คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตราประจำคณะวารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
ชื่ออังกฤษ Faculty of Journalism and Mass Communication, Thammasat University
อักษรย่อ JC (ไม่เป็นทางการ)
ที่อยู่ ท่าพระจันทร์
ตึกคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
2 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
ศูนย์รังสิต
อาคารเรียนและที่ทำการคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12121
วันก่อตั้ง 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497
คณบดี ผศ.ดร. อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์
วารสาร วารสารศาสตร์
สีประจำคณะ      สีม่วงเม็ดมะปราง
สัญลักษณ์ นกพิราบ (ไม่เป็นทางการ)
สถานปฏิบัติการ
  • อาคารปฏิบัติการสื่อสารมวลชน
  • โรงภาพยนตร์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
เว็บไซต์ www.jc.tu.ac.th

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะที่เปิดสอนด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน แห่งแรกของประเทศไทย หรือที่เรียกทั่วไปภายหลังเรียกว่า "นิเทศศาสตร์" ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสมาคมวารสารศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย คณะวารสารศาสตร์ฯ ยังเป็นหนึ่งในคณะที่มีคะแนนแอดมิดชั้นกลางและอัตราส่วนการแข่งขันสูงสุดที่ในประเทศไทยโดยรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นทั้งประเทศสูงสุด 1 ใน 10 ของประเทศทุกๆปี (โดยปี 2559 รับนักเรียนที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ) ปัจจุบันคณะวารสารฯมุ่งพันธกิจอันเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศ ที่ผลิตบุคลากร แถวหน้าเพื่อยกระดับวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชนทั้งแวดวงสื่ออิสระและสื่อกระแสหลัก

ประวัติคณะ[แก้]

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนวิชาการด้านสื่อสารมวลชนในระดับปริญญาตรี หรือทั่วไปภายหลังเรียกว่านิเทศศาสตร์ โดยแรกเริ่มนั้น เกิดขึ้นในฐานะแผนกวารสารศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนวิชาการสาขาวารสารศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 71 ตอนที่ 11 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) มีหลักการและเหตุผลโดยย่อว่า

เพื่อส่งเสริมการศึกษาในด้านการสังคมสงเคราะห์และวารสารศาสตร์ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495 และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ตราข้อบังคับให้แบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ให้เปิดการศึกษาวิชาทั้งสองแผนกดังกล่าวตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2497 (ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการแบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ พ.ศ. 2497 ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) โดยกำหนดเรียกชื่อปริญญาและอักษรย่อไว้ดังต่อไปนี้

ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรในแผนกวิชาวารสารศาสตร์ จะได้รับปริญญาดังต่อไปนี้

  1. ผู้ได้ปริญญาตรี เรียกว่า "วารสารศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.บ."
  2. ผู้ได้ปริญญาโท เรียกว่า "วารสารศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.ม."
  3. ผู้ได้ปริญญาเอก เรียกว่า "วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.ด."

ในปีการศึกษา 2509 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อนุมัติให้คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เปิดการศึกษาวิชาการหนังสือพิมพ์ภาคค่ำขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมวิทยฐานะของนักหนังสือพิมพ์อาชีพให้สูงขึ้น รวมทั้งพัฒนาการสื่อสารมวลชนทางด้านหนังสือพิมพ์ และขยายบริการการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยให้มีหลักสูตรการศึกษา 3 ปี ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรวิชาการหนังสือพิมพ์

ในปีการศึกษา 2512 มีการปรับปรุงการศึกษาภาคค่ำของแผนกวารสารศาสตร์ใหม่ โดยระงับการรับสมัครเข้าศึกษาวิชาการหนังสือพิมพ์ภาคค่ำ และเปิดสอนระดับปริญญาตรีแทนในปีการศึกษาเดียวกันนั้น โดยใช้เวลาในการศึกษา 6 ปี ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรจะได้รับปริญญาวารสารศาสตร์บัณฑิต มีศักดิ์และสิทธิ์เหมือนวารสารศาสตร์บัณฑิตหลักสูตรการศึกษา 4 ปี ทุกประการ การศึกษาในด้านวารสารศาสตร์ได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2513 แผนกวารสารศาสตร์ จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ดังราชกิจจานุเบกษา เล่ม 87 ตอนที่ 116 วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2513 ให้ไว้ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2513

