ฟุตบอลทีมชาติไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หน้านี้สำหรับทีมฟุตบอลชาย สำหรับทีมหญิงดูได้ที่ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย
ฟุตบอลทีมชาติไทย
Shirt badge/Association crest
ฉายา "ช้างศึก"
สมาคม สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาพันธ์ย่อย เอเอฟเอฟ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
สมาพันธ์ เอเอฟซี (ทวีปเอเชีย)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง[1]
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โชคทวี พรหมรัตน์
ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์
กัปตัน ธีราทร บุญมาทัน
ติดทีมชาติสูงสุด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (134)
ทำประตูสูงสุด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (71)
สนามเหย้า ราชมังคลากีฬาสถาน
รหัสฟีฟ่า THA
อันดับฟีฟ่า 121 Decrease -4 (14 กรกฏาคม พ.ศ. 2559)
อันดับฟีฟ่าสูงสุด 42 (กันยายน พ.ศ. 2541)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด 165 (ตุลาคม พ.ศ. 2558)
อันดับอีแอลโอ 105 (พฤษภาคม พ.ศ. 2558)
อันดับอีแอลโอสูงสุด 62 (มกราคม พ.ศ. 2544)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 137 (เมษายน พ.ศ. 2528)
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
เวียดนามใต้ เวียดนามใต้ 3 - 1 ไทย ไทย
(เวียดนามใต้; พ.ศ. 2499)
ชนะสูงสุด
ไทย ไทย 10 - 0 บรูไน บรูไน
(กรุงเทพ, ไทย; 24 พฤษภาคม, พ.ศ. 2514)
แพ้สูงสุด
สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร 9 - 0 ไทย ไทย
(เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย; 26 พฤศจิกายน, พ.ศ. 2499)
เอเอฟซี เอเชียนคัพ
เข้าร่วม 7
ผลงานดีที่สุด อันดับ 3 1972
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน
เข้าร่วม 10 (ครั้งแรกใน 1996)
ผลงานดีที่สุด ชนะเลิศ 1996,2000,2002,2014

ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทีมมีประวัติของความสำเร็จในการแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือชนะเลิศอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 4 สมัย และชนะเลิศซีเกมส์ 9 สมัย โดยทีมชาติไทยยังสามารถคว้าอันดับ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 และเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง และในเอเชียนเกมส์ 4 ครั้ง โดยอันดับโลกฟีฟ่าที่ทีมชาติไทยทำอันดับได้ดีที่สุด คือ อันดับที่ 42 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 ปัจจุบันทีมชาติไทยอยู่อันดับที่ 121 ของโลก อันดับที่ 18 ของเอเชีย และอยู่ในอันดับที่ 1 ของอาเซียน จากการจัดอันดับโดยฟีฟ่า (กรกฏาคม พ.ศ. 2559)

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ปี สมาคม
2459 ก่อตั้ง
2468 ฟีฟ่า
2500 เอเอฟซี
2537 เอเอฟเอฟ

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 ในนามคณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม และเล่นการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก (พบกับทีมฝ่ายยุโรป) ที่สนามราชกรีฑาสโมสร ในวันที่ 20 ธันวาคม ในปีนั้น จนวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ โดยลงเล่นในการแข่งขันระหว่างประเทศครั้งแรกใน พ.ศ. 2473 พบกับทีมชาติอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นเวียดนามใต้ และ ฝรั่งเศส เพื่อต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชื่อของทีมชาติและชื่อของสมาคมได้ถูกเปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2482 เมื่อสยามกลายเป็นประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2499 พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1956ที่เมลเบิร์น โดยเป็นครั้งแรกของทางทีมที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมไทยจับฉลากพบกับสหราชอาณาจักร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยพ่ายแพ้ไป 0-9 (ความพ่ายแพ้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์) ตกรอบทันที โดยในรอบที่สอง ทีมสหราชอาณาจักรก็พ่ายแพ้ให้กับทีมชาติบัลแกเรีย 6 ประตูต่อ 1 โดยทีมชาติบัลแกเรียได้เหรียญทองแดง ทีมชาติยูโกสลาเวีย ได้เหรียญเงิน และสหภาพโซเวียตได้เหรียญทองไปครอง[2] ภายหลังจากการแข่งขัน หนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "ทีมชาติอังกฤษเฆี่ยนทีมชาติไทย 9 - 0" ซึ่งภายหลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ หนึ่งในนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกไปศึกษาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี เพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2508 ฟุตบอลทีมชาติไทยก็คว้าเหรียญทองในกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันเรียกว่าซีเกมส์) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จนถึง พ.ศ. 2552 ประเทศไทยชนะเลิศการแข่งขันทุก ๆ สองปีรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง

ทีมไทยได้เข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อนอีกครั้งในปีพ.ศ. 2511 โดยแพ้ต่อทีมชาติบัลแกเรีย 0-7, ทีมชาติกัวเตมาลา 1-4 และทีมชาติเช็กโกสโลวาเกีย 0-8 ตกรอบแรกในการแข่งขัน ซึ่งผู้ชนะในคราวนี้ คือทีมชาติฮังการี ได้เหรียญทองไปครอง ซึ่งเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2515 ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 1972 ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันเอเชียนคัพครั้งที่ 5 โดยในการแข่งขันนี้ ทีมชาติไทยได้อันดับที่ 3 โดยยิงลูกโทษชนะทีมชาติกัมพูชา 5 ประตูต่อ 3 ภายหลังจากเสมอกัน 2 ต่อ 2 ซึ่งในการแข่งขันนี้ ทีมชาติอิหร่าน ชนะเลิศ และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รางวัลรองชนะเลิศตามลำดับ

ในปี พ.ศ. 2519 ประเทศไทยได้แชมป์คิงส์คัพครั้งแรก โดยเป็นแชมป์ร่วมกับทีมชาติมาเลเซีย ภายหลังจากที่มีการเริ่มมีการจัดคิงส์คัพในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยต่อมาทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์คิงส์คัพอีกหลายครั้งรวมทั้งสิ้น 11 ครั้งด้วยกัน

สำหรับการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ทีมชาติไทยยังไม่สามารถที่จะชนะเลิศได้ โดยความสำเร็จสูงสุดคือเข้ารอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นที่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2533 เช่นเดียวกับ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2541 และ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่จัดขึ้นที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี พ.ศ. 2545และครั้งล่าสุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นที่ โดฮา ในปี พ.ศ. 2549 ทีมชาติไทยก็เป็นทีมเดียวในอาเซียนที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเข้ารอบโดยเป็นที่ 1 ของกลุ่มซี

ในปี พ.ศ. 2537 ไทยได้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) กับอีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการเชิญสโมสรชั้นนำจากทั่วโลก มาแข่งขันกับในประเทศไทยหลายครั้ง ได้แก่ เอฟซีปอร์โต (2540) อินเตอร์มิลาน (2540) โบคาจูเนียร์ (2540) ลิเวอร์พูล (2544) นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (2547) เอฟเวอร์ตัน (2548) โบลตันวันเดอร์เรอร์ (2548) แมนเชสเตอร์ซิตี (2548 ที่ไทย และ 2550 ที่อังกฤษ[3]) และสโมสรชั้นนำอื่น ๆ และในปี 2551 ไทยตกรอบฟุตบอลรอบคัดเลือก รอบ 20 ทีมสุดท้าย โดยได้อยู่สายเดียวกับทีมอย่าง ญี่ปุ่น โอมาน บาห์เรน โดยไทยแข่ง 6 นัด ไม่ชนะใครเลย แพ้ 5 เสมอ 1 ทำให้ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นไม่นาน ปีเตอร์ รีด อดีตนักเตะเอฟเวอร์ตันและทีมชาติอังกฤษก็เข้ามารับตำแหน่งแทนแต่ไทย ก็พลาดแชมป์ อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007 โดยการแพ้ทีมชาติเวียดนามรวมผลสองนัด 3-2 และยังพลาดคิงส์คัพอีกรายการหนึ่ง โดยดวลจุดโทษแพ้ ทีมชาติเดนมาร์ก จากเหตุการณ์ดังกล่าว ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 ปีเตอร์ รีด จึงถูกปลดออกจากตำแหน่งรวมทั้งอนาคตที่ไม่แน่นอนในการคุมทีมชาติเพราะรีดมีข่าวว่าจะไปทำงานที่สโมสรฟุตบอลสโตกซิตี โดยเป็นผู้ช่วยของ โทนี พูลิส ผู้จัดการทีมสโตกซิตี

ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552, ไบรอัน ร็อบสัน ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยซึ่งเซ็นสัญญากับทีมชาติไทยไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014.[4]. ต่อมาในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552, ร็อบสันสามารถนำทีมชาติไทยชนะนัดแรกในการคุมทีมของในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2011 รอบคัดเลือก ที่พบกับ ทีมชาตสิงคโปร์ ด้วยสกอร์ 3-1.[5] แต่ในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552, ร็อบสันนำทีมชาติไทยแพ้นัดแรกต่อทีมชาตสิงคโปร์ เช่นกันด้วยสกอร์ 1-0 ด้วยการแพ้ในบ้านที่ประเทศไทย. ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ทีมชาติไทยสามารถยันเสมอกับจอร์แดน และ ทีมชาตอิหร่าน ด้วยสกอร์ 0-0 ทั้งสองนัดในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมชาติไทยได้เข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2011 ที่ประเทศกาตาร์ได้ ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ร็อบสันสามารถนำทีมชาติไทยชนะทีมชาติสิงคโปร์ด้วยสกอร์ 1-0 ที่ประเทศไทย ในการแข่งขันกระชับมิตร ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติอินเดีย ได้ด้วยสกอร์ 2-1 ในการแข่งขันกระชับมิตรเช่นกัน แต่ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยตกรอบ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม หลังจากการเสมอ 2 นัดกับ ทีมชาติลาว และ ทีมชาติมาเลเซีย และแพ้ให้กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ซึ่งช่วงนั้นถือเป็นยุคมืดของทีมชาติไทยอย่างแท้จริง ทำให้ร็อบสันยกเลิกสัญญาจากการเป็นผู้จัดการทีมในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554.[6]

ต่อมา วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตผู้จัดการทีมเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ท กับอดีตแมวมองสโมสรโบรุสเซียเมินเชนกลัดบัคสโมสรฟุตบอลชื่อดังในบุนเดสลีกาและอดีตผู้จัดการทีมทีมชาติแคเมอรูนวัย 61 ปีได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยแทนไบรอัน ร็อบสัน ที่มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ โดยงานแรกของเชเฟอร์คือการนำทีมชาติไทยไปแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งแฟนบอลทุกคนได้สนับสนุนการทำงานของเชเฟอร์มาตลอดไม่ว่าการแข่งขันในบ้านหรือนอกบ้านจะมีแฟนบอลคอยติดตามอยู่ทุกเมื่อ

โดยนัดแรกทีมชาติไทยได้บุกไปแพ้ให้แก่ฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย ด้วยสกอร์ 1-2 ซึ่งออกนำไปก่อนจากประตูของธีรศิลป์ แดงดา.[7] แล้วในการแข่งขันต่อมาทีมชาติไทยสามารถเอาชนะฟุตบอลทีมชาติโอมานได้ 3-0 จากประตูของสมปอง สอเหลบ, ธีรศิลป์ แดงดา และการทำเข้าประตูตัวเองของราชิค จูมา อัล-ฟาร์ซี โดยเป็นชัยชนะนัดที่สองของทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งนัดแรกคือนัดที่เอาชนะทีมชาติปาเสลสไตน์ได้ 3-2 ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2.[8] และสามารถยันเสมอทีมชาติซาอุดีอาระเบียได้ 0-0 ในนัดถัดมาแต่หลังจากนั้นทีมชาติไทยได้แพ้อีกทั้ง 3 นัดในการไปเยือน 2 นัดและเล่นในบ้าน 1 นัดจึงทำให้หยุดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ไว้ที่รอบแบ่งกลุ่ม (คัดเลือกรอบที่ 3 โซนเอเชีย) และในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ทีมชาติไทยสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ซึ่งต้องไปพบกับทีมชาตสิงคโปร์ด้วยการเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย ด้วยสกอร์ 3-1 ในรอบก่อนรอบชิงชนะเลิศ[9] ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรกทีมชาติไทยบุกไปแพ้ทีมชาติสิงคโปร์แต่ก็ได้ประตูทีมเยือน (อเวย์โกล์) จากอดุลย์ หละโสะและในนัดที่สองแข่งกันที่กรีฑาสถานแห่งชาติทีมชาติไทยสามารถเอาชนะทีมชาติสิงคโปร์ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของกีรติ เขียวสมบัติแต่รวมผลสกอร์ทีมชาติไทยแพ้ 3-2 [10] ต่อมาเชเฟอร์ได้นำทีมชาติไทยไปแข่งในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก (แบ่งกลุ่ม) ซึ่งเขานำทีมชาติไทยแพ้ทั้ง 2 นัดและทำให้เขายกเลิกสัญญาระหว่างเขากับทีมชาติไทยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชื่อดังเป็นผู้จัดการทีมชาติคนใหม่ ซึ่งนัดแรกของเกียรติศักดิ์ในการคุมทีมชาติไทยคือในการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติจีน โดยเกียรติศักดิ์สามารถนำทีมชาติไทยบุกไปชนะทีมชาติจีนถึงถิ่นด้วยสกอร์ 5-1[11]

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้งให้ สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังชาวไทย เป็นผู้ฝึกสอนและเตรียมทีมชาติไทยไปแข่งกับทีมชาติอิหร่าน ในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก (แบ่งกลุ่ม)[12] ก่อนที่เกียรติศักดิ์จะมาคุมทีมต่อและสร้างประวัติศาสตร์สามารถคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และรองแชมป์คิงส์คัพในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 รวมทั้งในปี พ.ศ. 2559 ก็สามารถพาทีมชาติไทยเป็นแชมป์กลุ่มเอฟในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และสามารถผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพ 2019 ทันที ซึ่งเป็นการผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

ราชมังคลากีฬาสถาน

สนามเหย้า[แก้]

ดูบทความหลักที่: ราชมังคลากีฬาสถาน

ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2541 สำหรับใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปัจจุบันมีความจุทั้งสิ้น 65,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่สนามกีฬาหัวหมาก ภายในที่ทำการของการกีฬาแห่งประเทศไทย แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติไทย ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้จนถึงปัจจุบัน

สนามอื่นๆ ที่สามารถใช้งานได้[แก้]

ชุดที่ใช้สำหรับการแข่งขัน[แก้]

แต่เดิมชุดแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่หนึ่งประกอบด้วย เสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดง ส่วนชุดที่สองประกอบด้วย เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีน้ำเงิน และ ถุงเท้าสีน้ำเงิน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่ง ไปยังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นเสื้อสีเหลือง กางเกงสีเหลือง และถุงเท้าสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ประชุมกรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีมติให้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยังฟีฟ่า กลับมาเป็นเสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดงอีกครั้ง

