ฟุตบอลทีมชาติพม่า
| ฉายา | ชีนเต่ | ||
|---|---|---|---|
| สมาคม | สหพันธ์ฟุตบอลพม่า | ||
| สมาพันธ์ย่อย | เอเอฟเอฟ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) | ||
| สมาพันธ์ | เอเอฟซี (เอเชีย) | ||
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | เยิร์น แอนเดอร์เซน | ||
| กัปตัน | หม่อง หม่อง ลวิน | ||
| ติดทีมชาติสูงสุด | ซอมี่นทู่น (73) | ||
| ทำประตูสูงสุด | มโย่ไลง์วี่น (36) | ||
| สนามเหย้า | สนามกีฬาตุวูนนะ | ||
| รหัสฟีฟ่า | MYA | ||
|
| |||
| อันดับฟีฟ่า | |||
| อันดับปัจจุบัน | 158 | ||
| อันดับสูงสุด | 97 (เมษายน ค.ศ. 1996) | ||
| อันดับต่ำสุด | 182 (สิงหาคม ค.ศ. 2012, ตุลาคม ค.ศ. 2012) | ||
| เกมระดับนานาชาติครั้งแรก | |||
(ฮ่องกง; 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1950)[2] | |||
| ชนะสูงสุด | |||
(กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย; 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969) | |||
| แพ้สูงสุด | |||
(ชิบะ ประเทศญี่ปุ่น; 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2021) | |||
| เอเชียนคัพ | |||
| เข้าร่วม | 1 (ครั้งแรกใน 1968) | ||
| ผลงานดีที่สุด | รองชนะเลิศ (1968) | ||
| เอเอฟซีแชลเลนจ์คัพ | |||
| เข้าร่วม | 3 (ครั้งแรกใน 2008) | ||
| ผลงานดีที่สุด | อันดับที่ 4 (2008, 2010) | ||
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน | |||
| เข้าร่วม | 12 (ครั้งแรกใน 1996) | ||
| ผลงานดีที่สุด | อันดับที่ 4 (2004, 2016) | ||
ฟุตบอลทีมชาติพม่า (อังกฤษ: Myanmar national football team; พม่า: မြန်မာ့လက်ရွေးစင်အမျိုးသားအသင်း) เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนจากประเทศพม่า อยู่ภายใต้การควบคุมของสหพันธ์ฟุตบอลพม่า[3] ทีมชาติพม่ายังไม่มีผลงานในระดับโลก แต่ในระดับเอเชียเคยได้รองชนะเลิศในการแข่งขันเอเชียนคัพ ในเอเชียนคัพ 1968 สำหรับในระดับอาเซียน ผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้ารอบรองชนะเลิศในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนปี 2004 และ 2016
ในคริสต์ทศวรรษ 1960-70 พม่าถือว่าเป็นทีมฟุตบอลระดับแถวหน้าของอาเซียนและทีมหนึ่งในระดับเอเชีย โดยชนะเลิศกีฬาแหลมทอง 5 สมัย และชนะเลิศเอเชียนเกมส์ 2 สมัย อีกทั้งยังเคยเข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลในโอลิมปิกฤดูร้อน 1972 ที่มิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก แต่หลังจาก ค.ศ. 1976 เป็นต้นไป พม่าก็เริ่มถดถอยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีปัญหาจากการรับจ้างล้มฟุตบอล รวมถึงทางรัฐบาลพม่าเองไม่ยอมเปิดให้ทีมตัวเองออกแข่งขันนอกประเทศเป็นเวลานานถึง 10 ปีด้วยกัน[4]
ประวัติ
[แก้]ช่วงแรก (ค.ศ. 1937–1951)
[แก้]ใน ค.ศ. 1937 สโมสรฟุตบอลอีสต์เบงกอลจากโกลกาตาได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศพม่า พวกเขาลงเล่นพบกับทีมของพม่าที่คัดเลือกผู้เล่นมาในวันที่ 13 ตุลาคม ก่อนที่จะพ่ายแพ้ไปด้วยผลประตู 6–0 ในปีถัดมา ทีมรวมดาราของพม่าได้สลับเดินทางไปประเทศอินเดียบ้าง การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในนัดแรก ๆ ของทีมพม่าที่มีการจดบันทึกข้อมูลไว้ ทีมชุดนี้ยังมีเฟรด พักสลีย์ ผู้เล่นชาวพม่าคนแรกที่ลงเล่นให้แก่สโมสรต่างประเทศ ทีมลงแข่งขันไปทั้งสิ้น 3 นัด โดยมีนัดที่พวกเขาเอาชนะทีมรวมดารา โมฮันบากัน–โกลกาตา ไปได้ 3–2 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม โดยพักสลีย์ทำสองประตูและแดดทำหนึ่งประตู[5] พม่ายังลงแข่งพบกับอินเดียเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2–2 โดยพักสลีย์ทำได้สองประตูอีกครั้ง[6]