เนื่องจากการศึกษาในสาขาวิชาสื่อสารมวลชนได้เจริญก้าวหน้าและขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้มีการยกฐานะแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนขึ้นเป็น "คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน" ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเรียกชื่อปริญญา การใช้อักษรย่อสำหรับปริญญาและครุยวิทยฐานะในคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2522 ให้ไว้ ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 ดังราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 201 วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2522 และประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "ให้มีสำนักงานเลขานุการในคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน" ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522

สีประจำคณะ[แก้]

ในคราวประชุมคณบดี ครั้งที่ 7/2533 เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2533 ได้มีมติให้คณะใหม่ ไปพิจารณาเลือกสีประจำคณะ ที่ไม่ซ้ำกับคณะเก่า สำหรับคณะเก่า ก็ขอให้กำหนดสีที่ชัดเจนด้วย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน จึงนำเข้าพิจารณา ในที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะฯ ที่ประชุมมีมติกำหนดให้สีม่วงเม็ดมะปรางเป็นสีประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ปริญญา[แก้]

ในปี พ.ศ. 2534 มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยรวบรวมการเรียกชื่อปริญญาและสีประจำสาขาวิชาทั้งของสาขาวิชาเดิมและสาขาวิชาใหม่ไว้ในพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน และพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้มีการสะกดชื่อปริญญาของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย โดยตัดเครื่องหมายทัณฑฆาตท้ายคำว่า "ศาสตร์" ออก ดังพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะและเข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2534 ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 108 ตอนที่ 122 วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 (7) สาขาวิชาวารสารศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น ได้แก่

  1. ผู้ได้ปริญญาตรี เรียกว่า "วารสารศาสตรบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.บ."
  2. ผู้ได้ปริญญาโท เรียกว่า "วารสารศาสตรมหาบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.ม."
  3. ผู้ได้ปริญญาเอก เรียกว่า "วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิต" ใช้อักษรย่อว่า "ว.ด."

กลุ่มสาขาวิชา[แก้]

เพื่อให้การศึกษาและวิจัยทางวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนในแขนงต่างๆ แก่นักศึกษา ให้ได้มีความรู้ความชำนาญ สามารถวินิจฉัยและตัดสินปัญหาของสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะไปใช้ในการประกอบวิชาชีพวารสารศาสตร์ มีจริยธรรมและสำนึกต่อสังคม มีความรู้และทักษะในวิชาชีพ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 6 กลุ่มสาขาวิชา ดังนี้

หลักสูตรที่เปิดสอน[แก้]

ระดับปริญญาตรี
ระดับปริญญาโท
ระดับปริญญาเอก

บุคคลสำคัญคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน[แก้]

คณาจารย์ที่มีชื่อเสียง[แก้]

คำนำหน้าชื่อ รายชื่อ เกียรติประวัติ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช (อดีตอาจารย์พิเศษ) นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง ศิลปินแห่งชาติ และอดีตนายกรัฐมนตรี อาจารย์พิเศษคณะวารสารฯ สมัยที่ยังเป็นแผนกอิสระ
สุภา ศิริมานนท์ (อดีตอาจารย์) นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ และนักวารสารศาสตร์คนสำคัญของประเทศไทย และผู้สื่อข่าวสงครามคนแรกของประเทศไทย
ดร. เกษม ศิริสัมพันธ์ (อดีตอาจารย์) คณบดีคนแรกของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา ผู้มีบทบาทต่อวิชาชีพสื่อมวลชนไทย
รองศาสตราจารย์ มาลี บุญศิริพันธ์ (ศิษย์เก่า,อดีตอาจารย์) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสื่อสารมวลชน นักวารสารศาสตร์ อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และประธานกรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส
ศาสตราจารย์ ดร. สุรพงษ์ โสธนะเสถียร (อาจารย์) ศาสตราจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน นักวิจัยทางสังคมศาสตร์ นักวิชาการด้านการบริหารและการจัดการทางด้านการสื่อสาร และการสื่อสารทางการเมือง รางวัลเมธีวิจัยอาวุโส สกว. 2547,2550
ศาสตราจารย์ ดร. บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา (ศิษย์เก่า,อาจารย์) ศาสตราจารย์ทางวิชาการของภาพยนตร์ศึกษาและการวิจารณ์ภาพยนตร์ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาภาพยนตร์และภาพถ่าย
รองศาสตราจารย์ ดร. เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน นักพูด นักบรรยาย นักแสดง และพิธีกร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันชัย ธนะวังน้อย (ศิษย์เก่า, อาจารย์) อดีตผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ และผู้ประกาศวิทยุ-โทรทัศน์ นักแสดง
ชิน คล้ายปาน (อดีตอาจารย์) ช่างภาพ ผู้กำกับภาพยนตร์