ไทย เอฟบีที (2545-2550)
ชุดที่หนึ่ง
(2545)
ชุดที่สอง
(2545)
ชุดที่หนึ่ง
(2546-2547)
ชุดที่สอง
(2546-2547)
ชุดที่หนึ่ง
(2548)
ชุดที่สอง
(2548)
ชุดที่หนึ่ง
(2549-2550)
ชุดที่สอง
(2549-2550)
สหรัฐอเมริกา ไนกี (2550-2554)
ชุดที่หนึ่ง
(เอเชียนคัพ 2550)
ชุดที่สอง
(เอเชียนคัพ 2550)
ชุดสีเหลือง
(2550)
ชุดที่หนึ่ง
(2551-2552)
ชุดที่สอง
(2551-2552)
ชุดที่หนึ่ง
(2553-2554)
ชุดที่สอง
(2553-2554)
ไทย แกรนด์สปอร์ต (2555-ปัจจุบัน)
ชุดที่หนึ่ง
(2555-2556)
ชุดที่สอง
(2555-2556)
ชุดที่หนึ่ง
(2557-2559)
ชุดที่สอง
(2557-2559)

ประวัติการแข่งขัน[แก้]

ฟุตบอลโลก 2010[แก้]

จากการจับฉลากสำหรับรอบที่ 1 และ รอบที่ 2 ในการแข่งขันรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยในรอบที่ 1 ทีมชาติไทยสามารถเอาชนะมาเก๊า ด้วยผลประตูรวม 13-2 และต้องพบกับเยเมนในรอบที่ 2 โดยทีมชาติไทยสามารถเอาชนะด้วยผลประตูรวม 2-1 โดยทีมชาติไทยถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับญี่ปุ่น, บาห์เรน, และ โอมาน ในรอบแบ่งกลุ่มรอบแรก

เอเอฟซีรอบที่ 3 : กลุ่ม 2[แก้]

ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย รวม แต้ม
ธงชาติญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 6 4 1 1 12 3 +9 13
ธงชาติบาห์เรน บาห์เรน 6 3 2 1 7 5 +2 11
ธงชาติโอมาน โอมาน 6 2 2 2 5 7 −2 8
ธงชาติไทย ไทย 6 0 1 5 5 14 −9 1
  บาห์เรน ญี่ปุ่น โอมาน ไทย
บาห์เรน ธงชาติบาห์เรน 1 – 0 1 – 1 1 – 1
ญี่ปุ่น ธงชาติญี่ปุ่น 1 – 0 3 – 0 4 – 1
โอมาน ธงชาติโอมาน 0 – 1 1 – 1 2 – 1
ไทย ธงชาติไทย 2 – 3 0 – 3 0 – 1

ฟุตบอลโลก 2018[แก้]

การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่แฟนบอลทีมชาติไทยคาดหวังมากที่สุด เนื่องจากชุดนี้หัวหน้าผู้ฝึกสอนตกเป็นของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งสามารถพาทีมชุดนี้คว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลระดับอาเซียนกลับประเทศได้หมดแล้ว ทั้งซีเกมส์ 2013 และ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014[13] รวมทั้งการจับสลากแบ่งกลุ่มในการแข่งขันในรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มเอฟร่วมกับอิรัก ซึ่งมีอันดับโลกฟีฟ่าต่ำสุดในโถที่ 1 ซึ่งเป็นหัวแถวของเอเชีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย ซึ่ง 2 ประเทศนี้อยู่ในเขตอาเซียน และไต้หวัน ซึ่งมีอันดับโลกฟีฟ่าต่ำสุดในเอเชีย จึงนับว่าเป็นเรื่องง่ายของไทยที่จะผ่านไปเล่นในรอบที่ 3[14]

และนัดแรกก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เพราะการแข่งขันระหว่างไทยกับเวียดนามที่ราชมังคลากีฬาสถานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่ง วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ในขณะนั้นส่งเรื่องไปยังฟีฟ่า และได้รับอนุมัติให้เลื่อนออกมาหลังไปทับกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์[15] ไทยสามารถเอาชนะเวียดนามได้ 1-0 จากปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 81[16] แต่แล้วในวันที่ 30 พฤษภาคม ก็เกิดเหตุการณ์โชคร้ายของทีมไทย เมื่ออินโดนีเซียถูกฟีฟ่าสั่งแบนจากการนำการเมืองเข้ามาแทรกแทรงวงการฟุตบอล หมดสิทธิ์ลงแข่งฟุตบอลโลก[17] แต่เกียรติศักดิ์ กุนซือ ช้างศึก เห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะการแข่งขันจะลดลงถึง 2 นัด ทำให้มีเวลาเตรียมทีมและฝึกซ้อมมากกว่าเดิม[18] แล้วก็เป็นผล เพราะเมื่อ 16 มิถุนายน ไทยสามารถบุกไปชนะไต้หวันได้ถึงถิ่น 2-0 จาก ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 21 และ 39[19] และเปิดบ้านยันเสมอกับอิรักเมื่อ 8 กันยายน ไป 2-2 จากจุดโทษของ ธีราทร บุญมาทัน ในนาทีที่ 80 และ มงคล ทศไกร ในนาทีที่ 83[20] ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม ไทยก็บุกไปชนะเวียดนามได้ถึง 3-0 จาก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ในนาทีที่ 28, การสกัดเข้าประตูตัวเองของ ดิน เทียน ทันห์ ในนาทีที่ 56 และการต่อบอลอันสวยงาม 16 ครั้ง ก่อนปิดกล่องที่ ธีราทร บุญมาทัน ในนาทีที่ 70[21][22] และในวันที่ 12 พฤศจิกายน ไทยก็เปิดบ้านเอาชนะไต้หวันไป 4-2 จาก ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 41, ปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 52, อดิศักดิ์ ไกรษร ในนาทีที่ 72 และ ธนา ชะนะบุตร ในนาทีที่ 74[23]

และนัดสุดท้ายในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่สนามกลางในประเทศอิหร่าน ซึ่งอิรักใช้แข่งเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองอันไม่สงบภายในประเทศอิรัก[24] ไทยสามารถยันเสมออิรักได้ 2-2 จาก มงคล ทศไกร ในนาทีที่ 40 และ อดิศักดิ์ ไกรษร ในนาทีที่ 86 ทำให้ไทยเข้ารอบที่ 3 ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และสามารถเข้ารอบสุดท้ายของศึก เอเชียนคัพ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีอีกด้วย[25][26]

ตารางสรุปคะแนน[แก้]

อันดับ ทีม
    
เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1 ธงชาติไทย ไทย (Q) 6 4 2 0 14 6 +8 14 รอบที่ 3 และ เอเชียน คัพ 2–2 1–0 4–2
2 ธงชาติอิรัก อิรัก (Q) 6 3 3 0 13 6 +7 12 2–2 1–0 5–1
3 ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม (Q) 6 2 1 3 7 8 −1 7 เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก รอบที่ 3 0–3 1–1 4–1
4 ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป (Q) 6 0 0 6 5 19 −14 0 เอเชียนคัพ รอบคัดเลือกเพลย์ออฟ 0–2 0–2 1–2
5 ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย (D) 0 0 0 0 0 0 0 0 ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากฟีฟ่าสั่งระงับการแข่งขันหลังจากเกิดปัญหาการแทรกแซงการเมืองสู่วงการฟุตบอล[a]
แหล่งที่มา : ฟีฟ่า
(D) ตัดสิทธิ์; (Q) Qualified to the phase indicated.
หมายเหตุ :
  1. On 30 May 2015, FIFA announced that the Football Association of Indonesia (PSSI) was suspended with immediate effect for governmental interference.[27] On 3 June 2015, the AFC confirmed that Indonesia have been excluded from the qualifying competition, and all matches involving them have been cancelled.[28]

การแข่งขัน[แก้]

การแข่งขันที่สำคัญ[แก้]

