ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
| ชื่อเต็ม | ฮกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโระ | |||
|---|---|---|---|---|
| ฉายา | เค้าแมวเมืองเหนือ | |||
| ก่อตั้ง | 1935 (ในชื่อ โตชิบา โฮริกาวะ โช เอสซี) | |||
| สนาม | ซัปโปโระโดม ซัปโปโระ | |||
| ความจุ | 41,484 ที่นั่ง | |||
| เจ้าของ | ฮาจิเมะ อิชิมิซุ (11.4%) อิชิยะ (9.5%)[1] | |||
| ประธาน | ยาชิคาซุ โนโนมูระ | |||
| ผู้จัดการ | เคนตะ คาวาอิ | |||
| ลีก | เจ2 ลีก | |||
| 2025 | อันดับที่ 12 | |||
| เว็บไซต์ | http://www.consadole-sapporo.jp/ | |||
| ||||
สโมสรฟุตบอลฮกไกโดคอนซาโดเลซัปโปโระ (ญี่ปุ่น: 北海道コンサドーレ札幌; เฮปเบิร์น: Hokkaidō Konsadōre Sapporo; อังกฤษ: Hokkaido Consadole Sapporo)[2] เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ในระดับเจ2 ลีก โดยมีสนามเหย้าอยู่ที่เมืองซัปโปโระ จังหวัดฮกไกโด
ชื่อสโมสรคำว่า "คอนซาโดเล" นั้นมาจากคำว่า "คนซะโด" ที่แปลงมาจากการอ่านกลับหลังของคำในภาษาญี่ปุ่นว่า "โดซังโคะ" (道産子) ที่หมายถึง "ลูกหลานชาวฮกไกโด" ผสมกับคำว่า "โอเล" (Ole) ในภาษาสเปน
สนามเหย้า "ไดวะเฮ้าส์ เพรมิสต์โดม" ของสโมสรนั้นยังเคยเป็นรังเหย้าของทีมเบสบอล ฮกไกโด นิปปอน-แฮม ไฟท์เตอร์ส อีกด้วย เกมเหย้าบางเกมในอดีตจึงต้องย้ายไปใช้สนาม "ซัปโปโระ อัตสึเบ็ตสึ พาร์ก" แทน
ปัจจุบันสโมสรมีผู้เล่นทีมชาติไทยมาค้าแข้งอยู่ด้วยคือ สุภโชค สารชาติ และ ธีรภัทร ปรือทอง ในอดีตสโมสรเคยมีผู้เล่นทีมชาติไทยมาค้าแข้งคือ ชนาธิป สรงกระสินธ์[3][4] และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
ประวัติ
[แก้]โตชิบา เอสซี (1935-1995)
[แก้]คอนซาโดเล ซัปโปโระ เริ่มต้นจากการเป็นทีมองค์กรของบริษัทโตชิบาในชื่อ โตชิบา โฮริกาวะ โช ซอคเกอร์ คลับ มีรังเหย้าอยู่ที่เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ ใกล้กับกรุงโตเกียว ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นฟุตบอลลีกอาชีพที่เทียบเท่ากับเจลีก ดิวิชัน 2 ในปัจจุบันในปี 1978[5] และเปลี่ยนชื่อมาเป็น โตชิบา ซอคเกอร์ คลับ ในปี 1980 และเลื่อนชั้นขึ้นสู่ JSL ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จในปี 1989 แต่เมื่อมีการก่อตั้งเจลีกในปี 1992 สโมสรมีคุณสมบัติไม่ผ่านที่จะเล่นในลีกสูงสุด จึงได้เล่นในลีกรองที่ชื่อ Japan Football League จนถึงปี 1995
สโมสรต้องการจะยกระดับไปเป็นทีมฟุตบอลอาชีพ แต่ในขณะนั้น เจ้าของบริษัทโตชิบามองว่าการจะให้เมืองคาวาซากิเป็นถิ่นฐานของทีมอาจจะไม่เหมาะนัก เพราะเมืองมีสโมสรเวอร์ดี คาวาซากิอยู่แล้วซึ่งกำลังอยู่ในยุครุ่งเรืองเช่นกันและการจะมีสองทีมใหญ่อยู่ในย่านเดียวกันถือเป็นเรื่องยาก จึงได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานของสโมสรไปที่เมืองซัปโปโระ โดยทางการของเมืองซัปโปโระให้การต้อนรับอย่างเต็มที่เพราะกำลังสร้างสนามซัปโปโระโดมที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2001 