หลังประกาศเอกราช ทีมชาติพม่าได้เดินทางไปอินเดียอีกครั้ง[7] โดยได้ลงเล่นพบกับทีมรวมดาราของสมาคมฟุตบอลอินเดียทั้งหมดสามนัด นัดแรกแข่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 1948 ซึ่งพม่าเสมอกับทีมสมาคมฯ อินเดีย ไปได้ 1–1 โดยพักสลีย์ทำประตูขึ้นนำ และเอ. มูเกร์จีทำประตูตีเสมอให้อินเดีย[8] สองวันถัดมา พม่าลงแข่งนัดที่สอง โดยเอาชนะคู่แข่งไปได้ 2–1 โดยบูมการ์ตทำสองประตู[9] และนัดสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม จบลงด้วยผลเสมอ 1–1[10] หลังทัวร์สิ้นสุด มีการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเป็นเกียรติแก่เฟรด พักสลีย์ โดยตั้งชื่อทีมว่า "เฟรด พักสลีย์ XI" และสามารถเอาชนะอีสต์เบงกอลไปได้ 2–0 โดยได้ประตูจาก Gwan Shein และ Chan Sein[11]
ยุคทอง (ค.ศ. 1952–1973)
[แก้]
ค.ศ. 1952 พม่าได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลเอเชียสี่เส้าที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่โคลัมโบ ซีลอน (ประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน) ในการแข่งขันครั้งนั้น พวกเขาแพ้อินเดียในเกมแรก 0–4[12] ก่อนที่ในนัดถัดมา จะแพ้ปากีสถานเพียงประตูเดียว[13] อย่างไรก็ตาม การแข่งขันนัดที่สามที่จะต้องพบกับซีลอน ต้องถูกยกเลิกเนื่องจากการถึงแก่กรรมของดอน สตีเฟน เซนานายาเก นายกรัฐมนตรีซีลอนในตอนนั้น พม่าจบอันดับที่สามตามหลังปากีสถานและอินเดีย[14] พม่าได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลเอเชียสี่เส้าอีกหลายครั้งในปี 1953, 1954 และ 1955[14]
ค.ศ. 1954 พม่าเข้าร่วมแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1954 และคว้าเหรียญทองแดง โดยทำผลงานได้ดีรองจากไต้หวันและเกาหลีใต้ ทั้งที่ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม พวกเขาไม่ได้ตั้งเป้าในการคว้าเหรียญรางวัลใด ๆ เลย แต่ทีมชุดนี้สามารถคว้าเหรียญรางวัลระดับทวีปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติ จากผลงานในครั้งนี้ ทำให้พวกเขามีแรงกระตุ้นที่ดีขึ้นจนสามารถคว้าเหรียญทองได้ในเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1960 การแข่งขันครั้งนั้น พม่าเอาชนะอิหร่านในเกมนัดชิงเหรียญทอง[15]

ทีมชุดชนะเลิศเอเชียนเกมส์ 1966 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสองทีมชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติพม่า เช่นเดียวกันกับชุดที่จบรองชนะเลิศเอเชียนคัพ 1968 ที่พวกเขาแพ้อิหร่านและเสมอกับจีนไทเป

ทีมฟุตบอลชายของพม่ามีผลงานที่แข็งแกร่งในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 เมื่อพวกเขาสามารถรอบคัดเลือกเข้าไปเล่นในโอลิมปิกฤดูร้อน 1972 ซึ่งจัดขึ้นที่มิวนิก ประเทศเยอรมนีตะวันตก โดยถือเป็นหนึ่งในสามชาติตัวแทนจากทวีปเอเชีย แม้จะคว้าชัยชนะได้เพียงนัดเดียวเหนือซูดาน 2–0 แต่ทีมชาติได้รับรางวัลการเล่นที่ใสสะอาดประจำการแข่งขันครั้งนั้น ปีถัดมา ทีมชาติสามารถเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแหลมทองเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน โดยก่อนหน้านี้พวกเขาชนะเลิศที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อปี 1965, กรุงเทพมหานครเมื่อปี 1967, ย่างกุ้งเมื่อปี 1969 และกัวลาลัมเปอร์เมื่อปี 1971 ก่อนที่จะชนะเลิศที่สิงคโปร์ปี 1973[16]
นับตั้งแต่ ค.ศ. 1967 ทีมชาติมีการตั้งเป้าหมายเพื่อขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของพวกเขา โดยพวกเขาต้องการชนะเลิศฟุตบอลระดับทวีปเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน คณะกรรมการโอลิมปิกพม่าส่งนักกีฬาฟุตบอลมาร่วมแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1970 ที่ประเทศไทย สุดท้ายพม่ากลายเป็นชาติที่สามที่ชนะเลิศฟุตบอลเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองสมัย ทีมชุดนี้ได้รับการขนานว่าเป็นวีรบุรุษของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้คนในย่างกุ้ง เมืองหลวงในตอนนั้น[15]
