ค็อกเทล (วงดนตรี)
ค็อกเทล (COCKTAIL) | |
|---|---|
สมาชิกวงค็อกเทลรุ่นสุดท้ายก่อนยุบวงในคอนเสิร์ตค็อกเทล 77 เอเวอร์ ทัวร์ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2568 | |
| ข้อมูลพื้นฐาน | |
| รู้จักในชื่อ | COCKTAIL |
| ที่เกิด | |
| แนวเพลง | |
| ช่วงปี | พ.ศ. 2545–2568 |
| ค่ายเพลง | อิสระ (พ.ศ. 2545–2553) จีนี่ เรคคอร์ด (พ.ศ. 2553–2564) ยีนแล็บ (พ.ศ. 2564–2568) |
| สมาชิก | ปัณฑพล ประสารราชกิจ ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์ ชรัณ ตัณฑนันทน์ |
| อดีตสมาชิก | ดู อดีตสมาชิก |
| เว็บไซต์ | www |
ค็อกเทล (อังกฤษ: COCKTAIL) เป็นอดีตวงดนตรีแนวคลาสสิกป็อปร็อกสัญชาติไทย จากกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นจากการรวมวงดนตรีของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหลาย ๆ วงในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นำโดยปัณฑพล ประสารราชกิจ มาทำเพลงรวมไว้ในอัลบั้มชื่อ "COCKTAIL" วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งวงค็อกเทลถือเป็นวันก่อตั้งวง และใช้ชื่ออัลบั้มนี้ในการแสดงดนตรีเรื่อยมา
วงค็อกเทลมีผลงานอัลบั้มเพลงวางจำหน่ายทั้งสิ้น 9 อัลบั้ม 3 อีพี รวมมากกว่า 100 บทเพลง แบ่งเป็นยุคศิลปินอิสระ ในช่วงปี พ.ศ. 2545–2553 และยุคภายใต้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในสังกัดจีนี่ เรคคอร์ด ในช่วงปี พ.ศ. 2553–2563 และในสังกัดยีนแล็บ ในช่วงปี พ.ศ. 2564–2568 จนกระทั่งยุบวงเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 รวมระยะเวลาทั้งหมด 23 ปี
ประวัติ
[แก้]ยุคแรก (พ.ศ. 2545–2553)
[แก้]ในยุคแรก วงค็อกเทลทำผลงานเพลงในฐานะศิลปินอิสระ มีอัลบั้มทั้งหมด 3 ชุด ดังนี้
อัลบั้มแรก ค็อกเทล (พ.ศ. 2545–2546)
[แก้]
วงค็อกเทลก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดย โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ ขณะศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยโอมเริ่มแต่งเพลงแรก คือ "ยิ้มให้ฉันหน่อย" จากนั้นจึงร่วมกับ วิศรุต เตชะวรงค์ (บู๊ สกายคิกเรนเจอร์) ในการจัดทำอัลบั้มเพลง โดยโอมขอยืมเงินของพ่อแม่ จำนวนทั้งหมด 85,000 บาท เพื่อจัดทำอัลบั้มเพลง จากนั้นจึงเริ่มเชิญชวนเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ศึกษาในโรงเรียนเดียวกัน มาร่วมทำอัลบั้มกับทั้งคู่ เมื่อครบแล้ว โอมจึงแต่งเพลง "ซ้ำซ้อน" ขึ้นมาเพิ่ม ขณะที่บู๊ได้แต่งเพลง "หลบหน้า" "อยาก" และ "รักไม่ลงตัว" ขึ้นมาเพิ่ม[1]
วงเริ่มบันทึกเสียงเพลงทั้งหมดในอัลบั้มเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ที่ห้องบันทึกเสียงปีเตอร์แพน ซอยสุขุมวิท 11 ของจักรี เปรมานนท์ โดยแบ่งเป็นบันทึกเสียงใน 3 วันแรก และ 2 วันหลังเป็นการผสมเสียงแต่ละเพลง[2] โดยนักดนตรีที่ร่วมบันทึกเสียงส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในห้องเรียนสายวิชาวิทยาศาสตร์ที่เรียนร่วมกับบู๊เกือบทั้งหมด และแบ่งเป็น 2 วง ได้แก่วง ฟอร์เต (Forte) ซึ่งแปลว่า เสียงดัง ในภาษาอิตาลี ซึ่งมีสมาชิกคือโอม รวมกับสมาชิกจากวงที่บู๊มีอยู่เดิม โดยออกเพลง 6 เพลง ขณะที่อีก 4 เพลงเป็นของวง ฟรายฟา (Fri-fa) ซึ่งชื่อวงมาจากการผสมกันของชื่อวง 2 วงที่สมาชิกในวงนั้นชื่นชอบ คือ วงฟรายเดย์ และ วงโซฟา โดยแรกเริ่มนั้น คำว่า ค็อกเทล นั้นไม่ใช่ชื่อวง แต่เป็นชื่ออัลบั้มที่เสนอโดยบู๊ เนื่องจากมีความหมายของการผสมกันของเครื่องดื่ม เปรียบเสมือนกับงานดนตรีของทั้งสองวงที่เป็นการรวมตัวของนักเรียนหลายห้อง และข้อสอบการอ่านภาษาอังกฤษ (Reading Comprehension) ที่โรงเรียนออกในช่วงนั้น ยังออกเกี่ยวกับเรื่องค็อกเทลด้วย[1]
อัลบั้ม ค็อกเทล อัลบั้มชุดแรกของพวกเขาวางจำหน่ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในงานกีฬาสีของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 วงค็อกเทลจึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันก่อตั้งวง ต่อมาอัลบั้มชุดนี้วางจำหน่ายเพิ่มในร้านดีเจสยาม และ น้องท่าพระจันทร์ วงจึงเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และสร้างกลุ่มแฟนเพลงที่สนใจผลงานของพวกเขาในเวลานั้นในระดับหนึ่ง อัลบั้มนี้มีเพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น "ซ้ำซ้อน" "หลบหน้า" และ "เศษซากความฝัน" ลักษณะของอัลบั้มใกล้เคียงกับอัลบั้มรวบรวมมากกว่างานของวงวงเดียว เพราะเป็นการรวมตัวกันของนักดนตรีระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาหลาย ๆ วง เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้เป็นเสียงร้องของโอม ยกเว้นเพลง "หลบหน้า" และ "Nobody" ที่เป็นเสียงร้องของบู๊
อัลบั้ม 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ (พ.ศ. 2546–2549)
[แก้]
