ฟุตบอลทีมชาติอิรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อิรัก
Shirt badge/Association crest
ฉายาThe Lion of Mesopotamia
สิงโตแห่งสองแม่น้ำ (ในภาษาไทย)
สมาคมสมาคมฟุตบอลอิรัก (IFA)
สมาพันธ์ย่อยWAFF (เอเชียตะวันตก)
สมาพันธ์เอเอฟซี (เอเชีย)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนJesús Casas
กัปตันซะอัด อับดุลอะมีร
ติดทีมชาติสูงสุดยูนิส มะห์มูด (148)
ทำประตูสูงสุดฮุสซัยน์ ซะอีด (78)
สนามเหย้าสนามกีฬานานาชาติบัสรา
รหัสฟีฟ่าIRQ
อันดับฟีฟ่า
อันดับปัจจุบัน 63 Steady (21 ธันวาคม 2023)[1]
อันดับสูงสุด39 (6 ตุลาคม ค.ศ. 2004)
อันดับต่ำสุด139 (3 กรกฎาคม ค.ศ. 1996)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติโมร็อกโก โมร็อกโก 3–3 อิรัก
(เบรุต ประเทศเลบานอน; 19 ตุลาคม ค.ศ. 1957)
ชนะสูงสุด
อิรัก 13–0 เอธิโอเปีย
(อิรบิด ประเทศจอร์แดน; 18 สิงหาคม ค.ศ. 1992)
แพ้สูงสุด
ธงชาติตุรกี ตุรกี 7–1 อิรัก
(อาดานา ประเทศตุรกี; 6 ธันวาคม ค.ศ. 1959)
ธงชาติบราซิล บราซิล 6–0 อิรัก
(มัลเมอ ประเทศสวีเดน; 11 ตุลาคม ค.ศ. 2012)
ธงชาติชิลี ชิลี 6–0 อิรัก
(โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก; 14 สิงหาคม ค.ศ. 2013)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 1986)
ผลงานดีที่สุดรอบกลุ่ม (1986)
เอเชียนคัพ
เข้าร่วม9 (ครั้งแรกใน 1972)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ (2007)
อาหรับคัพ
เข้าร่วม6 (ครั้งแรกใน 1964)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ (1964, 1966, 1985, 1988)
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียตะวันตก
เข้าร่วม7 (ครั้งแรกใน 2000)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ (2002)
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 2009)
ผลงานดีที่สุดรอบกลุ่ม (2009)

ฟุตบอลทีมชาติอิรัก (อาหรับ: منتخب العراق لكرة القدم) เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของสาธารณรัฐอิรัก อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสมาคมฟุตบอลอิรัก (IFA) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 และได้เข้าร่วมเป็นชาติสมาชิกของฟีฟ่า ในปี 1950 จากนั้นได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ในปี 1970 และเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียตะวันตก (WAFF) ในปี 2000

ทีมชาติอิรักถือว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากชาติหนึ่งในกลุ่มประเทศแถบอาหรับ เคยเข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก 4 ครั้ง (1980,1984,1988,2004) โดยผลงานดีที่สุดของทีมชาติอิรักในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกคือการคว้าอันดับ 4 ในโอลิมปิก 2004 ที่ประเทศกรีซ และเคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 1 ครั้ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก

สำหรับผลงานในระดับทวีปเอเชียนั้นทีมชาติอิรักเคยได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 1982 ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย และสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เอเชียนคัพ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียได้ 1 สมัย ในปี 2007

ส่วนในการแข่งขันในระดับภูมิภาค ทีมชาติอิรักเคยชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียตะวันตก ในปี 2002 รวมถึงคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการ อาหรับ เนชันส์คัพ ได้ถึง 4 สมัย (ปี 1964,1966,1984,1988)

นอกจากนี้ทีมชาติอิรักยังเคยได้รับเลือกจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ให้เป็นทีมชาติยอดเยี่ยมประจำทวีปเอเชียถึง 2 ครั้ง (ปี 2003 และ 2007) โดยเป็นชาติเดียวในเอเชียตะวันตกที่เคยได้รับรางวัลนี้

ประวัติ[แก้]

ยุคแรก[แก้]

อิรักลงแข่งขันฟุตบอลในระดับชาติครั้งแรกกับทีมชาติโมร็อกโก โดยแข่งขันกันที่ประเทศเลบานอน ในปี ค.ศ. 1957 ซึ่งเสมอกันไป 3–3 จากนั้นได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเป็นครั้งแรก ในการคัดเลือกฟุตบอลโลก 1974

ยุค 1970–1980 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของวงการฟุตบอลในประเทศอิรัก โดยอิรักสามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในฟุตบอลโลก 1986 ที่สหรัฐเม็กซิโก และผ่านเข้าไปเล่นในโอลิมปิก 3 ครั้งติดต่อกันในโอลิมปิกฤดูร้อน 1980 ที่กรุงมอสโก สหภาพโซเวียต, โอลิมปิกฤดูร้อน 1984 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาและโอลิมปิกฤดูร้อน 1988 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้