ในยุคนั้น ทีมชาติพม่ามีผู้เล่นสำคัญอย่าง Suk Bahadur ซึ่งมีส่วนขับเคลื่อนวงการฟุตบอลพม่าอย่างมาก[15] อย่างไรก็ตามในปีถัด ๆ มา จากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้การป้องกันแชมป์เอเชียของทีมชาติมีความเป็นไปได้ยากขึ้น
ยุคตกต่ำและการดิ้นรน (ค.ศ. 1974–2010)
[แก้]ในช่วงปีหลังจากนั้น พม่าไม่ประสบความสำเร็จเหมือนดังเช่นในยุคทองที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการ การล่มสลายของโครงสร้างฟุตบอลพม่าในช่วงการปกครองของนายพลเนวี่น และการก่อรัฐประหาร สร้างผลกระทบเชิงลบต่อฟุตบอลทีมชาติพม่า การขาดทุนทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมทำให้นักฟุตบอลชาวพม่าหลายคนประกาศเลิกเล่นแทนที่จะย้ายไปเล่นในต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน การพัฒนาของทีมชาติมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และไทย ทำให้ยุคทองของพม่าถูกลบเลือน
อย่างไรก็ตาม พม่ายังคงคว้าเหรียญรางวัลได้ 2 รายการ ได้แก่ เหรียญเงินในซีเกมส์ 1993 ซึ่งพวกเขาแพ้ไทย และเหรียญทองแดงในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2004
การฟื้นฟู (ค.ศ. 2011–2019)
[แก้]การปฏิรูปทางการเมืองใน ค.ศ. 2011 ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลพม่าที่ตกต่ำมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 โดยในช่วงเวลานี้ เกิดคลื่นลูกใหม่ของทีมชาติพม่าท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองในประเทศที่ดีขึ้น
การเข้ามาของ Gerd Zeise ผู้จัดการชาวเยอรมัน ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในฟุตบอลพม่า ทีมชาติพม่ารุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีสามารถผ่านเข้ารอบไปเล่นในฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2015 ซึ่งเป็นการแข่งขันของฟีฟ่ารายการแรกที่พม่าได้เข้าร่วม หลังจากที่สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในรายการฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี 2014 ในฐานะเจ้าภาพ ต่อมาในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 พม่าในฐานะเจ้าภาพร่วม สามารถเข้ารอบรองชนะเลิศได้ ก่อนที่จะแพ้ให้แก่ไทยที่ชนะเลิศในครั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม วงการฟุตบอลในประเทศยังคงมีปัญหาที่หลงเหลืออยู่ ศักยภาพของทีมชาติพม่าถูกตั้งคำถามหลังจากผลงานที่ย่ำแย่ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ในขณะที่หลายทีมในเอเชียพัฒนาขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน พม่าไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในเอเชียนคัพ 2019 โดยหนึ่งในนั้นคือความพ่ายแพ้ต่อคีร์กีซสถานขาดลอย 1–5 ต่อมาในช่วงการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2018 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2018 พวกเขาลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแพ้โบลิเวียที่สนามเหย้าของตนอย่างสนามกีฬาตุวูนนะ 0–3 พม่าภายใต้การคุมทีมของอ็องตวน เฮย์ ไม่ประสบความสำเร็จในรายการระดับภูมิภาค โดยพวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่ม และเฮย์ลาออกหลังจบการแข่งขัน
ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก พม่าอยู่ร่วมกลุ่มกับคีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน, มองโกเลีย และมหาอำนาจของทวีปอย่างญี่ปุ่น พม่าภายใต้การคุมทีมของมิออดรัก ราดูลอวิช ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่เมื่อพวกเขาแพ้มองโกเลียในเกมเยือน 0–1, เปิดบ้านแพ้ญี่ปุ่น 0–2 และออกไปแพ้คีร์กีซสถาน 0–7 ทำให้ราดูลอวิชถูกปลด อ็องตวน เฮย์กลับมาเข้ามาคุมทีมอีกครั้ง เขาพาทีมคว้าชัยชนะครั้งสำคัญในบ้านได้สองนัด ได้แก่ เปิดบ้านเอาชนะทาจิกิสถาน 4–3 และชนะมองโกเลีย 1–0[17]
