สโมสรฟุตบอลเชลซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เชลซี
Chelsea FC svg.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลเชลซี
ฉายา ทหารเกษียน (กระทั่งปี 1952)
เดอะบลูส์ (ปัจจุบัน)
สิงโตน้ำเงินคราม (ฉายาในประเทศไทย)
ก่อตั้ง มีนาคม 10, 1905; 112 ปีก่อน (1905-03-10)[1]
สนาม สแตมฟอร์ดบริดจ์
Ground ความจุ 42,449 ที่นั่ง
เจ้าของ โรมัน อบราโมวิช
ประธาน บรูซ บัค
ผู้จัดการ อันโตนีโอ กอนเต
ลีก พรีเมียร์ลีก
2016−17 พรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 1
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลเชลซี (อังกฤษ: Chelsea Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่ในเขตฟูลัม, ลอนดอน ซึ่งเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สโมสรฟุตบอลเชลซีก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1905 สโมสรได้เล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศเป็นส่วนใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร สนามเหย้าของสโมสรคือสแตมฟอร์ดบริดจ์ มีความจุ 41,837 ที่นั่ง[2] สแตรมฟอร์ดบริดจ์เป็นสนามเหย้านับตั้งแต่มันถูกสร้างขึ้น

ประวัติ

ก่อตั้ง

สโมสรฟุตบอลเชลซี ก่อตั้งในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1905 โดย กุส เมียร์ส และได้เปลี่ยนสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์จากสนามกรีฑาเป็นสนามฟุตบอล โดยในตอนแรกจะใช้ชื่อว่า ฟูแลมเอฟซี แต่ไปซ้ำกันกับสโมสรฟุตบอลฟูแลม เลยต้องเปลี่ยนชื่อ โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า เคนชิงตันเอฟซี,สแตมฟอร์ดบริดจ์เอฟซี แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น ลอนดอน เอฟซี และเปลี่ยนเป็นเชลซีเอฟซี และได้ก่อตั้ง ณ ผับไรซิ่งซัน (ณ ปัจจุบันชื่อ เดอะบุชเชอร์สฮุก)

สโมสรเชลซีได้เลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่น1ครั้งแรกในซีซั่นที่2หลังการก่อตั้งสโมสร (ฤดูกาล 1906-07) แต่พวกเขาก็ลงไปขึ้นมาระหว่างดิวิชั่น1และดิวิชั่น2เรื่อยๆ พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ในปี 1915 แต่ก็แพ้สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดไป 0 ประตูต่อ 3 และจบอันดับที่3ในดิวิชั่น1ฤดูกาล 1919-20 และพวกเขาก็เริ่มซื้อสตาร์ดังเข้าทีมมากขึ้น

แชมป์แรก

อดีตกองหน้าอาร์เซน่อลและทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ก ได้เข้ามาคุมเชลซีใน ค.ศ.1952 และปรับสโมสรให้ทันสมัยด้วยการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และได้ปรับทีมเยาวชนและการซ้อมให้เข้มข้นมากขึ้น และซื้อสตาร์จากลีกสมัครเล่นมากมาย จนกระทั่งพวกเขาได้ถ้วยแรกในประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1954-55 เมื่อพวกเขาได้แชมป์ดิวิชั่น1 และอันที่จริงเชลซีจะเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่ได้ไปฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปด้วยซ้ำ แต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษห้ามไว้ไม่ให้ไปแข่งขัน เดรกถูกปลดจากตำแหน่งในปี 1961 และแทนที่ด้วยทอมมี่ โดเชอร์ตี้ที่เข้ามาในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