# วันที่ สถานที่ คู่แข่ง สกอร์ ผล หมายเหตุ
1. 26/11/56 ออสเตรเลีย เมลเบิร์น, ประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่ 0-9 แพ้ การแข่งขันของทีมชาติไทยที่แพ้สูงสุด
2. 19/10/68 เม็กซิโก เอสตาดีโอโนว์กัมป์, เลออน ประเทศกัวเตมาลา กัวเตมาลา 4-1 แพ้ การแข่งขันและประตูครั้งแรกของทีมชาติไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์
3. 24/5/71 ไทย กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย บรูไนบรูไน 10-0 ชนะ การแข่งขันของทีมชาติไทยที่ชนะสูงสุด
4. 19/5/72 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร ธงชาติประเทศกัมพูชา กัมพูชา กัมพูชา 2-2 จุดโทษ 3-5 ชนะ ทีมชาติไทยคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขัน เอเชียนคัพ 1972
5. 4/6/83 เกาหลีใต้ สนามตองแตมุน, โซล ไนจีเรีย ไนจีเรีย 0-0 เสมอ
6. 12/6/83 เกาหลีใต้ สนามชอนจู, ชอนจู สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา 3-2 แพ้
7. 15/4/84 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 5-2 ชนะ
8. 21/6/92 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ 2-1 ชนะ เอเชียนคัพ 1992 รอบคัดเลือก
9. 29/6/93 สิงคโปร์ สิงคโปร์ ประเทศพม่า เมียนมาร์ 4-3 ชนะ เริ่มประสบความสำเร็จในระดับทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
10. 15/9/96 สิงคโปร์ สนามกีฬาแห่งชาติ, สิงคโปร์ มาเลเซีย มาเลเซีย 1-0 ชนะ ชนะการแข่งขัน อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ รอบชิงชนะเลิศ
11. 16/2/96 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร ฟินแลนด์ ฟินแลนด์ 5-2 ชนะ
12. 13/2/97 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร โรมาเนีย โรมาเนีย 1-0 ชนะ
13. 15/3/97 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 3-1 ชนะ
14. 14/12/98 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ 2-1 ชนะ
15. 23/2/00 ไทย ราชมังคลากีฬาสถาน, กรุงเทพมหานคร บราซิล บราซิล 0-7 แพ้
16. 21/12/04 ไทย ราชมังคลากีฬาสถาน, กรุงเทพมหานคร เยอรมนี เยอรมนี 1-5 แพ้
17. 6/6/07 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร เนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ 1-3 แพ้
18. 3/10/07 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 เสมอ การแข่งขันครั้งสุดท้ายของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในนามทีมชาติไทย
19. 28/3/09 ไทย สนามศุภชลาศัย, กรุงเทพมหานคร นิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ 3-1 ชนะ การแข่งขันครั้งสุดท้ายของ ธชตวัน ศรีปาน ในนามทีมชาติไทย
20. 16/5/10 แอฟริกาใต้ สนามกีฬาเคปทาวน์, เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ แอฟริกาใต้ 4-0 แพ้
21. 2/9/11 ออสเตรเลีย สนามกีฬาซันคอร์ป, บริสเบน ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 2-1 แพ้ การแข่งขันครั้งแรกกับออสเตรเลีย
22. 6/9/11 ไทย ราชมังคลากีฬาสถาน, กรุงเทพมหานคร โอมาน โอมาน 3-0 ชนะ

สถิติฟุตบอลโลก[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ปี ผล อันดับ ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
อุรุกวัย 1930 -
เม็กซิโก 1970
ไม่ได้เข้าร่วม - - - - - - - - - - - - -
เยอรมนีตะวันตก 1974 ไม่ผ่านเข้ารอบ - - - - - - - 4 0 0 4 0 13
อาร์เจนตินา 1978 - - - - - - - 4 1 0 3 8 12
สเปน 1982 - - - - - - - 3 0 1 2 3 13
เม็กซิโก 1986 - - - - - - - 6 1 2 3 4 4
อิตาลี 1990 - - - - - - - 6 1 0 5 2 14
สหรัฐอเมริกา 1994 - - - - - - - 8 4 0 4 13 7
ฝรั่งเศส 1998 - - - - - - - 4 1 1 2 5 6
เกาหลีใต้ญี่ปุ่น 2002 - - - - - - - 14 5 5 4 25 20
เยอรมนี 2006 - - - - - - - 6 2 1 3 9 10
แอฟริกาใต้ 2010 - - - - - - - 10 3 2 5 20 17
บราซิล 2014 - - - - - - - 5 2 2 1 7 4
รัสเซีย 2018 กำลังแข่งขันรอบคัดเลือก - - - - - - -
ประเทศกาตาร์ 2022 ยังไม่แข่งขัน - - - - - - -
รวม - - - - - - - 65 18 12 35 89 116

ประวัติในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก[แก้]

(ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2535)

สถิติเอเอฟซี เอเชียนคัพ[แก้]

เอเชียนคัพ นัดแข่งขันกับโอมาน ในปี 2007
เอเชียนคัพรอบสุดท้าย เอเชียนคัพรอบคัดเลือก
ปี ผลการแข่งขัน อันดับ ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
ฮ่องกง 1956 to อิสราเอล 1964 ไม่ได้เข้าร่วม - - - - - - - - - - - - -
อิหร่าน 1968 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 4 2 0 2 5 4
ไทย 1972 อันดับ 3 5 0 3 2 6 9
อิหร่าน 1976 ถอนทีมหลังจากผ่านการคัดเลือก - - - - - - - 4 3 0 1 8 2
คูเวต 1980 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 3 0 2 11 3
สิงคโปร์ 1984 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 3 0 2 9 10
ประเทศกาตาร์ 1988 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 1 2 2 5 12
ญี่ปุ่น 1992 รอบที่ 1 3 0 2 1 1 5 2 2 0 0 3 1
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1996 รอบที่ 1 3 0 0 3 2 13 6 4 2 0 31 5
เลบานอน 2000 รอบที่ 1 3 0 2 1 2 4 6 4 1 1 13 8
ประเทศจีน 2004 รอบที่ 1 3 0 0 3 1 9 6 3 0 3 10 7
อินโดนีเซียมาเลเซียไทยเวียดนาม 2007 รอบที่ 1 3 1 1 1 3 5
ประเทศกาตาร์ 2011 ไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก - - - - - -
ออสเตรเลีย 2015 ไม่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก - - - - - 6 0 0 6 7 21
รวม ดีที่สุด: อันดับ 3 20 1 8 11 15 45 43 25 5 13 95 52

สถิติเอเชียนเกมส์[แก้]

(ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2545)

เอเชียนเกมส์
ปี รอบ ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
อินเดีย 1951 ถึง
อินโดนีเซีย 1962
ไม่ได้เข้าร่วม
-
-
-
-
-
-
ไทย 1966
รอบก่อนรองชนะเลิศ
4
1
1
2
5
8
ไทย 1970
รอบก่อนรองชนะเลิศ
4
1
2
1
6
6
อิหร่าน 1974
รอบที่ 1
2
0
0
2
2
4
ไทย 1978
รอบที่ 2
5
2
0
3
6
12
อินเดีย 1982
รอบที่ 1
3
1
0
2
3
5
เกาหลีใต้ 1986
รอบที่ 1
4
1
1
2
8
4
ประเทศจีน 1990
รอบรองชนะเลิศ
6
3
1
2
5
3
ญี่ปุ่น 1994
รอบที่ 1
4
0
1
3
8
12
ไทย 1998
รอบรองชนะเลิศ
8
4
1
3
12
10
เกาหลีใต้ 2002
รอบรองชนะเลิศ
5
4
0
1
0
4
ประเทศกาตาร์ 2006
รอบก่อนรองชนะเลิศ
4
3
0
1
4
3
ประเทศจีน 2010
รอบก่อนรองชนะเลิศ
5
2
2
1
8
2
เกาหลีใต้ 2014
รอบรองชนะเลิศ
5
2
2
1
15
2
รวม
ดีที่สุด: รอบรองชนะเลิศ
60
25
9
24
95
75