บุคคลสำคัญอื่นๆ[แก้]

คำนำหน้าชื่อ รายชื่อ เกียรติประวัติ
สรรพสิริ วิริยศิริ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง (ปริญญาโท)[แก้]

คำนำหน้าชื่อ รายชื่อ เกียรติประวัติ
บุษบา ดาวเรือง : เล็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
ชิบ จิตนิยม ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
แอน ทองประสม พิธีกร ดารานักแสดง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผู้จัดละครโทรทัศน์ ทูตUNICEF
ดร. อริสรา กำธรเจริญ : หมวย (อาจารย์ประจำคณะ) รองสาวแพรวปี 2539 ดารานักแสดง ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, Thai PBS, โมเดิร์นไนน์, TNN และ ททบ. 5 (ศิษย์เก่าปริญญาตรี-โท-เอก ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน)
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย : แยม ผู้ประกาศข่าวภาคสนาม รายการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
จิรายุ ห่วงทรัพย์ นักการเมือง อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี (สุวรรณบุปผา) : เจ็ม ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
ธัญญาเรศ เองตระกูล (รามณรงค์) : ธัญญ่า ดารานักแสดง สังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
มีสุข แจ้งมีสุข : ไก่ ผู้ประกาศข่าว รายการผู้หญิงถึงผู้หญิง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
อิศริยา สายสนั่น : เอ๊ะ ดารานักแสดง พิธีกร ผู้จัดละครโทรทัศน์
รินลณี ศรีเพ็ญ : จอย ดารานักแสดง พิธีกร สังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ : อ๋อม ดารานักแสดง ผู้ดำเนินรายการ ผู้จัดรายการโทรทัศน์
ปริศนา กัมพูสิริ : โบว์ลิ่ง นางสาวไทยประจำปี 2555 ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์
ปาลิตา โกศลศักดิ์ : ปลา นักแสดง นางแบบ สังกัดค่ายสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา : นิหน่า นักร้อง นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าวกีฬา (และเป็นศิษย์เก่า ป.ตรี)
ผึ้งนภา คล่องพยาบาล  : ผึ้ง ผู้ประกาศข่าว Thai PBS
ราณี แคมเปน : เบลล่า ดารานักแสดง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

ศิษย์ที่มีชื่อเสียง (ปริญญาตรี)[แก้]