หลังจากนั้นพวกเขาออกแผ่นเสียงอัลบัมสั้น (อีพี) ชุดแรก ชื่อ อินไซด์ (Inside) ในปี พ.ศ. 2546 เพื่อรองรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากอัลบั้มแรก หลังจากนั้นสมาชิกหลายคนได้แยกย้ายออกไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่สมาชิก 4 คนจากวงฟอร์เต ได้แก่ โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ (ร้องนำ), บู๊ - วิศรุต เตชะวรงค์ (กลอง), หลง - วิทวัศ หลงชมบุญ (เบส) และ ธิป - ธิปรัชต์ โชติบุตร (กีตาร์) ได้ตัดสินใจรวมตัวกันเป็นวง แต่เนื่องจากบุคคลภายนอกรู้จักชื่ออัลบั้มชุดแรก ค็อกเทล มากกว่าชื่อวงฟอร์เต จึงเปลี่ยนชื่อวงเป็น ค็อกเทล และใช้ชื่อดังกล่าวในการแสดงดนตรีเรื่อยมา อย่างไรก็ตาม วงค็อกเทลเริ่มต้นทำงานเพลงอัลบั้มชุดที่ 2 โดยไม่มีกำหนดการเผยแพร่ที่แน่นอน เริ่มแต่งเพลงในช่วงปลายปี พ.ศ. 2545 จนถึงกลางปี พ.ศ. 2547 และเริ่มบันทึกเสียงในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ช่วงนั้น ธิป มือกีตาร์ ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ วงจึงต้องหามือกีตาร์คนใหม่ ซึ่งได้ เอกซ์ - ปาริวัฒน์ สุวรรณชัย เข้ามาแทน[3]
ต่อมาวงค็อกเทลได้ออกจำหน่ายสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ชื่อ 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ (36000 Miles Away From Here) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 โดยอัลบั้มนี้วงได้เปลี่ยนแนวเพลงเป็นร็อกอย่างเต็มตัว เป็นแนวป็อปร็อกผสมเมทัลเข้ามาผสม ตามชื่อของวงที่พวกเขานิยามว่าเป็นการผสมผสานดนตรีเข้าด้วยกัน เพลงในอัลบั้ม เช่น "คิดถึงฉันหรือเปล่า", "เพลงรักเพลงสุดท้าย" และ "ไม่ได้มาจากฟ้า" เป็นต้น[4] แต่เนื่องจากเพลงในอัลบั้มนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แต่ไม่มีการสนับสนุนในส่วนของวงดนตรีเท่าที่ควร ทำให้เกิดลักษณะของการที่เพลงเป็นที่รู้จักมากกว่าวง
อัลบั้ม อินเดอะเมโมรีออฟซัมเมอร์โรมานซ์ (พ.ศ. 2549–2553)
[แก้]หลังจากเผยแพร่อัลบั้มชุด 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ แล้ว วงค็อกเทลมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา 2 คน คือ อายุ จารุบูรณะ อดีตมือกลองจาก Saliva Bastard และ เชา - ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย พร้อมกับจัดทำอีพีชุดที่ 2 ชื่อ Final Light เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2550 หลังจากนั้นได้จัดทำสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ในชื่อชุด อินเดอะเมโมรีออฟซัมเมอร์โรมานซ์ (In the Memory of Summer Romance) อัลบั้มนี้วงเริ่มทำเพลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ใช้เวลาถึง 3 ปี จึงออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดยมีแนวเพลงที่แตกต่างจากร็อกในสตูดิโออัลบั้มชุดที่แล้ว มีเพลง "พันธนาการ" ที่เป็นดนตรีสังเคราะห์ผสมร็อก และอัลบั้มนี้ยังมีบทเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสีสันอะวอร์ดส์ ประจำปี พ.ศ. 2551 สาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม คือเพลง "ดาราดับแสง" ฉบับบรรเลง
ในปี พ.ศ. 2553 วงค็อกเทลได้จัดทำอีพีชุดที่ 3 ชื่อ วัย ในอัลบั้มประกอบด้วยเพลง "วัย" ในฉบับต่าง ๆ ผลิตจำนวน 1,000 แผ่น วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553 รายได้จากการจำหน่ายทุกแผ่นหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว วงได้นำไปทำบุญหนังสือเรียนให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโพธิ์ศรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งในขณะนั้น โอมได้บอกกับผู้จัดการของวงว่า หลังจากอีพีชุดนี้ ดนตรีจะเหลือเพียงงานอดิเรกสำหรับโอม แต่ผู้จัดการวงเชื่อว่าโอมและวงจะมีอนาคตมากกว่าเดิม จึงแอบนำเพลง "วัย" ฉบับปกติไปนำเสนอที่บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หลังจากนั้น ดนัย ธงสินธุศักดิ์ โปรดิวเซอร์เพลงของศิลปินในบริษัทนั้น จึงเรียกทั้งวงเข้าพบ สัปดาห์ถัดมาวงได้พบกับวิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงจีนี่ เรคคอร์ด และอีกสัปดาห์ถัดมาได้เซ็นสัญญาในทันที[5]
ยุคที่ 2 (พ.ศ. 2554–2562)
[แก้]ในยุคที่ 2 วงค็อกเทลทำผลงานเพลงในฐานะศิลปินสังกัดจีนี่ เรคคอร์ด ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีอัลบั้มอีก 3 ชุด และคอนเสิร์ตใหญ่ 2 ครั้ง ดังนี้
อัลบั้ม เท็นเทาซันด์เทียส์ (พ.ศ. 2554–2555)
[แก้]หนึ่งเดือนหลังจากเซ็นสัญญา วงค็อกเทลได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ชื่อ เท็นเทาซันด์เทียส์ (Ten Thousand Tears) ซึ่งชื่อดังกล่าวมีที่มาจากชื่อเพลง "ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งเพื่อมาเจอเธอ" โดยถึงแม้ในอัลบั้มนี้วงจะมีสมาชิกเพียง 3 คน แต่มีนักดนตรีเข้าร่วมบันทึกเสียงมากกว่า 40 คน เพื่อสร้างสีสันและผสมผสานแนวดนตรีให้หลากหลายมากขึ้น โดยบันทึกเสียงเครื่องดนตรีสดทุกชิ้น และเพลง "วัย" ฉบับปกติ ก็รวมอยู่ไว้ในอัลบั้มนี้ด้วย ทั้งนี้ ในขณะนั้นโอมมีแผนที่จะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน จึงตั้งใจออกอัลบั้มนี้เพียงอัลบั้มเดียว และบอกความตั้งใจดังกล่าวกับวิเชียรโดยตรง แต่วิเชียรก็ยังคงให้วงเซ็นสัญญาอยู่ดี เพราะมองว่าเป็นเหมือนกับการเซ็นสัญญากับวงพาราด็อกซ์อีกครั้ง เนื่องจากวงจะเป็นสีสันที่แปลกใหม่จากศิลปินที่ค่ายมีอยู่ และถึงแม้จะไม่ได้ผลกำไร แต่ก็ยังได้สร้างภาพลักษณ์ที่มีสีสันให้กับค่ายได้[5]
อัลบั้ม เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี และคอนเสิร์ต ค็อกเทล เดอะฮาร์ตเลสไลฟ์ (พ.ศ. 2555–2558)