ตกต่ำอีกครั้ง (ค.ศ. 2020–2025)
[แก้]การระบาดทั่วของโควิด-19 และรัฐประหารที่ตามมาใน ค.ศ. 2021 ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทีมชาติพม่า เมื่อผู้เล่นแกนหลักหลายคนปฏิเสธที่จะลงเล่นให้แก่ทีมชาติเนื่องจากการรัฐประหาร[18] ด้วยจำนวนผู้เล่นที่จำกัด พม่าต้องประสบกับความพ่ายแพ้ที่ขาดลอยที่สุดตลอดกาลของพวกเขา โดยแพ้ต่อญี่ปุ่น 10–0 ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ก่อนที่จะแพ้ต่อคีร์กีซสถานและทาจิกิสถาน พวกเขาตกรอบคัดเลือกทั้งฟุตบอลโลกและเอเชียนคัพ 2023[19]
พม่ามีผลงานที่น่าผิดหวังในรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2020 แม้ว่าจะเอาชนะติมอร์-เลสเต แต่ก็แพ้ให้แก่สิงคโปร์และไทย ก่อนที่จะเสมอฟิลิปปินส์ ทำให้ต้องตกรอบแบ่งกลุ่มไป ส่วนในเอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือก พวกเขาแพ้ทั้งสามนัดให้แก่สิงคโปร์, ทาจิกิสถาน และคีร์กีซสถาน
ต่อมาในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2022 พม่าตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้งจากการแพ้มาเลเซีย, สิงคโปร์ และเวียดนาม และเสมอกับลาว หลังจบการแข่งขัน อ็องตวน เฮย์ ลาออกจากตำแหน่งผู้ฝึกสอนเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2023
เดือนมีนาคม ค.ศ. 2023 ไมเคิล ไฟเทินไบเนอร์ เข้ารับตำแหน่งผู้ฝึกสอน พม่าทำผลงานได้ดีขึ้นด้วยการเอาชนะมาเก๊าด้วยผลประตู 5–1 ในรอบแรกของฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก จนผ่านเข้าสู่รอบที่สองได้สำเร็จ ต่อมาในรอบคัดเลือกรอบที่สอง พวกเขาจับสลากอยู่ร่วมกลุ่มกับญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ และซีเรีย พม่าพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นและเกาหลีเหนืออย่างขาดลอย แต่เสมอยันเสมอซีเรียได้ในบ้าน 1–1 แต่แพ้ 0–7 ในการออกไปเยือน ต่อมาวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2024 สหพันธ์ฟุตบอลพม่าแต่งตั้งอดีตผู้เล่นทีมชาติ มโย่ไลง์วี่น เป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่
ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2024 พม่าเอาชนะลาว, เสมอกับฟิลิปปินส์ และแพ้อินโดนีเซียกับเวียดนาม ทำให้พวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง
พม่าเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก ด้วยการเอาชนะทั้งอัฟกานิสถานและปากีสถานในเกมเหย้า อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับต่อซีเรีย ทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 รอบสุดท้าย
ยุคใหม่ (2026–)
[แก้]หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความตกต่ำ สหพันธ์ฟุตบอลพม่าได้แต่งตั้ง เยิร์น แอนเดอร์เซน เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ทำให้อดีตนักฟุตบอลชาวนอร์เวย์รายนี้เป็นผู้จัดการทีมชาวยุโรปคนแรกของทีมชาติพม่านับตั้งแต่ ค.ศ. 2013 โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูผลงานในระดับภูมิภาคของทีม ภายใต้การคุมทีมของแอนเดอร์เซน ทีมมีรูปแบบการเล่นที่รัดกุมและมีวินัยมากขึ้นจากการผสมผสานผู้เล่นรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาในทีม แม้จะตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้งในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2026 จากการแพ้มาเลเซียและไทย แต่พวกเขาก็มีผลงานอันยอดเยี่ยมในการบุกชนะฟิลิปปินส์ 4–1 และชนะลาว 7–2
ภาพลักษณ์ทีม
[แก้]ชุดแข่ง
[แก้]ชุดเหย้าของทีมชาติพม่าเป็นสีแดงทั้งชุด ส่วนชุดเยือนเป็นสีขาวทั้งชุด