ทีมใหม่

โดเชอร์ตี้ได้ทำการปรับปรุงระบบทีมใหม่ค่อนข้างเยอะ เขาได้โละแข้งเก่าหลายคนออกจากทีม และพวกเขาก็คว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1964-65 ในการเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้ที่มีกอร์ดอนแบงส์ นายทวารจอมหนึบด้วยสกอร์ 3-2 (ในสมัยนั้นนัดชิงลีกคัพแข่งกันสองนัด) และในสามซีซั่นหลังพวกเขาก็สามารถเข้าชิงทุกถ้วยที่ลงเล่นได้ แต่เป็นรองแชมป์ทั้งหมด และเดฟ เซ็กตันเข้ามาแทนที่โดเชอร์ตี้ เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ในปี 1970 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลลีดส์ยูไนเต็ดไป 2-1 ในนัดรีเพลย์ และในปีต่อมาพวกเขาก็สามารถคว้าโทรฟี่ระดับทวีปยุโรปด้วยการเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพกับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดได้ 2-1 ในนัดรีเพลย์ที่เอเธนส์

ตกต่ำ

เชลซีถึงยุคตกต่ำในยุคปลาย1970ถึงต้น1990เมื่อพวกเขาขายสตาร์ดังไปมากมาย และตกชั้นจนแถมยังไม่สามารถขึ้นมาลีกสูงสุดได้ แต่แล้วในปี1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคา 1ล้านปอนด์ และเขาก็ปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีขึ้น แต่พวกเขาก็เกือบจะตกชั้นไปดิวิชั่น 3 แต่ในปี1983 จอห์น นีล ได้ดึงทีมขึ้นชั้นมาจากดิวิชั่น2 ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-84 และตกชั้นอีกครั้งในปี 1988 ก่อนที่จะเลื่อนชั้นอีกครั้งในปี 1988-89

กลับมารุ่งเรืองและฉายา "สิงห์บอลถ้วย"