นอกจากนี้อิรักยังคว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ 1982 , แชมป์อาหรับเนชันส์คัพ 4 สมัย ,แชมป์กัลฟ์คัพ 3 สมัย และคว้าอันดับ 4 ในเอเชียนคัพ 1976

ฟุตบอลโลก 1986[แก้]

ในฟุตบอลโลก 1986 รอบคัดเลือกรอบสุดท้าย โซนเอเชีย อิรักต้องแข่งขันกับทีมชาติซีเรีย โดยนัดแรกที่ดามัสกัสทั้งสองทีมเสมอกันไป 0–0 และนัดที่สองที่เมืองทาอิฟ อิรักสามารถเอาชนะไป 3–1 และผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ในฟุตบอลโลก 1986 อิรักลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ เอวาริสตู เดอ มาเชดู อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่เคยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและเรอัลมาดริด โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับทีมชาติปารากวัย, ทีมชาติเบลเยียม และทีมชาติเม็กซิโก โดยอิรักลงเล่นฟุตบอลโลกนัดแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ.1986 ด้วยการแพ้ทีมชาติปารากวัย 1–0 ที่สนามเนเมซิโอ ดิเอซ เมืองโตลูกา และมายิงประตูในฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันนัดที่สองที่แพ้ให้กับทีมชาติเบลเยียม 1–2 โดย อาเหม็ด รอฎีย์ ได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้ยิงประตูแรกและประตูเดียวให้กับทีมชาติอิรักได้ในฟุตบอลโลก จากนั้นทีมชาติอิรักได้ลงแข่งนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มกับเจ้าภาพอย่างเม็กซิโก และแพ้ไป 1–0 ตกรอบไปในที่สุด

ยุคมืด (1990-99)[แก้]

ในช่วงยุครัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน นั้น ทีมชาติอิรักควบคุมโดยลูกของประธานาธิบดีซัดดัม คือ อูเดย์ ฮุสเซน โดยภายใต้การควบคุมนั้น จะมีการลงโทษและข่มขู่อย่างแรง ไม่ว่าจะโดนให้ตัดขาถ้าขาดซ้อม หรือจับขังคุก เตะลูกบอลเหล็ก รวมไปถึงถูกเฆี่ยนด้วยแส้ด้วยไฟฟ้า ซึ่งการลงโทษนี้รวมไปถึง นักฟุตบอลที่ยิงลูกจุดโทษพลาดในการแข่งขันนัดสำคัญ [2] ซึ่งภายหลังจากที่ประเทศถูกคุมคามจากสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 2546 ทีมชาติได้มีผู้จัดการคนใหม่เข้ามา คือ อัดนัน ฮามัด ซึ่งมีผลงานทำให้ทีมชาติอิรัก ผ่านรอบคัดเลือกในการแข่งขัน โอลิมปิก 2004 โดยชนะ ทีมชาติคอสตาริกา ทีมชาติโปรตุเกส และทีมชาติออสเตรเลีย โดยได้อันดับที่ 4 ในการแข่งขัน

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

รายชื่อผู้เล่น 26 คนที่ถูกเรียกตัวในการแข่งขัน คิงส์คัพ 2023 ระหว่างวันที่ 4–12 กันยายน พ.ศ. 2566[3]

ข้อมูลการลงเล่นและการทำประตูนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566 หลังจากการพบกับ ธงชาติโคลอมเบีย โคลอมเบีย

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1GK ญะลาล ฮะซัน (captain) (1991-05-18) 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 (32 ปี) 72 0 อิรัก อัซเซารออ์
1GK Fahad Talib (1994-10-21) 21 ตุลาคม ค.ศ. 1994 (29 ปี) 18 0 อิหร่าน Sanat Naft Abadan
1GK Ahmed Basil (1996-08-19) 19 สิงหาคม ค.ศ. 1996 (27 ปี) 2 0 อิรัก Al-Shorta

2DF Ali Adnan (1993-12-19) 19 ธันวาคม ค.ศ. 1993 (30 ปี) 85 7 อิหร่าน Mes Rafsanjan
2DF รีบีน ซูลากอ (1992-04-12) 12 เมษายน ค.ศ. 1992 (31 ปี) 28 0 สวีเดน Brommapojkarna
2DF Manaf Younis (1996-11-16) 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1996 (27 ปี) 15 1 อิรัก Al-Shorta
2DF ฟรานส์ ปุตรอส (1993-07-14) 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 (30 ปี) 10 0 ไทย การท่าเรือ
2DF Merchas Doski (1999-12-07) 7 ธันวาคม ค.ศ. 1999 (24 ปี) 3 0 เช็กเกีย Slovácko
2DF Ahmed Yahya (1997-05-27) 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 (26 ปี) 2 0 อิรัก Al-Shorta
2DF Hussein Ali (2002-03-01) 1 มีนาคม ค.ศ. 2002 (21 ปี) 0 0 เนเธอร์แลนด์ เฮเรินเฟน
2DF Masies Artien (1993-08-08) 8 สิงหาคม ค.ศ. 1993 (30 ปี) 0 0 เนเธอร์แลนด์ Spakenburg

