ประเทศเวียดนามใต้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐเวียดนาม
Việt Nam Cộng Hòa
สาธารณรัฐ

พ.ศ. 24982518
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
Tổ quốc - Danh dự - Trách nhiệm (2498 - 2510) (ปิตุภูมิ - เกียรติศักดิ์ - หน้าที่)

Tổ quốc - Công minh - Liêm chính (2510 - 2518) (ปิตุภูมิ - ยุติธรรม - บูรณภาพ)

เพลงชาติ
Tiếng Gọi Công Dân
(เสียงเรียกถึงปวงชน)
เมืองหลวง ไซ่ง่อน
ภาษา เวียดนาม
รัฐบาล สาธารณรัฐ
ประธานาธิบดีคนสุดท้าย เดือง วัน มินห์
นายกรัฐมนตรีคนสุดท้าย วู วัน เมา
ยุคประวัติศาสตร์ สงครามเย็น
 -  เปลี่ยนระบอบการปกครอง 14 มิถุนายน พ.ศ. 2498
 -  ยุบรวมกับเวียดนามเหนือ 30 มิถุนายน 2518
พื้นที่
 -  พ.ศ. 2516 173,809 ตร.กม. (67,108 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  พ.ศ. 2516 ประมาณการ 19,370,000 
     ความหนาแน่น 111.4 คน/ตร.กม.  (288.6 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน ด่อง (ใช้แทนที่เงินเปียสตร์)

เวียดนามใต้ เป็นรัฐที่ปกครองบริเวณตอนใต้ของเวียดนามระหว่างปี พ.ศ. 2498 ถึง พ.ศ. 2518 ซึ่งต่างชาติโดยเฉพาะรัฐประชาธิปไตยและชาติต่อต้านคอมมิวนิสต์ยอมรับในชื่อว่า สาธารณรัฐเวียดนาม คำเรียก เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ ถูกใช้อย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2497 ในการประชุมที่เจนีวา ซึ่งแบ่งประเทศเวียดนามออกเป็นสองส่วนโดยเส้นขนานที่ 17 ในระหว่างสงครามเวียดนาม เวียดนามใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา

ในอดีต เวียดนามใต้เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในชื่อ โคชินไชน่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เวียดมินห์ซึ่งนำโดย โฮจิมินห์ สถาปนารัฐคอมมิวนิสต์ขึ้นที่ฮานอย ในปีพ.ศ. 2492นักการเมืองที่ไม่ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ ก่อตั้งรัฐบาลขึ้นที่เมืองไซ่ง่อน ซึ่งนำโดย อดีตจักรพรรดิเบาได๋ ในปี 2498 เบาได๋ถูกปลดโดยนายกรัฐมนตรี โง ดินห์ เดียม และแต่งตั้งตนขึ้นเป็นประธานาธิบดี หลังจากเดียมตายจากการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2506 ได้มีรัฐบาลทหารอายุสั้นหลายสมัยได้ปกครองเวียดนามใต้จนถึงปี พ.ศ. 2510 พลโทเหงียน วัน เถี่ยวได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีและได้ปกครองเวียดนามใต้จนถึงปี พ.ศ. 2518 สงครามเวียดนามเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2502 โดยกองกำลังเวียดกงซึ่งได้รับสนับสนุนโดยเวียดนามเหนือ การรบถึงจุดตัดสินในปีพ.ศ. 2511 แม้จะมีสนธิสัญญาสันติภาพในปีพ.ศ. 2516 แต่การรบยังคงต่อเนื่องจนกระทั่ง กองทัพเวียดนามเหนือยึดกรุงไซ่ง่อนได้ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518

ประวัติศาสตร์เวียดนาม Dien Thai Hoa.jpg
ราชวงศ์โห่งบั่ง 2879–258 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์ถุก 257–207 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์เตรียว 207–111 ปีก่อนคริสต์ศักราช
การปกครองของจีนครั้งแรก 111 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 40
พี่น้องชึง 40–43
การปกครองของจีนครั้งที่สอง 43–544
ราชวงศ์ลี้ยุคก่อน 544–602
การปกครองของจีนครั้งที่สาม 602–938
ราชวงศ์โง 939–967
ราชวงศ์ดินห์ 968–980
ราชวงศ์เลยุคก่อน 980–1009
ราชวงศ์ลี้ 1009–1225
ราชวงศ์เตริ่น 1225–1400
ราชวงศ์โห่ 1400–1407
การปกครองของจีนครั้งที่สี่ 1407–1427
ราชวงศ์เล 1428–1788
ราชวงศ์หมัก 1527–1592
เจ้าตระกูลตริ่นห์ 1545–1787
เจ้าตระกูลเหวียน 1558–1777
ราชวงศ์เตยเซิน 1778–1802
ราชวงศ์เหวียน 1802–1945
ลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก 1883–1945
สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 เวียดนาม
1945–1976
สาธารณรัฐเวียดนาม 1955–1975
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งแต่ 1976
หัวเรื่องสืบเนื่อง
ราชวงศ์จามปา 192–1471
ราชวงศ์ฟูนาน 1–627
รายชื่อเมืองหลวงของประวัติศาสตร์เวียดนาม
รายพระนามกษัตริย์และจักรพรรดิแห่งเวียดนาม
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเวียดนาม
วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของเวียดนาม
    

