สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สถาบันไทยคดีศึกษา
TKRI.TU-logo.jpg
ชื่ออังกฤษThai Khadi Research Institute
ที่อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์
2 ถนนพระจันทร์
แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
วันก่อตั้ง17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514
(โครงการไทยคดีศึกษา)[1]
3 มีนาคม พ.ศ. 2518
(สถาบันไทยคดีศึกษา)[2]
ผู้อำนวยการรองศาสตราจารย์ โรจน์ คุณเอนก
วารสารวารสารไทยคดีศึกษา
เว็บไซต์สถาบันไทยคดีศึกษา

สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสถาบันวิจัยในสังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีภารกิจหลักคือการศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทย การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และการเผยแพร่ความรู้สู่สังคม

ประวัติ[แก้]

สถาบันไทยคดีศึกษาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2514 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะอนุรักษ์ความเป็นไทยภายใต้กระแสวัฒนธรรมตะวันตก และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทยโดยไม่ลอกตำราฝรั่ง การดำเนินงานในระยะแรกอยู่ในรูปของโครงการวิชาการ โดยมีศาสตราจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ และ อาจารย์ ดร.นิออน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้อำนวยการ ศาสตราจารย์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้น ประทานชื่อโครงการว่า “ไทยคดีศึกษา”

ในการสัมมนาและสาธิตเรื่อง "นาฏศิลป์และดนตรีไทย" เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2515 ศาสตราจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวถึงภารกิจของโครงการไทยคดีศึกษา ดังนี้

... มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาซึ่งได้แสดงความสนใจและเอาใจใส่ในกิจการวิชา อันจะส่งเสริมความเข้าใจในหมู่คณาจารย์และนักศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยโดยตรง ถึงแม้ว่าวิชาการสาขาต่างๆ ในปัจจุบันได้พัฒนาก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นทุกที แต่ความก้าวหน้าเหล่านั้นมักเป็นผลของการค้นคว้ารวบรวมเป็นหลักทฤษฎีจากฝ่ายวัฒนธรรมตะวันตกทั้งสิ้น ฉะนั้น การจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านั้นมาสอนหรือมาใช้ในบ้านเรานั้น จำเป็นที่จะต้องมีการเลือกสรรให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงและความต้องการของสังคมไทยโดยเฉพาะ อนึ่ง ศิลปวิทยาการของไทยเราเองซึ่งสืบเนื่องมาแต่บุพกาลนั้นเล่า เมื่อประสบความก้าวหน้าของวัฒนธรรมสมัยใหม่มักจะถูกละทิ้งให้เหี่ยวแห้งหรือผสมปนเปกับวัฒนธรรมภายนอกจนแปรเปลี่ยนลักษณะไป จริงอยู่วัฒนธรรมเป็นสิ่งไม่หยุดนิ่ง ต้องเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าอยู่เสมอ แต่การสร้างสรรค์ปรับปรุงวัฒนธรรมนั้นจำเป็นต้องมีแนวทางอันถูกต้อง เพื่อผดุงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย อันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะยึดเหนี่ยวความรู้สึกร่วมกันของสมาชิกทุกฝ่ายของสังคมไทย...

โครงการไทยคดีศึกษาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “สถาบันไทยคดีศึกษา” ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ลงวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและเรียบเรียงตำราในเรื่องเกี่ยวกับสังคมไทยเพื่อประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนและการพัฒนาประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติให้สถาบันไทยคดีศึกษาขยายขอบข่ายงานออกเป็นสถาบันวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายวิจัยของมหาวิทยาลัย จัดสรรทุนวิจัยแก่อาจารย์และข้าราชการ ให้คำปรึกษาและเผยแพร่งานวิจัยในทุกสาขาวิชา จนถึงปี พ.ศ. 2548 บทบาทดังกล่าวจึงยุติลง

