หน้านี้ถูกกึ่งล็อก

ชนาธิป สรงกระสินธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สิบตำรวจตรี ชนาธิป สรงกระสินธ์
Chanathip Songkrasin 20191001.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ชนาธิป สรงกระสินธ์
วันเกิด 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 (25 ปี)
สถานที่เกิด นครปฐม ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.58 เมตร (5 ฟุต 2.2 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
คอนซาโดเล ซัปโปะโระ
หมายเลข 18
สโมสรเยาวชน
2010–2011 บีอีซี เทโรศาสน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012–2015 บีอีซี เทโรศาสน 104 (13)
2016–2018 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 60 (6)
2017–2018คอนซาโดเล ซัปโปะโระ (ยืมตัว) 46 (8)
2019– คอนซาโดเล ซัปโปะโระ 21 (4)
ทีมชาติ
2011–2012 ไทย อายุไม่เกิน 19 ปี 8 (1)
2012–2016 ไทย อายุไม่เกิน 23 ปี 30 (7)
2012– ไทย 52 (7)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 17 มีนาคม 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 25 มีนาคม 2019

ชนาธิป สรงกระสินธ์ (เกิด 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536) เป็นนักฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันเล่นให้กับคอนซาโดเล ซัปโปะโระในเจลีก ดิวิชัน 1 และทีมชาติไทย

ชนาธิปเริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ได้ตำแหน่งรองแชมป์ ก่อนที่สองปีต่อมาจะพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และคว้าแชมป์อีกครั้งในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 โดยได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสองครั้งหลังสุด

ทั้งนี้ ชนาธิปยังเป็นกำลังสำคัญของผู้เล่นทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2013 ที่พม่า และซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ รวมถึงคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้

ด้วยการมีรูปร่างที่เล็กแต่มีทักษะฟุตบอลที่ดี มีความคล่องแคล่วปราดเปรียวมีความเข้าใจเกมสูง ชนาธิปจึงได้รับฉายาว่าเมสซิเจ

ประวัติ

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ที่ตลาดสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม[1] เป็นบุตรชายของนายก้องภพและนางพรสวรรค์ สรงกระสินธ์[2] โดยบิดาเป็นผู้สอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุได้ 1 ขวบ และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ย้ายมาศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

หลังจบชั้นประถมศึกษา ชนาธิปกลับจังหวัดนครปฐมเพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสามพรานวิทยา ในช่วงนี้เขาได้เล่นฟุตบอลเดินสายกับทีม ซีแอล ไฮสปีด ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเดินสายชื่อดังในจังหวัดนครปฐม ร่วมกับรัชพล นาวันโน ที่ภายหลังกลายเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยอีกคนหนึ่ง

หลังจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชนาธิปได้ศึกษาต่อในสาขาวิชาการตลาดที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชย์การราชดำเนิน และเล่นฟุตบอลในระดับนักเรียนให้กับสถาบันไปด้วย โดยช่วยให้พาณิชย์การราชดำเนินคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษารุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ได้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554

ในอดีต ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เคยศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2558 เขาได้ทำเรื่องย้ายคณะและไปศึกษาต่อที่ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรับราชการตำรวจโดยเข้ารับการฝึกอบรมที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค7

ฟุตบอลสโมสร

บีอีซี เทโรศาสน

ฤดูกาล 2554

ในสมัยที่ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียน เขาเคยถูกทีโอทีปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วยเพราะรูปร่างเล็กเกินไปไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่บีอีซี เทโรศาสนจะนำตัวเขามาร่วมทีมชุดเยาวชนของสโมสร โดยให้ค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท

ชนาธิป อยู่ในทีมชุดเยาวชน U-19 ของสโมสรและสามารถพาทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ได้สำเร็จ โดยในนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่สนามศุภชลาศัย เขาสามารถพาสโมสรเอาชนะทีมเยาวชน U-19 ของบุรีรัมย์ พีอีเอ ไปได้ 5-2 และได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังจบเกม

ด้วยผลงานที่ดีในทีมเยาวชนของบีอีซี เทโรศาสน ทำให้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 เขาถูกสมชาย ชวยบุญชุม โค้ชทีมชาติชุดเยาวชนในขณะนั้น เรียกติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 19 ปี แข่งขันในรอบคัดเลือกของฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2012 โดยทีมชาติไทยได้แชมป์กลุ่มและได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในรอบคัดเลือกนี้ชนาธิป ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและยิงประตูให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุ 19 ปีได้ 1 ลูก ในเกมส์ที่ถล่มเยาวชนทีมชาติกวมไปถึง 13-0 ที่สนามเทพหัสดิน

