ชนาธิป สรงกระสินธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชนาธิป สรงกระสินธ์
Chanathip Songkrasin.jpg
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ชนาธิป สรงกระสินธ์
วันเกิด 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 (24 ปี)
สถานที่เกิด นครปฐม ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.60 เมตร (5 ฟุต 3.0 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
คอนซาโดเล ซัปโปะโระ
หมายเลข 18
สโมสรเยาวชน
2010–2011 บีอีซี เทโรศาสน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012–2015 บีอีซี เทโรศาสน 104 (13)
2016 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (ยืมตัว) 16 (10)
2016– เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 19 (10)
2017– คอนซาโดเล ซัปโปะโระ (ยืมตัว) 11 (0)
ทีมชาติ
2011–2012 ไทย U19 8 (1)
2012–2016 ไทย U23 30 (7)
2012– ไทย 41 (5)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 เมษายน 2016
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 27 มีนาคม 2017

สิบตำรวจตรี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ชื่อเล่น เจ หรือเป็นที่รู้จักในฉายา เมสซี่เจ เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และปัจจุบันถูกส่งให้คอนซาโดเล่ ซัปโปโร สโมสรในลีกญี่ปุ่นหรือเจลีก ยืมตัวใช้งานด้วยสัญญา 1 ปีครึ่ง

ชนาธิปเริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ได้ตำแหน่งรองแชมป์ ก่อนที่สองปีต่อมา จะพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และคว้าแชมป์อีกครั้งเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 โดยได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมจากสองครั้งหลังสุด

ทั้งนี้ ชนาธิปยังเป็นกำลังสำคัญของผู้เล่นทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2013 ที่พม่า และซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ รวมถึงคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้

ด้วยการมีรูปร่างที่เล็ก แต่มีทักษะฟุตบอลที่ดี มีความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว มีความเข้าใจเกมสูง ชนาธิปจึงได้รับฉายาว่า เมสซี่เจ

ประวัติ[แก้]

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ที่ตลาดสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม[1] เป็นบุตรชายของนายก้องภพและนางพรสวรรค์ สรงกระสินธ์[2] โดยบิดาเป็นผู้สอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ย้ายมาศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

หลังจบชั้นประถมศึกษา ชนาธิปกลับจังหวัดนครปฐมเพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสามพรานวิทยา ในช่วงนี้เขาได้เล่นฟุตบอลเดินสายกับทีม ซีแอล ไฮสปีด ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลเดินสายชื่อดังในจังหวัดนครปฐม ร่วมกับรัชพล นาวันโน ที่ภายหลังกลายเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยอีกคนหนึ่ง

หลังจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชนาธิปได้ศึกษาต่อในสาขาวิชาการตลาด ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการราชดำเนิน และเล่นฟุตบอลในระดับนักเรียนให้กับสถาบันไปด้วย โดยช่วยให้พาณิชยการราชดำเนินคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษารุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ประเภท ก. ได้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554

ในอดีต ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เคยศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2558 เขาได้ทำเรื่องย้ายคณะและไปศึกษาต่อที่ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรับราชการตำรวจ

ฟุตบอลสโมสร[แก้]

บีอีซี เทโรศาสน[แก้]

ฤดูกาล 2554[แก้]

ในสมัยที่ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียน เขาเคยถูกสโมสรฟุตบอลทีโอทีปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วยเพราะรูปร่างเล็กเกินไป ไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่จะเป็น สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ที่นำตัวเขามาร่วมทีมชุดเยาวชนของสโมสร โดยให้ค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท

ชนาธิป อยู่ในทีมชุดเยาวชน U-19 ของสโมสรและสามารถพาทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ได้สำเร็จ โดยในนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่สนามศุภชลาศัย เขาสามารถพาสโมสรเอาชนะทีมเยาวชน U-19 ของสโมสร บุรีรัมย์ พีอีเอ ไปได้ 5-2 และได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังจบเกม

ด้วยผลงานที่ดีในทีมเยาวชนของ บีอีซี เทโรศาสน ทำให้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 เขาถูกสมชาย ชวยบุญชุม โค้ชทีมชาติชุดเยาวชนในขณะนั้น เรียกติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 19 ปี แข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือกโดยทีมชาติไทยได้แชมป์กลุ่มและได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในรอบคัดเลือกนี้ชนาธิป ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและยิงประตูให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุ 19 ปีได้ 1 ลูก ในเกมส์ที่ถล่มเยาวชนทีมชาติเกาะกวมไปถึง 13-0 ที่สนามเทพหัสดิน

