บรรเจิด สิงคะเนติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์
บรรเจิด สิงคะเนติ
ป.ช., ป.ม., จ.ภ.
เกิด11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 (58 ปี)
จังหวัดตรัง ประเทศไทย
สัญชาติไทย
พลเมืองไทย
การศึกษาDr.jur (Doktor der Rechte)
อาชีพ
  • นักวิชาการ
  • นักกฎหมาย

ศาสตราจารย์[1] บรรเจิด สิงคะเนติ (เกิด 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507) กรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ[2] อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อดีตผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน คตส. ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 30 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 ปัจจุบันเป็นคณบดี คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย[3] จนครบวาระ 4 ปี ในปี พ.ศ. 2558

ประวัติ[แก้]

บรรเจิด สิงคะเนติ เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ที่จังหวัดตรัง[4]

คุณวุฒิ[แก้]

บรรเจิด สิงคะเนติ จบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี พ.ศ. 2527, เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโทด้านกฎหมายมหาชน จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นได้ทุนของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ไปศึกษาปริญญาโท (Magister Lugum) และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2538 จากมหาวิทยาลัย Bochum และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Doktor der Rechte-Dr.jur) ในปี พ.ศ. 2541 จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/099/22.PDF
  3. ที่มาของคปก.[ลิงก์เสีย]
  4. บอกข่าวเล่าสิบ, รายการทางช่องสุวรรณภูมิ โดย อัญชลีพร กุสุมภ์ และกิตติมา ธารารัตนกุล: ศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2556
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๗, เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๒๗ ข หน้า ๕๒, ๓ ธันวาคม ๒๕๕๗
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๑๘ ข หน้า ๗๕, ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๘, เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๒ ข หน้า ๒๘, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