ประมุข[แก้]

  • โคชินไชนา พ.ศ. 2489 - 2490 สาธารณรัฐปกครองตนเองโคชินไชนา (Chính phủ Cộng hoà Nam Kỳ tự trị) - สาธารณรัฐที่ฝรั่งเศสจัดตั้งขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงคำสัญญาที่จะมอบเอกราชให้แก่เวียดนาม
  • โคชินไชนา พ.ศ. 2490 - 2491 สาธารณรัฐเวียดนามใต้[1] (Chánh phủ lâm thời Nam phần Việt Nam). Vietnamese name no longer implies that Cochinchina is independent of Vietnam.
  • รัฐบาลกลางเฉพาะกาลแห่งเวียดนาม พ.ศ. 2491 - 2492 รัฐบาลกลางเฉพาะกาลแห่งเวียดนาม (Provisional Central Government of Vietnam) (Thủ tướng lâm thời Quốc gia Việt Nam) - รัฐบาลเพื่อเตรียมการรวมชาติเวียดนามทั้งเหนือและใต้
  • รัฐเวียดนาม พ.ศ. 2492 - 2498 รัฐเวียดนาม (Quốc gia Việt Nam) - ได้รับการยอมรับจากนานาชาติในปี พ.ศ. 2493 ถูกแบ่งดินแดนตามแนวเส้นขนานที่ 17 องศาเหนือในปี พ.ศ. 2497

รัฐประหารในเวียดนามใต้[แก้]