ในปี 1992 ก็เริ่มมีการซื้อสตาร์ดังมากมาย และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1993-94 โดยฝีมือของ เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล แต่พวกเขาก็แพ้สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปอย่างราบคาบ 0 ประตูต่อ 4 จนกระทั่งรุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะ ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ในปี 1996 และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในปี 1997 และเอาชนะสโมสรฟุตบอลมิดเดิลส์เบรอไปได้ 2 ประตูต่อ 0 จากการยิงของโรแบร์โต ดี มัตเตโอในช่วงเวลาเพียงแค่ 42 วินาทีเท่านั้น และเอ็ดดี้ นิวตั้นในนาทีที่83 กุลลิทถูกแทนที่โดยจิอันลูก้า วิอัลลี่ โดยพาทีมเข้าชิงลีกคัพปี 1998 และชนะมิดเดิลสเบรอด้วยสกอร์เดิม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพปี 1998 และได้แชมป์สมัยที่สองด้วยการเอาชนะเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ทไป 1 ประตูต่อ 0 จากประตูของจันฟรังโก โซลาซึ่งยังลงมาเล่นไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำและชนะเลิศยูฟ่าซูเปอร์คัพในปีเดียวกันด้วยการเอาชนะเรอัลมาดริดไป 1 ประตูต่อ 0 และชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 2000 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลาไป 1 ประตูต่อ 0 จากประตูของโรแบร์โต ดี มัตเตโอคนเดิม รวมถึงได้สัมผัสยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกแต่ก็ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาด้วยสกอร์รวม 6 ประตูต่อ 4 วิอัลลี่ถูกปลดจากตำแหน่งและถูกแทนที่ด้วยเกลาดีโอ รานีเอรีและเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี2001-02 แต่สุดท้ายก็พ่ายสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลไป 0 ประตูต่อ 2 สำหรับในประเทศไทยเชลซียุคนี้ถือว่าเป็น "สิงห์บอลถ้วย" เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เคนเบตส์ได้ขายสโมสรราคา 140 ล้านปอนด์ ให้กับนักการเมืองมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย โรมัน อับราโมวิช และได้ทุ่มซื้อสตาร์ดังมามากมาย และได้ทำเรื่องงงงวยให้กับแฟนบอลด้วยการปลดรานีเอรี่ออกจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วยโชเซ มูรีนโย ซึ่งก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเพราะมูรินโยได้เข้ามาเป็นตำนานกุนซือที่นำพาความสำเร็จมาให้สโมสรมากมายทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2004-05 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยคะแนนประวัติศาสตร์ถึง 95 คะแนน และยังเอาชนะสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพได้ 3 ประตูต่อ 2 คว้าแชมป์ไปแบบยิ่งใหญ่ แต่ก็ถูกคู่ปรับรายเดียวกันถีบตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกจาก "ประตูผี" ของหลุยส์การ์เซีย ในปีต่อมาพวกเขายังได้แชมป์อีกด้วยคะแนน 92 คะแนนและยังชนะเลิศเอฟเอคัพด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไป1 ประตูต่อ 0 ในปี2007 และยังคว้าแชมป์ลีกคัพได้จากการเอาชนะอาร์เซน่อลไป 2 ประตูต่อ 1 จากสองลูกของดิดิเยร์ ดร็อกบาตำนานกองหน้าของสโมสรเชลซี เขาถูกปลดในปี 2007และถูกแทนที่ด้วย อัฟราม แกรนท์ กุนซือผู้พาทีมเข้าชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกก่อนจะไปพ่ายแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างน่าเจ็บปวดในการดวลจุดโทษ 5-6 โดยจอห์น เทอร์รี่และนีกอลา อาแนลกายิงจุดโทษไม่เข้า ในปีต่อพวกเขาดึง หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี เข้ามาคุมทีม แต่ก็ฟอร์มแย่จนโดนปลดออกไป นอกจากจะพลาดแชมป์ลีกและบอลถ้วยแล้ว พวกเขายังตกรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2008-09 ในยุคของกุส ฮิดดิงค์จากการพ่ายให้กับบาร์เซโลน่าด้วยกฏประตูทีมเยือนของอันเดรส อีเนียสตา และเป็นแมตช์ที่ผู้ตัดสินถูกครหาเกี่ยวกับการตัดสินในวันนั้นที่ดิดิเยร์ ดร็อกบา ถึงกับสาดน้ำลายด่าผู้ตัดสินออกการถ่ายทอดสดอย่างสนุกปาก ทำให้ยูฟ่าแบนเขาสามนัดด้วยกัน แต่ก็ยังได้แชมป์เอฟเอคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันไป 2 ประตูต่อ 1 จากประตูของดิดิเยร์ ดร็อกบาและแฟรงค์ แลมพาร์ดในปีต่อมา คาร์โล อันเชล็อตติได้มาคุมเชลซีแทนและได้แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 103 ประตูใน1ซีซั่น และยังป้องกันแชมป์เอฟเอคัพได้จากประตูสุดสวยของดิดิเยร์ ดร็อกบาจากการยิงฟรีคิกใส่สโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัทและชนะไป 1 ประตูต่อ 0 ซีซั่น 2010-11 เป็นซีซั่นที่แย่ช่วงต้นสำหรับแชมป์เก่า รวมถึงพ่ายสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์น้องใหม่ในปีนั้นด้วยสกอร์อัปยศ 0 ประตูต่อ 3 แต่พวกเขาก็เก็บชัยชนะจนคว้าโควตาไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปีต่อมา

แชมป์ยุโรป2ถ้วย2ปีซ้อน

ซีซั่น2011-12เป็นซีซั่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อพวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและเอาชนะสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกในการดวลจุดโทษ โดยพวกเขาเกือบจะแพ้เมื่อโทมัส มึลเลอร์โหม่งผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไป แต่ในนาทีที่88ดิดิเยร์ ดร็อกบาก็โหม่งผ่านมานูเอล นอยเออร์ตีเสมอเป็น 1-1 และดวลจุดโทษเอาชนะและเป็นแชมป์ไปในที่สุด อีกทั้งยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้อีกสมัยด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศ แม้ในลีกจะจบเพียงที่6ก็ตาม ปีต่อมา ราฟาเอล เบนิเตซได้เข้ามาคุมทีมและคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกไปได้จากการเอาชนะสโมสรฟุตบอลไบฟีกา 2 ประตูต่อ 1 จากประตูชัยของ เฟร์นานโด ตอร์เรส และ บรานิสลาฟ อีวานอวิช ในปีต่อมาพวกเขาได้ดึงโชเซ มูรีนโยกลับมาคุมทีมอีกครั้ง แต่ไม่ได้แชมป์อะไรเลย แต่ในปีต่อมาพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014–15 ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์แคปิตอลวันคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ไป 2 ประตูต่อ 0 จากจอห์นเทอร์รี่และ เดียโก โกสตา

แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ในฤดูกาล 2015-16 พวกเขามาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงมาก แต่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยในปรีซีซั่น และแพ้ศึกเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ต่ออาร์เซน่อลไป 0 ประตูต่อ 1 และเป็นครั้งแรกด้วยที่โชเซ มูรีนโยแพ้ให้กับอาร์แซน แวงแกร์ด้วย และพวกเขาแพ้ได้ทุกทีมไม่เว้นแม้กระทั่งน้องใหม่จากการพ่ายสโมสรฟุตบอลบอร์นมัทไป 0 ประตูต่อ 1 ทำให้อบราโมวิชต้องตัดสินใจปลดโชเซ มูรีนโยออก และดึงกุส ฮิดดิ้งค์เข้ามาแทน ถึงแม้จะดีขึ้นบ้าง แต่ก็เสมอบ่อยมาก และตกรอบทุกถ้วยที่ลงเล่น ทำให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ10ไม่ได้ไปฟุตบอลระดับทวีป

กลับมาอีกครั้ง

อันโตนีโอ กอนเตได้เข้ามาคุมทีมหลังจบศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสและทำทีมชนะสามนัดแรก ก่อนที่จะเสมอให้กับสโมสรฟุตบอลสวอนซีไป 2 ประตูต่อ 2 หลังจากนั้นก็แพ้ลิเวอร์พูล 1-2 และแพ้อาร์เซน่อล 0-3 แต่หลังจากได้เปลี่ยนแผนเป็น 3-4-3 พวกเขาก็ชนะ 13 นัดรวดเป็นสถิติสโมสร ก่อนที่จะพ่ายท็อตแนมฮ็อทสเปอร์สไป 0-2 ที่ไวต์ฮาร์ทเลน และยังไม่แพ้ใครหลังจากแพ้ท็อตแน่มอีกเลยจนกระทั่งพ่ายให้กับคริสตัลพาเลซ 1-2 คาสแตมฟอร์ดบริดจ์ แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ได้หลังจากการเอาชนะเวสบรอมมิชอัลเบี้ยนไป 1-0 ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์

สแตมฟอร์ดบริดจ์

สนามฟุตบอลสแตมฟอร์ดบริดจ์

สแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามฟุตบอลแห่งเดียวของเชลซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาตั้งอยู่ในเขตฟูแลม ในลอนดอน โดยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1877 โดยในช่วง 28 ปีแรกที่เปิดใช้ ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสนามกรีฑาด้วย สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสก็อต จุคนได้กว่า 42,000 คน และจะมีแผนอัพเกรดเป็น 60,000 คนในปี 2017-18

สนามซ้อม

ในตอนแรก เชลซีใช้สนามซ้อมเฮลลิงตันในการซ้อม แต่ก็ย้ายไปที่ค็อบแฮมในปี2004เพราะสโมสรฟุตบอลควีนสพาร์กเรนเจอร์สได้เข้ามาซื้อสนามซ้อมในปี2005

ผู้เล่น

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

ณ วันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2017[3]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 อาร์เจนตินา GK วิลลี กาบาเยโร
2 เยอรมนี DF อันโทนีโอ รือดีเกอร์
3 สเปน DF มาร์โกส อาลอนโซ
4 สเปน MF เซสก์ ฟาเบรกัส
7 ฝรั่งเศส MF เอ็นโกโล ก็องเต
9 สเปน FW อัลบาโร โมราตา
10 เบลเยียม MF เอแดน อาซาร์
11 สเปน MF เปโดร
13 เบลเยียม GK ตีโบ กูร์ตัว
14 ฝรั่งเศส MF ตีเอมูเอ บากาโยโก
15 ไนจีเรีย MF วิกเตอร์ โมเซส
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
16 บราซิล MF เคเนดี
17 เบลเยียม MF ชาร์ลี มูซอนดา
19 สเปน FW เดียโก โกสตา
21 เซอร์เบีย MF เนมันยา มาติช
22 บราซิล MF วีเลียง
23 เบลเยียม FW มีชี บัตชัวยี
24 อังกฤษ DF แกรี เคฮิลล์ (กัปตัน)
28 สเปน DF เซซาร์ อัซปีลีกูเอตา
30 บราซิล DF ดาวิด ลูอีซ
37 โปรตุเกส GK เอดัวร์ดู