ฤดูกาล 2555[แก้]

หลังจากสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ชนาธิปก็ได้รับโอกาสจาก แอนดรูว์ อ็อด กุนซือใหญ่ของทีมในขณะนั้นให้ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่

ชนาธิปได้รับโอกาสลงเล่นให้กับต้นสังกัดเป็นครั้งแรกในเกมส์นัดเปิดสนามของไทยพรีเมียร์ลีก 2555 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่ทีมของเขาต้องออกไปเยือนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามไอโมบาย

โดยชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทีมของเขาแพ้ไป 2-1 และมายิงประตูแรกได้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในนัดที่ บีอีซี เทโรศาสน ออกไปเยือน สโมสรฟุตบอลการท่าเรือไทย ที่สนามแพทสเตเดี้ยม ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาแทนจักรกริช บุญคำ ในครึ่งหลังโดยในการแข่งขันนัดดังกล่าวเขาทำผลงานให้เป็นที่จดจำของแฟนบอลด้วยการถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองแล้วยิงคนเดียว 2 ประตูโดยลูกที่ 2 เป็นการกระชากด้วยความเร็วกว่าครึ่งสนามก่อนจะล็อกหลบวัลลภ แซ่จิ๋ว นายประตูเจ้าบ้านแล้วค่อยๆเลี้ยงบอลผ่านเส้นประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้สโมสรบุกมาชนะการท่าเรือถึงถิ่น 2-0

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้ชนาธิป ยึดตำแหน่งภายในทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขาได้ลงสนามในรายการ โตโยต้า ลีกคัพ 2555 ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายซึ่งเป็นการลงเล่นรายการนี้เป็นนัดแรกของเขา ในเกมส์นัดดังกล่าวทีมของเขาต้องออกไปเยือนสโมสรลำพูน วอร์ริเออร์ ที่สนามแม่กวง สเตเดี้ยม และเขาก็ช่วยให้ทีมชนะ 2-1 ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขายิงได้อีก 1 ประตูในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก ที่สโมสรฟุตบอลบีอีซี-เทโรศาสน ต้องออกไปเยือนสโมสรฟุตบอลสงขลา ยูไนเต็ด ที่สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา โดยเขายิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ทีมของเขาจะชนะเจ้าบ้านไป 2-1

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยไทยคม เอฟเอคัพ เป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมส์รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สโมสรต้องออกไปเยือนพัทยา ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬาเทศบาลหนองปรือ โดยเขาเป็นคนเปิดให้กิลเบิร์ต คุมสัน ยิงประตูชัยให้บีอีซี บุกมาชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และต่อมาในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ระหว่างสโมสรฟุตบอลบีบีซียู พบบีอีซี เทโรศาสน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ชนาธิป ยิงให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

ชนาธิปได้ลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 33 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 28 นัด, โตโยต้า ลีกคัพ 3 นัด, เอฟเอ คัพ 2 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 4 ประตู และบีอีซี เทโรศาสน จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 จากผลงานและลีลาการเล่นในฤดูกาลนี้ทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เล่นให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ไปแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียรอบสุดท้าย ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากเคยเล่นในรอบคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว และติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ฤดูกาล 2556[แก้]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ชนาธิป ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทำได้เพียงแค่คว้าอันดับ 3 ร่วมกับทีมชาติเกาหลีเหนือ

ในฤดูกาลนี้สโมสรเปลี่ยนแปลงโค้ชเป็นสเตฟาเน่ เด โมล และชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาล 2556 ในเกมส์ที่สโมสรฟุตบอลบีอีซี-เทโรศาสน บุกไปชนะสโมสรฟุตบอลจังหวัดราชบุรี 1-0 ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยเป็นตัวสำรองและถูกส่งลงมาแทนคลีตัน ซิลวา ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมส์

การยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ของเขาเกิดขึ้นในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกที่เสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงตีเสมอให้กับทีม ซึ่งประตูที่เขายิงได้ในนัดนี้ถือเป็นประตูแรกที่เขายิงได้ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามเหย้าของสโมสร