  1. ปี ค.ศ. 1960 พันเอกเหงียน จัน ธี แห่งหน่วยพลร่ม จะยึดอำนาจจาก โง ดินห์ เดียม แต่ถูกกองทัพซีไอเอของสหรัฐอเมริกาหักหลัง แจ้งให้กองทัพของ โง ดินห์ เดียม เตรียมกำลังดักรอไว้ ผลคือทหารที่จะรัฐประหารเสียชีวิตทั้งหมด
  2. ปี ค.ศ. 1963 หนักข้อที่สุด เพราะเป็นการบิดเบือนพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง เช่นห้ามพระสวดมนต์ เพราะเป็นการสาบแช่งรัฐบาล และก็เกิดเรื่องเมื่อวันวิสาขบูชาชนกับวันสำคัญของศาสนาคริสต์ คือวันสะบาโต รัฐสั่งห้ามชักธงพระพุทธศาสนา ในขณะที่ศาสนาคริสต์ทำได้เต็มที่ ชาวเวียดนามใต้ทนไม่ได้ก็เลยออกเดินขบวนประท้วง ทหารต้องสลายม็อบด้วยปืนและระเบิด แต่พอมีคนตายก็ไปโทษว่าเป็นฝีมือของมือที่สามหรือไอ้โม่ง ซึ่งก็คือ เวียดกง นั่นเอง ในขณะที่ประชาชนลุกฮือนั้น แทนที่ โง ดินห์ เดียม จะผ่อนปรนนโยบายกดขี่และสุดโต่ง แต่กลับยิ่งเมินเฉย แต่ผลงานการสั่งปราบชาวพุทธมักจะมาจาก โง ดินห์ นูห์ น้องชายที่คอรัปชั่น และมีอำนาจมาก โง ดินห์ ถึก พี่ชายผู้เป็นพระราชาคณะสูงสุดของศาสนาคริสต์ในเวียดนามใต้ รวมทั้ง โง ดินห์ คาหน์ พวกนี้ได้สั่งให้ทหารคริสต์ล้อมลวดหนามวัด ส่งทหารไปยิงทุบตีชาวพุทธ พระ ชี ที่สวดมนต์กันอยู่ในวัด บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ระเบิดเจดีย์ที่ซาลอย อ้างว่าเจดีย์เป็นที่ซ่อนอาวุธของเวียดกง และโทษเวียดกงว่าอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายต่างๆ ทั้งที่ตอนนั้นเวียดกงไม่ได้ทำอะไรเลย นั่งดูอยู่ในชนบท หันไปทำลายสะพาน รางรถไฟ ซุ่มโจมตีทหารตามชนบท และเหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤตเมื่อพระนามว่า กวาง ดึ๊ก ได้ทำการประท้วงด้วยการราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองกลางกรุงไซง่อน โดยเขียนจดหมายก่อนตายขอให้ โง ดินห์ เดียม หยุดการรังแกชาวพุทธ เป็นภาพถ่ายที่ทำให้โลกตะลึง จนสหรัฐอเมริกาไม่อยากช่วยเดียมอีกต่อไปแล้ว และยิ่งเกิดกระแสโกรธแค้นของชาวเวียดนาม เมื่อมาดามนูห์ ซึ่งเป็นภรรยาของ โง ดินห์ นูห์ น้องชายของ โง ดินห์ เดียม ได้ประกาศว่า "หากพระองค์ใดทำบาร์บีคิวโชว์ให้เห็นอีก ชั้นก็จะปรบมือให้ พร้อมทั้งบริจาคไฟแช็คและน้ำมันให้" นอกจากนี้ยังเกิดการรบกันระหว่างทหารพุทธกับคริสต์ที่เมืองมีโธ ส่วนเหล่านายทหารสำคัญๆและทหารพุทธเริ่มเห็นว่าจะต้องไล่ โง ดินห์ เดียม สักที เพราะประชาชนไม่เอาแล้ว และการกระทำกดขี่พระพุทธศาสนาที่เกิดไป โดยมีหัวหน้ารัฐประหารสำคัญคือหัวหน้าเสนาธิการกองทัพเทียน วัน ดง และนายพลสำคัญๆอย่าง เยื้อง วัน มินห์, ทราน เทียน เคียม, เล วัน คิม และ เหวียน ฮู โก แผนการเริ่มขึ้น 11:00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 โดย ทราน วัน ดง ได้เรียกนายทหารสำคัญมาประชุมกันที่กรมเสนาธิการ และได้จับกุมทหารที่เข้าข้าง โง ดินห์ เดียม ไว้ทั้งหมด ในเวลา 13:00 น. ได้ส่งรถถัง 36 คันเข้าโจมตีทำเนียบรัฐบาลซึ่งทหารคริสต์ยึดไว้ แต่ต่อมาก็ต้องยอมจำนน และพบว่า โง ดินห์ เดียม กับ โง ดินห์ นูห์ ได้หนีไปทางลับ แต่สุดท้าย โง ดินห์ เดียม ก็หนีไม่รอด ทั้งคู่ถูกพบหนีไปซ่อนในโบสถ์ย่านคนจีนในไซง่อน เรียกว่าเจ๊อะเลิ่น ในขณะที่กำลังถูกทหารพาไปท้ายรถเกราะเอ็ม 113 ทั้งคู่ก็ถูกยิงทิ้งตายคาที่ตรงนั้นเอง ภายหลังยังได้ถ่ายภาพศพเดียมไปให้สหรัฐอเมริกาดูด้วย ว่ากันว่ารัฐประหารครั้งนี้สำเร็จเพราะสหรัฐอเมริกาสนับสนุนเพราะเห็นว่าเดียมใช้งานไม่ได้แล้ว จึงต้องการเขี่ยทิ้ง โดยนายพล เยื้อง วัน มินห์ ได้ติดต่อกับซีไอเอก่อนว่าอย่าแทรกแซงการรัฐประหารครั้งนี้ เพราะกลัวจะล้มเหลวแบบปี ค.ศ. 1960 ที่ซีไอเอสนับสนุนเดียม แต่คราวนี้ซีไอเอสนับสนุนพวกรัฐประหารจึงทำให้สำเร็จหลังจาก โง ดินห์ เดียม ถูกโค่น ประชาชนต่างออกมาแสดงความยินดีทหารที่ออกมาก่อรัฐประหารครั้งนี้กับทั่วบ้านทั่วเมือง ออกมายินดีกับทหารที่นั่งรถถังอยู่ตามจุดต่างๆ เหล่านายทหารที่ก่อรัฐประหารกลายเป็นวีรบุรุษไปในชั่วข้ามคืน ได้มีการแต่งตั้งให้ เยื้อง วัน มินห์ เป็นเป็นผู้นำ ส่วนมาดามนูห์กับ โง ดิน ถึก อยู่ต่างประเทศพอดีทำให้รอดตัวไปได้
  3. มกราคม ค.ศ. 1964 การเมืองของเวียดนามใต้ยังไม่นิ่ง รัฐบาลทหารได้ประกาศว่าจะสู้กับเวียดกงให้เต็มที่ แต่ความพ่ายแพ้ก็ปรากฏอยู่เนืองๆ นายพล เดือง วัน มินห์ มีคู่แข่งคนหนึ่งคือนายพล เหงียน คานห์ อยากเป็นผู้นำบ้าง ทำให้เกิดรัฐประหารแบบไม่นองเลือด
  4. กันยายน ค.ศ. 1964 นายพล เติ่น เตียน เฟียม นายพล แรม วัน พัต นายพล เดือง วัน ดุก พยายามก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรี เหงียน คานห์ โดย เดือง วัน ดุ๊ก ไม่พอใจกับการปกครองของนายพล เหงียน คานห์ เพราะนายพลเหงียน คานห์เอาใจกลุ่มศาสนาพุทธมากจนเกินไป ทำให้นายพล แรม วัน พัต กับ เดือง วัน ดุ๊ก ซึ่งเป็นคาทอลิกไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ฝ่ายรัฐบาลนำโดยพลอากาศโท เหงียน เกา กี ไดนำเครื่องบินทิ้งระเบิดไปบินวนอยู่รอบคณะรัฐประหารแล้วขู่ว่าจะยิง และสหรัฐอเมริกาประกาศว่าสนับสนุนรัฐบาลของนายพล เหงียน คานห์ ทำให้คณะรัฐประหารต้องถอยไปในที่สุด
  5. การล่มสลายของรัฐสภา หลังจากที่มีการตั้งสภาสูงโดยเลือกคนจากหลากหลายอาชีพเข้ามาเป็นสมาชิกเช่น ทหาร นักศึกษา หมอ ครู เป็นต้น เพื่อฟื้นฟูการปกครองในเวียดนามใต้ ทางสภาก็ได้เลือกให้ พาน คัก สื่อ เป็นประธานาธิบดี และเลือก ตรัน วัน ฮวง เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับการประท้วงของพระภิกษุอย่างต่อเนื่องแต่ทั้งคู่ก็อดกลั้นกับการประท้วงของพระภิกษุ นายพล เหงียน คานห์ จึงนำทหารรุ่น ยังเติร์ก เข้ามาทำลายสภาสูง โดยจับสมาชิกสภาสายพลเรือนและสายทหาร แต่ก็ยังให้ ตรัน วัน ฮวง เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป สหรัฐอเมริกาได้ประณามการกระทำครั้งนี้ของนายพล เหงียน คานห์ เป็นอย่างมาก

