งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์
Chula–Thammasat Traditional Football Match
Phra Kiao Colored.svg Emblem of Thammasat University.svg
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ข้อมูลทั่วไป
แข่งขันนัดแรก 4 ธันวาคม พ.ศ. 2488
สนามแข่งขันนัดแรก ท้องสนามหลวง
เจ้าภาพครั้งแรก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เจ้าภาพครั้งล่าสุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชนะติดต่อกันมากที่สุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครั้งที่ 31 - 34

สนามแข่งขันประจำ สนามศุภชลาศัย
รางวัล ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ช่องทางรับชม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
สัญลักษณ์ประจำทีมจุฬาฯ พระเกี้ยว
สัญลักษณ์ประจำทีมธรรมศาสตร์ ธรรมจักร
จำนวนครั้งที่ชนะ
จุฬาฯ ธรรมศาสตร์
16 24
จำนวนครั้งที่เสมอ
31
ช่องทางรับข่าวสาร
Facebook @CUTUFootball
Twitter @CUTUball

งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ หรือ งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศไทย เริ่มจัดกิจกรรมครั้งแรกในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2488[1] แต่ละมหาวิทยาลัยจะสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทุกปี ชื่อของมหาวิทยาลัยที่เป็นเจ้าภาพจะได้รับเกียรติให้ขึ้นต้นชื่องานฟุตบอลประเพณีในปีนั้น สถานที่จัดการแข่งขันจะไม่สลับตามเจ้าภาพ แต่จะจัดงานที่สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี กองเชียร์ของมหาวิทยาลัยเจ้าภาพจะใช้อัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ อีกฝ่ายจะใช้อัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้

กิจกรรมภายในงานอาจแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การแข่งขันฟุตบอล และกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนิสิตจุฬาฯ กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่น การเดินพาเหรด การเชียร์ การแปรอักษร ขบวนพาเหรดล้อการเมืองและกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์[2] ทุก ๆ ปีบรรยากาศภายในงานจะถูกถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานทุกปีจะนำไปบริจาคเป็นสาธารณะกุศล[1]

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงเป็นผู้อัญเชิญธรรมจักร สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าสู่สนามศุภชลาศัย เมื่อครั้งยังทรงศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 54 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ทรงเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวสัญลักษณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อครั้งยังทรงศึกษาที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 62

ผลการแข่งขันถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชนะ 24 ครั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชนะ 16 ครั้ง และเสมอกัน 31 ครั้ง

ประวัติ[แก้]

พิธีเปิดการแข่งขันครั้งที่ 66 อัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามในภาพเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2488 โดยกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อสร้างความสามัคคีนิสิตในหมู่นิสิตนักศึกษาทั้งสองมหาวิทยาลัย เนื่องจากมุมมองของนักเรียนในสมัยก่อนว่า ผู้เข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำเร็จมัธยมศึกษา ส่วนผู้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ชื่อในขณะนั้น) ไม่สำเร็จมัธยมศึกษา ทำให้มีการดูถูกกันหรือไม่สนิทสนมกันเหมือนเดิม จึงเป็นแรงบันดาลใจให้นิสิตนักศึกษาทั้งสองมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมสานความสามัคคีและสร้างความปรองดองระหว่างกัน โดยมีแบบอย่างจากการแข่งขันเรือประเพณีระหว่างมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร และการแข่งขันเบสบอลประเพณีระหว่างมหาวิทยาลัยเคโอและมหาวิทยาลัยวาเซดะในประเทศญี่ปุ่น แต่กลุ่มผู้ริเริ่มถนัดและสนใจกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เมื่ออยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จึงตกลงที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลขึ้น

ผู้ริเริ่มฝ่ายจุฬาฯ ประกอบด้วย ประถม ชาญสันต์ เป็นหัวหน้านิสิตคณะอักษรศาสตร์ในขณะนั้น กับทั้งประสงค์ ชัยพรรค และประยุทธ์ สวัสดิ์สิงห์ เวลานั้น หม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิวัฒน์ นายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำเรื่องเสนอผ่านกองกิจการนิสิตซึ่งมีหม่อมราชวงศ์สลับ ลดาวัลย์ เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อขออนุมัติจัดงานจากอธิการบดี ส่วนผู้ริเริ่มฝ่ายธรรมศาสตร์ คือ ต่อศักดิ์ ยมนาค และบุศย์ สิมะเสถียร ได้ทำเรื่องเสนอเดือน บุนนาค เลขาธิการมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เพื่อขออนุมัติจากผู้ประศาสน์การ เมื่อได้รับฉันทานุมัติจากมหาวิทยาลัยทั้งสองแล้ว งานก็ได้เริ่มขึ้นโดยมีธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ จัดที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2488 และมีการเก็บค่าผ่านประตูคนละ 1 บาท รายได้ทั้งหมดมอบให้แก่สมาคมปราบวัณโรคซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุดในขณะนั้น