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม เขายิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้อีก 1 ประตู โดยยิงให้สโมสรฟุตบอลบีอีซี-เทโรศาสนตีเสมอสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนจะจบลงด้วยการบุกมาชนะ 3-2 ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม แต่ในช่วงท้ายเกมส์เขากลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัย นักเตะของบางกอกกล๊าส โดยถือเป็นการได้ใบแดงครั้งแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

วันที่ 27 ตุลาคม เขายิงได้ 1 ประตูในเกมส์เปิดบ้านเสมอเมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

จบฤดูกาลชนาธิปลงสนาม 28 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 26 นัด, เอฟเอคัพ 1 นัด, ลีกคัพ 1 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู พาบีอีซี เทโรศาสนต้นสังกัดคว้าอันดับ 6 ในลีก และถูกเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกติดฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันในกีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่าในเดือนธันวาคม

ฤดูกาล 2557[แก้]

ในช่วงต้นฤดูกาล ชนาธิปต้องพลาดโอกาสในการลงสนาม เนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักจากการลงเล่นให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในกีฬาซีเกมส์ เมื่อปลายปีก่อน และมาได้ลงสนามนัดแรกในฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 โดยเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

วันที่ 22 มิถุนายน ชนาธิป ยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ และช่วยให้บีอีซี เทโรศาสนเปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก และนัดต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน เขายิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้อีก 1 ลูก ในเกมส์ที่เอาชนะสมุทรสงคราม 2-0 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของบีอีซี เทโรศาสน และในเกมส์ระหว่างบีอีซี เทโรศาสน เปิดบ้านพบอาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เขายิงไกลเป็นประตูชัยให้บีอีซี ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2-0 โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ 10 ที่ชนาธิปยิงให้บีอีซี เทโรศาสนในไทยพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสร

เดือนกันยายน ชนาธิป ถูกเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และพาทีมชาติคว้าอันดับ 4 มาครอง

หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ชนาธิป ลงสนามให้บีอีซี เทโรศาสน ในเกมส์โตโยต้าลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศกับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557 และช่วยให้ทีมชนะบุรีรัมย์ไปได้ 2-0 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ โดยเป็นแชมป์รายการแรกของเขากับสโมสรฟุตบอลบีอีซี-เทโรศาสน

ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่พบกับเชียงราย ยูไนเต็ด ชนาธิปยิงได้อีก 1 ประตู แต่จบเกมส์บีอีซีแพ้ไป 2-1 และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3

ฤดูกาล 2558[แก้]

ชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาลนี้ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่เปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 และยิงประตูแรกในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ในนัดที่บุกไปชนะสโมสรโอสถสภา 3-2 ฤดูกาลนี้เขาถูกอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงสนามมากเท่าที่ควร โดยบีอีซี เทโรศาสนทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในลีก ทำให้เขาต้องย้ายไปร่วมสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว

เมืองทอง ยูไนเต็ด[แก้]

ฤดูกาล 2559[แก้]

28 มกราคม 2559 ชนาธิป เปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดในไทยพรีเมียร์ลีกร่วมกับธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 2 นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ซึ่งทั้งสามมาร่วมทีมเมืองทองด้วยสัญญายืมตัวพร้อมอ็อพชั่นซื้อขาดจากสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน โดยชนาธิปพร้อมกับพีระพัฒน์และธนบูรณ์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของเมืองทองเป็นการถาวร

ชนาธิป ลงสนามนัดแรกให้เมืองทอง ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือกนัดที่พบกับสโมสรยะโฮร์ ดารุล จากมาเลเซีย และจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของชนาธิปทำให้เมืองทอง ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 4 ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรคอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ทีมฟุตบอลจาก เจลีก ของญี่ปุ่นได้ติดต่อมายังสโมสรเมืองทองเพื่อดึงตัวชนาธิปไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว

คอนซาโดเล ซัปโปะโระ[แก้]

ฤดูกาล 2560-เลก 2[แก้]

ชนาธิป เปิดตัวกับคอนซาโดเล ซัปโปะโระ ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ในสัญญายืมตัวจากสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยชนาธิปได้ย้ายไปเล่นเจลีก เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 และจะเริ่มเข้าร่วมทีมตั้งแต่เลก2ของฤดูกาล

สถิติฟุตบอลสโมสร[แก้]