[แก้]ต่อมาวงค็อกเทลได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ชื่อ เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี (The Lords of Misery) วงค็อกเทลมีสมาชิกใหม่คือ ปาร์ค - เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ ในตำแหน่งเบส ซึ่งเล่นแบ็กอัปให้กับวงมาตั้งแต่อัลบั้มชุดที่แล้ว ส่วนอายุ จารุบูรณะ ได้ลาออกไปทำตามคำสัญญากับเพื่อนในขณะศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่จะทำวงดนตรีด้วยกัน โอมจึงชวน ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ เข้ามาร่วมในตำแหน่งกลองแทน อัลบั้มนี้เปิดตัวด้วยเพลงที่สร้างชื่อและกลายเป็นสัญลักษณ์ของวง คือ "คุกเข่า" ซึ่งออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555 โดยเริ่มได้รับความนิยมในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน พ.ศ. 2556 และเป็นเพลงที่มีผู้ค้นหามากที่สุดในกูเกิลประจำปี พ.ศ. 2556[6] นอกจากนี้ยังมีเพลง "โปรดเถิดรัก" ที่ขยายความจากประโยคในเพลง "เธอทำให้ฉันเสียใจ" ในอัลบั้มชุดที่แล้ว โดยเป็นเพลงแรกที่วงบันทึกเสียงร่วมกับวงออร์เคสตราเต็มวง และเป็นเพลงแรกที่วงทำมิวสิกวิดีโอเนื้อเรื่องอย่างเต็มรูปแบบ และเพลง "เธอ" เป็นการกลับมากำกับมิวสิกวิดีโอครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของวิเชียร ฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการของค่ายจีนี่ เรคคอร์ด โดยโอมได้ชักชวนให้ภรรยามาร่วมแต่งเพลงนี้ด้วย[7] ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 วงได้ออกซิงเกิลที่ห้าของอัลบั้มด้วยเพลง "คู่ชีวิต" และจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ในชื่อ ค็อกเทล เดอะฮาร์ตเลสไลฟ์ ขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ที่เมืองไทย จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์[8]
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2556 โอมยังได้ทำผลงานเพลง "ทางที่เลือก" ร่วมกับ อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา (ต้า พาราด็อกซ์) และ พงศกร ลิ่มสกุล (แอร์ เดอะมูสส์) ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 วงค็อกเทลได้คัฟเวอร์เพลง "ข้าน้อยสมควรตาย" ของบิ๊กแอส ประกอบภาพยนตร์ ตีสาม คืนสาม 3D และเพลง "หนังสือรุ่น" ของป้าง - นครินทร์ กิ่งศักดิ์ ประกอบซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน
อัลบั้ม ค็อกเทล (ชุดที่ 6) และคอนเสิร์ต ค็อกเทล ไลฟ์ #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา (พ.ศ. 2559–2563)
[แก้]ต่อมาวงค็อกเทลได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 ชื่อ ค็อกเทล ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อวงและชื่ออัลบั้มแรกสุด และเป็นอัลบั้มแรกที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในการออกอัลบั้มใหม่ แต่เปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของวงเป็นสัญลักษณ์ตัว C ทับบนไม้กางเขน โดยปรากฏครั้งแรกในเพลง "ทำดีไม่เคยจำ" เมื่อปี พ.ศ. 2560 ภายหลังจากโอมถอด หน้ากากหอยนางรม ออก หลังจากถูกคัดออกในรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง (ฤดูกาลที่ 2) โดยอัลบั้มนี้ซิงเกิลโปรโมทเพลงแรกคือเพลง "ช่างมัน" ซึ่งออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559[9] ประกอบไปด้วย 11 บทเพลง แบ่งเป็นเพลงที่เผยแพร่ทางออนไลน์ก่อนการวางจำหน่ายอัลบั้ม จำนวน 7 เพลง และเพลงที่เหลือได้ทยอยเผยแพร่หลังจากวางจำหน่ายอัลบั้มแล้ว ระหว่างนี้วงค็อกเทลได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ในชื่อ ค็อกเทล ไลฟ์ #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี[10] ซึ่งหลังจากจบคอนเสิร์ต เอกซ์ - ชรัณ ตัณฑนันทน์ มือคีย์บอร์ดที่เป็นสมาชิกแบ็กอัปมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ได้ขอแยกตัวออกจากวงชั่วคราว ส่วนอัลบั้ม ค็อกเทล วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และวงได้จัดคอนเสิร์ตฟรีเปิดอัลบั้มในวันเดียวกัน ณ ลานหน้าฮาร์ดร็อกคาเฟ่ สยามสแควร์ ก่อนจะเผยแพร่เพลง "พบพาน" ซึ่งเป็นอีกเพลงในอัลบั้มนี้ตามมาในอีก 4 วันถัดมา[11]
ในปี พ.ศ. 2563 วงค็อกเทลได้พักการทัวร์คอนเสิร์ตชั่วคราวจากการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยวงได้ทำเพลงพิเศษ "ใกล้ใจ" เพื่อแสดงความห่วงใยถึงแฟนเพลง และเข้าร่วมจัดรายการแสดงดนตรีถ่ายทอดสดทางออนไลน์เช่นเดียวกับศิลปินในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ อีกจำนวนหนึ่ง[12] หลังจากสถานการณ์ดีขึ้นจึงเผยแพร่เพลง "รักจริง (ให้ดิ้นตาย)" ในเดือนกันยายน โดยมี ติ๊ก ชิโร่ และฟักกลิ้งฮีโร่ ร่วมร้อง และมีการผสมผสานแนวเพลงร็อก ไทยป็อป และฮิปฮอปไทย เข้าด้วยกัน[13] เดือนถัดมาวงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้ม จูกซ์ 100x100 ฤดูกาลที่ 2 และเผยแพร่เพลง "ดึงดัน" ซึ่งมี ตั๊ก - ศิริพร อยู่ยอด ร่วมร้องด้วย โดยโอมวางอารมณ์เพลงให้คล้ายกับเพลง "หมดห่วง" ของตั๊ก ที่โอมเคยนำไปร้องขณะใส่หน้ากากหอยนางรมใน The Mask Singer หน้ากากนักร้อง (ฤดูกาลที่ 2)[14] และในเดือนธันวาคม โอมได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้ม "ซัน แอนด์ มูน" ซึ่งเป็นอัลบั้มที่นำศิลปินในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และสังกัดช่องวัน 31 มาร้องเพลงร่วมกันจำนวน 5 เพลง โดยโอมได้ร่วมร้องเพลง "How Are You" กับ หนูนา - หนึ่งธิดา โสภณ[15] และเพลงนี้ถือเป็นเพลงสุดท้ายที่วงค็อกเทลผลิตในค่ายเพลงจีนี่ เรคคอร์ด ก่อนที่วงจะย้ายสังกัดในปีถัดมา (พ.ศ. 2564)