3MF Amjad Attwan (1997-03-12) 12 มีนาคม ค.ศ. 1997 (26 ปี) 74 3 Unattached
3MF Bashar Resan (1996-12-22) 22 ธันวาคม ค.ศ. 1996 (27 ปี) 53 3 ประเทศกาตาร์ Qatar
3MF ฮุสซัยน์ อะลี (1996-11-29) 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1996 (27 ปี) 49 6 Unattached
3MF Ibrahim Bayesh (2000-05-01) 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 (23 ปี) 40 6 อิรัก Al-Quwa Al-Jawiya
3MF Osama Rashid (1992-01-17) 17 มกราคม ค.ศ. 1992 (32 ปี) 24 0 โปรตุเกส Vizela
3MF Amir Al-Ammari (1997-07-27) 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1997 (26 ปี) 17 1 สวีเดน Halmstads
3MF Ahmed Farhan (1999-01-01) 1 มกราคม ค.ศ. 1999 (25 ปี) 7 0 อิรัก Al-Shorta
3MF ซีดาน อิกบาล (2003-04-27) 27 เมษายน ค.ศ. 2003 (20 ปี) 3 0 เนเธอร์แลนด์ ยูเทรกต์
3MF André Alsanati (2000-01-06) 6 มกราคม ค.ศ. 2000 (24 ปี) 0 0 สวีเดน Sirius

4FW อัยมัน ฮุซัยน์ (1996-03-22) 22 มีนาคม ค.ศ. 1996 (27 ปี) 62 14 Unattached
4FW Mohanad Ali (2000-06-20) 20 มิถุนายน ค.ศ. 2000 (23 ปี) 37 17 ประเทศกาตาร์ Al-Duhail
4FW Ali Al-Hamadi (2002-03-01) 1 มีนาคม ค.ศ. 2002 (21 ปี) 6 0 อังกฤษ AFC Wimbledon

ชุดแข่งขัน[แก้]

ช่วงปี ผู้สนับสนุน
1984–1986 อัมโบร
1986–1994 เยอรมนี อาดิดาส
1996 เยอรมนี พูมา
2004–2005 เดนมาร์ก แจ็ค แอนด์ โจนส์
2006 เยอรมนี อาดิดาส
2007 อัมโบร
2008–2014 จีน พีค
2014 อาดิดาส
2014–2019 เยอรมนี จาโค
2019–2020 Givova
2020–2022[4] อัมโบร
2022– จาโค

ผลงาน[แก้]

  • ตัวหนา คือผลงานที่ดีที่สุดในรายการนั้นๆ

ฟุตบอลโลก[แก้]

  • 1930 ถึง 1970 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 1974 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
  • 1978 - ถอนตัว
  • 1982 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
  • 1986 - รอบแรก
  • 1990 ถึง 2022 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก

เอเชียนคัพ[แก้]

  • 1956 ถึง 1968 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 1972 - รอบแรก
  • 1976 - อันดับ 4
  • 1980 ถึง 1992 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 1996 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2000 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2004 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2007 - ชนะเลิศ
  • 2011 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2015 - อันดับ 4
  • 2019 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 2023 - รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เอเชียนเกมส์[แก้]

  • 1951 ถึง 1970 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 1974 - รอบแรก
  • 1978 - อันดับ 4
  • 1982 - เหรียญทอง
  • 1986 - รอบก่อนรองชนะเลิศ
  • 1990 ถึง 2002 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 2006 - เหรียญเงิน
  • 2010 - ถูกแบน
  • 2014 - เหรียญทองแดง
  • 2018 - ถูกแบน

เวสต์เอเชียนฟุตบอลเฟเดอเรชันแชมเปียนชิพ[แก้]

  • 2000 - อันดับ 3
  • 2002 - ชนะเลิศ
  • 2004 - อันดับ 4
  • 2007 - รองชนะเลิศ
  • 2008 - ถอนตัว
  • 2010 - รอบรองชนะเลิศ
  • 2012 - รองชนะเลิศ

อาหรับเนชันส์คัพ[แก้]

  • 1963 - ไม่ได้เข้าร่วม
  • 1964 - ชนะเลิศ
  • 1966 - ชนะเลิศ
  • 1985 - ชนะเลิศ
  • 1988 - ชนะเลิศ
  • 1992 ถึง 2002- ถูกแบน
  • 2012 - อันดับสาม

ผลงานอื่น ๆ[แก้]

อดีตผู้เล่นคนสำคัญ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 21 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2023.
  2. ข่าวทีมชาติอิรัก "ฟุตบอลในอิรักเป็นเรื่องของความเป็นความตาย" (อังกฤษ)
  3. "September Squad". Twitter (ภาษาอาหรับ). Iraq Football Podcast. สืบค้นเมื่อ 20 August 2023.
  4. "Umbro X Iraq Football Association". umbro.com. สืบค้นเมื่อ 23 October 2020.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]