ในช่วงสามทศวรรษแรกของการดำเนินงาน สถาบันไทยคดีศึกษาได้ผลิตงานวิจัยมากกว่า 200 ชิ้น มีทั้งงานวิจัยของนักวิจัยประจำสถาบันและงานวิจัยของคณาจารย์สาขาต่างๆ ซึ่งสถาบันทำหน้าที่บริหารโครงการวิจัยและส่วนใหญ่เป็นเรื่องของไทย นอกจากนี้สถาบันยังได้ผลิตตำราที่มีคุณภาพออกสู่วงวิชาการอีกเป็นจำนวนมาก สำหรับงานวิจัยของสถาบันนั้น นับตั้งแต่ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมาได้มีการขยายขอบเขตงานวิจัยจากงานด้านมนุษยศาสตร์ ออกไปสู่งานวิจัยทางสังคมศาสตร์ สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา

ปัจจุบันสถาบันไทยคดีศึกษาทำหน้าที่เป็นสถาบันวิจัยด้านไทยศึกษา มีบทบาทหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทย ควบคู่ไปกับการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมและการเผยแพร่ความรู้สู่สังคมในรูปแบบต่างๆ ภายใต้ปรัชญา “เข้าใจอดีต รู้ทันปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต” พร้อมกันนั้นสถาบันมีนโยบายที่จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และสมานฉันท์ ปลูกฝังคุณธรรม/จริยธรรมแก่เยาวชน ส่งเสริมการศึกษาศิลปวัฒนธรรมโดยเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ

ที่มาและความหมายของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันไทยคดีศึกษา[แก้]

ชื่อ “ไทยคดีศึกษา”[แก้]

คำว่า “ไทยคดีศึกษา” เป็นศัพท์ที่ศาสตราจารย์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลานั้น ได้ทรงบัญญัติเป็นภาษาไทยขึ้นมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “Thai Studies” เพื่อประทานแก่หน่วยงานแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กำลังจะก่อตั้งและยังไม่มีชื่อเรียก

สำหรับเรื่องที่มาของชื่อนั้น ตามบันทึกความเห็นของคณะที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการของอธิการบดี เรื่อง การจัดตั้งสถาบันวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2520 คณะกรรมการวิจัยหลายท่านมีความเห็นว่าคำนี้มีความหมายเฉพาะ หากเปลี่ยนชื่อสถาบันเป็นสถาบันวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจผิดได้ นอกจากนี้ กรรมการบางท่านยังเห็นว่า ชื่อของสถาบันไทยคดีนั้น กว้างขวางและครอบคลุมพอสมควร เนื่องด้วยการวิจัยส่วนใหญ่กระทำอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือในประเทศไทยเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเป็นชื่อที่เสด็จในกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ประทานมาให้อีกด้วย

ทั้งนี้ คำว่า “ไทยคดีศึกษา” ก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า “ไทยศึกษา” คือการศึกษาเรื่องของไทยในสาขาต่างๆ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา ฯลฯ ตัวอย่างหน่วยงานด้านไทยศึกษา เช่น สถาบันไทยศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Institute of Thai Studies Chulalongkorn University) อีกทั้งไทยคดีศึกษายังไปปรากฏเป็นชื่อหลักสูตรหรือรายวิชาที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนในระดับอุดมศึกษาด้วย

ตราสัญลักษณ์[แก้]

"ตราอภิรุม" มีรูปทรงคล้ายรูปหยดน้ำ ประกอบด้วย รูปวงกลมที่ภายในมีภาพพานรัฐธรรมนูญวางอยู่กึ่งกลางของวงกลม เทียมจิตร์ พ่วงสมจิตร์ ได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า พานรัฐธรรมนูญนี้ น่าจะมีความหมายแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใต้ภาพพานรัฐธรรมนูญ มีอักษรภาษาไทยเขียนไว้ว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ด้านบนของภาพพานรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า "สถาบันไทยคดีศึกษา" ส่วนภายนอกเส้นรอบวงกลม ครึ่งล่างล้อมไว้ด้วยอักษรภาษาอังกฤษว่า "Thai Khadi Research Institute" ส่วนบนของเส้นรอบวงกลมปกคลุมด้วยรูปฉัตรสามชั้น มียอดแหลม ประดับตกแต่งด้วยลายกนกไทยที่อ่อนช้อยงดงาม ให้ความรู้สึกและแรงบันดาลใจถึงศิลปะทางล้านนา จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสถาบันที่ศึกษาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องสังคมการเมืองไทย และความเป็นศิลปะ - วัฒนธรรม