ยุคสุดท้าย (พ.ศ. 2563–2568)
[แก้]ในยุคสุดท้าย วงค็อกเทลทำผลงานเพลงในฐานะศิลปินสังกัดยีนแล็บที่โอมก่อตั้งและบริหารเอง แต่ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ตามเดิม และเป็นการเริ่มต้นของแผนการยุบวงค็อกเทล โดยมีอัลบั้มอีก 3 ชุด และคอนเสิร์ตอีก 4 รูปแบบ ดังนี้
อัลบั้ม เฟต (พ.ศ. 2564–2565)
[แก้]
ในอัลบั้ม เฟต (Fate) วงค็อกเทลได้กลับไปใช้ตราสัญลักษณ์ของวงเป็นรูปแบบเดียวกับในอัลบั้ม เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี โดยวงได้จัดกิจกรรม ค็อกเทล เมมโมเรียล เซอร์วิส (COCKTAIL Memorial Service) เพื่ออำลาตราสัญลักษณ์เดิมของวงที่เคยใช้ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2564 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ โดยในกิจกรรมดังกล่าววงได้แสดงเพลง "เรื่องธรรมดา" เป็นครั้งแรกอีกด้วย[16] ส่วนรูปแบบของเพลงในอัลบั้มนี้นั้นมาจากแนวคิด "จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของโชคชะตาที่ตัวเราเป็นคนกำหนดเอง" โดยมีการนำแรงบันดาลใจและความชอบส่วนตัวในหลากหลายด้านของสมาชิกวงมารวมไว้ ผ่านการตีความไพ่เมเจอร์อาร์คานาสำรับใหญ่ จำนวน 22 ใบ ประกอบด้วยไพ่แทนวง 1 ใบ, ไพ่แทนสมาชิกวงหลัก 4 ใบ และไพ่อีก 17 ใบแทนแต่ละเพลงในอัลบั้ม และมีทีมอิลลูชั่น นำโดย สุรชัย พุฒิกุลางกูร และศุภชัย อุไรรัตน์ นักออกแบบที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ ในด้านการออกแบบ มาร่วมออกแบบปกให้ ทำให้อัลบั้มนี้ได้รับรางวัล Best Cover Art of The Year จากโทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2021[17] และเนื่องจากอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มีจำนวนเพลงมากที่สุดของวง คือ 17 เพลง ดังนั้น วงจึงแบ่งการเผยแพร่ออกเป็น 2 ตอน คือ แอลฟา (จุดเริ่มต้น) และ โอเมกา (จุดจบ) ดังนี้[18]
ตอนที่ 1: เฟตแอลฟา (พ.ศ. 2564)
[แก้]สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 7 เฟตแอลฟา (Fate αlpha) มีเนื้อหาเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของโชคชะตา มีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ประกอบด้วยเพลงที่ทำไว้ขณะอยู่สังกัดเดิม 2 เพลง คือ "รักจริง (ให้ดิ้นตาย)" และ "ดึงดัน", เพลงที่เผยแพร่เบื้องต้นก่อนวางจำหน่าย 3 เพลง คือ "ชั่วชีวิต", "อภิสิทธิ์ชน" จากอัลบั้ม จูกซ์ 100x100 ฤดูกาลที่ 3[19], "เรื่องธรรมดา" และเพลงใหม่ 4 เพลง ซึ่งเผยแพร่มิวสิกวิดีโอพร้อมกันในวันวางจำหน่ายอัลบั้มเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564 คือ "พอดี", "ค้างคา", "แม้ฉันไม่มีอะไรให้เธอ" และ "หัวใจเหล็ก"[20]
ตอนที่ 2: เฟตโอเมกา (พ.ศ. 2565)
[แก้]สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 8 เฟตโอเมกา (Fate Ωmega) มีเนื้อหาเกี่ยวกับจุดจบหรือจุดสิ้นสุดของโชคชะตา มีเพลงทั้งหมด 8 เพลง เช่น "ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร", "ส่งเธอออกไป", "คนจริงใจ" (ร้องร่วมกับ ปู่จ๋าน ลองไมค์, พงศ์ วงพัทลุง และ ลำไย ไหทองคำ), "นักดนตรี" (ร้องร่วมกับ จ๋าย/โมส ไททศมิตร และ เสือ ธนพล), "ฉันเดินทางเพื่อมาพบเธอ" เป็นต้น โดยวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565 และมีกิจกรรมเปิดอัลบั้มเป็นนิทรรศการ COCKTAIL FATE EXHIBITION ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันดังกล่าวจนถึง 1 พฤษภาคม รวม 4 วัน ที่ลานดิสคัฟเวอรีพลาซา สยามดิสคัฟเวอรี[21] ตามด้วยคอนเสิร์ตออนไลน์ โอเมกา พรีเซนต์ส ค็อกเทล คัมมิง ออฟ เฟต ในวันที่ 7 พฤษภาคม[22]
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565 วงค็อกเทลเผยแพร่เพลง "ไม่เป็นรอง" โดยเดิมเป็นเพลงที่วงเผยแพร่สำหรับโปรโมทเกม Nine Songs of Fantasy ตำนานเพลงรักเก้าสวรรค์[23] แต่ได้รับความนิยมในปีถัดมา (พ.ศ. 2566) เนื่องจากในช่วงระหว่างการหาเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 มีแฟนคลับของพรรคก้าวไกลนำเพลงนี้ไปประกอบคลิปที่เกี่ยวข้องกับพรรคในสื่อสังคมต่าง ๆ[24]
คอนเสิร์ต ค็อกเทล คลาสสิกส์ (พ.ศ. 2566)
[แก้]
ในปี พ.ศ. 2566 นี้ วงค็อกเทลเริ่มต้นด้วยกาารทำเพลงฉบับคัฟเวอร์จาก 3 เพลงของโลโซ ได้แก่ "ไม่ต้องห่วงฉัน", "คุณเธอ" และ "ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป)" เป็นรูปแบบเมดเลย์ ในชื่อ "LOSOtrilogy" โดยเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 เมษายน เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มพิเศษ ซนซน 40 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นานที 40 ปีหน เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่[25] ต่อมาเมื่อวันที่ 4–6 สิงหาคม วงค็อกเทลได้จัดคอนเสิร์ตพิเศษ เป็นคอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มรูปแบบ ในชื่อ ค็อกเทล คลาสสิกส์ ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยวงแสดงร่วมกับวงออร์เคสตราและคายกคณะรวมทั้งหมด 118 คน และเพลงทั้งหมดในคอนเสิร์ตนี้ถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อให้วงออร์เคสตรามีความโดดเด่นเทียบเท่ากับวง[26] และตั้งแต่คอนเสิร์ตนี้ เอกซ์ - ชรัณ ตัณฑนันทน์ ได้กลับมาเล่นคีย์บอร์ดแบ็กอัปให้กับวงอีกครั้ง ในเดือนเดียวกัน วงเผยแพร่เพลงประกอบภาพยนตร์และละครอีก 2 เพลง คือ "เร้น" ประกอบภาพยนตร์ แมนสรวง[27] และ "ลั่นทม" ประกอบละคร หอมกลิ่นความรัก[28]