ประวัติการแข่งขันในอาเซียน[แก้]

สถิติอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ[แก้]

การแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อไทเกอร์คัพและเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ

สถิติซีเกมส์[แก้]

(ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001))

ซีเกมส์
เจ้าภาพ/ปี รอบ ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
ไทย 1959 รองชนะเลิศ 4 2 0 2 9 10
ประเทศพม่า 1961 อันดับ 3 3 1 2 0 7 4
มาเลเซีย 1965 ชนะเลิศ 3 2 1 0 6 3
ไทย 1967 อันดับ 3 4 2 0 2 9 8
ประเทศพม่า 1969 รองชนะเลิศ 3 1 1 1 4 4
มาเลเซีย 1971 อันดับ 3 5 1 2 2 7 8
สิงคโปร์ 1973 รอบที่ 1 2 0 1 1 1 2
ไทย 1975 ชนะเลิศ 3 1 2 0 5 4
มาเลเซีย 1977 รองชนะเลิศ 4 1 1 2 3 6
อินโดนีเซีย 1979 อันดับ 3 5 2 2 1 6 5
ฟิลิปปินส์ 1981 ชนะเลิศ 4 2 2 0 9 6
สิงคโปร์ 1983 ชนะเลิศ 5 3 1 1 10 4
ไทย 1985
ชนะเลิศ
4
3
1
0
17
1
อินโดนีเซีย 1987
อันดับ 3
4
2
1
1
7
3
มาเลเซีย 1989
รอบรองชนะเลิศ
4
1
2
1
5
3
ฟิลิปปินส์ 1991
รองชนะเลิศ
4
2
1
1
10
2
สิงคโปร์ 1993
ชนะเลิศ
6
6
0
0
18
6
ไทย 1995
ชนะเลิศ
6
5
1
0
19
2
อินโดนีเซีย 1997
ชนะเลิศ
6
4
2
0
15
3
บรูไน 1999
ชนะเลิศ
6
5
1
0
24
1
มาเลเซีย 2001
ชนะเลิศ
6
6
0
0
14
2
เวียดนาม 2003
ชนะเลิศ
5
4
1
0
20
2
ฟิลิปปินส์ 2005
ชนะเลิศ
5
5
0
0
10
2
ไทย 2007
ชนะเลิศ
5
5
0
0
18
3
ลาว 2009
รอบที่ 1
4
2
1
1
15
3
อินโดนีเซีย 2011
รอบที่ 1
4
1
0
3
6
7
ประเทศพม่า 2013
ชนะเลิศ
6
4
2
0
10
3
สิงคโปร์ 2015
ชนะเลิศ
6
6
0
0
21
1
รวม
ดีที่สุด: ชนะเลิศ
126
79
28
19
305
108

เกียรติยศอื่นๆ[แก้]

ผลงานชุดเยาวชน[แก้]

ผู้ฝึกสอนทีมชาติ[แก้]

ไฟล์:Senamuang1.jpg
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2556

ผู้ฝึกสอนตั้งแต่ (พ.ศ. 2499–ปัจจุบัน)

ชื่อ สัญชาติ ช่วงเวลา สถิติ ผลงาน
G W D L Win %
บุญชู สมุทรโคจร ไทย 2499-2507  ?  ?  ?  ?  ?
ประเทียบ เทศวิศาล ไทย 2508-2511  ?  ?  ?  ?  ?
กึนเทอร์ กลอมบ์ เยอรมนี 2511-2518  ?  ?  ?  ?  ? โอลิมปิกฤดูร้อน 1968 - รอบแบ่งกลุ่ม
เสนอ ไชยยงค์ ไทย 2518  ?  ?  ?  ?  ?
เพเทอร์ ชนิทเกอร์ เยอรมนี 2519-2521  ?  ?  ?  ?  ?
แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพท์ เยอรมนี 2522-2524  ?  ?  ?  ?  ?
ประวิทย์ ไชยสาม ไทย 2524-2526  ? 2 3  ?  ?
ยรรยง ณ หนองคาย ไทย 2526-2528  ? 2 3  ?  ?
บัวร์กฮาร์ด ซีเซอ เยอรมนี 2528–2529  ?  ?  ?  ?  ?
ประวิทย์ ไชยสาม ไทย 2529-2532  ?  ?  ?  ?  ?
คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ บราซิล 2532–2534  ?  ?  ?  ?  ? คิงส์คัพ 1989
อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 1990
ปีเตอร์ สตัปป์ เยอรมนี 2535–2537  ? 6 2 1  ? 1992 AFC Asian Cup - Group Stage
ซีเกมส์ 1993 - ชนะเลิศ
วรวิทย์ สัมปชัญญสถิตย์ ไทย 2537  ? 2 3  ?  ?
ชัชชัย พหลแพทย์ ไทย 2537–2538  ?  ?  ?  ?  ? 1995 Southeast Asian Games - ชนะเลิศ
อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ไทย 2539 15 9 3 3 60.0 1996 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
ธวัชชัย สัจจกุล ไทย 2539  ?  ?  ?  ?  ? 1996 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
เดทท์มาร์ คราเมอร์ เยอรมนี 2540  ?  ?  ?  ?  ?
วิทยา เลาหกุล ไทย 2540–2541 24 10 9 5 41.7 ซีเกมส์ 1997 - ชนะเลิศ
ปีเตอร์ วิธ อังกฤษ 2541–2545 101 46 25 30 45.5 อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 1998
ซีเกมส์ 1999 - ชนะเลิศ
2000 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
2000 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
คิงส์คัพ 2000 - ชนะเลิศ
2002 ASEAN Football Championship - ชนะเลิศ
อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2002
คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ บราซิล 2546–2547 13 6 2 5 46.1
ชัชชัย พหลแพทย์ ไทย มิถุนายน - สิงหาคม 2547 8 2 1 5 25.0 2004 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
ซิกกี เฮลด์ เยอรมนี สิงหาคม 2547-2548 11 4 4 3 36.4 ไทเกอร์คัพ 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม
ชาญวิทย์ ผลชีวิน ไทย 2548-มิถุนายน 2551 39 18 11 10 46.1 2006 King's Cup - ชนะเลิศ
2006 T&T Cup - ชนะเลิศ
คิงส์คัพ 2007 - ชนะเลิศ
2007 AFC Asian Cup - รอบแบ่งกลุ่ม
อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007- รองชนะเลิศ
ปีเตอร์ รีด อังกฤษ กันยายน 2551-กันยายน 2552 15 8 4 3 53.3 2008 T&T Cup - ชนะเลิศ
เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008 - รองชนะเลิศ
ไบรอัน ร็อบสัน อังกฤษ กันยายน 2552 - มิถุนายน 2554 18 7 4 7 38.8 ภูเก็ต กะตะกรุ๊ป คัพ 2009 (รายการการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมสโมสร)
เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 - รอบแบ่งกลุ่ม
วินเฟรด เชเฟอร์ เยอรมนี กรกฎาคม 2554 - มิถุนายน 2556 28 14 6 8 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 - รองชนะเลิศ
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ไทย กรกฎาคม 2556 - ปัจจุบัน ซีเกมส์ 2013 - ชนะเลิศ
เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 - ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 รองชนะเลิศ
ซีเกมส์ 2015 - ชนะเลิศ

หัวหน้าทีม[แก้]

หมายเลขเสื้อ ผู้เล่น ดำรงตำแหน่ง
3 ธีราทร บุญมาทัน พ.ศ. 2558–ปัจจุบัน
19 อดุลย์ หละโสะ พ.ศ. 2557–2558
18 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล พ.ศ. 2556–2557
2 ภานุพงศ์ วงศ์ษา พ.ศ. 2555–2556
6 ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ พ.ศ. 2553–2554
7 ดัสกร ทองเหลา พ.ศ. 2551–2552
10 ตะวัน ศรีปาน พ.ศ. 2550–2551
17 สุธี สุขสมกิจ พ.ศ. 2549
1