ฤดูกาล 2555

หลังจากสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ชนาธิปก็ได้รับโอกาสจากแอนดรูว์ อ็อด กุนซือใหญ่ของทีมในขณะนั้นให้ติดทีมชุดใหญ่ ชนาธิปได้รับโอกาสลงเล่นให้กับต้นสังกัดเป็นครั้งแรกในนัดเปิดสนามของไทยพรีเมียร์ลีก 2555 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่ทีมของเขาต้องออกไปเยือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่สนามไอโมบาย โดยชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทีมของเขาแพ้ไป 2-1 และมายิงประตูแรกได้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในนัดที่บีอีซี เทโรศาสนออกไปเยือนการท่าเรือไทย ที่แพตสเตเดียม ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาแทนจักรกริช บุญคำในครึ่งหลัง โดยในการแข่งขันนัดดังกล่าวเขาทำผลงานให้เป็นที่จดจำของแฟนบอลด้วยการถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองแล้วยิงคนเดียว 2 ประตูโดยลูกที่ 2 เป็นการกระชากด้วยความเร็วกว่าครึ่งสนามก่อนจะล็อกหลบวัลลภ แซ่จิ๋ว นายประตูเจ้าบ้านแล้วค่อย ๆ เลี้ยงบอลผ่านเส้นประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้สโมสรบุกมาชนะการท่าเรือถึงถิ่น 2-0

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้ชนาธิป ยึดตำแหน่งภายในทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขาได้ลงสนามในรายการ โตโยต้า ลีกคัพ 2555 ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายซึ่งเป็นการลงเล่นรายการนี้เป็นนัดแรกของเขา ในเกมส์นัดดังกล่าวทีมของเขาต้องออกไปเยือนลำพูน วอร์ริเออร์ที่แม่กวงสเตเดียม และเขาก็ช่วยให้ทีมชนะ 2-1 ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขายิงได้อีก 1 ประตูในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกที่บีอีซี เทโรศาสน ต้องออกไปเยือนสงขลา ยูไนเต็ด ที่สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา โดยเขายิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ทีมของเขาจะชนะเจ้าบ้านไป 2-1

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยไทยคม เอฟเอคัพ เป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมส์รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สโมสรต้องออกไปเยือนพัทยา ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬาเทศบาลหนองปรือ โดยเขาเป็นคนเปิดให้กิลเบิร์ต คุมสัน ยิงประตูชัยให้บีอีซี บุกมาชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และต่อมาในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ระหว่างบีบีซียูกับบีอีซี เทโรศาสน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ชนาธิป ยิงให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

ชนาธิปได้ลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 33 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 28 นัด, โตโยต้า ลีกคัพ 3 นัด, เอฟเอ คัพ 2 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 4 ประตู และบีอีซี เทโรศาสนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 จากผลงานและลีลาการเล่นในฤดูกาลนี้ทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ได้เล่นให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ไปแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากเคยเล่นในรอบคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว และติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ฤดูกาล 2556

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ชนาธิป ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทำได้เพียงแค่คว้าอันดับ 3 ร่วมกับทีมชาติเกาหลีเหนือ

ในฤดูกาลนี้สโมสรเปลี่ยนแปลงโค้ชเป็นสเตฟาเน่ เด โมล และชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาล 2556 ในเกมส์ที่บีอีซี-เทโรศาสนบุกไปชนะราชบุรี 1-0 ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยเป็นตัวสำรองและถูกส่งลงมาแทนคลีตัน ซิลวา ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมส์

การยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ของเขาเกิดขึ้นในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกที่เสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงตีเสมอให้กับทีม ซึ่งประตูที่เขายิงได้ในนัดนี้ถือเป็นประตูแรกที่เขายิงได้ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามเหย้าของสโมสร

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม เขายิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้อีก 1 ประตู โดยยิงให้บีอีซี เทโรศาสนตีเสมอบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนจะจบลงด้วยการบุกมาชนะ 3-2 ที่ลีโอสเตเดียม แต่ในช่วงท้ายเกมเขากลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัย นักเตะของบางกอกกล๊าส โดยถือเป็นการได้ใบแดงครั้งแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

วันที่ 27 ตุลาคม เขายิงได้ 1 ประตูในเกมส์เปิดบ้านเสมอเมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

