ปกเกล้า อนันต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปกเกล้า อนันต์
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ปกเกล้า อนันต์
วันเกิด 4 มีนาคม พ.ศ. 2534 (31 ปี)[1]
สถานที่เกิด ไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.80 ม. (5 ฟุต 11 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แบงค็อก ยูไนเต็ด
หมายเลข 39
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2552–2553 ไทยฮอนด้า 28 (3)
2554–2559 อินทรีเพื่อนตำรวจ 49 (8)
2559 ชลบุรี เอฟซี 22 (9)
2560– แบงค็อก ยูไนเต็ด 107 (19)
ทีมชาติ
พ.ศ. 2553 ไทย ยู-19 ปี 6 (0)
พ.ศ. 2554 ไทย ยู-23 ปี 9 (2)
พ.ศ. 2554– ไทย 42 (6)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
รับใช้Emblem of Royal Thai Police.pngสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
บริการ/สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
ประจำการพ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน
ชั้นยศRTP OF-1b (Police Lieutenant).svg ร้อยตำรวจโท

ร้อยตำรวจโท[3] ปกเกล้า อนันต์ เกิดวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2534 เป็นนักฟุตบอลชาวไทย ผู้ซึ่งเข้าแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกให้แก่สโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด ในตำแหน่งกองกลาง

ประวัติ[แก้]

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 ปกเกล้าได้ร่วมทีมชาติรุ่นเยาวชน 19 ปี เข้าแข่งรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน จากนั้น ในวันที่ 15 พฤศจิกายน เขาได้เซ็นสัญญาร่วมทีมกับสโมสรฟุตบอลอินทรีเพื่อนตำรวจ และในปีถัดมา ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2554 ปกเกล้าเป็นผู้ทำประตูให้แก่สโมสรฟุตบอลอินทรีเพื่อนตำรวจทั้ง 2 ประตูเมื่อครั้งที่พบกับสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ด้วยผลการแข่ง 2–0[4]

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ปกเกล้าเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในการแข่งฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง เมื่อครั้งที่พบกับทีมชาติจีนชุดใหญ่ ที่ประเทศจีน โดยเขาเป็นผู้ทำประตูในนาทีที่ 16[5][6] และทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะที่ 5-1 [7] ซึ่งนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในการชนะทีมชาติจีนได้มากที่สุด

ในฤดูกาล 2559 ปกเกล้าได้ย้ายจากทีม เพื่อนตำรวจ มาร่วมทีม ชลบุรี เอฟซี และฤดูกาล 2560 ปกเกล้าก็ได้ย้ายมาร่วมทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด

ผลงานในระดับนานาชาติ[แก้]

ปกเกล้า อนันต์ ได้รับการเรียกตัวเข้าร่วมทีมชาติภายใต้การฝึกสอนโดยวินฟรีด เชเฟอร์ สำหรับชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

การทำประตูในระดับนานาชาติ[แก้]

รายการคะแนนและผลการทำประตูของไทย
ประตูที่ วันที่ สถานที่ คู่แข่งขัน คะแนน ผล การแข่งขัน
1 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 สนามเหอเฝยโอลิมปิกสปอร์ตเซ็นเตอร์ เหอเฝย์ ประเทศจีน ธงชาติจีน จีน 1–0 5–1 กระชับมิตร
2 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556 สนามสุวันนะสเตเดียม ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย 1–0 4–1 ซีเกมส์ 2013
3 26 มีนาคม พ.ศ. 2558 สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา ประเทศไทย ธงชาติสิงคโปร์ สิงคโปร์ 2–0 2–0 กระชับมิตร
4 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม 1–0 1–0 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย - รอบที่ 2
5 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป 2–1 4–2
6 5 กันยายน พ.ศ. 2560 AAMI Park ออสเตรเลีย 1-2 1-2 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย - รอบที่ 3

นอกจากนี้แล้ว ในกลางปี พ.ศ. 2557 ปกเกล้าได้ถูกส่งตัวไปฝึกซ้อมกับสโมสรฟุตบอลเรดิง ทีมในลีกเดอะแชมเปียนชิพ ของอังกฤษ เป็นเวลา 6 เดือน[8]

เกียรติประวัติ[แก้]

ไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Pokklaw A-nan". Thai Premier League. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-05-06. สืบค้นเมื่อ 8 August 2011.
  2. "Pokklaw A-Nan". Soccerway. Global Sports Media. สืบค้นเมื่อ 8 August 2011.
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ลง 10 มี.ค.2563
  4. "ปกเกล้า อนันต์ เหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยอินทรีเพื่อนตำรวจบุกเชือด บีอีซี เทโรศาสน 2-0". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-02-26. สืบค้นเมื่อ 2013-06-22.
  5. “ช้างศึก” ระเบิดฟอร์ม บุกถล่ม "มังกร" เละ - เดลินิวส์
  6. ขุนพลช้างศึก" ทีมชาติไทย ระเบิดฟอร์มเทพ! แนวรุกสุดจัดจ้าน ยกพลไล่บดขยี้ "แดนมังกร" ทีมชาติจีนเละ
  7. 'ช้างศึก' ตกมัน บุกกระทืบ 'ตี๋ใหญ่' ไส้แตก 5-1 - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
  8. "ทุ่ม 2 พันล้าน "เดอะบิ๊ก" ซื้อเรดดิ้ง ส่ง 'ปกเกล้า' ชุบตัว". ไทยรัฐ. 16 June 2014. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014.
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๓ ข หน้า ๔๖, ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๗, เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑ ข หน้า ๓๑, ๙ มกราคม ๒๕๕๘

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]