การยุบวง (พ.ศ. 2567–2568)
[แก้]
เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567 โอมได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า วงค็อกเทลจะยุบวงในปี พ.ศ. 2568 และตนจะยุติอาชีพนักร้องไปด้วยในคราวเดียวกัน โดยวงได้เตรียมการยุบวงไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น การตั้งกองทุน การจัดสรรผลประโยชน์ ทรัพย์สินทางปัญญา และการที่ประกาศยุบวงล่วงหน้าเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากเป็นเวลาที่เหมาะสมในการอำลาแฟนเพลงและประกาศถึงผู้ว่าจ้างทั้งหมด จากนั้นวงได้ประกาศเส้นเวลากิจกรรมเบื้องต้นว่า ในปี พ.ศ. 2567 จะจัดคอนเสิร์ตพิเศษในเดือนพฤษภาคม และจะแสดงในงานจ้างภายในประเทศไทยที่วงรับไว้ รวมถึงเทศกาลดนตรีต่าง ๆ เป็นปีสุดท้าย จากนั้นในปี พ.ศ. 2568 วงค็อกเทลจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายและทัวร์คอนเสิร์ตอำลาแฟนเพลงทั่วประเทศต่อไป[29]
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน วงค็อกเทลได้ประกาศรายละเอียดเส้นเวลาของกิจกรรมทั้งหมดที่วงและต้นสังกัดจัดขึ้น[30] โดยกำหนดการทั้งหมดเป็นดังนี้
ค็อกเทล ข้อสอบ และอัลบั้ม ยัวส์เอเวอร์ (พ.ศ. 2567)
[แก้]ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 วงค็อกเทลได้จัดคอนเสิร์ตประจำที่พบปะทักทายและโต้ตอบ ในชื่อ ค็อกเทล ข้อสอบ โดยให้แฟนเพลงที่เข้ารับชมในแต่ละรอบร่วมกันทำข้อสอบเลือกเพลงที่แต่ละคนต้องการฟัง เพื่อออกแบบเซตลิสต์ที่ไม่ซ้ำกันให้วงเล่นในแต่ละรอบ และมีศิลปินรับเชิญต่าง ๆ สลับขึ้นมาร่วมร้องเพลงตามเซตลิสต์ในรอบนั้น ๆ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4, 5, 9–12, 16–19, 23–26, 30 และ 31 พฤษภาคม รวม 16 รอบ ที่ลิโด้ คอนเน็คท์[31]
ต่อมาวงค็อกเทลได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 9 และชุดสุดท้าย ชื่อ ยัวส์เอเวอร์ โดยเป็นอัลบั้มเดียวที่ผลิตภายใต้บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ที่รับโอนธุรกิจดนตรีจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกมาดำเนินการแยกต่างหาก โดยอยู่ในค่ายเพลงยีนแล็บตามเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในการออกอัลบั้มใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยเพิ่ม เหน่ง - วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์ ในตำแหน่งกีตาร์ริทึ่ม และ เอกซ์ - ชรัณ ตัณฑนันทน์ ในตำแหน่งเปียโน ซึ่งทั้งสองคนเล่นแบ็กอัปให้กับวงอยู่แต่เดิม ทำให้อัลบั้มนี้วงมีจำนวนสมาชิกอย่างเป็นทางการมากที่สุดคือ 6 คน มีเพลงในอัลบั้มทั้งหมด 11 เพลง แบ่งเป็นเพลงใหม่ 7 เพลง เช่น "แรงเสียดทาน", "ดีซะกว่า", "ความคาดหวัง" และ "Yours Ever" (ร้องร่วมกับสุวีระ บุญรอด) เป็นต้น และเพลงเดิมที่ยังมิได้บรรจุในอัลบั้มใด ๆ อีก 4 เพลง โดยเผยแพร่อัลบั้มเต็มเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม[32] และมีกิจกรรมเปิดอัลบั้มเป็นนิทรรศการ COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION จัดขึ้นในช่วงวันที่ 1–21 กันยายน ที่ RCB Galleria 1 และ 2 ชั้น 2 ริเวอร์ซิตี[33]
ค็อกเทล เอเวอร์ ไลฟ์, ค็อกเทล 77 เอเวอร์ ทัวร์ และการยุบวง (พ.ศ. 2568)
[แก้]ในปี พ.ศ. 2568 วงค็อกเทลจะรับแสดงงานจ้างเฉพาะต่างประเทศ ส่วนภายในประเทศจะเป็นงานที่วง, บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ของโอม หรือ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จัดขึ้นเอง ประกอบด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย และคอนเสิร์ตทัวร์ทั่วประเทศ
โดยคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบซึ่งวงจัดขึ้นครั้งสุดท้ายนี้ มีชื่อว่า ค็อกเทล เอเวอร์ ไลฟ์ จัดแสดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ตามความตั้งใจของวงที่จะจัดแสดงในสนามกีฬากลางแจ้ง สร้างสรรค์โดยทีมเกย์เรย์ ภายใต้จีเอ็มเอ็ม โชว์ ของจีเอ็มเอ็ม มิวสิค โดยวงแสดงร่วมกับวงออร์เคสตราและคายกคณะรวมทั้งหมด 186 คน เดิมกำหนดจัดการแสดงในวันที่ 30 มีนาคม จำนวน 1 รอบ[34] ก่อนจะเพิ่มอีก 1 รอบในวันที่ 31 มีนาคม โดยบัตรเข้าชมการแสดงถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วทั้ง 2 รอบการแสดง[35] มีแขกรับเชิญประกอบด้วย โบกี้ไลอ้อน, ตูน บอดี้สแลม, ปั๊บ โปเตโต้, เจ๋ง บิ๊กแอส, โน่ ดนัย, ต้น/โยเย เอเชียเซเว่น, แม็ก เดอะดาร์เกสต์โรแมนซ์, ฟักกลิ้งฮีโร่, คิว ฟลัวร์ และ 22บุลเล็ตส์[36] บันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ตนี้เผยแพร่ทั้งรูปแบบกล่องชุดซีดี และทางเน็ตฟลิกซ์[37]
หลังจากเสร็จสิ้นคอนเสิร์ตใหญ่แล้ว วงค็อกเทลได้จัดคอนเสิร์ตทัวร์อำลาแฟนเพลงในจังหวัดของประเทศไทยทั้ง 76 จังหวัด และ 1 เขตปกครองพิเศษ ในชื่อว่า ค็อกเทล 77 เอเวอร์ ทัวร์[38] โดยแบ่งรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตเป็น 5 รูปแบบ ตามลักษณะพื้นที่ จำนวนประชากร และขนาดเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด มีทั้งรูปแบบที่วงจัดเอง จำนวน 4 ขนาด และขายสัมปทานให้ผู้จัดท้องถิ่นหรือเจ้าของสถานบันเทิงไปจัดต่อ การทัวร์คอนเสิร์ตเริ่มต้นที่ The Pirates Park อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 26 เมษายน และใช้เวลาทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด 8 เดือน สิ้นสุดที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร ในวันครบรอบวันก่อตั้งวง คือเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม จึงถือว่าวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นวันยุบวงค็อกเทลไปโดยปริยาย รวมระยะเวลาดำเนินกิจกรรมในนามวงค็อกเทลทั้งหมด 23 ปีถ้วน[39]