จบฤดูกาลชนาธิปลงสนาม 28 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 26 นัด, เอฟเอคัพ 1 นัด, ลีกคัพ 1 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู พาบีอีซี เทโรศาสนต้นสังกัดคว้าอันดับ 6 ในลีก และเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองได้เรียกติดฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันในกีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่าในเดือนธันวาคม

ฤดูกาล 2557

ในช่วงต้นฤดูกาล ชนาธิปต้องพลาดโอกาสในการลงสนามเนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักจากการลงเล่นให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในกีฬาซีเกมส์เมื่อปลายปีก่อน และมาได้ลงสนามนัดแรกในฤดูกาลนี้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 โดยเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

วันที่ 22 มิถุนายน ชนาธิป ยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ และช่วยให้บีอีซี-เทโรศาสนเปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก และนัดต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน เขายิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้อีก 1 ลูก ในเกมที่เอาชนะสมุทรสงคราม 2-0 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของบีอีซี เทโรศาสน และในเกมส์ระหว่างบีอีซี เทโรศาสน เปิดบ้านพบอาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เขายิงไกลเป็นประตูชัยให้บีอีซี ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2-0 โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ 10 ที่ชนาธิปยิงให้บีอีซี เทโรศาสนในไทยพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสร

เดือนกันยายน ชนาธิปถูกเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองเรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และพาทีมชาติคว้าอันดับ 4 มาครอง

หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ชนาธิป ลงสนามให้บีอีซี เทโรศาสน ในเกมส์โตโยต้าลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557 และช่วยให้ทีมชนะบุรีรัมย์ไปได้ 2-0 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ โดยเป็นแชมป์รายการแรกของเขากับบีอีซี-เทโรศาสน

ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่พบกับเชียงราย ยูไนเต็ด ชนาธิปยิงได้อีก 1 ประตู แต่จบเกมบีอีซีแพ้ไป 2-1 และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3

ฤดูกาล 2558

ชนาธิปเริ่มต้นฤดูกาลนี้ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกนัดที่เปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 และยิงประตูแรกในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ในนัดที่บุกไปชนะสโมสรโอสถสภา 3-2 ฤดูกาลนี้เขาถูกอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงสนามมากเท่าที่ควร โดยบีอีซี เทโรศาสนทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในลีก ทำให้เขาต้องย้ายไปร่วมสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว

เมืองทอง ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 2559

28 มกราคม 2559 ชนาธิป เปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดในไทยพรีเมียร์ลีกร่วมกับธนบูรณ์ เกษารัตน์และพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 2 นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งทั้งสามมาร่วมทีมเมืองทองด้วยสัญญายืมตัวพร้อมตัวเลือกซื้อขาดจากบีอีซี เทโรศาสน โดยชนาธิปพร้อมกับพีระพัฒน์และธนบูรณ์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของเมืองทองเป็นการถาวร

ชนาธิปลงสนามนัดแรกให้เมืองทอง ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือกนัดที่พบกับยะโฮร์ ดารุล ตะก์ซิมจากมาเลเซีย และจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของชนาธิปทำให้เมืองทอง ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปะโระทีมฟุตบอลจากเจลีกของญี่ปุ่นได้ติดต่อมายังสโมสรเมืองทองเพื่อดึงตัวชนาธิปไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว

คอนซาโดเล ซัปโปะโระ

ฤดูกาล 2560-เลก 2

ชนาธิปเปิดตัวกับคอนซาโดเล ซัปโปะโระในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ในสัญญายืมตัวจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยชนาธิปได้ย้ายไปเล่นเจลีกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 และเริ่มเข้าร่วมทีมตั้งแต่เลก 2 ของฤดูกาล

ชนาธิป สามารถคว้าตำแหน่ง MVP ของสโมสรประจำฤดูกาล2018 ไปครองโดยได้ผลคะแนนโหวตมาเป็นอันดับหนึ่งจากเพื่อนร่วมทีมทั้ง 22 คน และนอกเหนือจากนี้ ชนาธิปยังได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งเจลีกในฤดูกาล 2018 อีกด้วย นับว่าเป็นนักเตะชาวไทยที่ได้รับการยอมรับในฝีเท้าจากแฟนบอลในแดนปลาดิบอย่างมาก

หลังจากที่ชนาธิป ถูกซัปโปะโระยืมตัวเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ทางสโมสรได้ทำการเซ็นสัญญาถาวรตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 โดยมีสัญญาถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568 [3]