เอฟบีทีเคยทำสัญญาผลิตชุดแข่งให้แก่ทีมชาติตั้งแต่ ค.ศ. 2015 ถึง 2018 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018 วอริกซ์ได้เข้ามาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งรายใหม่ของทีม โดยเซ็นสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 – 31 ธันวาคม ค.ศ. 2024 รวมระยะเวลา 6 ปี มูลค่าสัญญา 5.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[20]
ค.ศ. 2025 สหพันธ์ฯ สิ้นสุดสัญญาชุดแข่ง 6 ปีกับวอริกซ์ และได้ประกาศเซ็นสัญญา 4 ปีกับตราสินค้าญี่ปุ่น Jogarbola ซึ่งผ่านการนำเสนอ สนับสนุน และจัดจำหน่ายโดยบริษัทเวียดนาม Dong Luc Sport[21]
| ชุดแข่งของฟุตบอลทีมชาติพม่า | |
|---|---|
| ผู้ผลิตชุด | ช่วงปี |
| ค.ศ. 2011–2013 | |
| ค.ศ. 2013–2015 | |
| ค.ศ. 2015–2018 | |
| ค.ศ. 2018–2024 | |
| ค.ศ. 2025– | |
สนาม
[แก้]ทีมชาติลงเล่นเกมเหย้าที่สนามกีฬาตุวูนนะในย่างกุ้งเป็นส่วนใหญ่ โดยสนามแห่งนี้มีขนาดใหญ่และทันสมัยกว่าสนามกีฬาพลตรี อองซาน ต่อมาใน ค.ศ. 2013 ได้มีการขยายความจุจากเดิม 32,000 ที่นั่งไปเป็น 50,000 ที่นั่ง[22] สนามแห่งนี้ยังใช้จัดการแข่งขันกลุ่มบีของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016
| สนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติพม่า | ||||
|---|---|---|---|---|
| ภาพ | สนาม | ความจุ | ที่ตั้ง | ใช้งานล่าสุด |
| สนามกีฬาตุวูนนะ | 50,000 ที่นั่ง | ย่างกุ้ง | พบ | |
| สนามกีฬามานดะลาตีริ | 31,270 ที่นั่ง | มัณฑะเลย์ | พบ | |
คู่แข่งสำคัญ
[แก้]- ไทย
สงครามพม่า–สยาม ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างทีมชาติพม่าและไทยมีความเข้มข้นมาถึงปัจจุบัน[23] พม่าเคยเป็นทีมมหาอำนาจในภูมิภาคในช่วงทศวรรษ 1960–70 ก่อนจะตกต่ำลงจากสถานการณ์ในประเทศในยุคของเนวี่น การพัฒนากีฬาฟุตบอลของพม่าก็ชะงักลง ทำให้ทีมไทยมีผลงานที่เหนือกว่ามากในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความสำเร็จและผลการแข่งขันระหว่างสองทีม[24]
ทีมงานฝึกสอน
[แก้]
| ตำแหน่ง | ชื่อ-สกุล[25] |
|---|---|
| ประธานเทคนิค | |
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | |
| ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน | |
| ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู | |
| นักวิเคราะห์วิดีทัศน์ | |
| แพทย์ | |
| เจ้าหน้าที่สื่อ | |
| ช่างภาพและวิดีโอ | |
| เจ้าหน้าที่ค้นหาผู้เล่น (แมวมอง) | |
| นักกายภาพบำบัด | |
| ผู้จัดการอุปกรณ์ |
รายชื่อผู้ฝึกสอน
[แก้]| ชื่อ | ช่วงเวลา | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ร้อยละชนะ | เกียรติประวัติ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ค.ศ. 1954 | เหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ 1954 | ||||||
| ค.ศ. 1955–1959 | |||||||
| ค.ศ. 1959–1961 | |||||||
| ค.ศ. 1961–1963 | เหรียญเงิน กีฬาแหลมทอง 1961 | ||||||
| ค.ศ. 1964–1965 | ชนะเลิศ เมอร์เดกาคัพ 1964 | ||||||
| ค.ศ. 1965–1967 | ชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ 1966 ชนะเลิศ กีฬาแหลมทอง 1965 และ 1967 ชนะเลิศ เมอร์เดกาคัพ 1967 | ||||||
| ค.ศ. 1968–1979 | ชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ 1970 ชนะเลิศ กีฬาแหลมทอง 1969, 1971 และ 1973 ชนะเลิศ เมอร์เดกาคัพ 1971 | ||||||
| ค.ศ. 1972–1974 | ชนะเลิศ เพรสซิเดนท์สคัพ 1972 | ||||||
| ค.ศ. 1993–1996[26] | |||||||
| ค.ศ. 1996–1997 | |||||||
| ค.ศ. 2000–2003 | |||||||
| พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 – ค.ศ. 2005 | รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2004 | ||||||