และหลังจากเสร็จสิ้นการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวงค็อกเทลในค็อกเทล 77 เอเวอร์ ทัวร์ ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน และยุบวงเรียบร้อยแล้ว วงค็อกเทลได้เผยแพร่อัลบั้มชุดพิเศษ Et'cetera โดยมีทั้งหมด 9 เพลง แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เพลงที่โอมประพันธ์ไว้โดยยังไม่แล้วเสร็จ และวงได้นำมาจัดทำต่อจนสมบูรณ์ จำนวน 4 เพลง คือ "จากฉันถึงเธอ" (ร้องร่วมกับ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์), "บอกลา", "La Fleur" และ "โปรด" และเพลงจากอัลบั้มแรกของวง ซึ่งถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่โดยสมาชิกวงในยุคแรก คือ โอม, ธิป, หลง และบู๊ ผ่านอุปกรณ์บันทึกเสียงที่ทันสมัยขึ้น อีกจำนวน 5 เพลง[40]
สมาชิก
[แก้]ปีที่สมาชิกเข้าหรือออกจากวงประมาณการจากปีที่มีการจำหน่ายอัลบั้ม
|
|
- เส้นเวลา

ผลงาน
[แก้]อัลบั้ม
[แก้]- พ.ศ. 2545: ค็อกเทล (Cocktail)
- พ.ศ. 2547: 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ (36,000 Miles Away from Here)
- พ.ศ. 2551: อินเดอะเมโมรีออฟซัมเมอร์โรมานซ์ (In the Memory of Summer Romance)
- พ.ศ. 2554: เท็นเทาซันด์เทียส์ (Ten Thousand Tears)
- พ.ศ. 2557: เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี (The Lords of Misery)
- พ.ศ. 2562: ค็อกเทล (Cocktail)
- พ.ศ. 2564: เฟตแอลฟา (Fate αlpha)
- พ.ศ. 2565: เฟตโอเมกา (Fate Ωmega)
- พ.ศ. 2567: ยัวส์เอเวอร์ (Yours Ever)
- พ.ศ. 2568: เอ เซเตรา (Et'cetera)
คอนเสิร์ต
[แก้]- Chang Music Connection presents Cocktail The Heartless Live ที่ เมืองไทย จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ (13 มิถุนายน พ.ศ. 2558)[41]
- Chang Music Connection presents Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี (14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561)
- LEO presents Cocktail Classics A Symphony Orchestra ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (4–6 สิงหาคม พ.ศ. 2566)
- LEO presents “COCKTAILข้อสอบ” An Interactive Meet and Greet Concert ที่ ลิโด้ คอนเน็คท์ (4, 5, 9–12, 16–19, 23–26, 30 และ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567)
- ไทยประกันชีวิต presents COCKTAIL EVER LIVE ที่ ราชมังคลากีฬาสถาน (30 และ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568)
- COCKTAIL 77 EVER TOUR จัดแสดงที่ 77 จังหวัดของประเทศไทย (26 เมษายน – 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568)
ค็อกเทล คลาสสิกส์
[แก้]| คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มวงโดยวงค็อกเทล | |
การจัดแสดงรูปสมาชิกของวงบริเวณด้านหน้าทางเข้าคอนเสิร์ต | |
| ออร์เคสตรา | 28Orchestra |
|---|---|
| คายกคณะ | The CallUs |
| วาทยกร | ทฤษฎี ณ พัทลุง |
| สถานที่จัด | หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย |
| วันที่ | 4–6 สิงหาคม พ.ศ. 2566 |
| ระยะเวลา | 3 ชั่วโมง |
| จำนวนรอบแสดง | 3 รอบ |
| ทีมโปรดิวเซอร์ | ครึ่งเก้า |
| ผู้เข้าร่วม | ประมาณ 4,800 คน |
| ลำดับคอนเสิร์ตของวงค็อกเทล | |
ลีโอ พรีเซนท์ส ค็อกเทล คลาสสิกส์ อะ ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (อังกฤษ: LEO presents COCKTAIL CLASSICS A Symphony Orchestra) เป็นคอนเสิร์ตครั้งที่ 3 ของวงค็อกเทล และเป็นคอนเสิร์ตครั้งเดียวที่วงแสดงร่วมกับวงซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มวง ประกอบด้วยสมาชิกวงค็อกเทล จำนวน 4 คน, สมาชิกแบ็กอัป จำนวน 3 คน, นักดนตรีวงออร์เคสตราจาก 28Orchestra จำนวน 70 คน, คายกคณะจาก The CallUs จำนวน 40 คน และมี ทฤษฎี ณ พัทลุง เป็นผู้อำนวยเพลง รวมจำนวนทั้งหมด 118 คน จัดการแสดงที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นกำหนดจัดการแสดงในวันที่ 5–6 สิงหาคม พ.ศ. 2566 จำนวน 1 รอบ ก่อนจะเพิ่มรอบการแสดงอีก 1 รอบ ในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566 โดยบัตรเข้าชมการแสดงถูกจำหน่ายทั้งหมดครบทุกที่นั่งทั้ง 3 รอบการแสดง ภายหลังได้จัดทำบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ตเผยแพร่ย้อนหลังทางยูทูบ[42]
ในรอบการแสดงที่ 2 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ได้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ต และปรากฎตัวบนจอประกอบการการแสดงระหว่างเพลง "ไม่เป็นรอง" และ "อภิสิทธิ์ชน"[43]
รายชื่อเพลง
[แก้]
|
|
ค็อกเทล ข้อสอบ
[แก้]| คอนเสิร์ตทัวร์ประจำที่โดยวงค็อกเทล | |
ด้านหน้าทางเข้าคอนเสิร์ต | |
| สถานที่จัด | ลิโด้ คอนเน็คท์ |
|---|---|
| วันเริ่มต้นการแสดง | 4 พฤษภาคม 2567 |
| วันสิ้นสุดการแสดง | 31 พฤษภาคม 2567 |