โดยผู้ที่ออกแบบตราสัญลักษณ์ดังกล่าว รศ.กมล ฉายาวัฒนะ อดีตผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ผู้ที่ออกแบบคือ อาจารย์อวบ สาณะเสน อดีตอาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นกรรมการบริหารโครงการไทยคดีศึกษาในเวลานั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่เป็นศิลปะของทางภาคเหนือ [3]

ตัวอักษร[แก้]

ตัวอักษรประดิษฐ์นาม "สถาบันไทยคดีศึกษา" เป็นฝีมือการออกแบบโดย "อังคาร กัลยาณพงศ์" ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำปี พ.ศ. 2532 ซึ่งมีคุณูปการต่อสถาบันไทยคดีศึกษามาตลอด เช่น เมื่อสถาบันฯจัดกิจกรรมทางด้านวิชาการต่างๆ อาทิ ครบรอบ ๑๐๐ ปี พระยาอนุมานราชธน, ครบรอบ ๒๐๐ ปี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ฯลฯ สถาบันฯขอให้ท่านอังคารแต่งบทประพันธ์สรรเสริญเกียรติคุณของบุคคลท่านนั้นๆ เมื่อแต่งเสร็จแล้ว ยังได้กรุณามาอ่านบทประพันธ์ที่ท่านประพันธ์ขึ้นมาในที่ประชุมสัมมนาด้วย

โดยท่านอังคารได้กล่าวถึงเบื้องหลังของการออกแบบตัวหนังสือนามสถาบันไว้ว่า[4]


ท่านเขียนตั้งแต่ตอนเย็นและไปเสร็จเอาย่ำรุ่งของวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ท่านคัดมาให้เลือกสิบกว่าแบบจากที่เขียนเป็นจำนวนมาก การเขียน Drawing สีถ่านนั้น กระดาษเป็นรีมประมาณสี่ห้าร้อยแผ่น บางครั้งเขียนได้ภาพที่ถูกใจเพียงไม่กี่ภาพ

ภาพตัวอักษรประดิษฐ์นาม "สถาบันไทยคดีศึกษา" ออกแบบโดย อังคาร กัลยาณพงศ์

ที่ทำการของสถาบันไทยคดีศึกษา[แก้]

ในระยะแรกของสถาบันไทยคดีศึกษา สำนักงานและห้องสมุดสถาบันไทยคดีศึกษา อยู่ที่ตึกห้องสมุดกลาง ชั้น 5 (ปัจจุบันคือ อาคารอเนกประสงค์ 3 ด้านติดกับคณะรัฐศาสตร์) ต่อมาใน พ.ศ. 2523 ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ชั้น 9 อาคารอเนกประสงค์ 1 ซึ่งบริเวณดังกล่าวเคยมีการปรับปรุงมาแล้วสองครั้งคือ พ.ศ. 2529 และ พ.ศ. 2553 ซึ่งมีการปรับปรุงห้องประชุมชั้น 9 โดยตั้งชื่อใหม่ว่า “ห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช” [5] เพื่อเป็นเกียรติแด่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งสถาบันไทยคดีศึกษา ปัจจุบันที่ทำการของสถาบันไทยคดีศึกษา แบ่งออกเป็นฝั่งผู้บริหารกับนักวิจัย กับฝั่งสำนักงานเลขานุการสถาบันฯ ซึ่งประกอบด้วย เลขานุการ, งานบริการวิชาการ, งานส่งเสริมการวิจัย, งานบริหารและธุรการ และห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช

อัตลักษณ์เกี่ยวกับสถาบันฯ[แก้]

ค่านิยมองค์กร[แก้]

       ส่งเสริมอัตลักษณ์ไทย สร้างงานวิจัยให้เป็นเลิศ

วิสัยทัศน์[แก้]

สถาบันวิจัยชั้นนำด้านไทยคดีศึกษาของประเทศ ที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

พันธกิจ[แก้]

  1. มุ่งสร้างงานวิจัยให้เป็นเลิศ
  2. เผยแพร่ความรู้สู่สังคม
  3. ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

วัตถุประสงค์[แก้]

  1. สร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ
  2. เชื่อมโยงเครือข่ายทางวิชาการ
  3. บริการทางวิชาการเพื่อสังคมแห่งการเรียนรู้
  4. ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

รายนามผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา[แก้]

ชื่อ คณะ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
อาจารย์ ดร. นิออน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ศิลปศาสตร์
2514-2518
รองศาสตราจารย์ ยุทธ ศักดิ์เดชยนต์
สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
2518-2520
รองศาสตราจารย์ ดร. หม่อมราชวงศ์อคิน รพีพัฒน์
สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
2520-2524
ศาสตราจารย์ เสน่ห์ จามริก
รัฐศาสตร์
2524-2528
ศาสตราจารย์ ดร.เมธี ครองแก้ว
เศรษฐศาสตร์
2528-2531
รองศาสตราจารย์ นิพัทธ์ จิตรประสงค์
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี
2531-2532
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัช กิจธรรม
รัฐศาสตร์
2533-2536
รองศาสตราจารย์ สุมิตร ปิติพัฒน์
สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
2536-2542
รองศาสตราจารย์ กมล ฉายาวัฒนะ
วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
2542-2546
รองศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์
ศิลปศาสตร์
2546-2549
อาจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์
วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
2549-2555
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรรณี สำราญเวทย์
วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
2555-2558
อาจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์
วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
2558-2561
รองศาสตราจารย์ โรจน์ คุณเอนก
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2561-ปัจจุบัน

หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

โครงสร้างการบริหาร[แก้]

สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการแบ่งส่วนงาน ออกเป็นดังนี้

ผู้บริหาร[แก้]

รองศาสตราจารย์ โรจน์ คุณเอนก (อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา
อาจารย์เชษฐา พลายชุม (อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง) รองผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา ฝ่ายบริหาร

ฝ่ายวิจัย[แก้]

ประกอบด้วยนักวิจัยที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ การท่องเที่ยว ฯลฯ ตามความสนใจและเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล ภารกิจประกอบด้วยการวิจัย การเขียนบทความวิชาการ การจัดสัมมนาผ่านการจัดโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ทั้งนี้ นักวิจัยจะขึ้นตรงต่อคณะผู้บริหารประจำสถาบันฯ การดำเนินงานมีทั้งที่ดำเนินการโดยทุนวิจัยภายในของสถาบันไทยคดีศึกษา ทุนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และความร่วมมือกับแหล่งทุนภายนอก เช่น ทุนจากงบประมาณแผ่นดิน ทุนจากหน่วยงานที่มีการทำข้อตกลงร่วมกัน เป็นต้น

สำนักงานเลขานุการสถาบันไทยคดีศึกษา[แก้]

แบ่งออกเป็น

งานบริหารและธุรการ ประกอบด้วย

  1. หน่วยสารบรรณ
  2. หน่วยการเจ้าหน้าที่
  3. หน่วยการประชุม
  4. หน่วยการเงินและบัญชี
  5. หน่วยงบประมาณ นโยบายและแผน
  6. หน่วยพัสดุ
  7. หน่วยอาคารสถานที่และยานพาหนะ