| ค.ศ. 2006–2007 | ชนะเลิศ เมอร์เดกาคัพ 2006 รองชนะเลิศ เมอร์เดกาคัพ 2007 | ||||||
| เมษายน ค.ศ. 2007 – ธันวาคม ค.ศ. 2008[27] | |||||||
| เมษายน – ตุลาคม ค.ศ. 2009 | |||||||
| ตุลาคม ค.ศ. 2009 – กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 | |||||||
| กุมภาพันธ์ – ธันวาคม ค.ศ. 2010 | 5 | 2 | 0 | 3 | 40.00 | ||
| มกราคม – กรกฎาคม ค.ศ. 2011 | 7 | 0 | 2 | 5 | 0.00 | ||
| กรกฎาคม ค.ศ. 2011 | 5 | 1 | 1 | 3 | 20.00 | ||
| ธันวาคม ค.ศ. 2011 – ธันวาคม ค.ศ. 2013 | 13 | 5 | 4 | 4 | 38.46 | ||
| กันยายน ค.ศ. 2013 | 1 | 0 | 1 | 0 | 0.00 | ||
| กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 – ตุลาคม ค.ศ. 2015 | 22 | 7 | 4 | 11 | 31.82 | ชนะเลิศ ฟิลิปปินพีซคัพ 2014 | |
| สิงหาคม ค.ศ. 2017 | 1 | 1 | 0 | 0 | 100.00 | ||
| ตุลาคม ค.ศ. 2015 – มีนาคม ค.ศ. 2018 | 24 | 7 | 6 | 11 | 29.17 | รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 | |
| มีนาคม ค.ศ. 2018 | 1 | 1 | 0 | 0 | 100.00 | ||
| 16 พฤษภาคม – 13 ธันวาคม ค.ศ. 2018[28] | 8 | 2 | 1 | 5 | 25.00 | ||
| มีนาคม ค.ศ. 2019 | 2 | 0 | 1 | 1 | 0.00 | ||
| 20 เมษายน – 20 ตุลาคม ค.ศ. 2019[29] | 5 | 1 | 0 | 4 | 20.00 | ||
| 21 ตุลาคม ค.ศ. 2019 – 31 มกราคม ค.ศ. 2023[30] | 21 | 3 | 2 | 16 | 14.29 | ||
| 1 มีนาคม ค.ศ. 2023 – 13 สิงหาคม ค.ศ. 2024 | 11 | 3 | 4 | 4 | 27.27 | รองชนะเลิศ ไตรเนชันซีรีส์ (อินเดีย) 2023 | |
| 10 กันยายน ค.ศ. 2024 – 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 | 16 | 7 | 2 | 7 | 43.75 | ||
| 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 - | 5 | 2 | 0 | 3 | 40.00 | ||
- * รักษาการ
ผลงาน
[แก้]- 1930 - 1938 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 1950 - ถอนตัว
- 1954 - 1990 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 1994 - ถอนตัว
- 1998 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 2002 - ถอนตัว
- 2006 - ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากถอนตัวในปี 2002
- 2010 - 2026 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
- 1956 - 1964 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 1968 - รองชนะเลิศ
- 1972 - 1992 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 1996 - 2004 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
- 2007 - ไม่ได้เข้าร่วม
- 2010 - 2027 - ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
อื่น ๆ
[แก้]- เอเชียนเกมส์ - เหรียญทอง 2 ครั้ง (1966, 1970) และ เหรียญทองแดง 1 ครั้ง (1954)
- ซีเกมส์
- เหรียญทอง (1965, 1967, 1969, 1971, 1973)
ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
[แก้]รายชื่อผู้เล่น 26 คน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2026 ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม ค.ศ. 2026[31]
| # | ตำแหน่ง | ผู้เล่น | วันเกิด (อายุ) | ลงเล่น | ประตู | สโมสร |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | GK | ซานน์ ซาตต์ ไนง์ | 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 | 10 | 0 | |
| 2 | DF | ไฮน์ พโย วิน | 19 กันยายน ค.ศ. 1998 | 35 | 0 | |
| 3 | DF | ไฮน์ เซยาร์ ลิน | 12 สิงหาคม ค.ศ. 2000 | 19 | 0 | |
| 4 | DF | ซอ มอ คยอว์ | 23 มีนาคม ค.ศ. 1999 | 31 | 3 | |
| 5 | DF | นันดา คยอว์ (กัปตัน) | 3 กันยายน ค.ศ. 1996 | 42 | 1 | |
| 6 | MF | คยอว์ มิน อู | 16 มิถุนายน ค.ศ. 1996 | 33 | 1 | |
| 7 | MF | ลวิน มอ ออง | 10 ธันวาคม ค.ศ. 1999 | 55 | 5 | |
| 8 | MF | ไว ลิน ออง | 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 | 22 | 1 | |