ปีต่อมา ย้ายสถานที่จัดการแข่งขันมายังสนามฟุตบอลโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จนปี 2492 ย้ายมาที่สนามศุภชลาศัยถึงปัจจุบัน รายได้ที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายแล้วมอบให้แก่หน่วยงานการกุศลทุกครั้ง จนปี 2521 จึงเริ่มนำรายได้ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

การพระราชทานถ้วยรางวัลมีขึ้นครั้งแรกในปี 2492 เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จมาเป็นองค์ประธาน จนปี 2495 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานและพระราชทานถ้วยรางวัลด้วยพระองค์เอง แต่ปัจจุบัน โปรดให้ผู้แทนพระองค์มาแทน

อัฒจันทร์ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แปรอักษร

เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องยกเลิกการจัดงานฟุตบอลประเพณีมีหลายครั้ง เช่น ในปี 2485 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ทั่วกรุงเทพมหานคร ช่วงปี 2487–2491 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ในปี 2494 เกิดกบฏแมนฮัตตัน ช่วงปี 2516–2518 องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เห็นว่าการจัดงานฟุตบอลประเพณีใช้งบประมาณมาก เป็นกิจกรรมที่ฟุ่มเฟือย ในปี 2557 เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองและในปี 2560 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต จึงยกเลิกกิจกรรมในปีนี้เพื่อเป็นการไว้อาลัย

เอกลักษณ์เด่น[แก้]

การแสดงล้อการเมือง[แก้]

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[แก้]

ขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว

การอัญเชิญพระเกี้ยว[แก้]

การอัญเชิญพระเกี้ยวปรากฏหลักฐานครั้งแรกในหนังสือพิมพ์สยามนิกร (พิเศษ) ฉบับวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2507 โดยมีนิสิตหญิง 1 คน เป็นผู้อัญเชิญ โดยการอัญเชิญพระเกี้ยวเข้ามาสู่สนามการแข่งขันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักกีฬาและกองเชียร์ โดยจะคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นนิสิตชาย 1 คน และ นิสิตหญิง 1 คน เพื่อเป็นตัวแทนบรรดานิสิตอัญเชิญพระเกี้ยวเข้าสู่สนามแข่งขัน ถึงแม้ว่านิสิตทุกคนต่างมีฐานะเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว[3] แต่เนื่องจากในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถให้ทุกคนเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวได้ จึงต้องคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นตัวแทนนิสิตเพื่อทำหน้าที่นี้[4]

ผู้นำเชียร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[แก้]

ผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากจะทำหน้าที่นำเชียร์ ควบคุมจังหวะการร้องเพลงเชียร์ของสแตนด์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนิสิตจุฬา ในการประชาสัมพันธ์งานฟุตบอลประเพณีฯ และบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะอีกด้วย ในระยะแรกนั้นผู้นำเชียร์หรือประธานเชียร์จะเป็นผู้ให้จังหวะปรบมือแก่กองเชียร์ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงท่าทางของผู้นำเชียร์ขึ้นใหม่ โดยเน้นหลักการสำคัญของผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ นั้น มี 5 ประการ ได้แก่ การให้จังหวะ การควบคุมกองเชียร์ ความสวยงาม ความพร้อมเพรียง และรูปแบบในการนำเสนอ มีการแต่งตัวให้สวยงาม สร้างสีสันให้กับสแตนด์เชียร์ การสรรหาผู้นำเชียร์ฯ จากการเปิดรับสมัครคัดเลือกอย่างเป็นทางการจากนิสิตทั่วไป ไม่จำกัดคณะและชั้นปี ในแต่ละปีนั้นมีจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมของผู้สมัครในปีนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้วมักมีจำนวนเฉลี่ยรุ่นละ 11-13 คน

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[แก้]

ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์[แก้]

อัฒจันทร์ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขณะกำลังแปรอักษรว่า "รัก CU นะ"

ในอดีตผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในขบวนอัญเชิญธรรมจักร ถ้วยพระราชทาน ป้ายนามมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และดรัมเมเยอร์ ได้มาจากการคัดเลือกเช่นเดียวกับการอัญเชิญพระเกี้ยวของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาในปี 2516 ประเพณีการคัดเลือกก็ได้งดไป เนื่องจากถูกมองว่าเป็นความฟุ่มเฟือยและเกิดเป็นที่มาของคำขวัญว่า "ธรรมจักรเป็นของชาวธรรมศาสตร์ทุกคน ทุกคนจึงมีสิทธิในการอัญเชิญได้" จึงคงไว้เพียงขบวนอัญเชิญธรรมจักรและรับสมัครทุกคนที่สนใจร่วมแบกเสลี่ยงอัญเชิญโดยไม่มีผู้แทน จนกระทั่งปี 2544 สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ฟื้นฟูผู้นำในขบวนอัญเชิญธรรมจักรและดรัมเมเยอร์และทำหน้าที่ในการบำเพ็ญประโยชน์ ตลอดจนการรณรงค์และส่งเสริมให้นักศึกษาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกันมากขึ้นกลับมา ในชื่อว่า "ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" โดยเริ่มตั้งแต่ 2545 เป็นต้นมา หน้าที่ของทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์คือเป็นตัวแทนนักศึกษาในการนำขบวนพาเหรดทั้งหมดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าสู่สนาม โดยเป็นผู้อัญเชิญป้ายนามมหาวิทยาลัย ถ้วยพระราชทาน อัญเชิญพานพุ่มนำขบวนอัญเชิญธรรมจักรและดรัมเมเยอร์ รวมถึงการบำเพ็ญประโยชน์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย การคัดเลือกทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะพิจารณาถึงทั้งลักษณะ บุคลิก ความรู้ความสามารถ ทั้งในด้านการเรียน และในความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การมีจิตอาสา มีคุณธรรมและพร้อมที่จะช่วยเหลือแก่สังคม

ผู้นำเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[แก้]

ผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสำหรับทำหน้านำกองเชียร์ร้องเพลงส่งเสียงเชียร์ ประกอบรหัส สัญญาณ การเคลื่อนไหวร่างกาย หรืออุปกรณ์ เพื่อความพร้อมเพรียง ความสวยงาม และความสนุกสนานของการเชียร์และแปรอักษร โดยทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีแนวคิดและต้นแบบแรงบันดาลใจจาก ผู้ควบคุมวงดนตรีหรือวาทยากร ที่ทำหน้าที่นำการเล่นดนตรีวงใหญ่หรือการร้องประสานเสียง ผู้นำเชียร์นั้นนอกจากจะมีท่วงท่าสง่างาม ยังมีรหัสสัญญาณมือที่สื่อความหมายสามารถประยุกต์ใช้กับการร้องเพลงเป็นหมู่คณะของกองเชียร์

บรรยากาศพิธีเปิดงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71

ผลการแข่งขัน[แก้]

ผลการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชนะ 24 ครั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชนะ 16 ครั้ง และเสมอกัน 31 ครั้ง ดังนี้[5]