  • สถิติ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560
สโมสร ฤดูกาล ไทย ไทยลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก อื่น ๆ รวม
นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู นัด ประตู
บีอีซี เทโรศาสน 2555 28 4 2 0 3 0 33 4
2556 26 3 1 0 1 0 28 3
2557 27 4 0 0 5 0 32 4
2558 23 2 1 0 1 0 25 2
รวม บีอีซี เทโรศาสน 104 13 4 0 10 0 118 13
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2559 27 3 1 0 3 0 2 0 1 0 33 3
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2560 17 2 0 0 0 0 8 1 1 0 26 3
รวม เอสซีจี เมืองทอง 44 5 1 0 3 0 10 1 2 0 60 6
คอนซาโดเล่ ซัปโปโร 2560 10 0 0 0 1 0 11 0
รวมทั้งหมด 149 18 5 0 14 0 10 1 2 0 180 19

ทีมชาติ[แก้]

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี[แก้]

ชนาธิปลงเล่นในระดับชาติให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้การคุมทีมของสมชาย ชวยบุญชุม โดยรอบคัดเลือกไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีของเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ กวม

ชนาธิป ลงสนามในนัดแรกของการแข่งขันรอบคัดเลือก วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในเกมส์ที่ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ 1-0 ที่สนามเทพหัสดิน โดยถือเป็นการลงเล่นให้ทีมชาติไทยในระดับเยาวชนเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย และมายิงได้ 1 ประตู ในเกมส์ถล่มทีมชาติทีมชาติกวม 13-0 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยการแข่งขันในรอบคัดเลือก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานกับทีมชาติไทยชุดอายุ 20 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 1-0, ชนะไต้หวัน 1-0, ชนะกวม 13-0 และเสมอญี่ปุ่น 0-0 ได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม

โดยในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเกาหลีใต้, จีน และอิรัก ซึ่งการแข่งขันทั้ง 3 นัด จะแข่งที่สนามกีฬาฟูไจราห์ คลับ เมืองฟูไจราห์ โดยไทยลงแข่งขันนัดแรกกับทีมชาติจีน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ชนาธิป สามารถผ่านบอลให้ วรนาถ ทองเครือ เข้าไปยิงประตูได้ และช่วยให้ทีมชาติไทยเอาชนะจีนไปได้ 2-1 ต่อมาในการแข่งขันกับทีมชาติเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ไทยกลับแพ้ไป 1-2 และการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ไทยแพ้อิรักไป 0-3 ตกรอบไปในที่สุด

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี[แก้]

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เรียกชนาธิปที่ขณะนั้นเคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแข่งขันซีเกมส์ 2013 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า

โดยชนาธิป ลงเล่นในซีเกมส์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ในการแข่งขันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติติมอร์-เลสเต ไป 3-1 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วง 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งในการแข่งขันซีเกมส์ 2013 นี้ ชนาธิป รับบทบาทเป็นผู้เล่นตัวสำรองที่มักจะถูกส่งลงสนามเพื่อสร้างสรรค์เกมส์รุกในช่วงครึ่งหลังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างดี โดยได้เล่นเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมส์ที่เสมอกับทีมชาติกัมพูชา 0-0 และสามารถช่วยให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ในนัดชิงชนะเลิศ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต้องพลาดโอกาสในการลงแข่งกับทีมชาติอินโดนีเซีย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง แต่ทีมชาติไทยก็เอาชนะไปได้ 1-0 คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

ทีมชาติชุดใหญ่[แก้]

ชนาธิป ได้ลงสนามให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติภูฏาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและทำให้ทีมชาติไทยชนะไป 5-0

จากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยชนาธิปเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดภายในทีม และได้ลงสนามในรายการนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่ทีมชาติไทยพบกับทีมชาติเวียดนาม ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทน ปิยพล บรรเทา ที่มีอาการบาดเจ็บ (จบเกมส์ไทยชนะ 3-1) จากนั้นเขามีโอกาสลงสนามอีกครั้งหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ชนาธิปมีโอกาสเลี้ยงกระชากหนีนักเตะสิงคโปร์และยิงประตูหนึ่งครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และได้รองแชมป์ในที่สุด

พ.ศ. 2556 ได้เล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันคือเกาหลีเหนือ, สวีเดน และฟินแลนด์

ในการแข่งขันนัดแรกที่ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ชนาธิป ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่จบด้วยการแพ้ฟินแลนด์ 1-3 ทำให้ต้องชิงที่ 3 กับเกาหลีเหนือ โดยการแข่งขันนัดชิงที่ 3 ในวันที่ 26 มกราคม ชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ก่อนจะเสมอกันไป 2-2 คว้าอันดับ 3 ร่วมไปครอง

ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ไทยอยู่ร่วมสายกับ อิหร่าน คูเวต และเลบานอน นัดแรก 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ไทยเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับ ทีมชาติคูเวต ชนาธิป มีชื่อเป็นตัวสำรองและได้ลงสนามแทน จักรพันธ์ พรใส ในนาทีที่ 72 ถัดจากนั้น 3 นาที ชนาธิปสามารถทำประตูตีไข่แตกได้ และจบเกมส์ไทยเปิดบ้านแพ้คูเวตไป 1-3 โดยประตูดังกล่าวถือว่าประตูแรกของชนาธิป ในการเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่

ชนาธิป เป็นตัวหลักในยุคของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือที่รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพสำหรับทีมชาติชุดใหญ่แทนวินฟรีด เชเฟอร์ โดยซิโก้ประเดิมคุมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยได้นำนักเตะชุดซีเกมส์ 2013 ไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีน และถล่มทีมชาติจีนคาบ้านถึง 5-1 โดยชนาธิปเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูด้วย

ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่น และเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้ ในนัดชิงชนะเลิศที่ไทยพบกับ มาเลเซีย ทางมาเลเซียระบุว่าชนาธิปเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของไทยที่ต้องระวัง (อีก 2 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ชาริล ชับปุยส์) ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ไทยเป็นฝ่ายแพ้ไป 3-2 แต่โดยผลการแข่งขันรวมแล้ว ไทยชนะไป 4-3 ชนาธิปเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ให้กับไทยได้ในนาทีที่ 86 จากลูกยิงนอกเขตโทษ ทำให้ไทยได้แชมป์รายการนี้ไปเป็นสมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นอกจากแล้ว ชนาธิป ยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปอีกด้วย[3]

เกียรติประวัติ[แก้]

รางวัลระดับสโมสร[แก้]

รางวัลระดับทีมชาติ[แก้]

รางวัลส่วนบุคคล[แก้]

สถิติฟุตบอลทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 3 เมษายน 2559[4]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
ทีมชาติไทย 2555 3 0
2556 6 2
2557 7 2
2558 6 0
2559 2 0
รวม 24 4

ผลงานการทำประตูในระดับนานาชาติ[แก้]

รายการคะแนนและผลการทำประตูของไทย
ประตูที่ วันที่ สถานที่ คู่แข่งขัน คะแนน ผล การแข่งขัน
1 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ธงชาติคูเวต คูเวต 1–3 1–3 เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก
2 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 สนามเหอเฝยโอลิมปิกสปอร์ตเซ็นเตอร์ เหอเฝย์ ประเทศจีน Flag of the People's Republic of China จีน 4–1 5–1 เกมอุ่นเครื่อง[5][6]
3 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์ 3–0 3–0 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
4 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 สนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลีล กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาเลเซีย มาเลเซีย 3–2 4–3 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
5 13 มิถุนายน พ.ศ. 2558 สนามกีฬาประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์ สิงคโปร์ 5-0 ซีเกมส์ 2015

 เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ชนาธิป คบหาดูใจกับ ดาราสาวรุ่นพี่ พิชญ์นาฏ สาขากร

อ้างอิง[แก้]

  1. "ขอนแก่นจัดงานต้อนรับ "ซิโก้" คึกคัก". ไทยพีบีเอส. 30 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2557. 
  2. "พีระพัฒน์กลับลพบุรีแก้บน, แฟนต้อนรับเพียบ". สยามกีฬา. 28 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2557. 
  3. 3.0 3.1 หน้า 1 ต่อ 9, ได้กำลังใจจากในหลวง 'ช้างศึก' สู้ยิบตา ครึ่งหลังฮึดชนะมาเลย์ประตูรวม 4-3 พลิกคว้าแชมป์ซูซูกิคัพสุดยิ่งใหญ่ !. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,810: วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย
  4. Songkrasin ชนาธิป สรงกระสินธ์ เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  5. Sport - Manager Online - ซิโก้นำ ช้างศึก บุกถล่มจีน 5-1
  6. บอลไทยอุ่นเครื่องเจ๋งบุกถล่มจีนเละคาบ้าน 5-1 ประเดิมซิโก้คุมทัพชุดใหญ่
  7. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1445069039 ชนาธิป รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]