ด้วยเหตุนี้ สโมสรจึงได้เปลี่ยนมือเจ้าของจากบริษัทโตชิบาไปสู่บริษัทสโมสรฟุตบอลฮกไกโดจำกัด (มหาชน) และเริ่มร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกอีกครั้งในฤดูกาล 1996 และแม้ปัจจุบัน โตชิบาจะไม่ได้มีผลประโยชน์ทางการเงินใด ๆ กับสโมสรแล้ว แต่สโมสรยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของการใช้สีแดง-ดำซึ่งเป็นสีของบริษัทโตชิบาเอาไว้ ทำให้สีประจำสโมสรไม่เปลี่ยนแปลงไป[6]
คอนซาโดเล ซัปโปโระ (1996-)
[แก้]คอนซาโดเล ซัปโปโระ เริ่มเล่นฟุตบอลลีกในระดับ JFL โดยใช้สิทธิ์ต่อจากโตชิบา เอสซีในฤดูกาล 1996 แต่ก็จบที่อันดับ 5 ไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ แต่ในปีต่อมา สามารถคว้าแชมป์ JFL เลื่อนชั้นไปเล่นเจลีก ดิวิชัน 1สำเร็จ
ฤดูกาล 1998 คอนซาโดเล ซัปโปโระ ได้สัมผัสเกมเจลีกระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แต่ก็จบที่อันดับ 14 จากทั้งหมด 18 ทีม ต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อหาทีมที่ต้องตกชั้นและได้เลื่อนชั้น และสโมสรก็พ่ายแพ้ให้กับวิสเซล โคเบะและอวิสปาฟูกูโอะกะในทั้ง 4 เกม จนกลายมาเป็นสโมสรแรกที่ต้องตกชั้นในประวัติศาสตร์ของเจลีก เพราะปีต่อมาเจลีกแบ่งออกเป็น 2 ดิวิชันพอดี คือ เจลีก ดิวิชัน 1 และ เจลีก ดิวิชัน 2 ทีตั้งขึ้นมาแทน JFL[7]
ในปี 1999 สโมสรแต่งตั้งทาเกชิ โอกาดะ อดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นเป็นโค้ชประจำสโมสรโดยมีเป้าหมายเพื่อเลื่อนชั้นไปสู่ลีกสูงุดให้สำเร็จ แต่ก็จบที่อันดับ 5 และไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ นับเป็นผลเสียหายอย่างมาก เพราะสโมสรได้ทุ่มเม็ดเงินไปมากมาย ส่งผลให้เป็นหนี้มากกว่า 3 พันล้านเยน (ประมาณ 1 พันล้านบาท) เสี่ยงต่อการล้มละลาย
ในปี 2000 สโมสรจึงดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด เน้นใช้ผู้เล่นที่มาจากการยืมตัวเป็นหลัก และแผนการนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะสโมสรสามารถคว้าแชมป์เจลีก ดิวิชัน 2 และเลื่อนขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ แถมยังสามารถทำกำไรจากการดำเนินสโมสรได้เป็นครั้งแรก
ในปี 2001 สโมสรจบที่อันดับ 11 ในลีกสูงสุด แต่โค้ชทาเกชิ โอกาดะตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมเมื่อจบฤดูกาล แถมยังต้องเสียผู้เล่นสำคัญไปอีกหลายคน จนในปี 2002 สโมสรจบที่อันดับท้ายสุดของตาราง และตกมาอยู่เจลีก ดิวิชัน 2 อีกครั้งหนึ่ง
ในปี 2003 สโมสรพยายามกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งหนึ่งด้วยการลงทุนมหาศาล แต่ผลงานกลับไม่ดีอย่างที่ตั้งเป้าไว้ จบที่อันดับที่ 9 และกลายเป็นหนี้สูงถึง 3 พันล้านเยนอีกครั้ง จึงต้องมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รวมถึงการปล่อยผู้เล่นที่ค่าจ้างสูงอย่างยัตสึยูกิ คนโนะออกจากสโมสร ผลพวงจากการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ทำให้ทีมจบที่ท้ายตารางของเจลีก ดิวิชัน 2 ในปี 2004 แต่สถานการณ์ทางการเงินดีขึ้นเพราะเหลือหนี้ต่ำกว่า 100 ล้านเยน