| 9 | FW | ทัน ไปง์ | 6 ธันวาคม ค.ศ. 1996 | 49 | 6 | |
| 10 | FW | วิน ไนง์ ตุน | 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 | 35 | 7 | |
| 11 | FW | หม่อง หม่อง ลวิน | 18 มิถุนายน ค.ศ. 1995 | 90 | 15 | |
| 12 | FW | มิน มอว์ อู | 6 มีนาคม ค.ศ. 2005 | 4 | 0 | |
| 13 | FW | คุน คยอว์ ซิน ไฮน์ | 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 | 9 | 1 | |
| 14 | MF | ออง เมียว คานต์ | 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 | 3 | 0 | |
| 15 | DF | ซเว คันต์ มิน | 20 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | 12 | 0 | |
| 16 | FW | ไชน์ วันนา ออง | 15 มีนาคม ค.ศ. 2006 | 1 | 1 | |
| 17 | DF | พยอ พแย โสน | 24 ตุลาคม ค.ศ. 1999 | 0 | 0 | |
| 18 | GK | เนย์ ลิน เตต | 23 เมษายน ค.ศ. 2002 | 1 | 0 | |
| 19 | FW | ไฮน์ เท็ต ออง | 5 ตุลาคม ค.ศ. 2001 | 25 | 0 | |
| 20 | MF | มยัต กอง คานต์ | 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2000 | 19 | 1 | |
| 21 | MF | เย ยิ่น ออง | 22 มีนาคม ค.ศ. 2000 | 17 | 1 | |
| 22 | MF | ซอว์ วิน เธียน | 1 มีนาคม ค.ศ. 2003 | 20 | 1 | |
| 23 | GK | ซิน ญี ญี ออง | 6 มิถุนายน ค.ศ. 2000 | 7 | 0 | |
| 24 | FW | ซอ มโย ซอ | รอระบุ | 0 | 0 | |
| 25 | DF | มยัต โฟน คานต์ | 12 ตุลาคม ค.ศ. 2006 | 0 | 0 | |
| 26 | MF | ก่อง มยัต เนอิน | 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 | 0 | 0 |
เกียรติประวัติ
[แก้]ระดับทวีป
[แก้]- เอเอฟซี เอเชียนคัพ
รองชนะเลิศ (1): 1968
- เอเชียนเกมส์[a]
ระดับภูมิภาค
[แก้]กระชับมิตร
[แก้]- เมอร์เดกาทัวร์นาเมนต์ (4): 1964, 1967,[b] 1971, 2006
- จาการ์ตาแอนนิเวอร์แซรี (4): 1971, 1973, 1974, 1975
- มาระฮ์ ฮาลิม คัพ (2): 1978, 1979
- โคเรียคัพ (3): 1971,[b] 1972, 1973[b]
- เมียนมาแกรนด์รอยัลแชลแลนจ์คัพ (2): 2006, 2008
- ฟิลิปปินพีซคัพ (1): 2014
สรุป
[แก้]เฉพาะการแข่งขันที่ฟีฟ่าให้การรับรอง
| การแข่งขัน | รวม | |||
|---|---|---|---|---|
| เอเอฟซี เอเชียนคัพ | 0 | 1 | 0 | 1 |
| รวม | 0 | 1 | 0 | 1 |
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ การแข่งขันกำกับดูแลโดยสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ซึ่งไม่ได้รับการรับรองจากทางฟีฟ่า
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "The FIFA/Coca-Cola Men's World Ranking". 20 กรกฎาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Myanmar matches, ratings and points exchanged". World Football Elo Ratings: Myanmar. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ FIFA.com. "Member Association - Myanmar - FIFA.com". www.fifa.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2020-05-12. [ลิงก์เสีย]
- ↑ "ประวัติศาสตร์'ลูกหนังพม่า'". คมชัดลึก. 18 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Jugantar". 29 พฤษภาคม 1938.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Jugantar". 31 พฤษภาคม 1938.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Amrita Bazar Patrika". 23 สิงหาคม 1948.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Amrita Bazar Patrika". 25 สิงหาคม 1948.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Amrita Bazar Patrika". 27 สิงหาคม 1948.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Amrita Bazar Patrika". 29 สิงหาคม 1948.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Amrita Bazar Patrika". 30 สิงหาคม 1948.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Times of Ceylon 1952.03.17 — South Asian Newspapers". gpa.eastview.com. สืบค้นเมื่อ 2026-01-24.