คำนำหน้าชื่อ รายชื่อ เกียรติประวัติ
ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียน และนักเขียนบทละครเวทีและภาพยนตร์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท แกรมมี่ภาพยนตร์ จำกัด
มารุต สาโรวาท (อดีตอาจารย์พิเศษ) ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์
ดร. อริสรา กำธรเจริญ : หมวย (อาจารย์ประจำคณะ) รองสาวแพรวปี 2539 ดารานักแสดง ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, Thai PBS, โมเดิร์นไนน์, TNN และ ททบ. 5 (ศิษย์เก่าปริญญาตรี-โท-เอก ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รุจน์ โกมลบุตร (อาจารย์ประจำคณะ) อดีตนักหนังสือพิมพ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
รสนา โตสิตระกูล วุฒิสมาชิกกรุงเทพมหานคร นักสิทธิมนุษยชน นักเขียน
วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ช่อง 9 อสมท.
พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร อดีตผู้บริหารบริษัทเครือมติชน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ช่อง 9 อสมท.
กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ และคณะผู้บริหาร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว เนชั่น แชนแนล ของบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ (กิ่งฉัตร) นักเขียนนวนิยาย เจ้าของนามปากกา: กิ่งฉัตร
สันติ เศวตวิมล (แม่ช้อยนางรำ) นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ พิธีกรชาวไทย
ศุภรัตน์ นาคบุญนำ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีโทรทัศน์ พีพีทีวี
วิศาล ดิลกวณิช ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ปิยวดี มาลีนนท์ : ตู่ ผู้จัดละครโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ศศิธร วัฒนกุล : ลอร่า พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์
สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา : นิหน่า นักร้อง ดารานักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าวกีฬา ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ กั๊กกะกาวน์
พริมรตา เดชอุดม : จ๊ะจ๋า พิธีกร ดารานักแสดง สังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
พงศธร จงวิลาส : เผือก ครีเอทีฟ นักแสดงภาพยนตร์และละครซิทคอม เป็นดีเจอยู่ที่ 94 อีเอฟเอ็ม
ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ : ฟรอยด์ ดารานักแสดง พิธีกรรายการโทรทัศน์
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล : พิช นักร้อง ดารานักแสดง (อดีตนักร้องนำวงออกัส)
ราณี แคมเปน : เบลล่า ดารานักแสดง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ธนษิต จุตรภุช : ต้น (AF8) นักร้อง ผู้ชนะเลิศนักล่าฝันจากรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่นที่ 8
อุทัย ปุญญมันต์ : เค้ก (บีไฟว์) นักร้องวงบีไฟว์ (B5)
ปวีณา ตันฑ์ศรีสุโรจน์ : ปอย ดารานักแสดง พิธีกรรายการโทรทัศน์
โศธิดา โชติวิจิตร : ทราย ผู้สื่อข่าว รายการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ทิฆัมพร อยู่กำเหนิด : แนส ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์
ยุวดี ธัญญสิริ นักหนังสือพิมพ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล
นันทขว้าง สิรสุนทร นักวิจารณ์ภาพยนตร์และนักเขียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมร่วมสมัย
วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "ลับ ลวง พราง"
ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล ผู้สร้างและกำกับภาพยนตร์ เช่น โลกทั้งใบให้นายคนเดียว มือปืน/โลก/พระ/จัน จีจ้า ดื้อสวยดุ ฝัน-หวาน-อาย-จูบ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตอาวุโส จีเอ็มเอ็ม ทีวี บริษัทในเครือ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย (แกรมมี่)
มานุสส วรสิงห์ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอต่างๆ รวมไปถึงงานภาพยนตร์สั้นและรายการโทรทัศน์
กมลวรรณ ตรีพงศ์ : แอน ผู้ประกาศข่าว Thai PBS อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
จีรชาตา เอี่ยมรัศมี  : จี ผู้ประกาศข่าว Thai PBS อดีตผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
เบญจมาลัญช์ ทิพย์ขันทอง  : ทราย ผู้ประกาศข่าว Thai PBS
สุธาศินี หาญทองไชย  : นี ผู้ประกาศข่าว Thai PBS
เอกราช อุดมอำนวย ผู้สื่อข่าว Thai PBS
เจนไวยย์ ทองดีนอก ผู้กำกับภาพยนตร์ความสุขของกะทิ (ภาพยนตร์) และดำรงตำแหน่ง Production Supervisor ของบริษัทสหมงคลฟิล์ม
ธนนท์ สัตตะรุจาวงษ์ นักเรียนทุนอานันทมหิดล คนแรกของประเทศในคณะวารสารศาสตร์ฯ และสาขาภาพยนตร์
พัฒนะ จิรวงศ์ : ตั้ม ผู้กำกับสารคดี ผู้กำกับภาพยนตร์/ผู้เขียนบทภาพยนตร์ พุ่มพวง (2554)
วิทิต คำสระแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ กั๊กกะกาวน์ เขาชนไก่
ปรัชนันท์ ลิ้มรัตน์ : หมู รองนางสาวไทยอันดับ 2 ประจำปี 2547
พรวดี พงษ์สถิตย์ : มิ้นท์ นางแบบชั้นนำ
หัสสยา อิสริยะเสรีกุล : แพรว (Preppy G) ดารานักแสดง น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ศิลปินสังกัด GMM Grammy ช่อง Play Channel
ฐิตวินน์ คำเจริญ : ปาล์ม ดี.เจ. 98 แฟต เรดิโอ นักจัดรายการวิทยุ นักแสดงจากภาพยนตร์ 6:66 ตายไม่ได้ตาย
รฐา โกกิลานนท์ : แท๊บบี้ (AF6) นักร้อง นักล่าฝันจากรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่นที่ 6
สริตา เอี่ยมวสันต์ : ออม ดารานักแสดง สังกัด โพลีพลัส จากละคร ตะวันทอแสง
อติคุณ อดุลโภคาธร  : เอิร์ธ นักแสดง ผู้รับบท "สมพงษ์" จากซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น
ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญ : เจมส์ (ศิษย์ปัจจุบัน) นักแสดง ผู้รับบท "ซัน" จากซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น
ธนบดี ใจเย็น : ภีม (ศิษย์ปัจจุบัน) ศิลปินสังกัด MBO Teen Entertainment ในเครือ GMM Grammy
ณัชคุณ นุตตานนท์ : ปลื้ม (V.R.P) (ศิษย์ปัจจุบัน) ศิลปินสังกัด กามิกาเซ่
พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร : มีน (ศิษย์ปัจจุบัน) นักแสดงสังกัด BEC-Tero
นะเพียร เพิ่มสมบัติ : นะ (ศิษย์ปัจจุบัน) นักแสดง Love Sick the series season 2
ฉัตรฑริกา สิทธิพรม : แคร์ รองชนะเลิศอันดับที่ 2 มิสไทยแลนด์เวิลด์ และนักแสดง
ธนชาติ ศิริภัทราชัย : เบ๊น นักเขียนสำนักพิมพ์แซลมอน ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "NEW YORK 1st TIME นิวยอร์กตอนแรกๆ"
เจด ศลิษา มาเซียค : เจด นักแสดง น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์
เจนนี่ ฟิโลเมน่า : เมน่า นักแสดงสังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
อาทิตยา ทองวิชิต : แองเจิ้ล นักแสดงสังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
จิดาภา ศิริบัญชาวรรณ: จิด้า (ศิษย์ปัจจุบัน) ศิลปินนักแสดง และ นักร้อง สังกัด MBO teen entertainment ในเครือ gmm grammy
แก้วใส คริสตัล : แก้วใส นักแสดงสังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (ศิษย์เก่า)