| จำนวนรอบแสดง | 16 |
| ผู้เข้าร่วม | 8,000 คน |
| ลำดับคอนเสิร์ตของวงค็อกเทล | |
ลีโอ พรีเซนทส์ "ค็อกเทล ข้อสอบ" แอน อินเตอร์แอคทีฟ มีทแอนด์กรีด คอนเสิร์ต (อังกฤษ: LEO presents "COCKTAILข้อสอบ" an Interactive Meet and Greet Concert) เป็นคอนเสิร์ตลำดับที่ 4 ของวงค็อกเทล จัดแสดงในรูปแบบคอนเสิร์ตประจำที่ (Residency) โดยให้คนดูของแต่ละรอบเลือกเพลงของวงค็อกเทลที่แต่ละคนต้องการฟังทั้งหมด 6 หมวดหมู่ หรือ 6 องก์ โดยใช้รูปแบบเดียวกับการทำข้อสอบ และนำมาประมวลผลเป็นรายชื่อเพลงที่คนดูต้องการฟังมากที่สุดในแต่ละรอบ ทำให้ในแต่ละรอบจะมีรายชื่อเพลงที่ไม่ซ้ำกัน จัดขึ้นทั้งหมด 16 รอบ ในวันที่ 4, 5, 9–12, 16–19, 23–26, 30 และ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ที่ฮอลล์ 2 ลิโด้ คอนเน็คท์ กรุงเทพมหานคร เปิดรอบละ 500 คน เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรทั่วประเทศในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567 โดยบัตรการแสดงถูกจำหน่ายหมดทุกที่นั่งทุกรอบการแสดง[44][31]
แขกรับเชิญ
[แก้]
|
|
|
ค็อกเทล เอเวอร์ ไลฟ์
[แก้]ค็อกเทล 77 เอเวอร์ ทัวร์
[แก้]รางวัล
[แก้]| ปี | รางวัล | สาขาที่เข้าชิง | จากผลงาน | ผลการตัดสิน |
|---|---|---|---|---|
| 2558 | รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 8 | เพลงแห่งปี | เธอ | ชนะ |
| 2565 | โทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2021[45] | ภาพหน้าปกแห่งปี | "Fate αlpha" | ชนะ |
| 2566 | โทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2022[46] | "Fate Ωmega" | เสนอชื่อเข้าชิง | |
| 2568 | โทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2024 | เพลงศิลปินกลุ่มยอดนิยมแห่งปี | "Yours Ever" (ร่วมร้องกับ คิว วงฟลัวร์) | ชนะ |
| รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 15 | ศิลปินกลุ่มแห่งปี | ไม่ทราบ | ชนะ |
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน 4. "Forte กับ Fri-fa"". เวิร์ดเพรสส์. 4 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2015.
- ↑ "ความทรงจำในค่ำฤดูร้อน 5 "Peterpan"". เวิร์ดเพรสส์. 8 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2025.
- ↑ "อัลบั้ม 36,000 Miles Away From Here - ค็อกเทล". siamzone. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557.
- ↑ "อัลบัม 36,000 Miles Away From Here - ค็อกเทล". สยามโซน.คอม. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2025.
- 1 2 เสรีสำราญ, ธีรพงศ์ (22 พฤษภาคม 2020). "เส้นทางชีวิตรส 'จืด' ที่แสนกลมกล่อมของ 'โอม ค็อกเทล' (ตอนที่ 1)". แบไต๋. สืบค้นเมื่อ 14 กันยายน 2025.
- ↑ "เหลือเชื่อ! คุกเข่า เบียด แน่นอก-หญิงลี คว้าสุดยอดเพลงฮิตปี 2013 ของ Google". สนุก.คอม. 22 ธันวาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2025.
- ↑ "The Lords Of Misery อัลบั้มใหม่ Cocktail วางแผงแล้ววันนี้". genie-records.com. กันยายน 29, 2014. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ ""ค็อกเทล" สุดเจ๋ง ระเบิดพลังแห่งความมัน". สนุก.คอม. 15 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2025.
- ↑ "ช่างมัน ซิงเกิ้ลใหม่จาก COCKTAILเพราะเวลาเปลี่ยน ใจของคนเปลี่ยน". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-08-08. สืบค้นเมื่อ 2020-04-20.
- ↑ ""Cocktail Live #เล่นด้วยหัวใจเสมอมา" การพบพานที่ไม่มีวันลืม กับวงดนตรีที่ไม่เคยหยุดเซอร์ไพรส์". สนุก.คอม. 16 กรกฎาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
- ↑ "'ค็อกเทล'จัดฟรีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม'COCKTAIL' ก่อนปล่อยMV'พบพาน'ให้กำลังใจคนร้าวราน". แนวหน้า. 26 ตุลาคม 2019. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
- ↑ "ตารางไลฟ์ นักร้องแกรมมี่ฯ จัดรายการ เพลงสามัญประจำบ้าน รณรงค์ Social Distancing". ทรูไอดี. 1 เมษายน 2020. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
- ↑ ""รักจริง (ให้ดิ้นตาย)" วง Cocktail คว้า "ติ๊ก ชิโร่-ฟักกลิ้งฮีโร่" ร่วมฟีเจอริง (คลิป)". ไทยรัฐ. 8 กันยายน 2020. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
- ↑ ศิวะพรพันธ์, สุพัฒน์ (23 ตุลาคม 2020). "'ดึงดัน' บทเพลงแห่งความช้ำ ตอกย้ำหัวใจคนไม่เคยจำ งานเพลงล่าสุดและการฟีเจอริงครั้งแรกของ Cocktail และ ตั๊ก ศิริพร". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ร็อกชนแบ๊ว! โอม x หนูนา จับคู่ฟีเจอริ่งเพลง How are you ในโปรเจกต์ Sun and Moon". ทรูไอดี. 25 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2025.
- ↑ "แฟนๆ ร่วมไว้อาลัย! งานอำลาโลโก้วง Cocktail พร้อมฟังเพลงใหม่ "เรื่องธรรมดา" ครั้งแรก". สนุก.คอม. 9 พฤศจิกายน 2021. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2025.
- ↑ "COCKTAIL โพสต์ร่ายยาว! หลังได้รับรางวัลปกอัลบั้มแห่งปีจาก TOTY Music Awards 2021". สนุก.คอม. 3 มีนาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "สมการรอคอย สาวก "cocktail" ส่ง FATE อัลบั้มชุดใหม่กับโชคชะตาที่กำหนดเอง". คมชัดลึก. 18 ธันวาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 14 กันยายน 2025.