- ↑ "Times of Ceylon 1952.03.21 — South Asian Newspapers". gpa.eastview.com. สืบค้นเมื่อ 2026-01-24.
- 1 2 "Asian Quadrangular Tournament (Colombo Cup) 1952-1955". www.rsssf.org. สืบค้นเมื่อ 2026-01-24.
- 1 2 3 Roebuck, Matt (27 ธันวาคม 2016). "Myanmar's Golden Age". Medium. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gilberti, Christian (10 กุมภาพันธ์ 2020). "Did you know there was a golden age of Myanmar soccer?". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "2022 World Cup Qualifiers: Myanmar beat Tajikistan 4-3". MDN - Myanmar DigitalNews. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Myanmar hopes hit as footballers pull out over coup". Dhaka Tribune. 13 พฤษภาคม 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 พฤษภาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Japan beats Myanmar 10-0 after protests on and off pitch". 29 พฤษภาคม 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "MFF signs sponsorship contract with Warrix Sports Companyn". 6 พฤศจิกายน 2018. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2018. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "မြန်မာ့လက်ရွေးစင် အသင်းများ ဝတ်စုံစပွန်ဆာ အဖြစ် နှစ်ဖက်သဘောတူညီမှု MoU လက်မှတ်ရေးထိုး". Facebook (ภาษาพม่า).
- ↑ "| Myanmar Times". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 7 มิถุนายน 2012. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2015.
- ↑ "The Fall of Siam & the Lost Temples of Ayutthaya". Ex Utopia (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2013-01-25.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Confident Thailand take on Myanmar". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-12-16.
{{cite news}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "Jørn Andersen ဦးဆောင်မယ့် 🇲🇲 မြန်မာ့လက်ရွေးစင် นည်းပြအဖွဲ့ 💪". Myanmar Football Federation (ภาษาพม่า). 7 กรกฎาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ Haverkort, Jeroen (9 กุมภาพันธ์ 2011). "Werken op twijfelachtig grondgebied" (ภาษาดัตช์). metronieuws.nl. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 สิงหาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Myanmar urgently needs foreign coach for national soccer team". news.xinhuanet.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 23 มกราคม 2009.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "MFF part way with National Team Head coach Antonie Hey by mutual agreement". Myanmar Football Federation. 13 ธันวาคม 2018. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 ธันวาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Myanmar sack head coach Miodrag Radulovic and bring back former boss Antoine Hey". foxsportsasia. 20 ตุลาคม 2019. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 21 ตุลาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Hey takes up Myanmar role". FIFA. 31 มกราคม 2023. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 มกราคม 2021. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "📣 Jørn Andersen Names Myanmar National Team Squad🌟 Fresh Faces Get the Call". Myanmar Football Federation. 15 กรกฎาคม 2026 – โดยทาง Facebook.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)