งานบริการวิชาการ ประกอบด้วย

  1. หน่วยสัมมนา/ประชุมทางวิชาการ
  2. หน่วยทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
  3. หน่วยจัดพิมพ์เอกสารประกอบโครงการบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อการเผยแพร่
  4. หน่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
  5. หน่วยประกันคุณภาพ
  6. หน่วยบริหารจัดการข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กร สถาบัน ทั้งภายในและต่างประเทศ (MOU)
งานส่งเสริมการวิจัย ประกอบด้วย
  1. หน่วยบริหารโครงการวิจัย
  2. หน่วยดำเนินการและจัดพิมพ์วารสารไทยคดีศึกษา
  3. หน่วยวางแผนและจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิจัย
  4. หน่วยสารสนเทศเพื่อการวิจัย
  5. หน่วยพัฒนาบุคลากรทางการวิจัย
  6. หน่วยคลังสิ่งพิมพ์ของสถาบันฯ

สิ่งพิมพ์ประจำสถาบัน[แก้]

วารสารไทยคดีศึกษา[แก้]

เป็นวารสารทางวิชาการ ราย 6 เดือน ของสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าในระดับอุดมศึกษา และเพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการเกี่ยวกับไทยศึกษา ในมิติทางด้านสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนประเด็นร่วมสมัยที่น่าสนใจ ทั้งนี้บทความหรือข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในวารสารนี้ จะต้องผ่านกระบวนการการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผ่านกลั่นกรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่รายละเอียดและเนื้อหาที่ปรากฏ ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัวและความรับผิดชอบเฉพาะของผู้เขียน โดยไม่จำเป็นต้องตรงกับความคิดเห็นหรือเป็นความรับผิดชอบของคณะบรรณาธิการผู้จัดทำ

ปัจจุบันเนื้อหาของวารสารไทยคดีศึกษา แบ่งออกเป็น

  1. บทบรรณาธิการ
  2. บทความวิจัย - วิชาการ
  3. แนะนำหนังสือ
  4. วิจารณ์หนังสือ
  5. กิจกรรมทางวิชาการ - ศิลปะและวัฒนธรรม

รายชื่อเรื่องประจำวารสารไทยคดีศึกษา[แก้]