สถิติฟุตบอลสโมสร

  • สถิติ ณ วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
สโมสร ชื่อลีก ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก อื่น ๆ รวม
นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู
บีอีซี เทโรศาสน ไทยลีก 2555 28 4 2 0 3 0 33 4
2556 26 3 1 0 1 0 28 3
2557 27 4 0 0 5 0 32 4
2558 23 2 1 0 1 0 25 2
รวม บีอีซี เทโรศาสน 104 13 4 0 10 0 118 13
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไทยลีก 2559 27 3 1 0 3 0 2 0 1 0 33 3
2560 17 2 0 0 0 0 8 1 1 0 26 3
รวม เอสซีจี เมืองทอง 44 5 1 0 3 0 10 1 2 0 60 6
คอนซาโดเล ซัปโปะโระ เจลีก ดิวิชัน 1 2560 16 0 0 0 1 0 17 0
2561 30 8 1 1 0 0 31 9
2562
รวม คอนซาโดเล ซัปโปะโระ 46 8 1 1 1 0 48 9
รวมทั้งหมด 194 26 6 1 14 0 10 1 2 0 226 28

ทีมชาติ

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี

ชนาธิปลงเล่นในระดับชาติให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้การคุมทีมของสมชาย ชวยบุญชุม โดยรอบคัดเลือกไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีของเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ กวม

ชนาธิป ลงสนามในนัดแรกของการแข่งขันรอบคัดเลือก วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในเกมส์ที่ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ 1-0 ที่สนามเทพหัสดิน โดยถือเป็นการลงเล่นให้ทีมชาติไทยในระดับเยาวชนเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย และมายิงได้ 1 ประตู ในเกมส์ถล่มทีมชาติทีมชาติกวม 13-0 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยการแข่งขันในรอบคัดเลือก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานกับทีมชาติไทยชุดอายุ 20 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการชนะเกาหลีใต้ 1-0, ชนะไต้หวัน 1-0, ชนะกวม 13-0 และเสมอญี่ปุ่น 0-0 ได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม

โดยในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเกาหลีใต้, จีน และอิรัก ซึ่งการแข่งขันทั้ง 3 นัด จะแข่งที่สนามกีฬาฟูไจราห์ คลับ เมืองฟูไจราห์ โดยไทยลงแข่งขันนัดแรกกับจีน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ชนาธิป สามารถผ่านบอลให้ วรนาถ ทองเครือ เข้าไปยิงประตูได้ และช่วยให้ทีมชาติไทยเอาชนะจีนไปได้ 2-1 ต่อมาในการแข่งขันกับเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ไทยกลับแพ้ไป 1-2 และการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ไทยแพ้อิรักไป 0-3 ตกรอบไปในที่สุด

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองได้เรียกชนาธิปที่ขณะนั้นเคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแข่งขันซีเกมส์ 2013 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า

โดยชนาธิป ลงเล่นในซีเกมส์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ในการแข่งขันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทย เอาชนะติมอร์-เลสเต ไป 3-1 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วง 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งในการแข่งขันซีเกมส์ 2013 นี้ ชนาธิป รับบทบาทเป็นผู้เล่นตัวสำรองที่มักจะถูกส่งลงสนามเพื่อสร้างสรรค์เกมส์รุกในช่วงครึ่งหลังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างดี โดยได้เล่นเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมส์ที่เสมอกับกัมพูชา 0-0 และสามารถช่วยให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ในนัดชิงชนะเลิศ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต้องพลาดโอกาสในการลงแข่งกับอินโดนีเซีย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง แต่ทีมชาติไทยก็เอาชนะไปได้ 1-0 คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

ทีมชาติชุดใหญ่

ชนาธิป ได้ลงสนามให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่องกับภูฏาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและทำให้ทีมชาติไทยชนะไป 5-0

จากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยชนาธิปเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดภายในทีม และได้ลงสนามในรายการนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่ไทยพบกับเวียดนามในรอบแบ่งกลุ่ม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทนปิยพล บรรเทาที่มีอาการบาดเจ็บ (จบเกมไทยชนะ 3-1) จากนั้นเขามีโอกาสลงสนามอีกครั้งหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ชนาธิปมีโอกาสเลี้ยงกระชากหนีนักเตะสิงคโปร์และยิงประตูหนึ่งครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และได้รองแชมป์ในที่สุด

พ.ศ. 2556 ได้เล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันคือเกาหลีเหนือ, สวีเดน และฟินแลนด์

ในการแข่งขันนัดแรกที่ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ชนาธิป ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่จบด้วยการแพ้ฟินแลนด์ 1-3 ทำให้ต้องชิงที่ 3 กับเกาหลีเหนือ โดยการแข่งขันนัดชิงที่ 3 ในวันที่ 26 มกราคม ชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ก่อนจะเสมอกันไป 2-2 คว้าอันดับ 3 ร่วมไปครอง

ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ไทยอยู่ร่วมสายกับ อิหร่าน คูเวต และเลบานอน นัดแรก 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ไทยเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับคูเวต ชนาธิปมีชื่อเป็นตัวสำรองและได้ลงสนามแทนจักรพันธ์ พรใสในนาทีที่ 72 ถัดจากนั้น 3 นาที ชนาธิปสามารถทำประตูตีไข่แตกได้ และจบเกมส์ไทยเปิดบ้านแพ้คูเวตไป 1-3 โดยประตูดังกล่าวถือว่าประตูแรกของชนาธิป ในการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่

ชนาธิป เป็นตัวหลักในยุคของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพสำหรับทีมชาติชุดใหญ่แทนวินฟรีด เชเฟอร์ โดยซิโก้ประเดิมคุมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยได้นำนักเตะชุดซีเกมส์ 2013 ไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีน และถล่มทีมชาติจีนคาบ้านถึง 5-1 โดยชนาธิปเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูด้วย

ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่น และเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้ ในนัดชิงชนะเลิศที่ไทยพบกับมาเลเซีย ทางมาเลเซียระบุว่าชนาธิปเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของไทยที่ต้องระวัง (อีก 2 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ชาริล ชับปุยส์) ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ไทยเป็นฝ่ายแพ้ไป 3-2 แต่โดยผลการแข่งขันรวมแล้ว ไทยชนะไป 4-3 ชนาธิปเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ให้กับไทยได้ในนาทีที่ 86 จากลูกยิงนอกเขตโทษ ทำให้ไทยได้แชมป์รายการนี้ไปเป็นสมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นอกจากแล้ว ชนาธิป ยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปอีกด้วย[4]

เกียรติประวัติ

รางวัลระดับสโมสร

รางวัลระดับทีมชาติ

รางวัลส่วนบุคคล

ผลงานการทำประตูในระดับนานาชาติ

รายการคะแนนและผลการทำประตูของไทย
ประตูที่ วันที่ สถานที่ คู่แข่งขัน คะแนน ผล การแข่งขัน
1 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ธงชาติคูเวต คูเวต 1–3 1–3 เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก
2 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 สนามเหอเฝยโอลิมปิกสปอร์ตเซ็นเตอร์ เหอเฝย์ ประเทศจีน Flag of the People's Republic of China จีน 4–1 5–1 กระชับมิตร[5][6]
3 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ 3–0 3–0 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
4 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 สนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลีล กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย 3–2 2–3 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
5 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ธงชาติประเทศพม่า พม่า 4–0 4–0 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016
6 10 มกราคม พ.ศ. 2562 สนามกีฬามักตูม รอชิด อาล มักตูม ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ธงชาติบาห์เรน บาห์เรน 1–0 1–0 เอเชียนคัพ 2019
7 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 กวางสี สปอร์ต เซนเตอร์ หนานหนิง ประเทศจีน Flag of the People's Republic of China จีน 1–0 1–0 ไชนาคัพ 2019

 เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ชีวิตส่วนตัว

ชนาธิปเคยคบหาดูใจกับดาราสาว พิชญ์นาฏ สาขากร แต่สิ้นสุดความสัมพันธ์แล้ว

อ้างอิง

  1. "ขอนแก่นจัดงานต้อนรับ "ซิโก้" คึกคัก". ไทยพีบีเอส. 30 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2557.
  2. "พีระพัฒน์กลับลพบุรีแก้บน, แฟนต้อนรับเพียบ". สยามกีฬา. 28 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2557.
  3. เปิดสัญญา "ชนาธิป" เซ็นซัปโปโร ค่าตัวประวัติศาสตร์
  4. 4.0 4.1 หน้า 1 ต่อ 9, ได้กำลังใจจากในหลวง 'ช้างศึก' สู้ยิบตา ครึ่งหลังฮึดชนะมาเลย์ประตูรวม 4-3 พลิกคว้าแชมป์ซูซูกิคัพสุดยิ่งใหญ่ !. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,810: วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย
  5. Sport - Manager Online - ซิโก้นำ ช้างศึก บุกถล่มจีน 5-1
  6. บอลไทยอุ่นเครื่องเจ๋งบุกถล่มจีนเละคาบ้าน 5-1 ประเดิมซิโก้คุมทัพชุดใหญ่
  7. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1445069039 ชนาธิป รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

แหล่งข้อมูลอื่น