6. เดือนมาราคม 1965 หลังจากที่นายพลเหงียนคานห์ได้ทำลายนสภาสูงไปแล้วก็ยังคงให้ ฟานคักสื่อ เป็นประธานาธิบดีต่อไป และให้ ตรัน วัน ฮวง เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่แล้วในเดือนมกราคมปี 1965 นายพลเหงียนคานห์ ได้นำทหราน ยังเติร์ก โค่นอำนาจรัฐบาลของตรันวันฮวง แล้วได้ตั้งให้ เหงียน ซน อัน เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

7.กุมภาพันธ์ 1965 เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากรัฐประหารคราวก่อน เนื่องจากเวียดนามใต้ช่วงนี้แม้ัจะได้ผู้นำและหัวหน้ารัฐบาลเป็นพลเรือนแล้ว แต่อำนาจที่แท้จริงก็ยังอยู่ที่นายพลเหงียนคานห์ เนื่องจากนายพลเหงียนคานห์เป็นที่นิยมในหมู่นายพลทั้งหลาย เลยสามารถกุมอำนาจทั้งหมดไว้ได้เรียกง่ายๆว่ามีโอกาสได้เลือกนายกมาแล้วถึงสามคน คือ ตรัน วัน ฮวงกับเหงียน ซวน อัน และ ฟาน ฮวย ครอส ทั้งหมดนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ นายพลเติ่น เฟียน เคียม กับ แรม วัน พัต และ นายผลท้าว เป็นอย่างยิ่งเพราะทหารเหล่านี้ได้สูญเสียความดีความชอบไปหลังจากที่พยายามทำรัฐประหารนายพลเหงียนคานห์ในปี1964 ทำให้ นายพลเหล่านี้ลุกขึ้นมาทำรัฐประหารอีกครั้ง แต่แล้วนายพลเหงียน คานห์ก็ได้ นายพลเหงียน เกา กี และ พันเอกเหงียน จัน ธีช่วยเอาไว้ ทำให้คณะผู้ก่อการต้องหนีไปในที่สุด แต่แล้วนายพลเหงียน คานห์ก็ถูกนายพลเหงียน เกา กี และพันเอก เหงียน จัน ธี ปลดออกจากอำนาจและให้ลี้ภัยไปอยู่ที่อเมริกา เพราะนายพลเหงียน เกา กี ต้องการจะสร้างให้การเมืองมีเสถียรภาพ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ทางเวียดนามเหนือได้ประกาศ ว่านายพลท้าวคือพวกคอมมิวนิสต์ ที่ทางเวียดนามเหนือได้ส่งให้มาก่อกวนกองทัพ หลังจากนั้นไม่นาน นายพลท้าวก็เสียชีวิตจากการลอบสังห่าร


อ้างอิง[แก้]