5

กิตติศักดิ์ ระวังป่า

นิเวส ศิริวงศ์

พ.ศ. 2549, พ.ศ. 2551
6 รุ่งโรจน์ สว่างศรี พ.ศ. 2547–2548
8 เทิดศักดิ์ ใจมั่น พ.ศ. 2546
12 สุรชัย จิระศิริโชติ พ.ศ. 2545
13 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พ.ศ. 2544–พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2547, พ.ศ. 2550
5 โชคทวี พรหมรัตน์ พ.ศ. 2542–พ.ศ. 2543, พ.ศ. 2546
7 นที ทองสุขแก้ว พ.ศ. 2539–พ.ศ. 2541
14 วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ พ.ศ. 2538
9 ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน พ.ศ. 2536

ผู้ทำประตูสูงสุด[แก้]

สถิติ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อันดับ ผู้เล่น จำนวนประตู ช่วงเวลาที่เล่น
1 ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน 103 2524-2526
(ฟีฟ่ารับรอง 15)
2 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง 70 2536-2550
3 นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ 55 2510-2522
4 เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง 42 2514-2524
5 ธีรศิลป์ แดงดา 33 2550-ปัจจุบัน
6 วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ 32 2528-2538
7 ศรายุทธ ชัยคำดี 31 2546-2553
8 วรวุฒิ ศรีมะฆะ 29 2539-2542
9 ดาวยศ ดารา 28 2518-2529
10 สุทธา สุดสะอาด 25 2521-ไม่ทราบปี
10 ชลอ หงษ์ขจร 2522-2530
10 เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ 2538-2540

* ผู้เล่นที่มีชื่อเป็นอักษรตัวหนาคือผู้เล่นที่ยังเล่นอยู่ในปัจจุบัน

ผู้เล่น[แก้]

ชุดปัจจุบัน[แก้]

รายชื่อผู้เล่นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
20 1GK สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 23 มีนาคม ค.ศ. 1982 (34 ปี) 82 0 ไทย สุพรรณบุรี
1 1GK กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ 26 มกราคม ค.ศ. 1990 (26 ปี) 42 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
23 1GK ชนินทร์ แซ่เอียะ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 2 0 ไทย ชลบุรี

3 2DF ธีราทร บุญมาทัน (กัปตันทีม) 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 (26 ปี) 29 5 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
13 2DF นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 (22 ปี) 18 1 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
17 2DF ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 21 กันยายน ค.ศ. 1993 (22 ปี) 15 1 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
2 2DF พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (23 ปี) 13 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
15 2DF มิก้า ชูนวลศรี 26 ตุลาคม ค.ศ. 1983 (32 ปี) 12 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด
19 2DF ทริสตอง โด 31 มกราคม ค.ศ. 1993 (23 ปี) 5 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
5 2DF อดิศร พรหมรักษ์ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (22 ปี) 5 0 ไทย บีอีซี เทโรศาสน
16 2DF สุพรรณ ทองสงค์ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (21 ปี) 0 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด

4 3MF เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 (25 ปี) 24 5 ไทย ชลบุรี
18 3MF ชนาธิป สรงกระสินธ์ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (22 ปี) 24 4 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
6 3MF สารัช อยู่เย็น 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 22 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
11 3MF มงคล ทศไกร 5 กันยายน ค.ศ. 1987 (28 ปี) 21 6 ไทย อาร์มี่ ยูไนเต็ด
14 3MF ศราวุฒิ มาสุข 3 มิถุนายน ค.ศ. 1990 (26 ปี) 16 1 ไทย บางกอกกล๊าส
12 3MF ประกิต ดีพร้อม 7 มกราคม ค.ศ. 1988 (28 ปี) 14 3 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
8 3MF สรรวัชญ์ เดชมิตร 3 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (26 ปี) 13 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด
7 3MF ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 (23 ปี) 1 0 ไทย อาร์มี่ ยูไนเต็ด
21 3MF บดินทร์ ผาลา 20 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (21 ปี) 0 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด

10 4FW ธีรศิลป์ แดงดา 6 มิถุนายน ค.ศ. 1988 (28 ปี) 71 33 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
9 4FW อดิศักดิ์ ไกรษร 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (25 ปี) 18 8 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
22 4FW ธนา ชะนะบุตร 6 มิถุนายน ค.ศ. 1984 (32 ปี) 16 2 ไทย การท่าเรือ

ที่เคยถูกเรียกตัว[แก้]

รายชื่อผู้เล่นที่เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยในรอบ 12 เดือนล่าสุด:

ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร ถูกเรียกครั้งล่าสุด
GK สมพร ยศ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1993 (23 ปี) 0 0 ไทย บีอีซี เทโรศาสน v. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559
GK อุกฤษณ์ วงศ์มีมา 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 (25 ปี) 0 0 ไทย ราชบุรี v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
GK ฉัตรชัย บุตรพรหม 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 (29 ปี) 3 0 ไทย โอสถสภา v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 12 พฤศจิกายน 2558

DF สุทธินันท์ พุกหอม 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1987 (28 ปี) 30 3 ไทย ชลบุรี v. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559INJ
DF กรวิทย์ นามวิเศษ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1986 (29 ปี) 9 0 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด v. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559INJ
DF ศิลา ศรีกำปัง 18 เมษายน ค.ศ. 1989 (27 ปี) 1 0 ไทย ราชบุรี v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
DF พุทธินันท์ วรรณศรี 5 กันยายน ค.ศ. 1992 (23 ปี) 4 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
DF อาทิตย์ ดาวสว่าง 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (23 ปี) 7 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v. ธงชาติแคเมอรูน แคเมอรูน, 30 มีนาคม 2558
DF มิก้า ชูนวลศรี 26 มีนาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี) 5 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v.คิงส์คัพ 2015
DF ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 (33 ปี) 25 1 ไทย บีอีซี เทโรศาสน v.ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย,20 ธันวาคม 2557
DF วสันต์ ฮมแสน 2 สิงหาคม ค.ศ. 1991 (24 ปี) 5 0 ไทย บางกอกกล๊าส v. Flag of the People's Republic of China จีน, 10 ตุลาคม 2557
DF สราวุธ กัลยาณบัณฑิต 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 (25 ปี) 2 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v. Flag of the People's Republic of China จีน, 10 ตุลาคม 2557