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว

ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี

ปี นักเตะยอดเยี่ยม
1967 อังกฤษ ปีเตอร์ โบเน็ตติ
1968 สกอตแลนด์ ชาร์ลี คุก
1969 อังกฤษ เดวิด เว็บ
1970 อังกฤษ จอห์น ฮอลลินส
1971 อังกฤษ จอห์น ฮอลลินส
1972 อังกฤษ เดวิด เว็บ
1973 อังกฤษ ปีเตอร์ ออสกู๊ด
1974 อังกฤษ แกรี่ ล็อก
1975 สกอตแลนด์ ชาร์ลี คุก
1976 อังกฤษ เรย์ วิลกินส์
1977 อังกฤษ เรย์ วิลกินส์
1978 อังกฤษ มิกกี้ ดรอย
1979 อังกฤษ ทอมมี่ แลงลี่ย์
1980 อังกฤษ ไคลฟ์ วอล์กเกอร์
1981 ยูโกสลาเวีย ปีเตอร์ โบโรต้า
1982 อังกฤษ ไมค์ ฟิลเลรี่
1983 เวลส์ โจอี้ โจนส์
 
ปี นักเตะยอดเยี่ยม
1984 สกอตแลนด์ แพท เนวิน
1985 สกอตแลนด์ เดวิด สปีดี้
1986 เวลส์ เอ็ดดี้ นีดสวิกกี้
1987 สกอตแลนด์ แพท เนวิน
1988 อังกฤษ โทนี่ โดริโก้
1989 อังกฤษ เกรแฮม โรเบิร์ต
1990 เนเธอร์แลนด์ เคน มองกู
1991 ประเทศไอร์แลนด์ แอนดี้ ทาวน์เซนด์
1992 อังกฤษ พอล เอลเลียต
1993 จาเมกา แฟรงค์ ซินแคลร์
1994 สกอตแลนด์ สตีฟ คลาร์ก
1995 นอร์เวย์ เออร์แลนด์ จอห์นเซ่น
1996 เนเธอร์แลนด์ รืด คึลลิต
1997 เวลส์ มาร์ก ฮิวส์
1998 อังกฤษ เดนนิส ไวซ์
1999 อิตาลี จันฟรังโก โซลา
2000 อังกฤษ เดนนิส ไวซ์
 
ปี นักเตะยอดเยี่ยม
2001 อังกฤษ จอห์น เทร์รี
2002 อิตาลี การ์โล กูดีชีนี
2004 อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2005 อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2006 อังกฤษ จอห์น เทร์รี
2007 กานา มิคาเอล เอสเซียง
2008 อังกฤษ โจ โคล
2009 อังกฤษ แฟรงค์ แลมพาร์ด
2010 โกตดิวัวร์ ดิดิเยร์ ดร็อกบา
2011 เช็กเกีย ปีเตอร์ เช็ค
2012 สเปน ควน มาตา
2013 สเปน ควน มาตา
2014 เบลเยียม เอแดน อาซาร์
2015 เบลเยียม เอแดน อาซาร์
2016 บราซิล วีเลียง
2017 เบลเยียม เอแดน อาซาร์