- ↑ "ทะลุล้านวิว! Cocktail ส่งเพลงใหม่ "อภิสิทธิ์ชน" ประเดิมความปัง "100x100"". สนุก.คอม. 27 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ ฉัตรเลิศมงคล, หทัยธาร (19 ธันวาคม 2021). "Cocktail รสเข้ม! ชงอัลบั้มดีกรีหนัก Fate Part 1: αlpha ที่ร่วมงานกับศิลปินมากมาย". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "'COCKTAIL FATE EXHIBITION' นิทรรศการดนตรีและศิลปะ เปิดตัวอัลบั้ม". สำนักข่าวทูเดย์. 29 เมษายน 2022. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "'COCKTAIL' ไลฟ์คอนเสิร์ตกลางทะเล ยกเวทีมาไว้บนเรือบาร์จ". สำนักข่าวทูเดย์. 9 พฤษภาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "เกมมือถือ "Nine Songs of Fantasy" เปิดตัวเพลง "ไม่เป็นรอง" จาก COCKTAIL". ผู้จัดการออนไลน์. 2022-08-24. สืบค้นเมื่อ 2023-07-19.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""โอม ค็อกเทล" เซอร์ไพรส์เพลง "ไม่เป็นรอง" กลายเป็นไวรัล ด้อมส้มยกให้เป็นเพลงประจำพรรคก้าวไกล". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-05-31. สืบค้นเมื่อ 2023-07-19.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""COCKTAIL"ปล่อยของรวบเพลงวง "LOSO"เข้าด้วยกันโดนใจแฟนๆสุดๆ". เดลินิวส์. 27 เมษายน 2023. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "COCKTAIL CLASSICS คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตราที่จัดเต็มทุกความประทับใจ!". สนุก.คอม. 9 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ ปิยะมังคลา, ชุติกาญจน์ (14 สิงหาคม 2023). "เร้น เพลงประกอบภาพยนตร์ แมนสรวง กับตัวตนที่ถูก 'แอบซ่อน' ภายใต้หน้ากากการแสดง". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "วง COCKTAIL ทำเพลง"ลั่นทม" ประกอบซีรีส์ "หอมกลิ่นความรัก"". ผู้จัดการออนไลน์. 17 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2025.
- ↑ "แฟนๆ ใจหาย วงดนตรีร็อค COCKTAIL ประกาศยุบวงในปี 2025". สนุก.คอม. 29 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2023.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "COCKTAIL เผยไทม์ไลน์ 2 ปีต่อจากนี้ ก่อนอำลาส่งท้ายในปี 2568". สนุก.คอม. 9 กุมภาพันธ์ 2024. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2025.
- 1 2 "'COCKTAIL ข้อสอบ' ทำถึง! เต็มอิ่มจุใจ 16 รอบ ฉีกกฏคอนเสิร์ต เซอร์ไพรส์ลิสเพลง เปิดตัว Guest ฉ่ำ!". แนวหน้า. 10 มิถุนายน 2024. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "Yours Ever ผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้ายของ COCKTAIL กับการ 'ส่งเธอออกไป' ให้กลายเป็น 'เพลงของทุกคน'". Mix Magazine. 20 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2025.
- ↑ "วีคสุดท้าย! COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION ถึง 21 กันยายนนี้". แนวหน้า. 18 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "คอนเสิร์ต Cocktail วันไหน? ขายบัตรเมื่อไหร่ รีวิว คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้าย". คมชัดลึก. 10 พฤศจิกายน 2024. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "คอนเสิร์ตใหญ่ปิดตำนาน "Cocktail" ประกาศเพิ่มรอบการแสดง จันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568". ดาราเดลี่. 18 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "รีวิวคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE บทอำลาครั้งสุดท้ายของวง COCKTAIL". SPACEBAR. 2 เมษายน 2025. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "เตรียมอำลาแฟนๆ COCKTAIL ส่งท้ายบันทึกแสดงสด EVER LIVE ฉาย Netflix". ข่าวสด. 7 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2025.
- ↑ "COCKTAIL ใกล้ฉัน! เตรียมพบกับการเดินทางครั้งสุดท้ายของวงร็อกที่จะเป็นตำนานใน COCKTAIL 77 EVER TOUR พาความทรงจำและเสียงเพลงไปหาทุกคนทั่ว 77 จังหวัด ตลอดปี 2568". อีเอฟเอ็ม. เอ-ไทม์ มีเดีย. 3 มีนาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ชุติอังกูร, ใยรัก (6 มีนาคม 2025). "COCKTAIL เปิดแผนให้เตรียมปักหมุดคอนเสิร์ต 77 จังหวัดทั่วประเทศ COCKTAIL 77 EVER TOUR". เดอะสแตนดาร์ด. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "COCKTAIL ปล่อยอัลบั้มสุดท้าย et'cetera รวม 9 เพลงพิเศษของขวัญส่งท้ายแทนคำอำลา". สำนักข่าวบริคอินโฟ. 25 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2025.
- ↑ Cocktail The Heartless Live คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ ค็อกเทล
- ↑ COCKTAIL CLASSICS คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่เต็มทุกความรู้สึก ไม่เหมือนครั้งไหนจริง ๆ atime.live 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566 สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568
- ↑ พิธา จูงมือ พิพิม ดูคอนเสิร์ต COCKTAIL CLASSICS ‘โอม’ มอบเพลง ‘ไม่เป็นรอง’ มติชนออนไลน์ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566 สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568
- ↑ "COCKTAIL ตอกย้ำวงร็อกขวัญใจคนไทย "COCKTAILข้อสอบ" Sold out ทั้ง 16 รอบการแสดง". สปริงนิวส์. 25 มีนาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2025.
- ↑ สุพัฒน์ ศิวะพรพันธ์ (มีนาคม 1, 2022). "สรุปผลรางวัล TOTY Music Awards 2021 Tilly Birds คว้า 4 รางวัลใหญ่ 4EVE คว้ารางวัล Best Music of the Year และ Best Female Group". The Standard. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 1, 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ สุพัฒน์ ศิวะพรพันธ์ (2023-03-14). "สรุปผลรางวัล TOTY Music Awards 2022". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 2023-03-17.
- บทความที่มีลิงก์เสียตั้งแต่มกราคม 2026
- ค็อกเทล (วงดนตรี)
- กลุ่มดนตรีออลเทอร์นาทิฟร็อกสัญชาติไทย
- ศิลปินสังกัดจีนี่เรคอร์ดส
- ศิลปินสังกัดยีนแล็บ
- กลุ่มดนตรีที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545
- ก่อตั้งในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545
- กลุ่มดนตรีไทยในยุค 2000
- กลุ่มดนตรีที่ยุบเลิกในปี พ.ศ. 2568
- สิ้นสุดในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568
- วงกลุ่มหกสัญชาติไทย