MF ปกเกล้า อนันต์ 4 มีนาคม ค.ศ. 1991 (25 ปี) 17 4 ไทย ชลบุรี v. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559INJ
MF จักรพันธ์ แก้วพรม 24 เมษายน ค.ศ. 1988 (28 ปี) 17 1 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด v. ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้, 23 มีนาคม 2559
MF ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 1 กันยายน ค.ศ. 1993 (22 ปี) 7 2 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 12 พฤศจิกายน 2558
MF อดุลย์ หละโสะ 19 กันยายน ค.ศ. 1986 (29 ปี) 33 1 ไทย ชลบุรี v. ธงชาติฮ่องกง ฮ่องกง, 9 ตุลาคม 2558INJ
MF ดัสกร ทองเหลา 30 ธันวาคม ค.ศ. 1983 (32 ปี) 1 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v. ธงชาติอิรัก อิรัก, 8 กันยายน 2558
MF เอกชัย สำเร 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1988 (27 ปี) 5 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
MF ยุทธจักร ก้อนจันทร์ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1982 (34 ปี) 5 1 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
MF อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ 21 กันยายน ค.ศ. 1987 (28 ปี) 4 0 ไทย อาร์มี่ ยูไนเต็ด v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
MF จักรพันธ์ พรใส 28 มีนาคม ค.ศ. 1987 (29 ปี) 18 3 ไทย สุพรรณบุรี v. ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป, 16 มิถุนายน 2558
MF นูรูล ศรียานเก็ม 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 (24 ปี) 2 0 ไทย ชลบุรี v. ธงชาติเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ, 20 พฤษภาคม 2558
MF วิทยา หมัดหลำ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1985 (30 ปี) 2 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v. ธงชาติแคเมอรูน แคเมอรูน, 30 มีนาคม 2558
MF รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 1 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด v. ธงชาติแคเมอรูน แคเมอรูน, 30 มีนาคม 2558
MF ธีรเทพ วิโนทัย 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985 (31 ปี) 4 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v.คิงส์คัพ 2015
MF กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ 21 มกราคม ค.ศ. 1994 (22 ปี) 0 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v.คิงส์คัพ 2015
MF ชาริล ชับปุยส์ 12 มกราคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 4 3 ไทย สุพรรณบุรี v.คิงส์คัพ 2015INJ
MF ศุภเสกข์ ไก่แก้ว 12 ธันวาคม ค.ศ. 1986 (29 ปี) 1 0 ไทย บางกอกกล๊าส v. Flag of the People's Republic of China จีน, 10 ตุลาคม 2557

FW ชัยณรงค์ ทาทอง 31 มกราคม ค.ศ. 1987 (29 ปี) 3 0 ไทย โอสถสภา เอ็ม–150 สระบุรี v. ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย, 20 ธันวาคม 2557
FW สมปอง สอเหลบ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1986 (30 ปี) 18 1 ไทย การท่าเรือ เอฟซี v. ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย, 20 ธันวาคม 2557
หมายเหตุ
  • INJ ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
  • WD ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากปัญหาส่วนตัว

ผู้เล่นที่โดดเด่นในอดีต[แก้]

คณะผู้ฝึกสอน[แก้]

ตำแหน่ง ชื่อ หมายเหตุ
ผู้จัดการทีม ไทย พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์
หัวหน้าผู้ฝึกสอน ไทย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไทย โชคทวี พรหมรัตน์
ไทย ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู ไทย วิรัช วังจันทร์
ไทยพรรษา มีสัตย์ธรรม
ผู้ฝึกสอนด้านสมรรถภาพทางกาย เยอรมนี แอนดี้ ชิงลิงเกอร์

ผู้สนับสนุน[แก้]

ฟุตบอลทีมชาติไทยมีผู้สนับสนุนหลักประกอบด้วย กลุ่มบริษัท ปตท., เบียร์ช้าง, แอลจี, แมคโดนัลด์, แกรนด์สปอร์ต, โรงพยาบาลกรุงเทพ

ฟุตบอลทีมชาติไทยในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ทีมชาติไทยได้มีการถูกอ้างถึงในหลายสื่อ เช่น ภาพยนตร์หมากเตะรีเทิร์นส, ในการ์ตูนญี่ปุ่นกัปตันซึบาสะ และการ์ตูนไทย มหาสนุก รวมไปถึงยังมีการดัดแปลงเป็นตัวละครในวิดีโอเกมชื่อดังหลาย ๆ เกม เช่น เกมชุดแชมเปียนชิพเมเนเจอร์ เกมชุดฟุตบอลเมเนเจอร์ เกมชุดฟีฟ่า และเกมวินนิงอีเลฟเวนภาค 2000 ยู-23 และล่าสุดกับเกมโปร อีโวลูชั่น ซ็อคเกอร์ 2009 นอกจากนั้นแล้ว โปรแกรมเมอร์ชาวไทยบางคนยังได้นำเกมบางเกมเหล่านี้ เช่น วินนิงอีเลฟเวน หรือแชมเปียนชิพเมเนเจอร์ มาดัดแปลงเพื่อเพิ่มทีมชาติไทย นักฟุตบอลไทย และรายการการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยลงไปอีกด้วย

หมากเตะรีเทิร์นส[แก้]

ในภาพยนตร์หมากเตะรีเทิร์นส เรื่องราวของพงศ์นรินทร์ผู้ฝึกสอนฟุตบอลชาวไทยที่มีฝีมือควบคุมทีมระดับสูงกับน้าสาวเจ๊มิ่งที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 โดยทั้งสองคนต้องการพาทีมฟุตบอลไทยไปแข่งฟุตบอลโลกโดยพร้อมที่จะใช้ค่าใช้จ่าย 192 ล้านบาทที่ได้มาจากรางวัล แต่ปรากฏว่าหลังจากคุยกับทาง "สมาพันธ์ฟุตบอลไทย" ทางสมาพันธ์ไม่เห็นด้วยไม่ยอมให้พงศ์นรินทร์มาเป็นผู้ฝึกสอน โดยได้แต่งตั้งให้ผู้ฝึกสอนชาวบราซิลมาควบคุมทีมแทน เจ๊มิ่งกับหลานชายเลยโมโหและเดินทางไป "ราชรัฐอาวี" ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน และสนับสนุนทีมฟุตบอลราชรัฐอาวีจนในที่สุดทีมฟุตบอลอาวีได้ชนะผ่านเข้ารอบจนถึงรอบสุดท้าย และต้องตัดสินกับทีมชาติไทยที่นำโดยผู้ฝึกสอนชาวบราซิล เพื่อจะชิงสิทธิที่จะไปร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลก

กัปตันซึบาสะ[แก้]

บุนนาค สิงห์ประเสริฐ ตัวละครการ์ตูนจากเรื่องกัปตันซึบาสะ เล่นตำแหน่งกองหลังทีมไทย และสโมสรแอทเลติโกมาดริดในสเปน

ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องกัปตันซึบาสะ ทีมเยาวชนไทยได้แข่งขันกับทีมเยาวชนญี่ปุ่นในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียเยาวชน โดยทีมไทยมีผู้เล่นหลัก สามพี่น้องนักตะกร้อ ฟ้าลั่น สกุล ชนะ กรสวัสดิ์ เล่นในตำแหน่งกองหน้า และมี บุนนาค สิงห์ประเสริฐ อดีตแชมป์มวยไทย ที่เล่นให้กับสโมสรอัตเลตีโกมาดริดในสเปน ในตำแหน่งกองหลัง โดยเป็นกัปตันทีม และเป็นตัวกดดันซึบาสะจนเล่นไม่ออก ในครึ่งแรกนั้นทีมไทยนำทีมญี่ปุ่นถึง 4 ประตูต่อ 1 แต่ในช่วงครึ่งหลัง วากาบายาชิ และ อาโออิ ได้ลงเล่น ทำให้ญี่ปุ่นพลิกล็อกชนะไป 5 ประตูต่อ 4 (วากาบายาชิ ในขณะนั้น ถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่เหนียวมาก)

โดยนิตยสารอะเดย์ฉบับที่ 70 ได้มีการกล่าวถึงการ์ตูนกัปตันซึบาสะ ที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้แข่งกับทีมชาติไทยนี้

มหาสนุก[แก้]

ในหนังสือการ์ตูนไทยมหาสนุก ได้เคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเขียนเป็นเรื่องสั้นมีภาพประกอบโดย เฟน สตูดิโอ พิมพ์ลงในมหาสนุก ฉบับกระเป๋า เล่มที่ 25 เดือน กรกฎาคม 2533 ปักษ์แรก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หนุ่มไทย 3 คน ที่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ แต่เนื่องจากไม่มีเงินซื้อลูกฟุตบอล จึงได้ฝึกเล่นฟุตบอลกับลูกมะพร้าวอยู่เป็นเวลานาน จนมาวันหนึ่ง ผู้จัดการทีมชาติไทยได้ขับรถเที่ยวต่างจังหวัด และได้เห็นฝึมือของทั้งสามคนนี้ จึงซื้อลูกฟุตบอลมาให้ พร้อมกับชวนไปเล่นเป็นตัวแทนทีมชาติไทย จนในที่สุด ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย โดยในระหว่างการแข่งได้เจอกับคู่แข่งที่เก่งกาจไม่ว่านักเตะชื่อดังอย่างรืด คึลลิต, มาร์โก ฟัน บัสเติน และแกรี ลินิเกอร์ ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมไทยชนะ และผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในตอนจบนั้น ทีมชาติไทยกำลังจะทำประตูชนะการแข่งขัน แต่เกิดแผ่นดินไหวขึ้น และโลกระเบิด ทำให้ทีมไทยไม่ได้แชมป์บอลโลกในครั้งนั้น