ในปี 2005 และ 2006 สโมสรจบที่อันดับ 6 และปี 2007 สามารถคว้าแชมป์ลีกรองได้ และเลื่อนขึ้นขึ้นสู่เจลีก ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องกลับสู่เจลีก ดิวิชัน 2 อีกครั้งเมื่อไม่ประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2008 กลายเป็นทีมที่ตกชั้นเป็นจำนวนครั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีก
ในปี 2011 ทีมจบที่อันดับ 3 ของลีกรอง และเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด แต่ก็ต้องตกชั้นอีกครั้งในปีต่อมา ด้วยผลงานที่ไม่น่าประทับใจนัก คือ การเสียประตูต่อเกมมากที่สุด ได้แต้มต่อหนึ่งเกมน้อยที่สุด และอัตราการแพ้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเจลีกหลังจากผ่านไปแค่ 27 นัด[8] นับว่าเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังที่สุดในลีกสูงสุดของสโมสร
แต่ในปี 2016 ทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกรอง และเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นเจลีก ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จในฤดูกาล 2017 และได้ทำสัญญายืมตัวกับผู้เล่นไทยอย่างชนาธิป สรงกระสินธ์ มาจากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด และในปี 2022 ได้ทำสัญญายืมตัวกับผู้เล่นไทยอย่างสุภโชค สารชาติ มาจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
เกียรติยศ
[แก้]โตชิบา เอสซี
[แก้]- แชมป์ All Japan Senior Football Championship: 1977
- แชมป์ Japan Soccer League Division 2: 1979,1988-89
- แชมป์ Japan Soccer League Cup: 1981 (แชมป์ร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์)
คอนซาโดเล ซัปโปโระ
[แก้]ผู้เล่นปัจจุบัน
[แก้]- ณ 9 กันยายน 2026
หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ
|
|
ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว
[แก้]หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ
|
|
| ฤดูกาล | ดิวิชัน | จำนวนทีม | อันดับ | ผู้ชมต่อเกม | เจลีกคัพ | ถ้วยจักรพรรดิ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1998 | J | 18 | 14 | 11,953 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 4 |
| 1999 | J2 | 10 | 5 | 10,986 | รอบแรก | รอบ 3 |
| 2000 | J2 | 11 | 1 | 12,910 | รอบแรก | รอบ 4 |
| 2001 | J1 | 16 | 11 | 22,228 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 3 |
| 2002 | J1 | 16 | 16 | 19,140 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 3 |
| 2003 | J2 | 12 | 9 | 10,766 | – | รอบ 3 |
| 2004 | J2 | 12 | 12 | 9,466 | – | รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 2005 | J2 | 12 | 6 | 11,133 | – | รอบ 3 |
| 2006 | J2 | 13 | 6 | 10,478 | – | รอบรองชนะเลิศ |
| 2007 | J2 | 13 | 1 | 12,112 | – | รอบ 3 |