ทำเนียบผู้จัดการทีม

ปี
1933-1939 เลสลี่ ไนท์ตัน
1939-1952 บิลลี่ แบร์เรลล์
1952-1961 เท็ด เดร็ค
1962-1967 ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้
1967-1974 เดฟ เซ็กตัน
1974-1975 รอน ซอวร์ต
1975-1977 เอ็ดดี้ แม็คเครดี้
1977-1978 เคน เชลลิโต้
1978-1979 แดนนี่ บลังค์ฟลาวเวอร์ส
1979-1981 เจฟฟ์ เฮิร์สต์
1981-1985 จอห์น นีล
1985-1988 จอห์น ฮอลลินส์
1988-1991 บ็อบบี้ แคมป์เบลล์
1991-1993 เอียน พอร์เตอร์ฟิลด์
1993 เดวิด เวบบ์
1993-1996 เกล็น ฮอดเดิ้ล
1996-1998 รืด คึลลิต
1998-2000 จิอันลูก้า วิอัลลี่
2000-2004 เคลาดิโอ รานิเอรี่
2004-2007 โชเซ่ มูรินโญ่
2007-2008 อัฟราม แกรนท์
2008-2009 หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี
2009 คืส ฮิดดิงก์
2009-2011 คาร์โล อันเชลอตติ
2011-2012 อังเดร วิลลาส-โบอาส
2012 โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ[4]
2012-2013 ราฟาเอล เบนีเตซ[5]
2013-2015 โชเซ่ มูรินโญ่
2015-2016 คืส ฮิดดิงก์
2016-ปัจจุบัน อันโตนีโอ กอนเต

สัญลักษณ์ทีม

ผลงาน

สถิติ

  • สถิติผู้ชมสูงสุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดพบกับอาร์เซน่อล ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1958 มีผู้ชมเข้ามาชมถึง 182,905 คน
  • สถิติผู้ชมน้อยที่สุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดที่พบกับ ลินคอล์น ซิตี้ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906 มีผู้ชมเพียง 110 คน
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ จิวเนส ฮัทคาเรจ ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 13-0 ในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1971
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ วีแกน แอดแลนติก ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 8-0 ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ 2010
  • สถิติแพ้สูงสุด : ในนัดพบกับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่อัดพวกเขาไป 8-1 ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1953
  • ผู้เล่นในลีกสูงสุด : รอน แฮร์ริส, 655 นัด, 1962-80
  • สถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุด : 50 ล้านปอนด์, เฟร์นานโด ตอร์เรส จาก ลิเวอร์พูล, กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011
  • สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 50 ล้านปอนด์, ออสการ์ ไป เซี่ยงไฮ้เอสไอพีจี, มกราคม ค.ศ. 2017
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดใน 1 ฤดูกาล :ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา , 37 ประตู , 2009-2010
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดในช่วงที่อยู่กับเชลซี : แฟรงค์ แลมพาร์ด, 211 ประตู, 2001-2014
  • ยิงประตูรวมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก : 103 ประตู, 2009-10

ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่นิยมหรือสนับสนุนเชลซีในประเทศไทยที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ (พิธีกร, ดีเจ, นักแสดง[8]), ถิรชัย วุฒิธรรม (นักการเมือง[9]), องอาจ คล้ามไพบูลย์ (นักการเมือง[10]), นพัตฏ์ธร มัททวีวงศ์ (พิธีกร, นักแสดง), วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ (นักแสดง), จิรายุ ละอองมณี (นักแสดง) เป็นต้น

อ้างอิง

  1. "TEAM HISTORY – INTRODUCTION". Chelsea F.C. Website. สืบค้นเมื่อ 11 May 2011. 
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ capacity
  3. "First Team Squad List". Chelsea F.C. สืบค้นเมื่อ 7 January 2017. 
  4. โค้ชพรีเมียร์รุมสงสาร เชลซีปลดโบอาส ! จากข่าวสด
  5. ตามคาด!เชลซีตั้งราฟาคุมบังเหียนจนจบซีซั่นนี้ จากสยามสปอร์ต
  6. สิงห์เชือดหงส์ซิวแชมป์เอฟเอ จากผู้จัดการออนไลน์
  7. หน้า 89, Zoo Sport. นิตยสาร Zoo Weekly ฉบับ Thai Edition:11 November 2013
  8. "Heart Of Goals ต้นหอม แฟน เชลซี". Heart Of Goals. 2011-07-26. สืบค้นเมื่อ 2016-09-19. 
  9. หน้า 19, "กอล์ฟสแควร์" โดย บิ๊กกัน. ไทยรัฐปีที่ 67 ฉบับที่ 21426: วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559 แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีวอก
  10. "สายล่อฟ้า 16 09 59". สายล่อฟ้า. 2016-09-16. สืบค้นเมื่อ 2016-09-19. 

แหล่งข้อมูลอื่น

เว็บไซต์แฟนคลับในประเทศไทย