จุฬาฯ ชนะ ธรรมศาสตร์ชนะ เสมอ
ครั้งที่ วันที่ ฝ่ายที่ชนะ จำนวนประตู
1 4 ธันวาคม 2488 เสมอ 1–1
2 2489 เสมอ 3–3
3 2490 ธรรมศาสตร์ 4–1
4 2491 ธรรมศาสตร์ 2–1
5 11 กุมภาพันธ์ 2492 ธรรมศาสตร์ 2–1
6 4 พฤศจิกายน 2493 เสมอ 0–0
7 2494 เสมอ 2–2
8 7 ธันวาคม 2495 จุฬาฯ 2–0
9 2496 จุฬาฯ 3–1
10 30 ธันวาคม 2497 ธรรมศาสตร์ 3–2
11 30 ธันวาคม 2498 จุฬาฯ 5–3
12 27 ธันวาคม 2499 เสมอ 0–0
13 19 ธันวาคม 2500 ธรรมศาสตร์ 3–1
14 25 ธันวาคม 2501 จุฬาฯ 1–0
15 24 ธันวาคม 2502 เสมอ 2–2
16 25 ธันวาคม 2503 เสมอ 0–0
17 21 ธันวาคม 2504 ธรรมศาสตร์ 3–1
18 20 ธันวาคม 2505 จุฬาฯ 3–2
19 26 ธันวาคม 2506 ธรรมศาสตร์ 2–1
20 27 ธันวาคม 2507 เสมอ 1–1
21 23 ธันวาคม 2508 เสมอ 1–1
22 22 ธันวาคม 2509 เสมอ 0–0
23 8 มกราคม 2510 ธรรมศาสตร์ 3–1
24 26 ธันวาคม 2511 ธรรมศาสตร์ 3–0
25 25 ธันวาคม 2512 ธรรมศาสตร์ 2–1
26 24 ธันวาคม 2513 ธรรมศาสตร์ 2–0
27 30 ธันวาคม 2514 เสมอ 1–1
28 21 ธันวาคม 2515 จุฬาฯ 2–0
29 27 ธันวาคม 2516 ธรรมศาสตร์ 1–0
30 30 มกราคม 2517 เสมอ 0–0
31 29 มกราคม 2518 ธรรมศาสตร์ 4–0
32 23 ธันวาคม 2519 ธรรมศาสตร์ 2–1
33 31 มกราคม 2520 ธรรมศาสตร์ 2–0
34 21 มกราคม 2521 ธรรมศาสตร์ 1–0
35 20 ธันวาคม 2522 จุฬาฯ 2–0
36 20 มกราคม 2523 เสมอ 0–0
ครั้งที่ วันที่ ฝ่ายที่ชนะ จำนวนประตู
37 31 มกราคม 2524 เสมอ 1–1
38 27 มกราคม 2525 เสมอ 2–2
39 29 มกราคม 2526 เสมอ 1–1
40 21 มกราคม 2527 ธรรมศาสตร์ 1–0
41 27 มกราคม 2528 เสมอ 1–1
42 26 มกราคม 2529 เสมอ 1–1
43 25 มกราคม 2530 ธรรมศาสตร์ 1–0
44 30 มกราคม 2531 จุฬาฯ 2–1
45 21 มกราคม 2532 จุฬาฯ 2–0
46 20 มกราคม 2533 เสมอ 1–1
47 19 มกราคม 2534 เสมอ 0–0
48 18 มกราคม 2535 เสมอ 1–1
49 23 มกราคม 2536 ธรรมศาสตร์ 2–1
50 22 มกราคม 2537 เสมอ 2–2
51 21 มกราคม 2538 จุฬาฯ 2–1
52 20 มกราคม 2539 ธรรมศาสตร์ 1–0
53 18 มกราคม 2540 เสมอ 1–1
54 7 กุมภาพันธ์ 2541 เสมอ 0–0
55 23 มกราคม 2542 จุฬาฯ 2–1
56 15 มกราคม 2543 เสมอ 0–0
57 20 มกราคม 2544 จุฬาฯ 2–0
58 19 มกราคม 2545 เสมอ 2–2
59 25 มกราคม 2546 เสมอ 0–0
60 24 มกราคม 2547 เสมอ 0–0
61 22 มกราคม 2548 ธรรมศาสตร์ 1–0
62 21 มกราคม 2549 จุฬาฯ 2–0
63 20 มกราคม 2550 เสมอ 1–1
64 17 พฤษภาคม 2551 เสมอ 0–0
65 31 มกราคม 2552 ธรรมศาสตร์ 2–0
66 16 มกราคม 2553 เสมอ 0–0
67 5 กุมภาพันธ์ 2554 จุฬาฯ 3–1
68 25 กุมภาพันธ์ 2555 จุฬาฯ 1–0
69 2 กุมภาพันธ์ 2556 จุฬาฯ 1–0
70 7 กุมภาพันธ์ 2558 ธรรมศาสตร์ 2–0
71 13 กุมภาพันธ์ 2559 ธรรมศาสตร์ 5–1
72 2561 -

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์. “งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์: สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ .” เว็บไซต์ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์. http://www.cuaa.chula.ac.th/activities/cu-tu-football (2559 ธันวาคม 7 ที่เข้าถึง).
  2. สวัสดิ์ จงกล. “แรกมีในเมืองไทยเกี่ยวกับฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ ธรรมศาสตร์: หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.” เว็บไซต์ หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 18 มีนาคม 2553. http://www.memocent.chula.ac.th/article/ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์/ (8 ธันวาคม 2559 ที่เข้าถึง).
  3. หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. “การอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณี: หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.” เว็บไซต์ หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 7 พฤศจิกายน 2552. http://www.memocent.chula.ac.th/article/อัญเชิญพระเกี้ยว/ (8 ธันวาคม 2559 ที่เข้าถึง).
  4. การอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณี จาก หอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. ชมพู-เหลืองแสด, ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ศึกแห่งตำนาน ศักดิ์ศรี และมิตรภาพ, สยามกีฬา, ปีที่ 28, ฉบับที่ 10184, 20 มกราคม 2556, หน้า 19

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

กลุ่มกิจกรรม
บทความ