| 2008 | J1 | 18 | 18 | 14,547 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 4 |
| 2009 | J2 | 18 | 6 | 10,207 | – | รอบ 3 |
| 2010 | J2 | 19 | 13 | 10,738 | – | รอบ 3 |
| 2011 | J2 | 20 | 3 | 10,482 | – | รอบ 2 |
| 2012 | J1 | 18 | 18 | 12,008 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 2 |
| 2013 | J2 | 22 | 8 | 10,075 | – | รอบก่อนรองชนะเลิศ |
| 2014 | J2 | 22 | 10 | 11,060 | – | รอบ 3 |
| 2015 | J2 | 22 | 10 | 11,960 | – | รอบ 3 |
| 2016 | J2 | 22 | 1 | 14,559 | – | รอบ 2 |
| 2017 | J1 | 18 | 11 | 18,418 | Play-off stage | รอบ 2 |
| 2018 | J1 | 18 | 4 | 17,222 | รอบแบ่งกลุ่ม | รอบ 4 |
| 2019 | J1 | 18 | 10 | 18,768 | รองชนะเลิศ | รอบ 2 |
| 2020 | J1 | 18 | 12 | 4,303 | ก่อนรองชนะเลิศ | – |
| 2021 | J1 | 20 | 10 | ก่อนรองชนะเลิศ | รอบ 3 |
แหล่งข้อมูล: J. League Data Site
ผู้จัดการทีม
[แก้]
ทะเคโอะ ทะคะฮะชิ (1987–96)
ฮูโก เฟอร์นานเดซ (1997–98)
ฮะจิเมะ อิชิอิ (1998)
ทาเกชิ โอกาดะ (1999–01)
เทสึจิ ฮะชิระทะนิ (2002)
Radmilo Ivančević (2002)
Chang Woe-ryong (2002)
João Carlos (2003)
Chang Woe-ryong (2003)
มะสะอะคิ ยะนะกิชิตะ (2004–06)
โทะชิยะ มิอุระ (2007–08)
โนะบุฮิโระ อิชิซะกิ (2009–12)
เคอิชิ ไซเซน (2013–14)
Ivica Barbarić (2014–15)
ชูเฮ โยะโมะดะ (2015–2017)
มิไฮโล เปรโตวิช (2018–2025)
ไดกิ อิวามาสะ (2025)
ชินโกะ ชิบาตะ (2025)
เคนตะ คาวาอิ (2025–)
ทีมงาน
[แก้]
โยะชิฮิโระ นะสึกะ (โค้ช)
บรูโน ควาโดรส (โค้ช)
มะซะรุ โอะคิตะ (โค้ช)
ยะซุยุกิ อะคะอิเคะ (โค้ชผู้รักษาประตู)
ชุนซุเกะ โอสึกะ (นักกายภาพบำบัด)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "2013 業務報告書" [2013 Financial report] (PDF) (ภาษาญี่ปุ่น). กุมภาพันธ์ 1, 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2014-09-01. สืบค้นเมื่อ มกราคม 23, 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Consadole announce name change". J. League. 20 พฤศจิกายน 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-01-18. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เฉือนหวิว โยโกฮาม่า เอฟซี การันตีอยู่รอด "สุภโชค" ไร้ชื่อ
- ↑ กำลังมั่นใจ! "สุภโชค" หวังพาซัปโปโรโกยแต้ม 6 นัดท้ายเพื่อจบเลขตัวเดียว
- ↑ "北海道コンサドーレ札幌 プロフィール" [Hokkaido Consadole Sapporo; Club profile] (ภาษาญี่ปุ่น). J. League. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "中村美彦の無頼放談" [A random talk with Yoshihiko Nakamura] (ภาษาญี่ปุ่น). Hokkaido Broadcasting. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-01-18. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Consadole shoot for immediate success in top division". Japan Times. 6 มีนาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Consadole Sapporo: The worst team in J.League history".