อินาสึมะอิเลฟเวน GO กาแลคซี่[แก้]

ในอะนิเมะและเกม อินาสึมะอิเลฟเวน GO กาแลคซี่ ทีมชาติไทยมีชื่อว่า มัคไทเกอร์ ซึ่งเป็นทีมชาติที่ร่วมการแข่งขันฟุตบอลฟรอนเทียร์อินเตอร์เนชันแนล วิชั่นทู โซนเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ผ่านเข้ารอบการแข่งขันระหว่างทีมเดเซิร์ทไลออนของประเทศกาตาร์ โดยมี นภา ลาดำ เป็นกัปตันทีมและเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลังของทีม

การวิพากษ์วิจารณ์[แก้]

ทีมชาติไทยเคยสร้างความอัปยศโดยพยายามแข่งกันแพ้กับทีมอินโดนีเซียในการแข่งขันไทเกอร์คัพ 1998 ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2541 เนื่องจากทั้งสองทีมเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้ว แต่ผู้ชนะซึ่งจะเป็นที่หนึ่งของกลุ่มเอจะต้องเดินทางไปแข่งในรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติเวียดนามที่ฮานอยในวันชาติเวียดนาม ครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ยิงประตู แต่หลังจากมีการพูดคุยกันระหว่างกรรมการและผู้ฝึกสอน ครึ่งหลังจึงทำประตูได้ทีมละสองประตู จนกระทั่งใกล้หมดเวลา นักเตะของอินโดนีเซียยิงเข้าประตูตัวเอง ทีมชาติไทยจึงชนะไป 3 ต่อ 2 ประตู การแข่งขันนัดนี้ทำให้ทั้งสองทีมถูกปรับเป็นเงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,400,000 บาท[29][30][31]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://tl.smmonline.net/news/88687.html
  2. สถิติฟุตบอลในโอลิมปิก 1956
  3. บังยีแจงแม้วควักตังค์พาแข้งไทยบินซ้อมที่เรือใบ ข่าวจากสยามกีฬา
  4. "Bryan Robson to coach Thailand Bryan Robson has agreed to replace his former England team-mate Peter Reid as coach of Thailand.". The Daily Telegraph (London). 23 September 2009. สืบค้นเมื่อ 27 April 2010. 
  5. Singapore 1–3 Thailand: Sutee Suksomkit gives Bryan Robson crucial win
  6. "Bryan Robson resigns as Thailand manager". BBC Sport. 8 June 2011. สืบค้นเมื่อ 8 June 2011. 
  7. "จิงโจ้เฉือนไทย 2-1 ประเดิมคัดบอลโลก". Manger Online. 2 September 2011. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011. 
  8. "แข้งไทยสุดยอด!ดับโอมาน 3-0 ประเดิมชัยนัดที่สองในฟุตบอลโลก 2014". Siamsport. 6 September 2011. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011. 
  9. http://www.soccerway.com/news/2012/December/14/aff-suzuki-cup-thailand-2-malaysia-0-3-1-agg/
  10. "ไทยเชือดสิงคโปร์ 1-0 รวมผลได้รองแชมป์อาเซียน". Siamsport. 22 December 2012. สืบค้นเมื่อ 22 December 2012. 
  11. "ขุนพลช้างศึกฟอร์มเทพ!บุกขยี้จีนเละคาถิ่น 5-1". Siamsport. 15 June 2013. สืบค้นเมื่อ 15 June 2013. 
  12. "ตั้งโค้ชง้วน คุมทีมชาติชุดใหญ่ประเดิมคัดเอเชียนคัพบุกอิหร่าน". Thairath. 22 August 2013. สืบค้นเมื่อ 22 August 2013. 
  13. ซิโก้-เกียรติศักด์ เสนาเมือง ผู้ทวงคืนยุคทองบอลไทย
  14. ไทยไม่หนัก!ชนอิรัก-เวียดนามคัดบอลโลก จากสยามกีฬารายวัน
  15. บังยีเผยฟีฟ่าอนุมัติเลื่อนไทย-เวียดนามเตะ24พ.ค.นี้ จากสยามกีฬารายวัน
  16. ปกเกล้า ซัดตูม!! 'ช้างศึก'บด'ญวน' 10 คน 1-0 ประเดิม 3 แต้ม จากไทยรัฐ
  17. ฟีฟ่าสั่งแบนอินโดห้ามเล่นคัดบอลโลก
  18. 'ซิโก้' ยิ้มบอลโลก! หลัง 'อิเหนา' โดนแบน เชื่อ'ช้างศึก'เข้ารอบ 12 ทีมแน่ จากไทยรัฐ
  19. มุ้ยเหมา! 'ช้างศึก' บุกยำไต้หวัน 2-0 นำฝูงคัดบอลโลก จากไทยรัฐ
  20. 'ช้างศึก' ตายยาก! ไล่เจ๊า 'อิรัก' สุดมัน 2-2 คัดบอลโลก จากไทยรัฐ
  21. 'ช้างศึก' สุดฮอต! บุกถลุง 'เวียดนาม' คาบ้าน 3-0 ศึกคัดบอลโลก จากไทยรัฐ
  22. เป็นไงครับ! ช้างศึกเข้าฝักเข่นเวียดนามยับ 3-0
  23. ไทย แซง ไต้หวัน 4-2 จ่อลิ่ว 12 ทีม จากไทยรัฐ
  24. “อิรัก” ใช้สนามอิหร่านคัดบอลโลก จากผู้จัดการออนไลน์
  25. 'ช้างศึก' ทำได้! บุกเจ๊า 'อิรัก' 2-2 ผงาดแชมป์กลุ่มเอฟคัดบอลโลก จากไทยรัฐ
  26. ชมอีกครั้ง'ไฮไลต์'สุดสะใจ!ช้างศึกไทย เสมอ 'อิรัก'! เป็นแชมป์กลุ่ม
  27. "Current allocation of FIFA World Cup™ confederation slots maintained". FIFA.com. 30 May 2015. 
  28. "Impact of Football Association of Indonesia suspension". AFC. 3 June 2015. 
  29. The New York Times, Indonesia and Thailand Fined, เข้าถึงเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2550
  30. Game Theory and Business Strategy, Autogoal in the Tiger Cup, เข้าถึงเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2550
  31. 1998 Tiger Cup - Vietnam, เข้าถึงเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2550

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ[แก้]

เว็บไซต์สนับสนุนฟุตบอลไทย[แก้]


ก่อนหน้า ฟุตบอลทีมชาติไทย ถัดไป
เริ่มการแข่งขัน 2leftarrow.png อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
(1996 (สมัยที่ 1))
2rightarrow.png 1998 สิงคโปร์ สิงคโปร์
1998 สิงคโปร์ สิงคโปร์ 2leftarrow.png อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
(2000 (สมัยที่ 2)
2002 (สมัยที่ 3))
2rightarrow.png 2004 สิงคโปร์ สิงคโปร์
2012 สิงคโปร์ สิงคโปร์ 2leftarrow.png อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
(2014 (สมัยที่ 4))
2rightarrow.png 2016