ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน
Sivaruck Tedsungnoen.jpg
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน
วันเกิด 20 เมษายน พ.ศ. 2527 (34 ปี)
สถานที่เกิด นครราชสีมา, ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.83 เมตร (6 ฟุต 0.0 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
หมายเลข 1
สโมสรเยาวชน
1996–2002 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย
2002 นครราชสีมา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2003–2007 ธนาคารกรุงเทพ 76 (0)
2008–2009 บีอีซี เทโรศาสน 29 (0)
2010 ทีโอที 0 (0)
2010– บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 219 (0)
ทีมชาติ
2007 ไทย อายุไม่เกิน 23 ปี 1 (0)
2004– ไทย 10 (0)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (เกิดวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2527) หรือชื่อเล่น แชมป์ เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวไทย เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันเล่นให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยสวมเสื้อเบอร์ 1 ศิวรักษ์เป็นอีกหนึ่งนักเตะทีมชาติไทยที่วินเฟรด เชเฟอร์เรียกให้มาติดทีมชาติ ปัจจุบันเป็นผู้รักษาประตูสำรองคนที่ 2 ของทีมชาติไทยยุคปัจจุบัน ต่อจากกวิน ธรรมสัจจานันท์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ยึดเป็นมือหนึ่งของทีมชาติไทย ในช่วงที่กวิน ธรรมสัจจานันท์ผู้รักษาประตูหมือหนึ่งของไทย ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า โดยศิวรักษ์ได้เข้ามาเป็นมือหนึ่งของทีมชาติไทยอย่างเต็มตัว

ฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีวินเฟรด เชเฟอร์เป็นโค้ชนั้น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มีโอกาสลงสนามแค่ครั้งเดียว คือการอุ่นเครื่องกับทีมชาติเมียนมาร์ครั้งที่สอง โดยศิวรักษ์ถูกส่งตัวลงมาแทนสินทวีชัย จบการแข่งขันเสมอกันไป 1-1

ศิวรักษ์โชว์ฟอร์มกระหึ่มเอเชีย ในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ โดยการเซฟลูกยิงของ โทมัส บรอยเซอร์,เบสาร์ท เบริซา,เจอมส์ เมเยอร์ นักเตะทีมชาติออสเตรเลีย และ นักเตะบริสเบน โรอาห์ ทีมจากเอ-ลีก ออสเตรเลีย และการเซฟลูกจุดโทษ 3 ลูกติด ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ บริสเบน โรอาห์ 3-0 และยังได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมชต์ อีกด้วย ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ และทำให้ชื่อของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ไปติดอันดับที่ 5 ของเอเชีย ในการเซฟลูกจุดโทษที่มากที่สุด

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]