยาตัดกับถนนพระรามที่ 6 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศย้ายสำนักงานไปแล้ว มีการปิดวังสราญรมย์เพื่อปรับปรุงและบูรณะซ่อมแซม โดยในช่วงแรกมีแผนที่จะจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การทูตไทย และสถาบันฝึกอบรมข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศ ในชั้นนี้การบูรณะยังไม่แล้วเสร็จ

อนึ่ง ในพื้นที่วังสราญรมย์บริเวณฝั่งที่ติดกับพระราชอุทยานสราญรมย์ (ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร) ได้มีการก่อสร้างทำเนียบองคมนตรีและอาคารสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งยังใช้เป็นที่ทำการของคณะองคมนตรีไทยมาจนถึงปัจจุบัน

พระบรมราชานุสาวรีย์

[แก้]
พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ขนานนามประตูพระราชวังสวนดุสิต , เล่ม ๓๓, ตอน ๐ก, ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๙, หน้า ๑๑๓

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°45′01″N 100°29′41″E / 13.75033°N 100.49469°E / 13.75033; 100.49469