ปีที่ ฉบับที่ ระยะเวลา ชื่อเรื่องประจำฉบับ
1
1
ตุลาคม 2546 - มีนาคม 2547
โลกาภิวัตน์กับอำนาจรัฐไทย
1
2
เมษายน 2547 - กันยายน 2547
สู่วัฒนธรรมรัฐสมัยใหม่: รัฐ vs ประชา - ชาติ
2
1
ตุลาคม 2547 - มีนาคม 2548
มายาและตัวตน: วิถีคิด วิถีคน
2
2
เมษายน 2548 - กันยายน 2548
พลิกภาพอัตลักษณ์ไทย...ไม่โดดเดี่ยว
3
1
ตุลาคม 2548 - มีนาคม 2549
ย้อนกำเนิด เกิดความหลากหลาย
3
2
เมษายน 2549 - กันยายน 2549
สืบค้นเรื่องไท(ย): ความเป็นไปทางวัฒนธรรม
4
1
ตุลาคม 2549 - มีนาคม 2550
พื้นที่และมุมมอง: เรื่องของไท(ย)ถึงสากล
4
2
เมษายน 2550 - กันยายน 2550
ต่อสู้และต่อรอง: อำนาจรัฐกับการปฏิวัติทางวัฒนธรรม
5
1
ตุลาคม 2550 - มีนาคม 2551
สารในสื่อ: วิเคราะห์และอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคม
5
2
เมษายน 2551 - กันยายน 2551
บุคลิกไทยในศิลปกรรม
6
1
ตุลาคม 2551 - มีนาคม 2552
การเมืองเรื่องวีรบุรุษ มิติใหม่บนเส้นขนานทางวัฒนธรรม
6
2
เมษายน 2552 - กันยายน 2552
ผู้นำ อำนาจ ความฝันอันสูงสุดกับการอยู่ร่วมกัน
7
1
ตุลาคม 2552 - มีนาคม 2553
“เก่า - ใหม่” วิถีไทยและรสนิยม
7
2
เมษายน 2553 - กันยายน 2553
ความจริงกับวาทกรรม เรื่องราว เรื่องเล่า ในสังคมไทย
8
1
ตุลาคม 2553 - มีนาคม 2554
มายาคติและจินตนาการ: ผ่านบ้าน วัด เมือง และ วรรณกรรม
8
2
เมษายน 2554 - กันยายน 2554
ผู้คนและวิถี วัฒนธรรมอดีต - ชีวิตปัจจุบัน
9
1
ตุลาคม 2554 - มีนาคม 2555
สินค้า วัฒนธรรม พรมแดน: การเดินทางข้ามพื้นที่และกรอบจารีต
9
2
เมษายน 2555 - กันยายน 2555
[บาง]ทัศนะของ “ความเป็นไทย”: ธรรมวิทยา ศาสนา สถาปัตย์ และชาติพันธุ์
10
1
ตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556
ความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม: ความเปลี่ยนแปลงในกระแสวัฒนธรรม
10
2
เมษายน 2556 - กันยายน 2556
“ไทย” ร่วมสมัย ความเป็นไปในบริบททางวัฒนธรรม
11
1
ตุลาคม 2556 - มีนาคม 2557
43 ปี ของความเป็น “ไทย” (คดี) รู้และเข้าใจความเป็นไปของสังคม
11
2
เมษายน 2557 - กันยายน 2557
ชุมชน สังคม ความเชื่อ: ในการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลา
12
1
ตุลาคม 2557 - มีนาคม 2558
ศิลปะ อุดมการณ์ชาติ อารยธรรม
12
2
เมษายน 2558 - ธันวาคม 2558
ศาสตร์ ศิลป์ ถิ่นฐาน
13
1
มกราคม 2559 - มิถุนายน 2559
สังคมพหุลักษณ์ การผสมผสานอัตลักษณ์และความเชื่อ
13
2
กรกฎาคม 2559 - ธันวาคม 2559
ไม่มีชื่อเรื่องประจำฉบับ เนื่องจากอยู่ในช่วงถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[6]
14
1
มกราคม 2560 - มิถุนายน 2560
ถอด "ศิลป์" เป็น "สาร"
14
2
กรกฎาคม 2560 - ธันวาคม 2560
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
15
1
มกราคม 2561 - มิถุนายน 2561
ไม่มีชื่อเรื่องประจำฉบับ
15
2
กรกฎาคม 2561 - ธันวาคม 2561
ไม่มีชื่อเรื่องประจำฉบับ
16
1
มกราคม 2562 - มิถุนายน 2562
อยู่ในระหว่างการพิจารณาบทความและดำเนินการตีพิมพ์
16
2
กรกฎาคม 2562 - ธันวาคม 2562
อยู่ในระหว่างการพิจารณาบทความ

อ้างอิง[แก้]

  1. สถาบันไทยคดีศึกษา, “จุลสารไทยคดีศึกษา” , กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 14
  2. สถาบันไทยคดีศึกษา, “จุลสารไทยคดีศึกษา” , กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 23
  3. เทียมจิตร์ พ่วงสมจิตร์, “รูปแบบวัฒนธรรมองค์การของสถาบันไทยคดีศึกษา” ใน รวมบทความนักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา ในวาระ 42 ปี, กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 83-85
  4. อนันต์ วิริยะพินิจ, “อังคาร กัลยาณพงศ์กับสถาบันไทยคดีศึกษา” ใน วารสารไทยคดีศึกษา ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 "สืบค้นเรื่องไท(ย)", กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 244-245
  5. เทียมจิตร์ พ่วงสมจิตร์, “รูปแบบวัฒนธรรมองค์การของสถาบันไทยคดีศึกษา” ใน รวมบทความนักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา ในวาระ 42 ปี, กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 38-39
  6. บทบรรณาธิการ ใน วารสารไทยคดีศึกษา ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 "น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้", กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้า 4

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]