ละคอนวารสารฯ ธรรมศาสตร์[แก้]

สำหรับประวัติละคอนวารสารฯนั้น ในปี พ.ศ. 2523 หลังจากที่ทางคณะวารสารศาสตร์ฯ ได้ยกฐานะจากแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เป็น "คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน" ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทางนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ฯ ก็ได้ผลิตและจัดแสดงละครเวทีออกมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มนับลำดับเรื่องอย่างจริงจัง โดยมีชื่อเรื่อง ดังนี้

  • ปี พ.ศ. 2523 เรื่อง หมอผีครองเมือง

ละครเวทีทุกเรื่องข้างต้นจะแฝงไปด้วยแก่นสาระ แนวคิดต่างๆของนักศึกษา ที่ต้องการจะสื่อสารออกไปให้ผู้ชมในโรงละครได้ซึมซับสิ่งต่างๆ ผ่านความบันเทิง โดยสิ่งที่เหล่านี้ล้วนกลั่นกรองมาจากสภาพสังคมและปัญหาในปัจจุบันจากมุมมองในฐานะคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ในสังคมไทยและในฐานะนักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนที่พร้อมจะทำหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนสังคม ซึ่งในบางครั้งความคิดเหล่านี้ชี้ให้เห็นปัญหาในสังคม และถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อบนเวทีสาธารณะ นับว่าเป็นความประสบความสำเร็จและเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ทำละครเวที

สำหรับชื่อของละคอนวารสารนั้น จะเห็นว่าใช้คำว่า “ละคอน” แทนคำว่า “ละคร” ซึ่งเป็นคำที่ราชบัณฑิตยสถานจัดเก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับปัจจุบันนั้น (คำว่า “ละคอน” และ “ละคร” นั้นมีความหมายเหมือนกัน และมักใช้สลับกันจนสับสนแก่ผู้อ่านตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทางราชบัณฑิตยสถานจึงเลือกเก็บคำว่าละคร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว) เนื่องจากต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ละคอนวารสารฯ และยังคงสืบทอดคำว่า “ละคอนวารสารฯ” นี้จวบจนปัจจุบัน

นอกจากนี้นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 ละคอนวารสารถูกพัฒนาให้มีลักษณะกึ่งละครเพลง เพิ่มสีสันให้กับการแสดง และการประชาสัมพันธ์ สอบถามข้อมูลละคอนวารสารฯ คลิกที่นี่

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

|}